ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

วิจัยชี้พึ่งพา ChatGPT มากเกินไปอาจบั่นทอนศักยภาพทางสมองในระยะยาว เสี่ยงสมองฝ่อ !

Table of Content

ในยุคที่ใคร ๆ ต่างมีเครื่องมือทุ่นแรงในการใช้ทำงานของตัวเองและ AI ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเฉพาะ ChatGPT ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มอบความสะดวกสบาย และประหยัดเวลาสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่ทุกคนอาจจะไม่รู้ว่าเราอาจจะต้องแลกมาด้วยผลกระทบที่หลายคนคาดไม่ถึง ผลการศึกษาโดยทีมวิจัยจาก MIT Media Lab ซึ่งนำโดย ดร. นาตาลียา คอสมินา (Nataliya Kosmyna) ได้เผยให้เห็นมุมมองใหม่ที่ชวนกังวลต่อการพึ่งพา AI ในการทำงานที่ต้องใช้ความคิด

งานวิจัยนี้ศึกษากลุ่มอาสาสมัคร 54 คน อายุ 18-39 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ใช้ ChatGPT เพื่อช่วยเขียนเรียงความ
  • กลุ่มที่เขียนด้วยความสามารถของตนเอง โดยไม่ใช้เครื่องมือใด ๆ
  • กลุ่มที่ใช้ Google Search ในการหาข้อมูล

ตลอดระยะเวลา 4 เดือน นักวิจัยได้ติดตามกิจกรรมสมองใน 32 บริเวณ ผ่านการสแกนด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างแต่ละกลุ่ม

A visualization of a new study on AI chatbots by MIT Media Lab scholars. Nataliya Kosmyna

กลุ่มที่พึ่งพา ChatGPT

  • แสดงการทำงานของสมองในระดับต่ำ ทั้งในด้านภาษา ความคิดสร้างสรรค์ และพฤติกรรม
  • ผลงานขาดความแปลกใหม่และความริเริ่ม เนื้อหามีลักษณะคล้ายกัน ใช้สำนวนและแนวคิดซ้ำ
  • ครูผู้ประเมินเรียงความให้ความเห็นว่าผลงาน “ไม่มีชีวิตชีวา” และ “ขาดสาระ”

กลุ่มที่เขียนด้วยตนเอง

  • มีการเชื่อมต่อของระบบประสาทสูงที่สุด โดยเฉพาะในคลื่นแอลฟา ธีตา และเดลตา ที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ ความจำ และการประมวลผลความหมาย
  • แสดงความพึงพอใจในงานและมีส่วนร่วมกับกระบวนการคิด
  • ยังคงรักษากิจกรรมสมองในระดับบวก และรู้สึกพึงพอใจกับผลงาน

ที่น่าตกใจคือ เมื่อให้อาสาสมัครเขียนเรียงความใหม่โดยไม่ใช้ AI ผู้ที่เคยใช้ ChatGPT กลับทำได้แย่กว่า พวกเขามีความจำเกี่ยวกับงานที่เพิ่งทำได้ไม่ดี และกิจกรรมของสมองในส่วนที่เกี่ยวกับความจำและความคิดสร้างสรรค์ลดลงอย่างชัดเจน โดยการเชื่อมต่อประสาทในสมองลดลงเฉลี่ย 47% จาก 79 จุด เหลือเพียง 42 จุด

ดร. คอสมินา อธิบายว่า การพึ่งพา AI อย่าง ChatGPT แม้จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น (เพิ่มความเร็วได้ราว 60%) แต่กลับลดภาระทางปัญญาที่ใช้ในการประมวลข้อมูลและสร้างโครงร่างลงถึง 32% ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิจัยนิยามว่าคือ “หนี้ทางปัญญา” (Cognitive debt) ซึ่งหมายถึงการที่สมองไม่ได้สร้างหรือฝึกฝนทักษะที่สำคัญ ทำให้ในระยะยาวผู้ใช้สูญเสียความสามารถในการคิดและสร้างสรรค์ได้เอง

สิ่งที่ทีมวิจัยกังวลมากที่สุดคือ ผลกระทบนี้อาจย้อนกลับได้ยาก โดยเฉพาะกับสมองของเยาวชนที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ดร. คอสมินา เตือนว่าการนำ AI เข้ามาใช้ในกลุ่มเด็กโดยไม่เข้าใจผลกระทบ อาจทำให้เกิดปัญหาทางปัญญาและจิตใจในระยะยาว

นอกจากนี้ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ดร. ซีชาน ข่าน (Zishan Khan) ยังเห็นพ้องต้องกันว่าการพึ่งพา AI ในระดับสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาทางจิตใจและบั่นทอนพัฒนาการทางสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

AI ผลไม้มีชู้เป็นเหตุ ทำไมมนุษย์เสพติดพล็อตนอกใจ ?

21/05/2026
Read More

ขอนแก่นบ้านเฮา มีทรูสเฟียร์แล้วเด้อ ! ทรูเปิดแลนด์มาร์กดิจิทัลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ “TrueSphere-True Branding Shop”

21/05/2026
Read More

NASA ไม่เคยมาเล่น ๆ มีฐานอยู่ที่โลกไม่พอ ต้องมีที่ดวงจันทร์ด้วย ! 

21/05/2026
Read More

ความลับไม่มีในโลก…โดยเฉพาะโลกของ Trump Mobile หลังมีรายงานข้อมูลผู้ใช้หลุด

21/05/2026
Read More
Google i/o 2026 event

สรุปงาน Google I/O 2026 กับก้าวต่อไปสู่ Agentic Era

20/05/2026
Read More

แว่นมานี่มา ! Google เปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะดีไซน์สวย คอลแลบ Gentle Monster และ Warby Parker

20/05/2026
Read More

Related Content