Connect with us

จาก 1 ประเด็นสำคัญของประเทศไทยที่เกิดขึ้นเมื่อทางสมาคมไทยอีสปอร์ตไม่สามารถส่งนักกีฬา E-Sport เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Ashgabat 2017 นั้นก็ถือว่าเป็นอีก 1 เรื่องที่สร้างกระแสในแง่ลบให้กับทาง กกท. เป็นอย่างมาก ซึ่ง แบไต๋ไลฟ์ สดทันทีที่มีเรื่อง จึงได้ติดต่อประสานงานไปทาง กกท. หรือ การกีฬาแห่งประเทศไทย และคุณณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้วาการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ก็ได้ให้เกียรติเข้ามาชี้แจงในรายการ พร้อมต่อสายกับแคสเตอร์ หรือนักพากย์เกม DOTA2 ชื่อดังอย่าง แบงค์ ‘CyberClasher’ มาเพื่อร่วมพูดคุยกันในประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน

ทำไมไทยไม่ส่งนักกีฬา E-sport ไปยังการแข่ง Ashgabat 2017?

โดยคุณณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้วาการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้เป็นตัวแทนของทาง กกท. ก็ได้เปิดเผยสาเหตุที่ไทยไม่สามารถส่งนักกีฬา E-sport ไปยังการแข่ง Ashgabat 2017 เอาไว้ว่า ทาง กกท. จะต้องได้รับการรับรองก่อนถึงจะเป็นกีฬาได้ ซึ่งจะพิจารณาผ่านคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้พิจารณา โดย กกท. นั้นจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเพื่อไปนำเสนอ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน มีองค์การรับรอง และมีการแข่งขันระดับนานาชาติ และจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา

ซึ่งทาง กกท. ก็ได้ยอมรับว่าการกีฬา E-Sport นั้นเป็นกีฬา มีแข่งขันที่มีผู้ติดตามมาก แต่ประเด็นคือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสังคม อย่างเด็กที่อาจติดเกมมากขึ้นกว่าเดิม เราจะแก้ปัญหาอย่างไร จะทำให้เด็กหันมาติดเกมมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งทางคณะกรรมการได้มอบหน้าที่ให้ทาง กกท. ลองศึกษาก่อน และมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการประกาศกีฬา E-Sport เป็นกีฬา ซึ่งก้ำกึ่งกันอยู่ในตอนนี้ อาทิเช่น รองอธิการ กิจการเด็กและเยาวชน ก็พิจารณาว่ายังไม่เหมาะสมที่จะตั้ง เพราะระบบต่าง ๆ ในประเทศไทยยังไม่เข้มแข็งพอที่จะป้องกันไม่ให้เด็กติดเกมได้

กกท. มองด้านดีของ E-Sport

ในด้านที่ดีของ E-Sport ทาง กกท. ก็ได้มองว่า นักกีฬา E-Sport คือการสร้างโอกาส สร้างรายได้ หรือแม้แต่การสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมาจากการเล่นเกมเช่น แคสเตอร์ โปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาอุปกรณ์เทคโนโลยี และในปัจจุบันการเล่นเกม E-Sport นั้นมีมูลค่าสูง ซึ่งจะสร้างแรงจุงใจได้ทั้งด้านบวกและลบ ขึ้นอยู่กับตัวเด็กที่สามารถควบคุมตัวเอง แบ่งเวลาไม่ถูก ทำให้เกิดโอกาสที่จะกลายเป็นเด็กติดเกมได้

แบงค์ CyberClasher ก็ได้อธิบายเรื่องนักกีฬา E-sport กับเด็กติดเกม ว่าแตกต่างกันในส่วนของการเล่นเกมที่ นักกีฬา E-Sport จะมีวินัยในการเล่นเกม มีการวางแผน มีรายได้ มีเงินเดือนที่ชัดเจน

ซึ่งถ้าทางคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยตัดสินว่า กีฬา E-Sport เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการแล้ว ทางประเทศไทยก็จะสามารถส่งนักกีฬา E-Sport ไปแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกได้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงพิจารณาอยู่

สรุปประเด็นโดย กกท.

โดยการส่งไปแข่งขัน Asian Indoor and Martial Arts Games 2017 นั้นทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเป็นผู้พิจารณาส่ง ซึ่ง กกท. จะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน เช่นการเก็บตัว การเดินทาง เป็นต้น ซึ่งประเด็นปัจจุบันคือ ประเทศไทยสามารถส่งนักกีฬา E-Sport ไปได้ แต่ กกท. ยังไม่สามารถให้การสนับสนุนได้เนื่องจากยังไม่ได้มีการประกาศเป็นนักกีฬาอย่างเป็นทางการ แต่ทาง กกท. ก็ไม่ได้กีดกันแต่อย่างใด

ซึ่งคณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติอยากให้ทำประชาวิจารณ์เพื่อฟังความเห็นของทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ผู้ดูแลเยาวชน เขาอาจมีมุมมองอื่น ๆ ซึ่ง กกท. อยากเห็นว่า

เมื่อเป็นกีฬาแล้ว จะช่วยเหลือสังคมไม่ให้ติดเกมอย่างไร?

เหล่านักกีฬา E-Sport นั้นควรจะมาช่วยเหลือในส่วนของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการเล่น วิธีการแก้การติดเกม เป็นต้น ซึ่งทาง กกท. ก็อยากนำเสนอในด้านบวกของกีฬา E-Sport เอามาพูดในที่ประชุมให้เข้าใจกันทุกฝ่าย

พูดคุยกับ แบงค์ CyberClasher เรื่องที่ กกท. ได้กล่าวมา

ซึ่งแบงค์ CyberClasher ก็ได้ตอบกลับว่า ทางด้านการจัดระเบียบก็เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันมีนักกีฬา E-Sport ที่เป็นไอดอลอยู่มาก ซึ่งน่าจะช่วยให้เด็ก ๆ ติดเกมสามารถกลับตัวมาเป็นนักกีฬา E-Sport ที่ดีได้อย่างแน่นอน

ซึ่งหนุ่ย พงศ์สุข ก็ได้สอบถามต่อเนื่องกับทางแบงค์ CyberClasher ในประเด็นนี้ว่า คำตอบนี้ วงการเกมรับได้หรือไม่ มองอย่างไร?

ทางแบงค์ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รู้สึกโอเคว่า ยังพอมีความหวังอยู่ในการพิจารณาเรื่อง E-Sport เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย มีรูปธรรม มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่กำลังถกเถียงกันอยู่ ไม่สามารถตามผลได้

หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขอสรุปว่า Live นี้ที่เกิดขึ้น ทำให้เด็ก ๆ หรือเหล่าผู้เล่นเกม E-Sport รู้แล้วว่า ทางผู้ใหญ่รับทราบแล้วว่าเกมนั้นมีด้านที่ดี แต่สังคมนั้นไม่ได้มองแค่ด้านดีเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีสมาคมต่าง ๆ ที่ยังพิจารณาอยู่ว่าปัญหาเด็กติดเกมจะแก้อย่างไร ซึ่งถ้าคณะกรรมการพิจารณาว่า E-Sport เป็นกีฬาได้ ทาง กกท. ก็จะสามารถสนับสนุนงบประมาณได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าไม่ได้ ทางสภาโอลิมปิคก็สามารถส่งได้ แต่ไม่ได้เป็นชื่อทีมชาติไทย

แบงค์ CyberClasher พูดเรื่อง TI7

พูดคุยเกี่ยวกับทาง The International 2017 กับ CyberClasher ซึ่งล่าสุดเป็นที่น่าเสียดายว่า ทางทีม Faceless ซึ่งเป็นทีมที่มีผู้เล่นคนไทย Jabz นั้น ไม่ผ่านการคัดเลือก TI7 ไปซะแล้ว ซึ่งโดนทางทีม Xctn หรือ Execration เอาชนะไปได้ในรอบ Tie Break นั่นเอง

แบงค์ได้เปรียบ TI7 ว่าเสมือนการแข่งบอลโลกของเกม DOTA2 ก็ว่าได้ เป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดที่มีการจัดแข่งปีละ 1 ครั้ง มีเงินรางวัลสูงมากขึ้นทุกปี โดยปีนี้สูงกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว ซึ่งเกิดจากการเติมเงินซื้อของในเกม DOTA2 และหักไป 25% ซึ่งปัจจุบันมีเกม DOTA2 เพียงเกมเดียวที่ใช้ Model ธุรกิจแบบนี้ โดย 75% ที่เหลือทาง Valve เจ้าของเกม DOTA2 ก็จะนำไปทำ Production และนำไปจัดการแข่ง Major แยกย่อยออกไปตลอดทั้งปี

มองภาพรวมของนักกีฬา E-Sport ไทย

โดยแบงค์ CyberClasher ได้มองภาพรวมของนักกีฬา E-Sport ไทยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อทาง CyberClasher ได้ถูกเชิญไปพากย์อย่างเป็นทางการในการแข่ง The Manila Master ที่ผ่านมาว่า ตอนแรกพวกเขาก็ไม่มั่นใจว่า กลุ่มผู้เล่นคนไทยจะมีเยอะแค่ไหน มีศักยภาพแค่ไหนในการผลักดันวงการ ซึ่งพวกเขามองว่าทางฝั่งอินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ที่เป็นอันดับ 1 E-Sport ใน SEA นั้นมีศักยภาพมากกว่า แต่จากที่เกิดขึ้นคือ ทางประเทศไทยก็สามารถแสดงศักยภาพในด้านการรับชมกีฬา E-Sport ได้ดี ซึ่งการรับชมกีฬา E-Sport นั้นก็จะมีอารมณ์เหมือนเรากำลังรับชมฟุตบอลหรือการแข่งขันอื่น ๆ ที่โด่งดังอยู่นั่นเอง

ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ถ้าทาง Mineski ได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เขาอาจจะย้ายการจัดการแข่งขัน The Master มาที่ไทยก็เป็นได้

ซึ่งหนุ่ย พงศ์สุข ก็ได้เสริมว่า การจัดการแข่งที่ดูดี จะต้องมีผู้สนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วน จนสามารถจัดงานได้ใหญ่โตอลังการเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศได้ ซึ่งถ้าผู้สนับสนุนยังมองว่าเกมเป็นสิ่งมอมเมา ก็อาจจะทำให้การจัดการแข่งขันที่ใหญ่โตนั้นเป็นจริงได้ยาก

พูดคุยเรื่อง Jabz อนุชา จิระวงค์ หลังจากทีม Faceless แตก!

ทาง CyberClasher ก็ได้พูดถึงน้อง Jabz กับการเข้าไปสู้กับ Pro Player DOTA2 ทั่วโลกผ่านทีม Faceless ซึ่งเป็นทีมจากประเทศสิงคโปร์ ก็คิดว่าน่าจะมีทีมที่กำลังเล็งอยู่เยอะมากทั้งโซนอเมริกา โซนยุโรป รวมไปถึงโซนเอเชียก็ตาม เพราะทาง Jabz นั้นปัจจุบันก็ได้รับเชิญให้เป็น Standin หรือนักแข่งตัวแทนอย่างไม่เป็นทางการของทีม Mineski ของฟิลิปปินส์แล้ว เพราะตัว Jabz สามารถเล่นได้ตำแหน่งหลากหลายทั้ง Mid และ Support และมีช่วงอายุที่ยังน้อย ทำให้มีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เพราะปัจจุบัน Pro Player นั้นอยู่ในกลุ่มอายุ 18 – 20 ปีเท่านั้น

ใน SEA นั้นทาง CyberClasher ก็ได้กล่าวถึงทีมที่น่าจับตามองว่าทีม TNC เป็นอีก 1 ทีมที่น่าจับตามองมาก ๆ ในการแข่งขัน TI7 นี้ เพราะมีการโชว์ความแปลกใหม่ และโชว์ผลงานได้ดีในทุก ๆ การแข่งขัน TI ซึ่งเขาเป็นอันดับ 1 ในรอบคัดเลือก SEA นี้

ถาม CyberClasher กับเคล็ดลับวิธีการเป็นเกมแคสเตอร์อย่างมืออาชีพ

ทางหนุ่ยพงศ์สุข ก็ได้พูดคุยกับเรื่องที่ปัจจุบันเริ่มมีเด็ก ๆ ที่กำลังอยากผันตัวเองเป็นนักพากย์มืออาชีพหรือที่เรียกกันว่าเกมแคสเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าหลาย ๆ ปัจจัยอาจทำให้พวกเขาไม่สามารถเป็นได้อย่างที่ควรจะเป็น

ซึ่งแบงค์ CyberClasher ก็ได้แนะนำวิธีการเป็นเกมแคสเตอร์อย่างมืออาชีพว่า เราควรแบ่งเวลาให้เป็น โดยต้องศึกษาเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการเล่นเกม อย่างแรกให้เราเล่นเกมเป็นงานอดิเรกก่อนจนเราซึมซับและมีความชำนาญในเกมนั้น แล้วค่อยพัฒนาโดยการฝึกพากย์ให้ตรงจังหวะกับการเล่น ฝึกจำสกิลตัวละครทุกตัว ฝึกพูดชื่อนักแข่ง และสามารถมองรูปเกมได้ว่าจะดำเนินไปแบบไหน สำหรับคนที่พากย์ไม่เก่งก็อาจจะผันตัวไปเป็นนักวิเคราะห์เกมแทน รวมไปถึงการเขียนบทความก็ได้ ซึ่งเราสามารถทำควบคู่กันไปได้ ซึ่งการจะทำเป็นอาชีพนั้น เราจะต้องมีการรับฝังคนรอบข้าง อธิบายด้านดีให้พวกเขาได้รับรู้ ซึ่งแบงค์ CyberClasher เชื่อว่าอุตสาหกรรม E-Sport นี้จะยังอยู่อีกนาน ไม่เลิกไปง่าย ๆ แน่นอน

และประเด็นสังคมอีกอย่างคือประเทศไทยมักจะสนใจแต่ข่าวร้าย ไม่สนใจข่าวดีของด้านเกม ทำให้คนในสังคมมองว่าเกมเป็นเรื่องที่ไม่ดีเพียงด้านเดียว ทาง CyberClasher ก็เป็นอีก 1 คนที่ช่วยแชร์ข่าวดี ๆ อยู่ และเตือนเหล่าเด็ก ๆ ที่ชอบพิมพ์ไม่ดีใส่ผู้ใหญ่ ทำให้ดูว่าเด็กเล่นเกมนั้นก้าวร้าว ซึ่งการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อทั้งตัวคุณและสังคมเพราะจะทำให้คนอื่นดูว่าเราก้าวร้าว ดูไม่ดี และนำไปสู่การไม่เปิดรับ ให้พยายามคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกสิ่งควรเริ่มจากตัวเราเอง

หนุ่ย พงศ์สุข สรุป

หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขอสรุปข้อมูลจากแบไต๋ไลฟ์นี้เอาไว้ดังนี้

กกท. เป็นผู้ทำหน้าที่เสนอเรื่องให้คณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติตัดสินว่า เรื่อง E-Sport นี้หลังจากตัดสินเรียบร้อยจึงนำไปสู่การร่างกฎหมาย และ กกท. จึงจะมีอำนาจที่จะสนับสนุนนักกีฬา E-Sport ได้ ซึ่งปัจจุบันทาง กกท. ไม่มีอำนาจในส่วนนี้เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ E-Sport เป็นกีฬา ซึ่งการตัดสินจะเกิดจากการนำทุกภาคส่วนมาร่วมกันคิดว่า E-Sport นั้นเป็นกีฬาจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมีความเห็นก้ำกึ่งกัน โดยจะพิจารณากันภายใน 1 – 2 เดือนนี้ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขัน E-Sport ในมหกรรมกีฬาล่าสุดนั้นเป็นเพียงกีฬาสาธิตเท่านั้น ไม่ได้เป็นกีฬาหลักแต่อย่างใด

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมไทยยังไม่ส่งนักกีฬา E-Sport ไปแข่งขันระดับโลกนั่นเอง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น