ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ติดมือถือ
Read More

[บทความ] เมื่อรัฐพยายาม Offline ประชาชน กฎคุมเวลาใช้สมาร์ตโฟนในญี่ปุ่น หวังดีหรือก้าวก่าย ?

ข่าวเล็ก ๆ จากเมืองโทะโยอะเกะ (Toyoake) ในจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ที่เสนอร่างเทศบัญญัติ (กฎหมายหรือข้อกำหนดที่ใช้ในพื้นที่) แนะนำให้ประชาชนจำกัดเวลาการใช้สมาร์ตโฟนเหลือเพียง 2 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมกับการใช้เพื่อทำงานและเรียนหนังสือ กฎข้อนี้ หากอ่านดูเผิน ๆ อาจให้ความรู้สึกของพ่อแม่ที่ห้ามลูกเล่นมือถือ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นในสเกลของเมืองที่มีความหลากหลายทางการใช้ชีวิต และผู้ดูแลขอก้าวขาเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับเชิญจะส่งผลอย่างไร แม้เทศบัญญัตินี้จะไม่มีบทลงโทษ แต่ก็ได้จุดประเด็นคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่าง "ความหวังดี" ของรัฐในการดูแลสุขภาวะของประชาชน กับ "การก้าวก่าย" สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล BT beartai ในฐานะสื่อเทคโนโลยี เราไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเพียงกฎหมายท้องถิ่น แต่เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และสังคมได้อย่างลึกซึ้ง มาอ่านมุมมองของเรากัน ห้ามใช้สมาร์ตโฟน ในวันที่มนุษย์เชื่อมกับเทคฯ เวิร์กไหม ? ร่างเทศบัญญัตินี้ ทำให้เราเห็นว่ามนุษย์กำลังต่อสู้กับเทคโนโลยีที่ตนเองสร้างขึ้น โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจแห่งความสนใจ (Attention Economy) ที่แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในเชิงการสื่อสาร แต่อาจถูกออกแบบมาเพื่อให้เราเสพติด พ่วงมาด้วยมิติของผลกระทบการตลาด การเงิน สุขภาพจิต และอีกมากมาย อัลกอริทึมที่คอยป้อนเนื้อหาไม่รู้จบ การแจ้งเตือนที่กระตุ้นให้เราหยิบมือถือขึ้นมาดูทุก…
05/08/2025

EF (Executive Function) ทักษะสมองจำเป็นของเด็กเจนใหม่

ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส การเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพกลายเป็นความท้าทายอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะทรัพยากรเงิน เวลา จิตใจ และความรู้ พ่อแม่ยุคปัจจุบันอาจกำลังเผชิญกับภาพชินตาของลูกที่ร้องไห้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นเมื่อถูกยึดแท็บเล็ต หรือปัญหาลูกรอคอยไม่เป็น ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และขาดความยืดหยุ่นเมื่อเจอกับเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจ หรือการยืนอยู่บนเส้นแบ่งของความเคารพนับถือในตัวเองกับเพิกเฉยความรู้สึกของผู้อื่น จนเกิดเป็นคำถามและปัญหามากมายในระดับสังคมหรือแม้แต่ประเทศถึงแนวทางการเลี้ยงดูเด็กในโลกยุคใหม่ ปัญหาเหล่านี้มีหลายคำตอบที่ซ่อนอยู่ในคำว่า Executive Function (EF) หรือ "ทักษะสมองส่วนหน้า" ที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก เกี่ยวกับวิธีคิด และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อตัวเด็กในระยะยาว เพื่อให้เด็กที่เกิดมากับเทคโนโลยีพร้อมเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว EF คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ ? Executive Function (EF) คือทักษะของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เหมือน "ผู้บริหาร" คอยกำกับดูแลให้เราสามารถ ควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อให้คนคนหนึ่งสามารถไปเป้าหมายได้สำเร็จ เช่น: ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าช่วงเวลาทองในการพัฒนา EF ที่ดีที่สุดคือ วัย 0-7 ปี หากเด็กมี EF ที่แข็งแกร่ง เขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี มีความยืดหยุ่นทางอารมณ์และความคิด ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคมในอนาคต แต่ในทางกลับกัน เทคโนโลยีที่ทำให้ทุกอย่างง่ายและรวดเร็วทันใจ กำลังบั่นทอนทักษะการรอคอยและความอดทนของเด็กลงอย่างน่าเป็นห่วง เพราะมันลดโอกาสที่สมองจะได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้นั่นเอง…
26/06/2024

Hurry Sickness: รู้ทันอาการหัวร้อน…ทนไม่ไหว รอไม่ได้

เคยไหม? รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา รอคิวอะไรสักอย่างก็รู้สึกหงุดหงิด อยากจะตะโกนใส่คนข้างหน้าว่า "เร็ว ๆ หน่อยสิ !" หรือทำงานอะไรก็รู้สึกเหมือนเวลาไม่พอ รอดู YouTube ก็ต้องกดข้ามโฆษณา พอมาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ดูละคร ก็ทนดูทีละตอนจนจบไม่ไหว ต้องแอบเปิดดูตอนจบ หรือไปหาสปอยล์มาอ่านก่อน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Hurry Sickness" หรือ "โรคทนรอไม่ได้" เป็นสภาวะผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในยุคปัจจุบัน และหลายคนอาจกำลังเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัว ยิ่งใช้คอมฯ ยิ่งเป็น Hurry Sickness “ยิ่งคุณใช้คอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเป็น Hurry Sickness มากเท่านั้น” อ. ธาม เชื้อสถาปนศิริ โรค “ทนรอไม่ได้” หรือ “Hurry Sickness" หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า "หัวร้อน" เป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานาน ไม่ใช่โรคทางจิตเวช อาการคล้าย “โรคสมาธิสั้น” แต่ไม่ใช่สมาธิสั้น โดยบุคคลที่เป็น Hurry Sickness นั้น มักจะมีอาการใจร้อน หงุดหงิด…
23/05/2024

Digital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน

“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…
08/05/2024

Screen Time กับเครื่องมือช่วยป้องกันอาการติดจอ

Screen Time คือเวลาในแต่ละวันที่ผู้คนใช้ไปกับหน้าจอสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่ง Screen Time ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพได้ด้วยนะ เคยสำรวจตัวเองกันไหมว่า ทุกวันนี้คุณใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละกี่ชั่วโมง ? จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566 โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล การดูข่าวสาร หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากใช้หรือ 'ติดจอ' มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้  อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังติดจอ ได้แก่ ห้ามใจจากจอไม่ได้​ เรามีเครื่องมือง่าย ๆ​ มาช่วยจัดการ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยจัดสรรเวลาในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบเชิงลบของการใช้เทคโนโลยีมีมากมาย เรามีเทคนิคที่ช่วยจัดการเวลาหน้าจอของคุณ ดังต่อไปนี้ To-Do List Apps การใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) เป็นวิธีที่ดีในการจัดการเวลา โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถลิสต์งานที่ต้องทำ กำหนดเวลา และติดตามความคืบหน้าได้อย่างง่ายดาย เช่น Todoist, Microsoft…
09/04/2024

Fear of Switching Off (FOSO) อาการทาสมือถือ

ความกลัวของคนยุคใหม่ ที่หยุดก็เหมือนไม่ได้หยุด เพราะต้องเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลา! 
11/04/2023

เล่นมือถือก่อนนอนอย่างไรให้กระทบการนอนน้อยที่สุด?

มือถือหรือสมาร์ตโฟนเป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในยุคดิจิทัล สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่หยิบจับในตอนเช้าและสิ่งสุดท้ายก่อนนอนคือสมาร์ตโฟน ซึ่งข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันยืนยันแล้วว่าการเล่นหรือใช้สมาร์ตโฟนมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายด้าน แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นมือถือก่อนนอนก็ยังคงเป็นเหมือนพิธีกรรมทางศาสนาที่ผู้คนซึ่งศรัทธาในการเล่นมือถือยังคงทำอยู่ทุกคืน การใช้มือถือก่อนนอนสามารถนำไปสู่พฤติกรรมและปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น นอนน้อย นอนไม่พอ หลับไม่สนิท พัฒนาเป็นโรคนอนไม่หลับ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน ปัญหาเรื่องสายตา ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนพบว่าการใช้สมาร์ตโฟนยังสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างโรคเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ด้วย แต่ Hack for Health รู้ว่าคุณคงไม่อยากเลิกเล่นมือถือก่อนนอนเป็นแน่ เพราะบางครั้งการใช้สมาร์ตโฟนก็เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่จะผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้กับสมองของคุณ เพราะฉะนั้น เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ในการเล่นมือถือก่อนนอนที่อาจช่วยเซฟสุขภาพและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจตามมา วิธีเล่นมือถือก่อนนอนแบบความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าการใช้สมาร์ตโฟนก่อนนอนจะไม่ได้ทำให้คุณเจ็บป่วยได้โดยตรง แต่ผลลัพธ์ทางอ้อมก็สามารถเกิดได้ ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของพฤติกรรมนี้ได้ 1. ใช้โหมดกลางคืน Night Mode / Night Shift / Anti Blue Light เป็นฟังก์ชันที่มาพร้อมกับสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนคลื่นของแสงหน้าจอที่ส่งออกมาให้เหมาะกับการใช้งานในตอนกลางคืนมากขึ้นโดยจะช่วยลดผลกระทบจากแสงสีฟ้าที่ส่งออกมาตลอดการใช้งานมือถือขณะที่ไม่ได้เปิดโหมดกลางคืน จากข้อมูลพบว่าแสงสีฟ้าจากจอมือถืออาจทำให้สมองตื่นตัวและนอนหลับได้ยากหรือหลับไม่สนิท เพราะแสงสีฟ้าเป็นแสงที่มีอยู่ในแสงแดด ซึ่งช่วยให้สมองเรารับรู้ว่าเป็นตอนกลางวันที่เป็นช่วงเวลาทำงาน โดยเชื่อกันว่าการได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอในเวลากลางคืนส่งผลให้สมองเข้าใจผิดว่าเป็นตอนกลางวันและทำงานเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง การเปลี่ยนมาใช้โหมดกลางคืนในช่วงก่อนนอนจึงอาจช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรืออาจช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้นได้ 2. เล่นมือถือได้ แต่ต้องไม่กระทบตารางการนอน…
16/01/2023

เด็กติดมือถือ… เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่ว่าใครก็เข้าถึงสมาร์ตโฟนได้ แม้แต่เด็ก ๆ การให้ลูกเล่นมือถือคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายบ้านเคยทำ อาจเพื่อความสนุกของเด็ก บ้างก็เปิดวิดีโอสอนภาษาให้เด็กดู แต่หลายครั้งที่เราเห็นผู้ปกครองใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงเด็ก จนเด็กติดมือถือ โดยขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปัญหาเด็กติดมือถือจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเด็กเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมติดมือถือนำไปสู่ปัญหาพัฒนาการในเด็ก มากแค่ไหนถึงเรียกติดมือถือ? จากสถิติปัจจุบันพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับมือถือเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน หรือมากสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน หากเกินกว่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการใช้มือถือมากเกินไป นอกจากเรื่องเวลาแล้ว หากเด็กเริ่มไม่สนใจเรียน ทำกิจกรรมอื่นน้อยลง ใช้เวลากับมือถือมากขึ้น โมโหหรืองอแงเมื่อไม่ให้เล่นมือถือ ปวดหัว ปวดคอ หรือมีปัญหาด้านการนอนหลับก็เรียกว่าติดมือถือได้แล้ว  เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กติดมือถือ? การให้เด็กเล่นมือถือเพียงครั้งคราวไม่ได้ส่งผลเสียที่น่ากังวลใจ แต่เมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดมือถือและใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในด้านต่อไปนี้ได้ พัฒนาการช้า การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือวันละหลายชั่วโมงเป็นการปิดกั้นเด็กจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรได้ทำตามช่วงวัย อย่างการออกไปวิ่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน และการเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเด็ก โดยผลลัพธ์ของพัฒนาการที่ช้าลงพบได้ดังนี้ อาการสมาธิสั้น เราได้ยินกันมานานว่าพฤติกรรมติดมือถือทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมติดมือถือยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ แต่หากสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังจนเป็นความเคยชินอาจส่งผลเสียที่รุนแรงให้กับตัวเด็กตั้งแต่ช่วงอายุนั้นดังกล่าวจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จากการสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลาย 2,500…
21/03/2022

Digtial Detox คืออะไร? ทำไมถึงมีประโยชน์? และทำยังไงถึงจะได้ผล?

Digital Detox (ดิจิทัลดีท็อกซ์) เป็นการบำบัดการเสพติดเทคโนโลยีหรือโซเชียลมีเดีย โดยการงดเว้นการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน สมาร์ตทีวี คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตต่าง ๆ ซึ่งการบำบัดนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้เราสามารถกลับมาโฟกัสที่การปฎิสัมพันธ์กับคนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวโดยไม่ถูกเทคโนโลยีเหล่านี้รบกวน การหยุดใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้ (แม้จะแค่ในระยะสั้น) จะทำให้ความเครียดที่ต้นเหตุมาจากการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา (Contant Connectivity) นั้นลดลง แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าดิจิทัลดีท็อกซ์นั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ ลองมาดูถึงประโยชน์ของมันและขั้นตอนการทำดิจิทัลดีท็อกว่าต้องทำยังไงบ้างกันก่อน เหตุผลในการทำ Digital Detox การเชื่อมต่อออนไลน์นั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของหลายคน ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อโควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานให้ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากงานวิจัยของ Nielsen Company บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสัญชาติอเมริกันบอกว่าโดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันในวัยทำงานนั้นจะใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงต่อวันในการ ฟัง ดู อ่าน และมีปฏิสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับมีเดีย ส่วนในเมืองไทยเองสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า - ETDA) ก็ได้สรุปข้อมูลว่าคนไทยนั้นเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยประมาณ 11 ชั่วโมงกับ 25 นาทีต่อวันในปี 2021 (เพิ่มจากปี 2013 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 36 นาที…

PR Partners

See All
Read More

แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”

งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ
17/04/2026

หัวเว่ย คลาวด์ เร่งขับเคลื่อนการใช้งาน AI ในภาครัฐไทย โชว์ความสำเร็จในการยกระดับบริการสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

หัวเว่ย คลาวด์ เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ในการยกระดับบริการสาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการกำกับดูแล และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ภายในงาน Huawei Cloud AI Boost Day - Thailand 2026 ล่าสุด หน่วยงานภาครัฐชั้นนำ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมแบ่งปันกรณีศึกษาความสำเร็จในการนำ AI บน หัวเว่ย คลาวด์ ไปใช้งานจริง เพื่อรับมือกับความท้าทายเชิงปฏิบัติการที่ซับซ้อน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับภาครัฐและประชาชน จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง: เนคเทค ขับเคลื่อน AI ภาษาไทยสู่ภาคปฏิบัติ ในฐานะองค์กรวิจัยชั้นนำของประเทศ เนคเทค ได้นำเสนอความเชี่ยวชาญด้าน AI และการประมวลผลภาษาไทยที่สั่งสมมากว่า 20 ปี โดยสามารถต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริงผ่าน หัวเว่ย คลาวด์ ด้วยโซลูชัน “PartiNote” แพลตฟอร์ม AI…
16/04/2026

เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว

16 เมษายน 2569 – จบลงอย่างคึกคักสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยี Mobility Data และ AI Autonomous Network วิเคราะห์พฤติกรรมมหาชนแบบเรียลไทม์ พบเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ : คนกรุงมุ่งหน้าสู่เมืองรองภาคอีสานพุ่งกระฉูด ขณะที่ Soft Power ไทยยังขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ปรากฏการณ์ “อีสานฟีเวอร์” : แชมป์จุดหมายปลายทางปี 69 ข้อมูลจาก Mobility Data ในช่วง 11–15 เมษายน ระบุว่าปีนี้ 15.5% ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 4.5% ของภาคตะวันออกนิยมเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กลายเป็นฮอตสปอตอันดับหนึ่ง จีนเบอร์ 1 เที่ยวไทย ส่วนคนไทยหนีร้อนไปจีน กระแสสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติ (Inbound Roamer) ให้เติบโตขึ้น…
solar cell huawei ion energy x supalai
16/04/2026

Huawei x ศุภาลัย x ION Energy ปฏิวัติวงการบ้านโซลาร์ ชูสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท

หมดความกังวลเรื่องค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน หรือความยุ่งยากในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ! เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่ Huawei Digital Power, บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ ION Energy จับมือกันเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ากว่าเดิม ภายใต้เป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้บ้านศุภาลัยกว่า 1,500 หลัง ภายใน 3 ปี เจาะลึกความคุ้มค่า "Solar Package" เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกบ้านศุภาลัย แพ็กเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของคนอยากติดโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ โดยมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่ามาตรฐานตลาด: ไฮไลต์เด็ด: ติดโซลาร์วันนี้ รัฐช่วยจ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี มาตรการรัฐเปิดทางให้คุณนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้แบบจัดเต็ม Huawei ตอกย้ำว่าระบบโซลาร์ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและมาตรฐานอุปกรณ์ระดับโลก เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ทางศุภาลัยมุ่งเปลี่ยนโซลาร์รูฟท็อปให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่จับต้องได้จริง ปลดล็อกความกังวลของลูกบ้านด้วยแพ็กเกจที่มั่นใจได้ และ ION Energy ได้ทลายความซับซ้อนด้วยบริการที่ง่าย รวดเร็ว พร้อมเดินสาย Roadshow ตามโครงการศุภาลัยทั่วประเทศเพื่อให้คำปรึกษา ทางกบ้านศุภาลัยที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน…