ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| หลุมดำ
Cillian Murphy 'Oppenheimer' Christopher Nolan Interstellar
Read More

Cillian Murphy ชอบ ‘Interstellar’ ของ Christopher Nolan ‘ดูแล้วใจสลาย-อยากร่วมแสดงด้วยมากที่สุด’

คิลเลียน เมอร์ฟี (Cillian Murphy) เผย ชอบหนัง 'Interstellar' ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ดูแล้วน้ำตาไหลใจสลาย และเป็นหนังโนแลนที่อยากแสดงด้วยมากที่สุด
18/06/2023

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกของเราถูกหลุมดำดูดเข้าไป!?

เมื่อโลกเข้าใกล้หลุมดำ เวลาจะเดินช้าลง และวัตถุจะถูกยืดออกเป็นรูปทรงคล้ายเส้นสปาเกตตี หรือต่อให้โลกจะรอดพ้นจาก 'การกลายเป็นสปาเกตตี (spaghettification)' โลกก็จะถูกผูกมัดกับภาวะเอกฐาน (singularity) ทำให้มันถูกเผามอดไหม้ด้วยแรงดันและอุณหภูมิที่สูงจากแรงโน้มถ่วงที่มากจนไม่อาจหยั่งถึง
29/01/2022

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!

เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วย 
15/01/2021

นักวิทย์พบ ‘ร่องรอย’ การชนกันของหลุมดำที่อาจไขปริศนาของเอกภพ+เปิดทฤษฎีใหม่ที่เหนือกว่าไอน์สไตน์!

ทีมนักดาราศาสตร์ที่ทำงานในโพรเจกต์ ‘NANOGrav pulsar timing array’ นำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาวิเคราะห์แล้วพบว่า มันมีค่าคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ (Tiny deviations) ในช่วงเวลาที่คลื่นวิทยุจากพัลซาร์เดินทางมาถึง ซึ่งที่มาของค่าคลาดเคลื่อนนี้อาจเป็นคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational wave) ของการชนกันหรือรวมตัวกันของ 2 หลุมดำมวลมหาศาล! ด้วยการนำข้อมูลซึ่งเป็นคลื่นวิทยุที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุอาเรซีโบ (Arecibo Observatory) ในเปอร์โตริโก (Puerto Rico) (ก่อนจะปิดทำการถาวร) และกล้องโทรทรรศน์กรีนแบงก์ (Green Bank Telescope) ในเวสต์เวอร์จิเนีย ที่ใช้เวลาสังเกตการณ์นานต่อเนื่องกว่า 12 ปีครึ่ง ก็ทำให้นักดาราศาสตร์พบสิ่งที่น่าตื่นเต้นจากข้อมูลนั้น และนำมาซึ่งบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ฟังแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นตามนักดาราศาสตร์ เพราะงั้นเราเลยขออธิบายเพิ่มสักหน่อยว่า สิ่งนี้มันน่าตื่นเต้นยังไง แล้วอาจเชื่อมโยงไปถึงกำเนิดและการเติบโตของเอกภพได้อย่างไร  เข้าใจทีละเปลาะ ‘การควบรวมของหลุมดำ’ ปรากฏการณ์หายากเหนือจินตนาการ โดยปกติแล้ว กาแล็กซีส่วนใหญ่รวมถึงทางช้างเผือกของเรา มีหลุมดำมวลยวดยิ่ง (Supermassive black hole) อยู่ที่ใจกลางกาแล็กซี…
06/07/2020

ราหูยังต้องหลบ เมื่อนักวิจัยพบหลุมดำยักษ์กลืนกินดวงอาทิตย์ถึงวันละหนึ่งดวง!

"หลุมดำ" ถือเป็นหนึ่งในวัตถุเอกภพที่แปลกประหลาดที่สุดที่เรารู้จัก เนื่องจากคุณสมบัติที่ว่า ดูดกลืนทุกสิ่งแม้กระทั่งแสง ทำให้การค้นคว้าศึกษาหลุมดำเป็นไปได้ยาก (เพราะมองเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ข่าวฮือฮาเรื่องการถ่ายภาพหลุมดำเมื่อปีก่อน ก็เป็นการประมวลภาพจากคลื่นวิทยุ หาใช่การถ่ายภาพด้วยเลนส์ผ่านแสงที่ตาเห็นไม่)  และด้วยความลี้ลับนี่เองจึงเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดในทั้งบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์และนักเขียนนิยายไซไฟทั้งหลาย นำมาเป็นหมุดหมาย จินตนาการต่อยอดถึงสภาวะต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหากมนุษย์ได้เข้าไปในหลุมดำ แม้แต่คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ยังเอามาใช้ทำเรื่อง Interstellar ให้เราหัวหมุนมาแล้ว ดังนั้น การค้นพบอะไรใหม่ ๆ โดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เรา ‘เห็น’ หรือ ‘รู้สึก’ ถึงบางสิ่งที่สะท้อนการมีอยู่ของหลุมดำจึงเป็นที่น่าตื่นเต้นเสมอ  ฮอลลีวูดทำให้ภาพของหลุมดำในใจคนส่วนใหญ่ เป็นหลุมสีดำกลางอวกาศสีดำที่มีพลังดึงดูดมหาศาล หากใครหรือสิ่งใดเข้าใกล้จะถูกดูดเข้าไปอย่างน่ากลัว ซึ่งก็เป็นความจริงเพียงบางส่วน ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะนอกจากการ ‘ดูด’ หลุมดำยังมีการ ‘ขยายตัว’ ด้วย มันจึงสามารถขยายไปเขมือบดาวต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งดาวฤกษ์ใหญ่ยักษ์ได้ด้วย  หลุมดำใหญ่ยักษ์ กับการดูดกลืนที่เหลือเชื่อ! งานวิจัยล่าสุดพบว่า มีหลุมดำดวงหนึ่งกลืนกินดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์ทั้งดวงเข้าไปภายในวันเดียว (ดวงอาทิตย์จัดเป็นดาวฤกษ์เพียงหนึ่งเดียวของระบบสุริยะที่เราอยู่ ดังนั้น จึงขอใช้การเปรียบเปรยดาวฤกษ์เป็นดวงอาทิตย์ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น) และมันกำลังกลืนดวงอาทิตย์ที่มีขนาดเท่าโลกหนึ่งดวงทุกวัน โดยหลุมดำดวงนี้มีขนาด 34 พันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ของเรา  ดร.คริสโตเฟอร์ ออนเกน…
หลุมดำ
A black hole is an object so compact that nothing can escape its gravitational pull. Not even light. On Earth an object needs to be launched with a speed of 11 km/s if it is to escape the planet's gravity and go into orbit. But the escape velocity of a black hole exceeds the speed of light. Since nothing can travel faster than this ultimate speed, black holes suck in everything including light, which makes them utterly dark and invisible. In this image, we can see a black hole, but only because it is surrounded by a superheated disc of material, an accretion disc. The closer to the hole the material gets, the more and more of its light is captured, which is why the hole grows darker towards its cente.
02/11/2019

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีใหม่ในการมองหาหลุมดำ! จะมืดแค่ไหนก็หาเจอแน่

คุณจะสามารถมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้อย่างไร? คำถามนี้ดูกำกวมใช่ไหม? แต่เรื่องแบบนี้นักวิทยาศาสตร์กลับชอบทำนัก เมื่อ Space.com รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีใหม่ในการค้นหาหลุมดำที่ซ่อนตัวอยู่ในอวกาศที่มืดมิดได้โดยการสังเกตแสงจากดวงดาวที่เปลี่ยนไปรอบ ๆ ตัวมัน อืม... เอากับเขาสิ เป็นที่รู้กันดีว่าหลุมดำนั้นดูดกลืนทุกสิ่งอย่างที่มันผ่านไม่เว้นแม้แต่แสง นั่นจึงทำให้เราสามารถเห็นมันได้อย่างชัดเจน หลุมดำที่หาง่ายที่สุดคือหลุมที่ก่อตัวเป็นระบบดาวคู่กับดาวฤกษ์ เช่นหลุมดำ Cygnus X-1 เพราะหลุมดำจะโคจรคู่กันกับดาวฤกษ์ เมื่อหลุมดำโคจรรอบดาวฤกษ์มันจะทำการดึงสสารต่าง ๆ ออกมาจากดาวหลังจากนั้นจะดูดกลืนสสารเหล่านั้นเข้าไป และปล่อย X-Ray (รังสี X) ออกมา นักวิทยาศาสตร์จะสามารถตรวจสอบรังสี X ที่ถูกปล่อยออกมาได้ ทำให้พวกเขารู้ว่าหลุมดำอยู่ตรงไหน แต่วิธีการนี้มีข้อจำกัดเพราะมันจะใช้ได้เฉพาะกับหลุมดำที่อยู่ใกล้กับดาวฤกษ์ที่มันโคจรด้วยเท่านั้น อย่างไรก็ตามเหล่านักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายังมีหลุมดำอีกจำนวนมากที่ไม่ได้โคจรใกล้ดาวฤกษ์ นั่นทำให้พวกมันหายาก เหมือนกับเล่นซ่อนหาอยู่ในอวกาศเลยทีเดียว งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ทำให้เราเห็นว่าตอนนี้นักวิทยาศาสตร์มีวิธีการที่จะหาหลุมดำที่ลอยเคว้งไม่ใกล้กับดาวฤกษ์ดวงไหนได้แล้ว โดยการใช้ spectroscopy (เครื่องมือในการตรวจวัดปริมาณแสง โดยอาศัยคุณสมบัติของความยาวคลื่นแสง ที่สัมพันธ์กับชนิดของสสาร) เพื่อที่จะทำการระบุหลุมดำเหล่านั้น นักวิทยาศาสตร์จะเริ่มทำการค้นหา Doppler shift (ค่าความยาวแสงที่ดาวปล่อยออกมา) ที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงของ Doppler shift สามารถช่วยชี้เป้าแหล่งกำเนิดแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งได้ เมื่อความสว่างของดวงดาวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่แน่นอน แสดงว่ามีวัตถุขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนผ่านดวงดาวดวงนั้น เมื่อนำเงื่อนไขทั้งสองมารวมกันเราก็จะสามารถหาหลุมดำได้! ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ประโยชน์ของวิธีการดังกล่าวอยู่ หากพวกเขาประสบความสำเร็จเราอาจมีเครื่องมือใหม่สำหรับค้นหาหลุมดำจำนวนมากทั่วกาแล็กซีของเรา…
Natnaree TK | 2444 days ago
Read More
12/06/2019

งานวิจัยชี้! หลุมดำระเหยได้ตามคำทำนายของ Stephen Hawking

ในปี 1974 มีหนึ่งคำทำนายที่โด่งดังมากของ Stephen Hawking ที่กล่าวว่า หลุมดำนั้นจะสามารถระเหยและหายไปในที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ และดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ในวันนี้มีงานวิจัยจำนวนมากออกมายืนยันแล้วว่า หลุมดำสามารถระเหยได้ และอาจระเหยหายไปได้ในที่สุดอย่างที่ Hawking กล่าวจริงๆ Stephen Hawking เชื่อว่าหลุมดำนั้นไม่ได้มีสีดำ แต่มันปล่อยอานุภาคออกมาทำให้กลายเป็นสีดำ Hawking เชื่อว่ารังสีเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับพลังงาน มวล และอนุภาคของหลุมดำ จนในวันหนึ่งหลุมดำจะหายไปก่อนหน้านี้ทฤษฎีนี้ไม่ได้รับการยอมรับ และยากจะทำการพิสูจน์ แต่ในวันนี้มันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากทีเดียว อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่นักฟิสิกส์ได้ทำการทดลองรังสี Hawking (เป็นการแผ่รังสีของวัตถุดำที่ปล่อยออกมาจากหลุมดำอันเนื่องจากกรากฎการณ์ทางควอนตัม) ในห้องปฏิบัติการ แม้ว่ารังสี Hawking ยากที่จะทำการตรวจจับได้ในอวกาศโดยเครื่องมือปัจจุบัน แต่นักฟิสิกส์ได้เห็นการแผ่รังสีนี้ในอะนาล็อกหลุมดำที่สร้างขึ้นโดยการใช้คลื่นเสียง และ สสารที่เย็นและแปลกที่สุดในจักรวาล คำถามคือมันระเหยได้ไงในเมื่อหลุมดำเป็นวัตถุที่มีแรงดึงดูดสูงจนขนาดที่แสงยังไม่รอด? คำตอบคือคู่อนุภาค ในขณะที่เราคิดว่าสูญญากาศนั้นว่างเปล่า แต่ในกลศาสตร์ควอนตัมกล่าวว่าภายในสูญญากาศเต็มไปด้วยคู่อนุภาค (Matter-Antimatter) ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อคู่อนุภาคเจอกันมันจะทำลายซึ่งกันและกัน แต่เมื่อมาเจอแรงดึงดูดของหลุมดำ คู่อนุภาคที่มีอนุภาคพลังงานเป็นลบจะถูกดูดเข้าไปข้างใน แต่โชคไม่ดีนักที่อนุภาคลบเหล่านั้นจะดูดซับพลังงาน และ มวลของหลุมดำให้ลดลงไปเรื่อยๆ และคู่อนุภาคเสมือนที่ถูกผลักออกมาก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อรังสี Hawking ถึงแม้ว่ารังสีนี้จะยังคงเบาบางมากเกินที่จะตรวจจับได้ แต่นักฟิสิกส์ก็สามารถจำลองการเกิดในห้องแลปได้แล้ว อย่างไรก็ตามการทดลองนี้ยังคงต้องถูกดำเนินต่อไปในห้องแล็ป แต่อย่างไรก็ตามดารทดลองที่นักฟิสิกส์จำลองขึ้นมาในห้องแล็ปก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าทฤษฎีของ Hawking นั้นเป็นไปได้จริง อ้างอิง  
Natnaree TK | 2586 days ago
Read More
11/04/2019

นักวิทยาศาสตร์ถ่ายภาพ “หลุมดำ” ได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์!

ถือเป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการแล้วกับหลุมดำ กลุ่มก้อนแรงดึงดูดมหาศาล ที่มีอำนาจขนาดที่แสงก็ไม่สามารถหนีพ้น เมื่อเช้าวันพุธที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา  Event Horizon Telescope Collaboration (EHT) หน่วยงานกล้องโทรทัศน์ทั่วโลก ได้จับภาพหลุมดำได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผ่านการใช้กล้องโทรทัศน์ Very-Long-Baseline-Interferometry 8 ตัว ของหน่วยงาน และใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ผ่านการประมวลผลผ่าน supercomputer กว่าจะได้ภาพดังกล่าวออกมา หลุมดำนี้ถูกถ่ายได้จากกาแลคซี 87 หรือ M87 กาแลคซีที่อยู่ใกล้กับ Virgo กาแลคซี ที่อยู่ห่างจากโลกไป 55 ล้านปีแสง หลุมดำมีลักษณะเป็นจุดมืด ล้อมรอบด้วยวงแหวนส่างไสว ที่เกิดจากการหักเบนของโฟตอน และมีมวลประมาณ 6.5 เท่าของดวงอาทิตย์ ผู้อำนวยการของ EHT กล่าวว่า ภาพถ่ายครั้งนี้เป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันว่าหลุมดำมีอยู่จริง และไม่มีสิ่งใดที่สามารถหลบหนีแรงโน้มถ่วงของหลุมดำได้ ถือเป็นหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีในความก้าวหน้าทางอวกาศ แต่สิ่งนี้ ก็เหมือนเป็นการไขกุญแจเพื่อเปิดไปสู่ปริศนาใหม่ของจักรวาล ไม่แน่ในอนาคตเราอาจค้นพบความลับอีกมากมายที่จักรวาลซ่อนไว้ก็ได้ https://www.facebook.com/NARITpage/videos/820634811622572 อ้างอิง
Natnaree TK | 2649 days ago
Read More

PR Partners

See All
09/07/2026
Worawalan | 2 days ago
Read More

COMMART ULTRAFORCE กลับมาแล้ว ! รวมสินค้าไอทีกว่า 200 แบรนด์ พร้อมโปรลดแรงรับกลางปี

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) จัดงาน COMMART ULTRAFORCE มหกรรมสินค้าไอทีกลางปี 2569 ระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ Hall 98–99 ไบเทค บางนา ภายในงานรวบรวมสินค้าไอทีจากกว่า 200 แบรนด์ ทั้ง AI PC, Notebook AI, Gaming
09/07/2026

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ผนึกกำลังรัฐบาล-เอกชน-ประชาชนใช้ E20

ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ล่าสุดทุกภาคส่วนต่างเร่งส่งสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปรับมุมมองและตระหนักอย่างจริงจังว่า “แก๊สโซฮอล์ E20” คือทางรอดระยะยาว ของประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานทางเลือกชั่วคราวในระยะสั้น พร้อมแนะทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่าน E20 จากเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมสู่พลังงานหลักจากวัตถุดิบที่มีศักยภาพของประเทศ เพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานและสร้างมูลค่าหมุนเวียนให้ภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยถอดบทเรียนความสำเร็จระดับโลกจากประเทศบราซิลและอินเดีย ต้นแบบการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน สถานการณ์วิกฤตพลังงานในขณะนี้เรียกได้ว่าเป็น “ความผันผวนด้านพลังงาน” ที่ผูกโยงเศรษฐกิจประเทศไทยไว้กับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ชะลอการเติบโตของภาคธุรกิจ และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ข้อมูลจากงานสัมมนา “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง” จัดขึ้นเมื่อวันที่1 พฤษภาคมที่ผ่านมาระบุว่า หากประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ามหาศาลกว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีเงินตราไหลออกนอกประเทศสูงถึง 3,600 ล้านบาทในทุก ๆ วัน คำถามสำคัญคือ เราจะหยุดยั้ง "ภาวะเลือดไหลทางเศรษฐกิจ" นี้ได้อย่างไร? เพื่อแก้ไขวิกฤตเชิงโครงสร้างนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำเป็นต้องประสานพลังร่วมกันขับเคลื่อน "แก๊สโซฮอล์ E20" ให้เป็นยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ โดยยกระดับบทบาทของ E20 จากเดิมที่เป็นเพียง "น้ำมันทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม" ให้กลายเป็น "เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์" ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ถอดโมเดลความสำเร็จ Ethanol ระดับโลก: บราซิลและอินเดีย ประเทศไทยไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง การที่ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันดิบด้วยเอทานอลที่เป็นพลังงานชีวภาพ (Biofuel) เราสามารถถอดบทเรียนจาก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ  บราซิล | ผู้นำด้านเอทานอลโลก: พลิกฟื้นประเทศจากที่เคยต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า…
03/07/2026

ซีพี-ทรู เดินหน้าสร้างผู้นำแห่งอนาคต ผ่าน “True Alpha Internship 2026” เปลี่ยนสนามฝึกงานสู่ Innovation Sandbox

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการศึกษา เทคโนโลยี และโลกธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พัฒนาศักยภาพผ่านโจทย์ธุรกิจจริง และเติบโตสู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร สังคม และประเทศ หนึ่งในกลไกสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าว คือ โครงการ True Alpha Internship 2026  ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง (Action-Based Learning) โดยเปลี่ยนรูปแบบการฝึกงานแบบเดิมให้เป็น "Innovation Sandbox" พื้นที่ทดลองและพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบ Hackathon เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานเสมือนทีมสตาร์ทอัพร่วมกันพัฒนาแนวคิด ทดสอบต้นแบบ และนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจจริงของเครือซีพีและทรู โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ  ล่าสุด จัดกิจกรรมไฮไลต์สำคัญของโครงการภายใต้ชื่อ “True Alpha 2026: Mid-demo Pitching” ที่ CoE Digital & AI Innovation Lab ชั้น 2…
02/07/2026

ทรู พาลูกค้าและพาร์ตเนอร์คนสำคัญสัมผัสประสบการณ์ World-Class Gastronomy ชูศักยภาพวัตถุดิบไทยสู่เวที Fine Dining โลก โดย 12 เชฟมิชลิน รวม 21 ดาว

กรุงเทพฯ 2 กรกฎาคม 2569 – ค่ำคืนที่ศิลปะแห่งรสชาติ อัตลักษณ์ไทย และประสบการณ์เหนือระดับโลก หลอมรวมเป็นโมเมนต์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผสานพลัง บริษัท เดอะ ดิโพลแมท เน็ตเวิร์ค จำกัด ร่วมเติมเต็ม “TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 THE BLACK BOX EDITION” ให้เกิดขึ้นอย่างงดงามใจกลางกรุงเทพฯ นำ 12 เชฟระดับโลก เจ้าของรางวัลรวม 21 มิชลินสตาร์ มาร่วมตีความวัตถุดิบไทยผ่านมุมมองของ Fine Dining ระดับเวิลด์คลาส สะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของผู้คนอย่างมีชั้นเชิง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของทรูในการก้าวข้ามจาก Connectivity สู่ Meaningful Connection ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ และโมเมนต์สำคัญของชีวิต ผ่านประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซิฟที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าทรู ดีแทคคนสำคัญ ผู้ไว้วางใจและเติบโตเคียงข้างแบรนด์มาอย่างยาวนาน…