Connect with us

Beartai Live

แบไต๋ไลฟ์ ‘หนุ่ย’ รีวิวมือถือบีบได้ สเปคเทพจัดเต็ม HTC U11

อีก 1 มือถือที่น่าจะเป็นกระแสได้จากค่าย HTC ที่มาพร้อม Feature เด่นคือ สามารถบีบเพื่อสั่งการได้เช่น สั่งเข้า Google Now, ถ่ายรูป หรือเปิดไฟฉาย และด้วยสเปคที่แรงมาก กับเครื่องที่มีความสวยงาม จึงเรียกได้ว่าเป็นอีก 1 ในมือถือเรือธงที่น่าสนใจในขณะนี้ โดย หนุ่ย พงศ์สุข ก็ได้มารีวิวกันแบบสด ๆ ผ่านแบไต๋ไลฟ์อีกด้วย

สเปก

  • CPU : Qualcomm Snapdragon 835 Octa-core (4×2.45 GHz Kryo & 4×1.9 GHz Kryo)
  • GPU Adreno 540
  • RAM 6 GB
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว SuperLCD 5 Quad HD ความละเอียด 2560×1440 pixel
  • ความจุในตัว 128GB
  • ความจำเพิ่มเติม : Micro SD 2 TB
  • ป้องกันน้ำ IP67
  • รองรับสัญญาณเครือข่าย : 2G/3G/4G Cat 16 1Gbps/ 75 Mbps (Dual SIM)
  • WiFi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth V4.2
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล UltraPixel™ 3 ขนาดพิกเซล 1.4μm พร้อมกับ Ultra Speed Auto Focus และมี LED Flash คู่
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่(ประมาณ) 3000 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
  • น้ำหนัก 169 กรัม
  • สีตัวเครื่อง Amazing Silver, Sapphire Blue, Brilliant Black, Ice White, Solar Red

จุดเด่น

  • ดีไซน์แปลกตา สีสันแปลกกว่ามือถือทั้งตลาด HTC เรียกพื้นผิวนี้ว่า liquid glass surface โดยใช้กระจกที่ผลิตด้วยการเคลือบแร่ธาตุเป็นชั้นๆ ทำให้พื้นผิวมีความแวววาวเป็นพิเศษ แต่แน่นอนว่าติดรอยนิ้วมือตลอดเวลา ถ้าใครแคร์เรื่องนี้ก็อาจจะวิตกหน่อย
  • สีให้เลือกทั้งหมดคือ  Sapphire Blue (สีน้ำเงินที่ถืออยู่นี้), Amazing Silver (สีเงินออกฟ้า) , Brilliant Black (สีดำ), Ice White (สีขาว), Solar Red (สีแดง)
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ให้สีสันได้สมจริง ไม่สดเกิน และไม่จืดเกิน สามารถปรับอุณหภูมิสีให้เหมาะกับงานได้
  • ด้านหน้ามีปุ่มโฮมที่เป็นตัวสแกนนิ้วมือ ทำงานได้รวดเร็ว ส่วนปุ่ม back อยู่ซ้าย และ recent app อยู่ขวาแบบสลับตำแหน่งปุ่มไม่ได้
  • ประสิทธิภาพดีแบบไม่ต้องเทสก็รู้ ทำงานทุกอย่างลื่นหมด
    • Antutu 6.2 ได้ราว 150,000 คะแนน
    • Geekbench 4.1 ได้ single-core 1918, Multi-core 5427 (แรงพอๆ กับ iPhone 7)
    • 3Dmark เทส Slingshot Extreme ได้ 2500 คะแนน
    • เทสความเร็วหน่วยความจำด้วย androbench อ่านต่อเนื่องได้ราวๆ 600 MB/s

อุปกรณ์เสริมที่แถมมาในกล่อง

  • กล้องดีงามจริงๆ คือ DxO เทสได้คะแนนมา 90 ถ่ายจริงก็สวยอย่างนั้น โหมด HDR อัตโนมัติทำงานได้ดี สามารถชดเชยแสงที่แตกต่างกันได้ง่าย โหมดกล้องมีไม่เยอะ แต่ก็ได้ใช้งานจริงๆ เช่น Panorama
  • โหมดถ่ายภาพแบบมือโปร สามารถปรับแต่งความเร็วซัตเตอร์ White balance พร้อมค่าอื่นๆและถ่าย RAW ได้
  • ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K แต่จะไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ต้องถ่าย Full HD เพื่อกันภาพสั่น
  • ลำโพง Boom sound ให้เสียงสเตอริโอทั้งจากตัวลำโพงแนบหูและลำโพงใต้เครื่อง ให้เสียงดี กลมกล่อม กว่าลำโพงสมาร์ทโฟนทั่วไปที่บาดหู
  • สามารถเลือกโหมดเสียงของ Boom sound ให้เหมาะกับการฟังเพลง หรือดูหนังได้
  • หูฟัง USonic แบบ USB-C ที่มาพร้อมเครื่องดีมาก หู AKG ของซัมซุงยังอาจชิดซ้าย เพราะมีระบบลดเสียงรบกวนภายนอก พร้อมวิเคราะห์หาลักษณะเสียงที่เหมาะกับหูเราได้ด้วย

ภาพจากกล้องมือถือ

จุดสังเกต

  • Edge Sense เป็นแค่กิมมิก ทำน้ำหนักเบาไปก็กดติดง่ายไป ทำน้ำหนักหนักไปก็ต้องบีบแรงจนเจ็บมือ สุดท้ายเป็นลักษณะ hotkey เช่นกดปุ่มเสียงค้างยังใช้ง่ายกว่า
  • แบตเตอรี่ไม่ทนนัก ใช้ทั่วไปก็พ้นวันได้ แต่ถ้าใช้หนักๆ ก็อาจต้องชาร์จระหว่างวัน
  • ไม่มีช่องหูฟัง! ใช้หูฟังแบบ USB-C ซึ่งหาซื้อยาก แต่ในชุดมีสายแปลง USB-C เป็น 3.5 mm ให้
  • ซิมที่ 2 ต้องเลือกระหว่าง microSD กับ Sim2

วันวางจำหน่ายและราคา

เริ่มวางขายวันพฤหัสที่ 29 มิถุนายนนี้ผ่านศูนย์บริการ AIS ราคาเครื่องเปล่า 25,990 บาท ฟังดูเหมือนแพง แต่อย่าลืมว่าได้แรม 6 GB และหน่วยความจำอีก 128 GB โดยเริ่มขายสีน้ำเงินก่อน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Beartai Live

#หนุ่ยพงศ์สุข พาชมเทคโนโลยี 5G แบบล้ำ ๆ ที่งาน Huawei Cloud AI Open Day Thailand 2019

Published

on

อีก 1 งาน Open House ที่น่าสนใจกับ Huawei Cloud AI Open Day Thailand 2019 ซึ่งเป็นการจัดแสดงการใช้งานระบบ Cloud + AI ในด้านต่าง ๆ ที่ถูกควบคุมด้วยเทคโนโลยี 5G โดยงานจัดขึ้น 5 วันเต็มตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์นี้ ที่ชั้น 39 อาคาร G Tower ถนนพระรามเก้า โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงวิธีการใช้งานต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งวันนี้หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขออาสาพาคุณ “ไลฟ์สด” ไปด้วยกัน พร้อมพูดคุยกับคุณ ธนินทร์ น้อยรังษี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี – ธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย รับชมได้ที่นี่เลย

เทคโนโลยี Security Check Facial Identification

ภายในงานก็ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาให้คุณได้สัมผัสกันตั้งแต่เริ่มเดินเข้างานที่จุดลงทะเบียนด้วยใบหน้า Facial Indentification เสร็จแล้วก็จะพบกับเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการเดินทางตั้งแต่ระบบตรวจจับใบหน้าพร้อม Passport อัตโนมัติ ระบบตรวจสอบว่า คุณสามารถใช้งาน lounge VIP ได้หรือไม่ผ่านใบหน้า และการตรวจสอบเส้นทางการเดินทางบน Kiosk ส่วนด้านเจ้าหน้าที่ก็จะมีแว่นพิเศษที่ให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่า คนที่ผ่านประตูเข้ามานี้เป็นคนเดียวกับใน Passport หรือไม่ เพื่อช่วยในการกรองอีกทีหนึ่ง

Logistic + AI + 5G

ในด้าน Logistic ที่มีปัญหามาอย่างยาวนานโดยเฉพาะเรื่องของคนส่งของ Huawei ก็จะมีระบบตรวจสอบด้วย AI ว่า พนักงานมีการโยนสินค้าหรือไม่ ถ้ามี ระบบก็จะแจ้งไปยังส่วนกลางเพื่อให้หัวหน้าสามารถตักเตือนหรือทำโทษพนักงานได้ทันที แทนที่จะต้องจ้างคนมาดู ช่วยให้บริษัทประหยัดเงิน และสามารถควบคุมคุณภาพการส่งสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม

Smarthome + IoT

ด้าน IoT บน Smarthome ที่นอกจากจะมาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อทุกสิ่งภายในบ้านเข้ากับอินเตอร์เน็ต 5G แล้ว ยังมาพร้อมกับระบบ AI ที่ช่วยควบคุมดูแลเช่น ระบบไฟฟ้าที่คอยเปิด ปิด เวลาเรากลับมาบ้าน หรือออกจากบ้าน ระบบการตรวจสอบระยะการจอดรถ เป็นต้น

AI ModelArts

อีก 1 เทคโนโลยีที่น่าสนใจจากทาง Huawei นั่นคือการนำเอา AI เข้ามาช่วยในการประมวลผล ตั้งแต่การอัปเกรดภาพจาก 2K เป็น 4K ในแบบ Realtime หรือการนำเอาภาพที่มีความละเอียดไม่สูงมากอย่าง 1080p มาแปลงให้ไฟล์มีขนาดลดลงแต่คุณภาพยังคงเท่าเดิมได้อีกด้วย

SMART City + AI

อีก 1 ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี AI ที่นำมาจัดการกับระบบจราจรที่ไม่ได้ควบคุมแค่เพียงแยกเดียว แต่ควบคุมในละแวกนั้นทั้งหมดเพื่อให้การเดินรถมีความลื่นไหลเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการทดสอบขั้นต่ำคือสามารถเดินทางได้เร็วขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับปัจจุบัน

IoT Connected Cow

อีก 1 ระบบ IoT ที่ทำงานร่วมกับปศุสัตว์ โดยการติดชิปเซ็ตเอาไว้ที่ปลอกคอของวัว ซึ่งตัวปลอกคอนี้จะมีระบบ AI ที่ช่วยในการดูแลควบคุมสิ่งต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ อัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจสอบเส้นทางการเดิน รวมไปถึงสามารถเช็ดได้ว่าเมื่อไหร่ที่วัวจะพร้อมผสมพันธุ์ ก็ช่วยให้เกษตรกรที่ดูแลฟาร์มวัวขนาดใหญ่จำนวนมาก ๆ สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

Hilens

เทคโนโลยีการนำเอา Gestures เข้ามาผสมผสานกับการควบคุมหุ่นยนต์ในการทำสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งนอกจากระบบจะสามารถส่งผ่าน Cloud ได้แล้ว ยังสามารถโหลดลงมาที่เครื่องแบบ Embed เพื่อทำงานแบบ Offline ได้อีกด้วย

AI Retailer

อนาคตร้านค้าจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติที่ใช้ควบคุมผ่าน Cloud ด้วยระบบ AI เข้ามาร่วมกับ Cashless Society ก็จะทำให้การซื้อ – ขายสินค้าชิ้นเล็ก ๆ สามารถทำได้ด้วยตัวของลูกค้าเอง และนอกจากนี้ระบบ AI ยังสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า สินค้าตรงไหนได้รับความสนใจเป็นพิเศษ มีคนเข้าร้านกี่คน อายุเท่าไหร่ เป็นต้น

ถือได้ว่า Huawei ตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้เห็นความเป็นไปได้ของอินเตอร์เน็ต 5G บนระบบ Cloud ที่มาพร้อมกับ AI ว่า มีความเป็นไปได้มากมายขนาดไหน ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถเดินทางมารับชมงานนี้ได้ที่ตึก G Tower พระราม 9 ชั้น 39 (ขึ้นลิฟต์ชั้น 38 แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อน) หรือลงทะเบียนผ่าน Online ได้ที่ link นี้เลยครับ

https://varpevent.com/e/2019/huawei/cloud-ai-day/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Beartai Live

#แบไต๋ไลฟ์ ศึกชิงแชมป์ PVP Esports Championship จากสิงคโปร์

Published

on

#แบไต๋ไลฟ์ ลุยงาน PVP esports championship ที่ “Suntec Convention Centre” ในละแวก “Suntec City” กลางเมืองสิงคโปร์ ตามเชียร์ตัวแทนทีมไทยที่เป็นแชมป์จากการแข่งขัน AIS PVP eSports Championship 2018 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งตัวแทนจากเกมส์ DOTA2 กับ AOV ที่จะได้มาปะทะฝีมือการแข่งขันกับนักกีฬาที่เรียกได้ว่าเป็นระดับโลกด้วย ฝีมือและจังหวะการเล่นสุดยอดจริง ๆ

ภายในงานมีโซนแข่งเกม Hearthstone จากฝั่ง PC ชื่อการแข่งขันว่า The Hearthstone Championship Tour (HCT) มีโต๊ะสำหรับเตรียมตัว และแข่งขันเป็นโซน Tournament Area และเวทีที่หรูหรา เจ๋งมาก ๆ ซึ่งวันนี้จะมีแข่งทั้งวันตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึง Grand Final เลย

ในงานไม่ได้มีแค่การแข่งด้วย PC กับมือถือเท่านั้น แต่ PlayStation 4 ก็มาด้วย Fifa19 นั่นเอง มีเครื่องวางแน่นจัดเต็ม 2 ฝั่งเชียร์มันยิ่งกว่าบอลสนามจริงอีก

ที่ขาดไม่ได้เวทีหลักของงาน PVP esports championship นั่นเอง ซึ่งในรอบ Grand final ที่จัดที่สิงคโปร์ในวันนี้ เรียกได้ว่าโปรดักชั่น แสงสีเสียง จัดเต็มเลยทีเดียว โดยในส่วนของการแข่งขันจะแบ่งกออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงเช้าเป็นการแข่ง AOV ส่วนช่วงเย็นถึงจบงานเป็นการแข่ง DOTA2 เรียกได้ว่าแข่งขันกันอย่างดุเดือดเข้มข้น ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตลอด 3 วันเลยครับ

และในบรรยากาศสด ๆ ให้ชมในไลฟ์นี้ ทาง AlphaX ทีมนักกีฬา AOV ของไทยซึ่งตั้งแต่มาถึงสิงคโปร์นี่เรียกได้ว่าชนะทุกแมทต์ ตอนนี้ก็กำลังเตรียมความพร้อม ดราฟตัว เพื่อแข่งรอบ Grand Finals อยู่เลยครับ

โดยทีมคู่แข่งคือทีม Monster Shield ทีมจากไต้หวันที่เพิ่งปะทะกันไป ทีมงานนั่งเชียร์กันอยู่ดุเดือดสูสีมาก ๆ และแน่นอนว่า AlphaX ของเราเคยชนะ Monster Shield มาแล้วนี่จึงเป็นการตอกย้ำชัยชนะนั่นเอง

และพูดถึงในส่วนของเกม DOTA2 ก็น่าเสียดายมาก ๆ ที่ทีม Question Mark By Hashtag (เควสชั่นมาร์ค บาย แฮชแทค) ของเราพลาดท่าตกรอบไปในรอบคัดเลือก Group Stage ส่วนในงานวันนี้จะเป็นรอบ Grand Final แบบ BO5 (โบห้า) หรือ Best of 5 ก็คือชนะ 3 ใน 5 นั่นแหละครับ ดุเดือดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ สำหรับ Fnatic ปะทะกับ Team Admiral แล้วผลก็คือ Fnatic ชนะไป 2-0 เกม และคู่ของ PSG.LGD ประชันกับ Team Secret ซึ่งเป็นทีม Invite ทั้งคู่ผลคือ Team Secret ชนะไป 2-0 เกมเช่นกัน

ทำให้ Fnatic และ Team Secret ได้มาแข่งขันรอบ Grand Final ในวันนี้นั่นเอง แน่นอนว่า Fnatic และ Team Secret เคยพบกันมาแล้วในรอบ Playoff ซึ่งตอนนั้น Fnatic ชนะไป 1-0 เกม โอ้โห ผมบอกเลยนะครับว่า 2 ทีมนี้มีเทคนิคแพรวพราว และจังหวะการเล่นสุดยอดสมควรแก่การมาชิงแชมป์วันนี้จริง ๆ 

นักกีฬาทุกคนจะต้องงัดเทคนิค กลยุทธ และฝีมือขั้นสูงสุดของตัวเองออกมาประชันกัน เพื่อรับเงินรางวัล 2 เกมมูลค่ารวมกว่า 300,000USD หรือ 9.9 ล้านบาท!!!!

นอกเหนือจากในส่วนของการแข่งขันแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้กระแสของอีสปอร์ตนั้นโตขึ้นอย่างมาก และไม่ใช่แค่การเล่นเกมส์อีกต่อไป แต่ยังทำให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นอีกมากมาย ที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือในส่วนของ Caster (แคสเตอร์) หรือนักพากษ์เกมส์การแข่งขัน Commentator และนักวิเคราะห์ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นและวิเคราะห์รูปเกมการแข่งขันกันแบบสด ๆ ไม่ธรรมดา ๆ หรือแม้กระทั่งทีมงานโปรดักชั่นหลังบ้านซึ่งเป็นอาชีพใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน แหมน่าสนใจจริง ๆ นะครับ ซึ่งในงานมี Caster Chinese, Caster Indonesian และ Caster Thai ของเรานั่นเอง

และขอแสดงความยินดีกับแชมป์ทั้ง 2 เกม AlphaX ทีมนักกีฬา AOV ของไทย และทีม Secret นักกีฬา DOTA2 จากทวีปยุโรปสำหรับใครที่ไม่อยากพลาดสเตปการเล่นในรอบ Final นี้ละก็ สามารถชมการแข่งย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชัน AIS Play ดาวน์โหลดฟรี!! หรือจะดูจอใหญ่เชียร์มันผ่านกล่อง AIS PlayBox

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Beartai Live

#แบไต๋เครื่องต่อไป แกะกล่องรีวิว Super Famicom Mini 2 โซน!

Published

on

พบกับหนุ่ย พงศ์สุข อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้หนุ่ย จะขอพาคุณกลับสู่โลกยุค 90′ ที่ถูกนำกลับมาในยุค 2017 นี้คือเครื่อง Super NES Classic Edition นั่นเอง โดยเครื่องนี้ถือว่าเป็นเครื่องเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากของปู่ Nintendo ในยุคนั้น ก่อนที่เครื่อง Playstation ของ Sony จะออกมาครองตลาดในยุคถัดมานั่นเอง ซึ่งเจ้าเครื่อง SNES Mini ตัวนี้มีด้วยกัน 3 เวอร์ชั่นคือ

  • เวอร์ชั่นอเมริกา เครื่องสีม่วงๆ – Super Nintendo Entertainment System: Super NES Classic Edition
  • เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เครื่องมนๆ หน้าตาคุ้นเคย – Nintendo Classic Mini: Super Famicom
  • เวอร์ชั่นยุโรป หน้าตาเหมือนเครื่องญี่ปุ่น แต่เกมเป็นภาษาอังกฤษ – Nintendo Classic Mini: Super Nintendo Entertainment System

ซึ่งเครื่องยุโรปเลยเป็นที่ต้องการในไทยมาก แต่ดันหาซื้อยากสุดๆ เห็นที่ราคาราว 6,500 บาท ส่วนเครื่องอเมริกาขายราคาประมาณ 4,600 บาท และเครื่องญี่ปุ่นขายประมาณ 5,200 บาท ซึ่งราคาจริงในร้านต่างประเทศนั้นขายประมาณ 2800 บาทเท่านั้น (ถ้าหาเครื่องได้นะ)

โดยเกมที่มีสามารถดูที่หลังกล่องเลย เกมไฮไลท์สุดคือ StarFox 2 (จะเล่นได้หลังจากเล่น StarFox จบฉากแรก) ที่ไม่เคยจำหน่ายมาก่อน ซึ่งเกมนี้มีตำนานว่าสร้างเสร็จแล้ว เตรียมจะวางขายแล้วในปี 1996 แต่นินเทนโดตัดสินใจทิ้งเกมที่พัฒนาเสร็จเรียบร้อย เพราะถ้า StarFox 2 ซึ่งเป็นเกมยิงแบบ 3 มิิติวางจำหน่าย จะเป็นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่อง Super Nintendo กับ PlayStation แล้วคนจะรู้ว่าเรื่องเกม 3 มิติมันคนละชั้นกันเลย ซึ่ง Nintendo ก็หันไปสร้างเกม StarFox 64 (1997) ลงบนเครื่อง Nintendo 64 ที่ออกตามแทน

 

ซึ่งเครื่องภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นเกมจะต่างกันอยู่ 5 เกมคือ

 

EarthBound 1995 US Ape, HAL Laboratory Nintendo Yes No
Kirby’s Dream Course 1995 US Nintendo, HAL Laboratory Nintendo Yes No
Street Fighter II Turbo: Hyper Fighting 1993 US Capcom Capcom Yes No
Super Castlevania IV 1991 US Konami Konami Yes No
Super Punch-Out!! 1994 US Nintendo Nintendo Yes No
Fire Emblem: Mystery of the Emblem 1994 JP Intelligent Systems Nintendo No Yes
The Legend of the Mystical Ninja 1991 JP Konami Konami No Yes
Panel de Pon 1995 JP Intelligent Systems, Nintendo Nintendo No Yes
Super Soccer 1991 JP Human Entertainment Human Entertainment No Yes
Super Street Fighter II: The New Challengers 1994 JP Capcom Capcom No Yes

ข้อสังเกตของเครื่องแต่ละรุ่นที่นำมารีวิว

  • ไม่มีอแดปเตอร์จ่ายไฟ ก็ใช้ไฟ 5V 1A จากอแดปเตอร์มือถือทั่วไปได้เลย แต่เครื่องที่ขายในอเมริกาจริงๆ จะมีหม้อแปลงนะ ปู่นินลำเอียงสุดๆ
  • สายจอยยาวกว่า famicom mini พอสมควร ทำให้เล่นห่างจอทีวีได้แล้ว หลังจาก famicom mini โดนด่าไปเยอะ
  • จอยใช้หัวต่อเดียวกับเครื่อง Wii ทำให้ใช้จอย Classic Controller ของ Wii มาต่อได้
  • ถึงหน้าตาเครื่องจะต่างจาก Famicom mini แต่มีคนแกะออกมาแล้ว ใช้ชิปและแผงวงจรเดียวกันเลย เปลี่ยนซอฟต์แวร์ข้างในอย่างเดียว โดยชิปประมวลผลเป็น Allwinner R16 สถาปัตยกรรมแบบ ARM RAM 256 MB ROM 512 MB นี่มันเงินทองไหลมาเทมาชัดๆ นะปู่นิน ทำวงจรครั้งเดียว ขายได้ 2 ปี
  • ตัว Emulator สำหรับเล่นเกมเครื่อง Super นั้นพัฒนาโดย NERD ในปารีส (Nintendo European Research & Development)
  • จุดเด่นของเครื่อง Super Famicom เดิมคือใช้ตลับเกมที่สามารถใส่ชิปเพิ่มความสามารถให้เครื่องได้ เช่นเกม Super Mario RPG มีชิปพิเศษเรียกว่า Nintendo SA-1 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่อง หรือเกม Star Fox 1 & 2 และ Yoshi’s Island ใช้ชิป Super FX เพื่อเพิ่มความสามารถในการแสดงผล 3 มิติ ซึ่งในยุคหนึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมากในการจำลองการทำงานของชิปพิเศษเหล่านี้ออกมา แน่นอนว่าเครื่องนี้นินเทนโดทำเอง ก็ต้องจำลองการทำงานของชิปพวกนี้ได้อยู่แล้ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!