Tags
| สิ่งแวดล้อม
16/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 24 days ago
ค่าซ่อมครึ่งราคาเครื่อง “ซื้อใหม่คุ้มกว่า” : ความบังเอิญ หรือความตั้งใจของแบรนด์มือถือ ?
เชื่อว่าหลายคนเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันครับ เมื่อมือถือหน้าจอแตก หรือแค่แบตเตอรี่เสื่อม แต่พอเดินเข้าศูนย์บริการไปเช็กราคาซ่อม กลับต้องอึ้งกับตัวเลขที่เกือบซื้อเครื่องใหม่ได้ หรือได้รับคำตอบสั้น ๆ ว่า "รุ่นนี้ซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเครื่องเท่านั้น" ความรู้สึกเสียดายของและความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือกลไกที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ใช่แค่พัง แต่ถูกสั่งให้ "หมดอายุขัย" เบื้องหลังความซ่อมยากนี้มีศัพท์ทางเทคนิคที่เรียกว่า Planned Obsolescence หรือการวางแผนให้สินค้ามีอายุการใช้งานจำกัด เพื่อบีบให้ผู้บริโภคทิ้งของเก่าแล้วซื้อของใหม่เร็วขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจแบบเดิมที่เรียกว่า Linear Economy ที่ยึดหลัก "สกัดทรัพยากร-ผลิต-ใช้-ทิ้ง" เน้นทำกำไรจากการปั๊มยอดขายให้มากที่สุด โดยทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้เบื้องหลังกว่า 62 ล้านตันต่อปี และมีการรีไซเคิลอย่างถูกต้องไม่ถึง 20% เท่านั้น ชำแหละ 6 กลยุทธ์ "จำกัดการซ่อม" ที่คนซื้อต้องรู้ทัน ทางกลุ่ม Repair Community Thailand ได้วิเคราะห์กลยุทธ์ที่แบรนด์มักใช้เพื่อทำให้การซ่อมแซมกลายเป็นเรื่องไกลตัว ดังนี้ครับ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Software Lock หรือ Part Pairing ซึ่งเป็นการล็อกรหัสอะไหล่เข้ากับตัวเครื่องผ่านซอฟต์แวร์ ต่อให้เราหาอะไหล่แท้จากเครื่องอื่นมาเปลี่ยนเองได้ ระบบก็อาจจะไม่ยอมให้เครื่องทำงานอยู่ดี Right to Repair…25/11/2025
พัทยาแพตช์ใหม่ น่าเที่ยว น่าอยู่ และยั่งยืนกว่าเดิม
ภาพจำของพัทยาสำหรับคนไทยและต่างชาติอาจเป็นภาพเมืองท่องเที่ยวชายทะเลและแสงสียามค่ำคืน แต่ปัจจุบันพัทยากำลังอัปแพตช์ใหม่ ปรับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ซึ่งทาง BT beartai ได้ไปบุกถึงถิ่นพัทยา และบอกได้เลยว่า 'พัทยาเปลี่ยนไปแล้ว' สิ่งที่มาพร้อมความเจริญและการเติบโตทางเศรษฐกิจ คงที่ไม่ผลปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ยิ่งสถานะการเป็นเมืองท่องเที่ยวของพัทยา ทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีขยะสูงถึง 500-600 ตันต่อวัน เมื่อเทียบปริมาณขยะต่อพื้นที่ตารางกิโลเมตรแล้ว ถือว่าหนาแน่นกว่ากรุงเทพมหานครด้วยซ้ำ แต่ภาพที่ BT beartai ได้ไปเห็นกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะสภาพแวดล้อมของพื้นที่ส่วนใหญ่ของพัทยากลับดูสะอาดตาแบบไม่น่าเชื่อ ยิ่งเทียบกับภาพของนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านและเศรษฐกิจที่คึกคักผ่าน วอล์กกิงสตรีต และร้านค้าต่าง ๆ ยิ่งแลนด์มาร์กสำคัญอย่างชายหาดพัทยาตั้งแต่เหนือ กลาง จรดพัทยาใต้ หากลองเดินดูจะเห็นทางเท้าที่ปูเรียบเสมอ เดินได้ง่าย และถังขยะแยกประเภทที่วางไว้ถี่พอ ๆ กับเสาไฟฟ้า LED ที่เมืองพัทยาเพิ่งเปลี่ยนไปใหม่ ชวนให้เราสงสัยถึงนโยบายและการจัดการปัญหาขยะ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้ว่ามนุษย์เป็นผู้ผลิตขยะให้กับโลกนี้ และเรากำลังเผชิญกับภาวะสิ่งแวดล้อมในระดับวิกฤต แต่เมืองคนต้องกินต้องใช้ เมืองต้องโต สิ่งที่เราทำได้ คือจัดการกับสิ่งที่เราก่อให้ได้ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพที่สุด พัทยา กับภารกิจแก้ปัญหาขยะล้นเมือง Pattaya Go Green หนึ่งในนโยนบายของเมืองพัทยา ภายใต้การนำของ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 166 days ago
Read More05/11/2025
สยามพิวรรธน์สร้างมาตรฐานใหม่ค้าปลีกไทย ! ประกาศชดเชยคาร์บอน 100% ครบทุกพื้นที่ในเครือเป็นรายแรก
ในยุคที่ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "ใบอนุญาต" สู่การดำเนินธุรกิจแห่งอนาคต กลุ่มสยามพิวรรธน์ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญในวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการประกาศความสำเร็จในการเป็นผู้ประกอบการศูนย์การค้าและศูนย์ประชุม "รายแรกของไทย" ที่ได้รับการรับรองเครื่องหมาย การชดเชยคาร์บอน 100% (Carbon Offset & Carbon Neutral) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่ครอบคลุม "ทุกตารางนิ้ว" ของอาณาจักรในเครือ ทั้ง 5 ศูนย์การค้า (สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, ไอคอนสยาม, ไอซีเอส) 2 ศูนย์ประชุม (พารากอน ฮอลล์, ไอคอนสยาม ฮอลล์) และอาคารสำนักงาน สำหรับการดำเนินงานในขอบเขตที่ 1 และ 2 รอบปี 2567 นี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การเดินหน้าสู่ Net Zero ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญาระยะไกล แต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำ "เดี๋ยวนี้" เบื้องหลังความสำเร็จ : จับมือ "อินโนพาวเวอร์"…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 186 days ago
Read More26/09/2025
แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น
ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 226 days ago
Read More28/08/2025
AI Data Center สมองกลที่หิวโหยพลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | Tech Horizon
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ตั้งแต่การถามคำถามกับ ChatGPT, การสร้างภาพด้วย Midjourney ไปจนถึงระบบแนะนำคอนเทนต์บนสมาร์ตโฟน สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นในสมองกลที่เรียกว่า AI Data Center ที่อาจอยู่ห่างไกลจากเราออกไปหลายร้อยหลายพันกิโลเมตร แม้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะสร้างความสะดวกให้กับมวลมนุษยชาติ และเพิ่มอัตราการเร่งของเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่การทำงานของมันกลับแลกมาด้วยหลายสิ่งอย่าง นอกเหนือจากค่า Subscription รายเดือน เบื้องหลังความฉับไวและฉลาดของ AI คือ Data Center หรือศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา ที่เป็นโรงงานแห่งยุคดิจิทัล ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ซึ่งกำลังใช้ทรัพยากรโลกอย่างมหาศาล AI Data Center โรงงานที่หิวพลังงานตลอดเวลา ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Data Center ทั่วไปกับ AI Data Center คือลักษณะการทำงาน Data Center แบบดั้งเดิมอาจเปรียบได้กับห้องสมุด ที่เน้นการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูล ซึ่งใช้พลังงานเป็นช่วง ๆ แต่ AI Data Center จะเหมือนกับห้องทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ที่กำลังคำนวณปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดในโลกไปพร้อม ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 255 days ago
Read More10/06/2025
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มแตกออกจากกัน อาจกระทบเพนกวิน 2 ล้านตัว
ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ที่น่าทึ่งได้เปิดเผยว่า A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน กำลังเริ่มแตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับพันชิ้น หลังจากที่มันติดอยู่ใกล้กับเกาะที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี กว่าที่ภูเขาน้ำแข็งมหึมานี้จะละลายหายไปทั้งหมด การเดินทางอันยาวนานของ A23a "ภูเขาน้ำแข็งมหึมา" A23a มีฉายาว่า "เมกะเบิร์ก" (Megaberg) ปัจจุบันมีพื้นที่ผิวประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเกาะลองไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้แตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์-รอนเน (Filchner-Ronne Ice Shelf) ตั้งแต่ปี 1986 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ส่วนใต้น้ำของมันก็ได้เกยเข้ากับพื้นทะเล ทำให้มันติดอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2023 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็หลุดเป็นอิสระและเริ่มเคลื่อนที่ออกจากทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา A23a ครองตำแหน่ง "ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก" อยู่หลายครั้งสลับกับภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ๆ และกลับมาครองตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2023 ในช่วงต้นปี 2024 การเดินทางของ A23a ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อเข้าไปติดอยู่ในกระแสวนในมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้มันหมุนอยู่กับที่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดออกมาได้ในเดือนธันวาคม 2024 และมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเดรก (Drake Passage) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 334 days ago
Read More02/09/2024
นักวิจัยสิงคโปร์คิดค้นสีที่ทำให้เมืองเย็นลง 1.5 องศาเซลเซียส
เราน่าจะเคยได้ยินเรื่องสีทาบ้านที่ทาแล้วช่วยลดความร้อนกันมาบ้าง แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถทำให้เมืองทั้งเมืองเย็นลงได้ด้วยการทาสี ยิ่งในเขตร้อนชื้น อย่างประเทศไทย และกรุงเทพฯ งานวิจัยนี้ได้ทดลองนำสีชนิดใหม่ที่คิดค้นขึ้นไปทาตามจุดต่าง ๆ ของเมือง อย่างกำแพง หลังคา ถนน และทางเท้า ซึ่งทีมนักวิจัยได้เก็บข้อมูลการไหลเวียนอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และรังสียูวีเป็นเวลากว่า 2 เดือน เปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ที่ทาสีชนิดใหม่ และพื้นที่ที่ไม่ได้ทา จากการสรุปข้อมูลพบว่าพื้นที่ที่ทาสีระบายความร้อนจากสิ่งก่อสร้างได้ดีกว่าพื้นที่ที่ไม่ทาสีถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดอุณหภูมิได้มากสุด 2 องศาเซลเซียสในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน เมื่อเทียบหลังคาปกติ กับหลังคาที่ทาสีชนิดนี้ พบว่าหลังคาที่ทาสีชนิดนี้สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และสะสมความร้อนลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน โดยสิ่งที่ทีมนักวิจัยได้ใส่เข้าไปในสีชนิดนี้ คือสารเคมีที่ช่วยสะท้อนความร้อน ซึ่งช่วยให้พื้นที่เมืองเหมาะกับการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากขึ้น งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกในโลกที่มีการทดสอบให้เห็นชัดเจน ว่าสีทาภายนอกสามารถช่วยลดอุณหภูมิของอาคารและพื้นที่ต่าง ๆ ได้จริง ซึ่งการใช้สีกลุ่มนี้ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่อาจช่วยให้ที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเมืองน่าอยู่มากขึ้น ท่ามกลางภาวะโลกเดือดที่รุนแรงมากขึ้นทุกวันภูษิต เรืองอุดมกิจ | 615 days ago
Read More14/08/2024
นักวิจัยเตือน ‘มีม (meme)’ ที่มากเกินไป และการตอบเมลแบบ ‘reply all’ ส่งผลเสียต่อสภาพอากาศโลก !
ล่าสุดนักวิจัยค้นพบว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ที่เก็บในคลาวด์นั้นเป็น 'ข้อมูลดำมืด (dark data)' ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วไม่เคยมีการใช้งานอีกเลย นั่นหมายความว่า มีมและมุกตลกทั้งหลายที่เราสร้างมาจนมากเกินไปและใช้กันภายในกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวเพียงไม่กี่ครั้งกำลังถูกเก็บอยู่ในศูนย์ข้อมูลและทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลเสียต่อสภาพอากาศโลกภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 634 days ago
Read More26/06/2024
บางจากจัดงาน ครบรอบ 3 ปี Carbon Markets Club คลับรักษ์โลก โลกเดือดเป็นเรื่องที่ต้องกลัว
ต่างรู้กันอย่างดีว่าในตอนนี้โลกของเราได้ก้าวข้ามจากคำว่า 'โลกร้อน' เป็น 'โลกเดือด' แล้วในตอนนี้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เกิดภัยธรรมชาติ บางจากจึงได้จัดงาน ครบรอบ 3 ปี Carbon Markets Club ชวนรุก รับ ปรับตัว รับมือยุคโลกเดือด ในงาน “READY, SET, NET ZERO” มาสร้างองค์ความรู้เพื่อองค์กร และประชาชนตระหนักรู้เรื่อง Net Zeroวรัญญู คงชัย | 683 days ago
Read More14/06/2024
BDMS ตั้งเป้าครึ่งปีหลัง ขับเคลื่อน 6 กลยุทธ์ พัฒนาต่อเนื่องสู่ความยั่งยืนทางการแพทย์
หลังจากที่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้รับการจัดอันดับความยั่งยืนดัชนี DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) หรือดัชนีชี้วัดความยั่งยืนของดาวโจนส์ ประจำปี 2566 ให้เป็นที่ 1 ด้านความยั่งยืนของโลก (DJSI WORLD) และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเลิศ ผ่านแนวคิด ESG ได้แก่ มิติสิ่งแวดล้อม (Environment) มิติสังคม (Social) และมิติเศรษฐกิจ (Governance) ในครึ่งปีแรก BDMS ได้พัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกด้าน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่ดำเนินธุรกิจทางการแพทย์คาร์บอนต่ำอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม BDMS Green Healthcare ส่วนมิติสังคม (Social) ได้มีการส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในสังคม ได้แก่ การจัดอบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 695 days ago
Read More02/04/2024
Billie Eilish โจมตีศิลปินปั๊มแผ่นเสียงหลายเวอร์ชันทำลายสิ่งแวดล้อม เจ้าตัวโต้ไม่ได้เจาะจงใคร (รวมทั้ง Taylor Swift ด้วย)
บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) โจมตีศิลปินผลิตแผ่นเสียงต่างเวอร์ชัน หวังโกยกำไรแต่ทำลายสิ่งแวดล้อม เจ้าตัวโต้ไม่ได้เจาจงใครเป็นพิเศษ (รวมทั้ง Taylor Swift ด้วย)ประภาส อยู่เย็น | 768 days ago
Read More15/02/2024
BDMS คว้าที่ 1 ของโลก! ดัชนีความยั่งยืน DJSI ในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ เครือแรก และเครือเดียวในเอเชีย-แปซิฟิก
BDMS หรือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คว้าดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) ประจำปี 2023 โดยติดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มบริการทางการแพทย์จาก 161 กลุ่ม ยกระดับบริการทางการแพทย์ของไทยไปอีกขั้น DJSI เป็นดัชนีความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อในระดับสากล โดยอิงดัชนีความยั่งยืนตามหลัก E-S-G “ก่อนหน้านี้ BDMS เคยได้รับมาตรฐานความยั่งยืน TSHI (Thailand Sustainability Investment) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาแล้ว แต่ DJSI เป็นก้าวใหม่ที่ทั้งสำคัญ และท้าทายสำหรับ BDMS” พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ หรือ ‘คุณหมอปุย’ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS กล่าว เพราะในช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่จะได้รับดัชนี DJSI ทาง BDMS พบว่าในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ ทั้งในไทย และในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังไม่มีเครือบริษัทไหนเคยผ่านดัชนีนี้มาก่อน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ ศักยภาพ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 815 days ago
Read More17/01/2024
ผิวสวยแล้ว โลกขอสวยบ้าง แผ่นมาสก์แบบใหม่เพิ่มการบำรุงผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม
การมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์เป็นขั้นตอนการบำรุงผิวที่ดีวิธีหนึ่ง คนที่ดูแลผิวก็ต้องใช้มาสก์อยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาจากเยื่อกระดาษผสมพลาสติกที่สามารถกักเก็บสารบำรุงผิว และบรรจุอยู่ในซองพลาสติกอีกทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ แน่นอนว่าแผ่นมาสก์ และซองใส่แผ่นมาสก์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะต้องกลายเป็นขยะ หากทิ้งไม่ถูกที่ก็อาจกำจัดได้ยาก และปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมของโลกเรา จากข้อมูลแผ่นมาสก์เหล่านี้ถูกผลิตราว 120,000 ล้านชิ้น/ปีเลยทีเดียว ACS Applied Materials & Interfaces ได้คิดค้นแผ่นมาสก์แบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี และมีคุณสมบัติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าแผ่นมาสก์แบบเดิม โดยนักวิจัยได้ผลิตแผ่นมาสก์หน้าจาก PLA หรือ โพลีแลกติกแอซิด (Polylactic acid) ที่สกัดจากพืช ซึ่งเป็นวัสดุที่กำลังได้รับความนิยมในวงการสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติคล้ายกับพลาสติก แต่เป็นมิตรกับโลกมากกว่า หนึ่งในนั้น คือ สามารถย่อยสลายได้ และกันน้ำได้ โดยนักวิจัยได้ใช้เจลาตินผสมกับสารบำรุงผิวยอดนิยม อย่างไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyluronic acid) ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยบำรุงผิว ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ผสานเข้ากับแผ่นมาสก์ PLA และใช้เทคนิคในเชิงวิศวกรรมสร้างเส้นใย และไมโครสเฟียร์ (รูปแบบการกักเก็บ และปล่อยสารบำรุง) ที่ด้านนอกของแผ่นมาสก์ แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับเซลล์ทดลอง และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ข้อแรก: หากแผ่นมาสก์ไม่ได้สัมผัสกับผิวหนัง ความชุ่มชื้นในแผ่นมาสก์จะไม่รั่วไหลออกจากแผ่นมาสก์เลย ข้อสอง: การใช้แผ่นมาสก์ที่ถูกใช้วิธีกักเก็บแบบไมโครสเฟียร์จะทำให้ความชุ่มชื้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 844 days ago
Read More12/11/2023
Apple ยืนยัน ‘ไม่ขึ้นราคาสินค้า’ จากเป้าหมายที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมแน่!
ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า Apple เป็นแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่โฆษณาถึงความพยายามในการรักษาและพัฒนานวัตกรรมที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมออกมามากที่สุด โดยในปี 2030 (อีก 7 ปีข้างหน้า) Apple มีเป้าหมายที่จะเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) แบบ 100% และล่าสุด Apple ก็ออกมาบอกว่าจะไม่มีการขึ้นราคาสินค้าจากความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมแน่นอนภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 911 days ago
Read More09/10/2023
Yindii ยินดี แอปพลิเคชันสั่ง ‘อาหารเหลือ’ คุณภาพดีที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อโลกมากกว่า
ในแต่ละปีมีอาหารเหลือทิ้งทั่วโลกถึง 1,300 ล้านตัน ซึ่งขยะอาหารเป็นหนึ่งในขยะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะเวลาอาหารเหลือทิ้งมีจำนวนมากหรือถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดก๊าซมีเทนจากการเน่าเสีย และเร่งให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม Yindii - ยินดี แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี ‘อาหารเหลือ’ ฝีมือคนไทยที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกออเดอร์ที่สั่งเป็นมิตรต่อโลกใบนี้ และลดปริมาณของขยะอาหารจากอาหารเหลือทิ้ง แอปพลิเคชัน Yindii อาหารเหลือที่มีมูลค่ามากกว่าอาหารปกติ แม้จะใช้คำว่าอาหารเหลือ แต่ไม่ใช่เศษอาหารจากจานคนอื่นแน่นอน แอปพลิเคชันยินดีได้รวบรวมพาร์ตเนอร์ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน ทั้งรายใหญ่รายย่อยเพื่อจำหน่ายอาหารเหลือในสต็อกที่ยังมีรสชาติและคุณภาพดีส่งต่อให้แก่ผู้ใช้ในราคาที่ถูกลง 50–70 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นการช่วยลดปัญหาขยะอาหารอีกด้วย โดยพาร์ตเนอร์ที่คุณต้องรู้จัก เช่น S&P, The Coffee Club, Bonjour, Brix ร้านอาหารจากโรงแรมชื่อดัง อย่าง Grand Hyatt, Centara Grand และ Dusit Hotel & Resorts นอกจากนี้ ยังมีพาร์ตเนอร์รายย่อยอีกหลายเจ้าให้คุณได้เลือกซื้อ อาหารเหลือเหล่านี้มีคุณค่าและคุณภาพไม่ต่างจากอาหารที่จำหน่ายหน้าร้าน แอปพลิเคชันยินดีเป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ช่วยจำหน่ายอาหารเหลือเหล่านี้ไม่ให้เหลือทิ้งจากการจำหน่ายผ่านทางหน้าร้านในแต่ละวันด้วยมาตรฐานนโยบายของร้านอาหารยุคใหม่ที่เน้นการปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยนอกจากคุณค่าของอาหารที่ไม่ต่างกันแล้ว การเลือกซื้ออาหารเหลือจะช่วยให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชะลอปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะอาหารด้วย อาหารเหล่านี้จึงมีคุณค่าทางด้านจิตใจที่สูงกว่า โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการเลือกทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลกส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ ช่วยให้คุณตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง อารมณ์ดี และรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความต่างระหว่างแอปพลิเคชัน Yindii…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 944 days ago
Read More14/09/2023
ฝรั่งเศสเตรียมแบนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หวังลดผู้สูบหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา สาธารณสุขและสังคมทั่วโลกถูกปกคลุมไปด้วยไอน้ำจากบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องมือที่เคยถูกเชื่อว่าเป็นตัวช่วยในการเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเลิกสูบบุหรี่มวน แต่มาติดการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน ด้วยความเชื่อที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน ซึ่งอาจจะจริง เพราะแม้จะมีสารก่อมะเร็งและทำให้เสพติดได้เหมือนกัน เพียงแค่บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีคาร์บอนมอนอกไซด์ สารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันไม่ส่งผลเสียสุขภาพ ด้วยกลิ่นและรสชาติของบุหรี่ไฟฟ้าที่คุณสามารถเลือกได้ไม่ต่างจากไอศกรีม เช่น มินต์ แอพริคอต แอปเปิล องุ่น ช็อกโกแลต ไปจนถึงมาร์ชเมลโลส่งผลให้มันเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ไม่นับรวมความอยากรู้อยากลองตามช่วงวัย ไปจนถึงการสร้างตัวตนท่ามกลางสังคมของคนวัยเดียวกัน Alliance Against Tobacco (ACT) หรือกลุ่มพันธมิตรต่อต้านยาสูบเผยผลสำรวจที่เก็บจากเด็กอายุ 13–16 ปี พบว่ากว่า 13 เปอร์เซ็นต์ของเด็กกลุ่มนี้เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งอย่างน้อย 1 ครั้ง และเคยลองครั้งแรกเมื่ออายุ 11–12 ปี บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable e-cigarrete): บุหรี่ที่มีแบตเตอรี่ภายในตัว และใช้วิธีกลั่นไอน้ำแทนการเผาไหม้แบบบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งมีจำนวนครั้งในการสูบที่จำกัด ไม่สามารถเติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหรือสารนิโคตินได้ กฎหมายของฝรั่งเศสผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่สามารถซื้อบุหรี่และบุหรี่ได้เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่สถานการณ์ในความเป็นจริง เด็กและวัยรุ่นมักหาช่องทางต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงบุหรี่ในทุกรูปแบบ และผลสำรวจของ ACT ก็พบว่าผู้ขายหลายรายไม่ได้ขอบัตรประชาชนหรือสิ่งที่จะยืนยันอายุของคนซื้อ นอกจากปัญหาทางด้านสังคมและสุขภาพแล้ว…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 969 days ago
Read MorePR Partners
See All08/05/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
จากจอสู่จาน ! “Hidden Taste Thailand” ปรากฏการณ์ใหม่ของเมืองไทย รายการแข่งทำอาหารที่ผู้ชมจะได้ “ชิม” ของจริง เริ่มตอนแรก 10 พ.ค. นี้ ทาง True4U
วงการ Food Reality ในประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะจะไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับให้คนดูรับชมภาพที่น่ากินเท่านั้น แต่คนดูจะสามารถรับประสบการณ์ความอร่อยได้จริง กับรายการ “Hidden Taste Thailand Presented by Lotus’s” รายการแข่งขันทำอาหารฟอร์แมตใหม่ล่าสุดที่ชูคอนเซปต์ “จากจอสู่จาน” สร้างปรากฏการณ์ให้ผู้ชมสามารถเดินไปซื้อเมนูที่เพิ่งเห็นในรายการมากินได้ทันทีที่ Lotus’s ทุกสาขา ความน่าสนใจของรายการนี้อยู่ที่การเปิดกว้างสำหรับผู้เข้าแข่งขันกว่า 100 คน ที่มาจากทุกสารทิศ ตั้งแต่เชฟมืออาชีพที่มีดีกรีระดับร้านอาหารชื่อดัง ฟูดอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน ไปจนถึงคนธรรมดาที่มีใจรักในการปรุงอาหารและมีสูตรลับเฉพาะตัวที่สืบทอดกันมา ทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกภายใต้มาตรฐานเชฟตัวจริง เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะคว้าเงินรางวัลสูงถึง 1,000,000 บาท และโอกาสสำคัญในการทำให้อาหารจานนั้นมาเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายทั่วประเทศ07/05/2026
พลิกโฉมวงการเกม ! Radian Arc, Blacknut และ TrueID เปิดตัว Android Cloud Gaming ในไทย ภายใต้แบรนด์ “TrueID Game hub”
Radian Arc บริษัทในเครือ Submer Group ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ TrueID ภายใต้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย และ Blacknut แพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิงชั้นนำระดับโลก เพื่อเปิดตัวบริการคลาวด์เกมมิงบนระบบปฏิบัติการ Android ทั่วประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ TrueID Game hub บริการดังกล่าวจะช่วยให้สมาชิก TrueID หลายล้านรายสามารถสตรีมและเล่นเกม Android ระดับพรีเมียมที่หลากหลายได้ทันทีผ่านสมาร์ตโฟนและกล่องรับสัญญาณ (Set-Top-Boxes) โดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์เกมราคาแพงหรือเสียเวลาดาวน์โหลด ด้วยประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์ม GPU Edge ของ Radian Arc บริการนี้พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมคุณภาพระดับคอนโซลผ่านโครงสร้างพื้นฐาน GPU ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมมีความหน่วงต่ำ (Low-latency) และได้รับการปรับปรุงให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนระบบนิเวศ 5G ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Blacknut รับหน้าที่จัดสรรคลังรายชื่อเกมระดับพรีเมียมที่พร้อมให้เข้าถึงได้ทันทีจากทุกอุปกรณ์ “ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างเครือข่าย 5G ที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความร่วมมือในครั้งนี้ได้นำโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมาใช้งานในรูปแบบที่ส่งผลดีต่อผู้บริโภคโดยตรง” เดวิด คุก (David Cook),…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 days ago
Read More06/05/2026
ทรู ตัดวงจรสแกมเมอร์ คุมสัญญาณชายแดนไทย-ลาว พร้อมอัปเน็ตในพื้นที่ริมโขง เตรียมรับ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ในโลกที่การสื่อสารกลายเป็นดาบสองคม “สัญญาณโทรศัพท์” ตามตะเข็บชายแดนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความแรงเท่านั้น แต่คือเรื่องของ “ความแม่นยำ” ด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเดินหน้าภารกิจที่ต้องรักษาสมดุลอย่างสุดฝีมือเด็ดปีกสแกมเมอร์ข้ามชาติ แต่ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกดิจิทัล ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยช่องโหว่จากสัญญาณข้ามพรมแดนเป็นโจทย์ใหญ่ที่เรื้อรังมานาน ล่าสุด ทรูฯ ภายใต้การนำของทีมผู้บริหารด้านเครือข่ายและรัฐกิจสัมพันธ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ทรูเลือกใช้เทคนิค Cell Radius ร่วมกับการปรับจูนพารามิเตอร์เครือข่ายขนานใหญ่ ทั้งการควบคุมทิศทางเสาสัญญาณและกำลังส่ง เพื่อให้สัญญาณดิจิทัลหยุดอยู่แค่ขอบเขตประเทศไทยอย่างแม่นยำ ไม่ล้นทะลักไปยังพื้นที่เสี่ยงที่เป็นฐานปฏิบัติการของมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังของ AI ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้ซิมบ็อกซ์ (Sim Box) ระบบจะเข้าจัดการทันที นี่คือการยกระดับความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีนำหน้าอาชญากรรม ความท้าทายที่ยากกว่าการตัดสัญญาณสแกมเมอร์ คือการทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบ ? เมื่อมาตรการของ กสทช. เข้มงวดขึ้น สัญญาณหลักอาจเข้าถึงได้ยากในบางจุด ทรูจึงแก้เกมด้วยโซลูชัน Small Cell และ Femtocell หรือสถานีฐานขนาดเล็กกว่า 100 จุด กระจายตัวตามชุมชนใน 5 จังหวัดภาคอีสาน (เลย,…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More05/05/2026
AI for All Thais เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนประเทศไทย
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความร่วมมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศในโครงการ “AI for All Thais” ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI ในไทยที่สูงถึง 80,000 คน และความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่เริ่มส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของ GDP อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงมิติต่าง ๆ ของความร่วมมือนี้ ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุค AI-First อย่างเป็นรูปธรรม สูตร 50/50 การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทยแห่งอนาคต คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอวิชันที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างแรงงานในยุค AI โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะต้องเสริมเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ของคนไทยให้ได้ถึง 12 ล้านคน โดยยึดโมเดลการแบ่งสัดส่วนพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นจากการอัปสกิลพนักงานในองค์กรทรูเอง ก่อนจะขยายผลสู่ระดับประเทศผ่านระบบนิเวศของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More































