OPPO Reno 10x Zoom สมาร์ตโฟนตระกูลใหม่จาก OPPO ที่แบไต๋เราจะรีวิวอย่างละเอียดก่อนใคร ไม่ได้แค่พรีวิว Hand-on แต่จะรีวิวลงรายละเอียดกันแบบสุด ๆ จะน่าสนใจแค่ไหนมาชมกัน

กล่อง

เริ่มตั้งแต่กล่องที่ปกติเราจะไม่ค่อยแกะกล่องให้ดูกัน เพราะคิดว่ามันไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่กับ OPPO Reno 10x Zoom ถือว่าออกแบบมาสวยจริงๆ กล่องมาในทรงยาวที่แตกต่างจากมือถือทุกรุ่นในตลาด แล้วหน้ากล่องก็เคลือบสีมุกสะท้อนแสง เห็นเป็นดีไซน์เอกลักษณ์ของเครื่อง และเขียนชัดเจนว่านี่เป็น OPPO Reno รุ่นท็อป 10x Zoom เรื่องที่น่าสังเกตคือโลโก้ของ OPPO เปลี่ยนไป เปลี่ยนฟอนต์ให้ดูเรียบขึ้น ซึ่งดีไซน์โลโก้ใหม่นี้ใช้กับ Reno เป็นรุ่นแรก

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ชุดกระดาษคู่มือเล่มเล็กๆ
  • มือถือ OPPO Reno 10x Zoom
  • เคสของ OPPO Reno ที่ดูดีมี Texture เวลาจับแล้วให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม
  • หัวชาร์จ OPPO VOOC 3.0 5V 4A หรือ 20W พร้อมสาย USB-C
  • หูฟัง in-ear แบบ USB-C ที่ออกแบบมีประกายสีเขียวเหมือนตัวเครื่องด้วยนะ

การออกแบบ/ ดีไซน์รอบตัวเครื่อง

OPPO Reno 10x Zoom ดีไซน์เป็นแบบสมมาตร ซ้าย-ขวาเหมือนกัน เครื่องที่เราได้มารีวิวนี้เป็นสี Ocean Green หรือสีเขียวน้ำทะเลสะท้อนแสงได้สวยงามเปรียบเสมือนหมอกที่สะท้อนแสงบนมหาสมุทรก็ไม่ปาน ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกคือสีดำ Jet Black ก็ดูดีเช่นกัน

ที่น่าสนใจคือการออกแบบฝาหลังของ OPPO Reno 10x Zoom สีเขียว คือเป็นกระจกชิ้นเดียวทั้งแผ่น แต่ขัดผิวต่างกัน เส้นตรงกลางนี้ยังมีความมันเงาของกระจกอยู่ แต่รอบนอกทั้งหมดเป็นผิวด้าน ให้ความรู้สึกเป็นหมอกอยู่บนทะเล และที่น่าชื่นชมคือกล้องหลังทั้ง 3 ตัวไม่ยื่นแล้ว เรียบไปกับผิวกระจกเลย

โดยมีจุดกลมๆ ตรงกลางหลังนี้เรียกว่า O-Dot ซึ่งทำจากเซรามิก ทำให้ฝาหลังของ OPPO Reno 10x Zoom ยกขึ้นมานิดหนึ่งเพื่อให้เลนส์ทั้ง 3 ตัวไม่โดนพื้นเวลาวางเครื่อง

ด้านหน้าจอของ OPPO Reno 10x Zoom นั้นเป็นจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ สัดส่วน 19.5:9 ซึ่งหน้าจอนี้รองรับขอบเขตสี DCI-P3 ได้ และรองรับการแสดงผลวิดีโอ HDR จาก Youtube ครับ ส่วน Netflix ยังไม่รองรับ แต่จอตัวนี้ถ้าเทียบกับ AMOLED ของเรือธงรุ่นอื่นๆ ให้ภาพยังไม่สดใสเท่า โดยเฉพาะเวลาอยู่กลางแดด อาจเป็นเพราะฟิล์มที่ติดมาด้วยเก็บคราบมันได้ง่ายเกินไป แต่จุดที่ต้องชมคือให้ภาพเต็มตาดีเพราะไม่มีไอ้บาก ไอ้แหว่งมากวนใจเลย

ส่วนดีไซน์กล้องหน้าของ OPPO Reno นั้นแตกต่างจากมือถือซ่อนกล้องทั่วไป กล้องหน้าเด้งออกมาเป็นครีบปลาเลย สวยไปอีกแบบ ซึ่งกล้องครีบปลานี้เรียกว่า Pivot-Rising ซึ่งสามารถผลุบขึ้นลงได้มากกว่า 200,000 ครั้ง และมีเสียงเวลาทำงานเบากว่ากลไกกล้องซ่อนทั่วไป ซึ่งพื้นที่ที่ใหญ่กว่าของกล้อง Pivot-rising ทำให้ออปโป้สามารถใส่แฟลชหน้าและแฟลชหลังลงไปในพื้นที่ตรงนี้ได้ครับ เวลาจะเปิดไฟฉาย ครีบปลาก็จะเปิดขึ้นมา เท่สุด ๆ

นอกจากนี้ในหน้าจอเกลี้ยงๆ ของ OPPO Reno 10x Zoom ยังมาพร้อมตัวสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอที่ OPPO บอกว่าเป็นเวอร์ชั่น 2 แล้ว ซึ่งสแกนนิ้วได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งเรียกได้ว่าเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมในตอนนี้ และที่เราประทับใจคือสามารถใช้สแกนนิ้วเพื่อปลดล็อกแอปต่างๆ หรือเข้าแอปธนาคารได้แล้ว OPPO รุ่นก่อนๆ ที่ใช้ตัวสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนี่ปลดล็อกแอปไม่ได้นะครับ ในที่สุดผมก็จะไม่ต้องฟังบก.เทคนิคบ่นเรื่องตัวสแกนลายนิ้วมือแล้ว

โดยเครื่องเหลือพอร์ต USB-C อยู่ด้านล่างแค่พอร์ตเดียวเท่านั้น ใช้ชาร์จไฟ เชื่อมข้อมูลและต่อหูฟังในช่องเดียว ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm แยกออกมา ลำโพงที่ตัวเครื่องเป็นแบบสเตอริโอ เสียงออกทั้งจากลำโพงแนบหูและช่องลำโพงด้านล่าง แต่เสียงจะออกจากลำโพงล่างดังกว่าลำโพงบนครับ ซึ่ง OPPO Reno 10x Zoom นั้นรองรับการแต่งเสียงผ่าน Dolby Atmos ด้วย แต่จะทำงานเฉพาะการเสียบหูฟังผ่าน USB-C เท่านั้น ไม่ทำงานกับหูฟัง Bluetooth ซึ่ง Bluetooth ก็รองรับ codec เสียงได้หลากหลาย ใช้หูฟังที่รองรับ LDAC ก็ทำงานในโหมด LDAC ได้ทันที

ส่วนเครื่องนี้ใส่ได้ 2 ซิม โดยสามารถส่ง MicroSD ได้ที่ช่องซิม 2 ครับ

กล้อง

กล้องหลัง

OPPO Reno 10x Zoom นั้นมีกล้องหลัง 3 ตัว

  • กล้องหลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/1.7 โดยเป็นการรวม 4 Pixel เป็น 1 หลังจากถ่ายทำให้ภาพออกมามีความสวยงามยิ่งขึ้น โดยภาพออกมาอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล
  • ตัวกลางเป็นกล้องมุมกว้าง 0.6 เท่า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • ตัวล่างสุดเป็นกล้อง Telephoto ซึ่งเป็นกล้องแบบ Periscope วางกล้องระนาบกับตัวเครื่อง ซูม 6 เท่า แต่สามารถทำ Hybrid Zoom ได้ถึง 10 เท่า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/3.0

ซึ่ง OPPO Reno 10x Zoom นั้นสามารถซูมดิจิตอลได้สูงสุดถึง 60x เฉือนชนะค่ายอื่นไปเล็กน้อย โดยที่กล้องของ OPPO Reno 10x Zoom ยังมีโหมดที่น่าสนใจหลายโหมด อย่าง Dazzle Color Mode 2.0 ที่จูนสีภาพให้สดใสแต่ไม่สดเกินจริง หรือ Ultra Night Mode 2.0 ที่ถ่ายเก็บแสงกลางคืนได้ดีกว่าเดิม ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปในตอนกลางวัน เราให้ดูตัวอย่างภาพกันเลยว่ามันโอเคแค่ไหน

ตัวอย่างภาพ

กล้องหน้า

ส่วนกล้องหน้าที่ซ่อนอยู่แผงครีบปลานี้มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 แน่นอนว่าชื่อชั้นของ OPPO คือสามารถถ่าย Selfie ได้ดีอยู่แล้ว ในโหมดถ่ายรูปปกติก็ถ่ายภาพออกมาได้คมชัด สีผิวดูดี แถมยังสามารถเปิด Portrait Mode 2.0 เพื่อปรับรูปหน้าให้ถูกใจได้ หรือจะให้ AI ปรับให้ก็ได้ แถมกล้องหน้ายังมีแฟลชหน้าด้วยนะ ถ่าย Selfie เวลากลางคืนก็ยังได้หน้าสว่างอยู่

ส่วนโหมด Portrait ก็ทำได้ดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังครับ โหมดนี้จูนสีผิวคนให้สวย การเบลอฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติดีโดยเฉพาะการถ่าย Portrait กับกล้องหลัง ส่วนกล้องหน้าถ้าถ่าย Selfie พร้อมกันหลายๆ คนอาจจะมีทำเบลอฉากหลังที่หลุดไปบ้าง

ถ่ายวิดีโอ

ส่วนการถ่ายวิดีโอก็ทำได้สูงสุด 4K สำหรับกล้องหลัง และ Full HD สำหรับกล้องหน้า ซึ่งระบบป้องกันภาพสั่นไหวของกล้องหลังก็ทำงานได้ดี สามารถเดินถ่ายได้ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะการถ่ายในโหมด Full HD

สเปค

OPPO Reno 10x Zoom มาพร้อมสเปกระดับเรือธงคือ CPU เป็น Snapdragon 855 ตัวท็อป มีแรม 8 GB และหน่วยความจำ 256 GB สเปกระดับนี้คือให้ผลการเทสต์ด้วยแอปได้คะแนนดีหมดคือ

  • Geekbench 4 ได้คะแนน Multicore ที่ 10752 คะแนน
  • Antutu 7.2 ได้ 359230 คะแนน
  • 3Dmark ชุด Slingshot extreme ได้ 5,587 คะแนน

เรียกว่าการใช้งานทั่วไปพวกการเล่นเว็บ เล่นไลน์ เล่นเฟซ นี่ไม่มีสะดุด ทดสอบการเล่น PUBG ก็สามารถปรับระดับภาพได้ถึง HDR และปรับเฟรมเรตภาพได้สูงสุดที่เกมจะทำได้ ก็ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีครับ นอกจากนี้ OPPO Reno มีระบบ HyperBoost 2.0 เพื่อเร่งประสิทธิภาพเครื่องให้ดีขึ้นสำหรับงานต่างๆ ด้วย

การชาร์จ

กลายเป็นเครื่องหมายการค้าไปแล้วนะครับว่า OPPO ก็ต้องชาร์จไว สำหรับ OPPO Reno 10x Zoom นั้นใช้ระบบชาร์จ VOOC Flash Charge 3.0 ที่เร็วกว่ารุ่น 2.0 เดิม แต่ยังไม่เร็วระดับ Super VOOC เทคโนโลยีชาร์จตัวท็อปของออปโป้นะครับ โดยเราจับเวลาชาร์จจาก 0% เปิดเครื่องไม่ติดเลย 10 นาทีได้มา 15% จับเวลาต่อถึง 20 นาทีก็ได้มา 29% ซึ่งก็ถือว่าโอเคเลยสำหรับแบตเตอรี่ความจุ 4,065 mAh ซึ่งแบตเตอรี่ใหญ่ขนาดนี้ ก็สามารถใช้งานเครื่องสบายๆ ทั้งวันไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดครับ

OS

ที่นี้มาดูในส่วนของซอฟต์แวร์กันบ้าง OPPO Reno 10x Zoom ใช้ ColorOS 6.0 ที่มีความสามารถหลายอย่างมากครับ ยกเอาที่เด่นๆ แล้วกัน อย่าง Smart Sidebar บาร์เล็กๆ ตรงนี้ ก็สามารถปัดออกมาเพื่อเรียกแอปหรือเครื่องมือด่วนๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเสียงสนทนา หรือทำ Wi-Fi Bridge ได้ด้วย และสำหรับใครที่สนใจ มือถือเครื่องนี้รองรับ Wifi 5 GHz และ LTE 3CA ครับ หมายความว่ารับ 4G 3 คลื่นได้พร้อมกันให้รับ-ส่งข้อมูลเร็วขึ้น

ราคา

รีวิวที่ดีต้องมีราคา Oppo Reno 10x Zoom อยู่ที่ 28,990 บาท Ram 8 GB Rom 256 GB สำหรับใครที่จองตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 มิ.ย. 2019 ได้รับ Diamond Card ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่ให้คุณสามารถเปลี่ยนเครื่องได้ทันทีหากมีปัญหา และการรับประกันแบบ World-Wide ทั่วโลก พร้อมขาตั้งกล้องมูลค่า และประกันทั่วโลก รวมมูลค่า 11,000 บาท

และมีราคาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษจาก AIS และ True เริ่มต้นเพียง 8,990 บาทเท่านั้น

ส่วนรุ่น Oppo Reno 6 GB + 256 GB ราคาเปิดตัว 16,990 บาท ซึ่งถ้าใครจองถึงวันที่ 14 มิถุนายน จะได้รับ Premier Card มูลค่า 5,000 บาท