Connect with us

feature

แค่ facebook ส่วนตัว ก็สร้างโลก สร้างงาน สร้างชีวิต

Published

on

บทความของผมทั้งหมดในเว็บ “แบไต๋ hitech” มุ่งเน้นส่งสารไปยังคนทำเพลง , คนฟังเพลง หรือทุกคนที่อยากรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับวงจร “ธุรกิจเพลง” เป็นหลัก  นำมาบอกเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม  ที่ลงสัมผัสจริง  ทั้งในมุมของคนสร้างเพลง และคนเสพเพลง – ในเวลาเดียวกัน  .. ได้สาระน้อยมากอย่างไร ก็โปรดนำไปคิดต่อ  พิจารณาซ้ำกันอีกที  ได้ความอย่างไร  นำกลับมาบอกเล่ากันบ้าง  โต้แย้งกันได้  เขียนแสดงความคิดเห็นกลับมาตรงๆได้ตลอด ..ผมยินดีเปิดใจรับฟังในทุกกรณีที่สร้างสรรค์

เรื่องราวในบทความนี้ ผมเคยพูดกับน้องๆศิลปินในค่าย Classy Records มาตลอด 2 ปีเต็ม   หากเราเริ่มมีผลงาน  และเปิดใช้ facebook ของเราเอง   และหวังจะใช้ให้มัน  เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการนำเสนอผลงาน  อย่างแรกเลยที่เราต้องปรับเปลี่ยนก่อน  คือ “ทัศนคติ” ในการเล่น facebook  นี่เองที่สำคัญที่สุด

ทำไมต้องทำเช่นนั้น ?

เอาเป็นว่า  ถ้าใครไม่ได้ตั้งใจจะใช้ facebook ส่วนตัว  เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงของตน  มั่นใจว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่า ถนัดกว่า  หรือไม่ใช้มันในการนี้  ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม  ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอ่านเนื้อหาต่อจากนี้  มันจะเสียเวลาของคุณ  แต่ถ้าอยากจะเปิดใจลองอ่านดู  .. ก็ไม่ว่ากัน

ลำดับแรก  ต้องเข้าใจก่อนว่า  คนส่วนใหญ่ เปิด facebook เล่นด้วยอารมณ์สนุก ไม่จริงจังใยดีกับมันมาก  แค่ทักทายเพื่อน  เขียนข้อความบ้าๆบอๆ  ลงรูปสวยๆของตัวเอง  หรือเพียงมีเอาไว้เล่นเกมส์แก้เซ็ง  ก็ตามที   .. แต่หากเราหวังจะใช้ facebook ส่วนตัว  เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงของเราด้วย  อยากให้ผลงานของเรา  เป็นที่รู้จักมากขึ้น .. มีกลุ่มแฟนเพลงติดตาม ถามหา  และ สนับสนุน  ..เจ้า facebook นี้ ก็สามารถตอบสนองได้มากเท่าที่คุณต้องการได้  หรืออาจจะมากกว่าที่คุณคาดหวัง  สำคัญคือ  คุณจะเอาจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ถ้าเอาจริง จงเริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้  เป็นที่รู้กันว่า facebook ส่วนตัวของทุกคน  ถูกระบบตั้งไว้ให้รองรับเพื่อนได้จำกัดเพียง 5,000 คน  .. จริงๆต้องเขียนว่า  รับได้ตั้ง 5,000 คน  มันมากกมายพอที่เราจะให้สังคมคน 5,000 คน  ที่มาอยู่เป็นเพื่อนร่วมความคิดกับเรา  เข้าใจ สนใจ และ เห็นคล้อยไปในรสนิยมเดียวกับเรา  .. แต่การจะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้  ต้องใช้เวลาในการจัดสรร  บริหารจัดการ  องค์กร facebook ของเราให้ดี  ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ ใส่ใจพฤติกรรมของเพื่อนสมาชิก อย่างรอบคอบ – รัดกุม

บางคนเรียก facebook ส่วนตัวว่า “บ้าน” แท้จริงแล้วจะเรียกใช้คำไหน ก็ย่อมได้ทั้งนั้น  สำคัญที่สุด คือเราต้องรับคนเข้าบ้าน หรือไปเชิญใครมาเข้าบ้าน  ให้ไปในแนวทางความคิด และรสนิยมเดียวกัน   .. หรืออย่างน้อย  จงอย่านำคนเข้าบ้าน  ที่เต็มไปด้วย “ทัศนคติที่เป็นพิษ” ต่อกัน  หรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น  จะนำมาซึ่งความขัดแย้งทางความคิด  จะไม่เป็นผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ผลงานของเราเอง

นอกเสียจากคุณจะทดลองใช้ “ความคิด”  จงใจเขียนสะท้อนไปให้เกิดความ “ขัดแย้ง”  เพื่อจะส่องดูว่า ใครกันที่ผิดแผก ไม่ใช่สิ่งที่คุณเป็น .. เขาจะเปิดเผยตัวออกมาทางความคิด และการเขียนแสดงความคิดเห็น  แล้วคุณก็สามารถนำเขาออกจากความเป็นเพื่อนได้ (.. หรือไม่ก็เขาก็เอาคุณออกไปก่อนแล้ว 555 .. ) นี่ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง

หากเราต้องการให้คนที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับเรา  เป็นเพื่อนเป็นสมาชิกของเรา   มีความคิดเห็น  รสนิยม  ไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด  เรียกว่า “ทั้งหน้า ทั้งหลัง” มัดกันไปตลอด ไม่มีบิดเบี้ยว แปลกปลอม  กรณีเช่นนี้ อาจจะหายากสักหน่อย เพราะคนส่วนใหญ่ มองว่า ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ที่ต้องเฟ้นหาแต่สมาชิกที่เป็น “เนื้อเดียวกัน” แบบนี้ทั้งหมด   และมันก็ยาก และเสียเวลามากเกินไป

แต่เคยมีนักดนตรี และ ศิลปินในแนวทาง แร็พ และ “เดท ร็อก” อยู่บางวง  ที่รับเฉพาะคนแบบเดียวกันเข้า facebook  ทั้งความนึกคิด และการกระทำ ?! .. สังคมในบ้าน “เดท ร็อก” เช่นนี้ คุณจะเห็นว่าเหนียวแน่น  เหมือนกันหมดแม้กระทั่งการแต่งตัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

10150018_834818289865174_917493947_n

เราจำเป็นต้องมีเพื่อน หรือจะเรียกว่าสมาชิกก็ได้  เพิ่มใหม่ขึ้นเรื่อยๆ นี่คือเรื่องสำคัญ และจำเป็นมาก  การที่ต้องการใช้ facebook เป็นอาวุธในการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงด้วยแล้ว  การมีสมาชิกหยุดนิ่งอยู่เท่าเดิม  ย่อมไม่ใช่ผลดี

แม้จะมีสมาชิกครบ 5,000 แล้วก็ตาม   ก็ต้องคอยติดตามวิเคราะห์ดูว่า  มีสมาชิกใด  ที่เป็น “สมาชิกเงา”  คือมีแต่ชื่อเป็นเพื่อน แต่ตัวและใจได้เปลี่ยนและหายไปจากเราแล้ว ไร้การปฏิสัมพันธ์ต่อกัน  ก็สามารถส่งข้อความไปถามความ  หรือตัดสินใจนำออกจากความเป็นเพื่อน(ไปก่อน)ได้เลย   .. เพื่อให้พื้นที่ที่เหลือ  รับสมาชิกใหม่ ที่พร้อมจะไปกับเรา  ย่อมมีคุณประโยชน์มากกว่าในทุกฝ่าย

และ ต้องตระหนักไว้ว่า  การเปิด facebook ส่วนตัวของคุณ  คุณต้องเข้าใจก่อนว่า  นี่เป็นสังคมเปิด  เป็นเรื่องสาธารณะ เพียงแต่คุณเป็นคนขับเคลื่อน  ถือบังเหียนบังคับให้ไปซ้ายไปขวาได้  แต่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคุณคนเดียว

เมื่อเข้าใจแล้วว่าเป็นสังคมเปิด  ก็อาจมีความคิดเห็นที่คล้อยตาม หรือขัดแย้งกันบ้าง คุณต้องใจกว้างรับให้ได้  กล้ารับฟังความเห็นต่าง..  ถ้าทัศนคติของคุณเข้าใจได้ถึงเรื่องตรงนี้  ที่เหลือก็ง่าย  ในการจะปรับรูปแบบไปตามสิ่งที่คุณเป็น   คุณเปิดเผยตัวตนของคุณเป็นแบบใด  ให้จำไว้ว่า คุณก็จะได้คนแบบนั้นมาเป็นเพื่อน มาเป็นสมาชิก  เรื่องนี้จริงที่สุด  .. หรืออย่างน้อยก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในระดับที่มากเลยทีเดียว  เพราะคนทุกคน  ย่อมตามหาคนในแบบที่เขาเชื่อ  ตามความรู้สึกนิยมชมชอบ..ของเขาเอง

ถ้าคุณไม่ใส่ใจผลงานของคุณ  คุณก็อย่าหวังจะให้สมาชิกของคุณใส่ใจ  หรือเชื่อว่าคุณใส่ใจผลงานของคุณจริงๆ  ความถี่ในการลงผลงาน  แปะลิ้งเพลง  ร้อยเข้ากับงานเขียนสั้นๆ  ที่อ่านแล้วเกิดมุมมองความรัก  ความใส่ใจ  รวมกันเป็นทัศนคติ  ที่มีต่อเรื่องราวของคุณ  ผลงานของคุณ  หรือแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานต่างๆ  .. อาจสอดรับ หรือเปรียบเทียบเข้ากับสภาพสังคมต่างๆ   แม้แต่จะโยงเข้ากับการเมืองในเชิงวิพากษ์วิจารณ์  หากสะท้อนถึงความจริงที่เกิดขึ้น   ก็สามารถกระทำได้  และเป็นสิ่งที่จะบ่งบอก ว่าคุณเป็นคนลักษณะใด  ตรงนี้สำคัญมากๆ ต่อการประชาสัมพันธ์งาน

ทั้งหมดล้วนเรียกว่าเป็นการ “ขายความคิด” แสดงว่าคุณเป็นคนมีอุดมคติ  มีความละเอียดอ่อน  ช่างสังเกต  มีความแยบคายในทุกสถานการณ์  ย่อมเป็นที่ดึงดูดและได้รับความสนใจจากเพื่อนสมาชิกมากว่า  รวมถึงผู้พบเห็น  ในกรณีที่ผลงาน หรือข้อความเชิงทัศนคติของคุณ ถูกแชร์ไปยังที่ต่างๆ  ก็อาจจะมีคนตามมาขอเป็นเพื่อนได้เสมอๆ

ความจริงเกี่ยวกับตัวคุณ  ยิ่งปรากฏชัดเจนมากขึ้น  ก็จะยิ่งสร้างพื้นที่ของคุณเองให้มั่นคงมากขึ้น  คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป  ว่าจะยืนอยู่ลำบาก  คุณผ่านช่วงเวลา “งงๆกับชีวิต” มาไกลมากแล้ว  ตอนนี้คุณกำลังยืนอยู่บนสนามหญ้านิ่มๆที่หน้าบ้านของคุณ  หันไปทางไหน  ก็มีแต่คนที่พร้อมจะเดินไปกับคุณ  แม้อาจไม่ทั้งหมด  แต่พิสูจน์แล้ว ว่าคือคนส่วนใหญ่

ในทางกลับกัน คนที่ไม่ใช่ ไม่ชอบ ไม่เชื่อ  ไม่อยากข้องแวะกับสิ่งที่คุณเป็น  เขาจะไม่ทนอยู่ ทนดู ทนอ่าน ทนเห็นสิ่งที่คุณแสดง เพราะมันแสลงใจ ?!  .. เขาจะเปิดเผยความคิดในใจของเขาให้คุณได้เห็น ในรูปแบบต่างๆ  ทั้งข้อเขียน หรือการค่อยๆหายหน้าจากคุณไป ทีละน้อย  จนคุณรู้สึกได้เอง  .. เรื่องเช่นนี้  ก็ยังถือเป็นข้อดีที่ได้จากการสร้างตัวตน  อย่างน้อยความชัดเจนในตัวของคุณเอง  ก็คือ “เครื่องกรองของเสีย” ที่คุณไม่ต้องการ  ให้ออกไปจาก “โลก งาน ชีวิต” ของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องลงมือกำจัดเขาออกไป

 

10173348_834818346531835_1369346847_n

แฟนเพจ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น  หากคุณใส่ใจบริหารจัดการ facebook ส่วนตัวของคุณให้ดี  ละเอียดอ่อน และตั้งใจในการใช้งาน  ตั้งใจคิด  ตั้งใจเขียน  จริงใจกับทุกเรื่องราว  ที่คุณลงเกี่ยวกับผลงานของคุณ  ให้คนได้สัมผัสกับมันอย่างลึกซึ้ง  และมั่นคง

เมื่อคุณเต็มที่กับสิ่งที่คุณทำแล้ว  คนดู  คนพบเห็น ก็จะเชื่อตาม  แพ้ใจคุณ  ยอมรับคุณ  คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งในการสร้างผลงานมากก็ได้  แต่คุณก็สามารถข้ามผ่านความยากต่างๆในระดับแรกไปได้  อย่างไม่ยาก  ขอแค่คุณเต็มที่กับบ้านหลังนี้  บ้าน facebook ของคุณเอง

ถึงเวลานั้น เมื่อ facebook ของคุณเติบโต  ค่อยคิดเปิด แฟนเพจ ก็ย่อมได้  ในมิติที่กว้างขวางขึ้น  แต่ตราบที่ทัศนคติต่อ facebook   และ พฤติกรรมของคุณยังคับแคบ  ปิดใจ ไม่จริงจังต่อการประชาสัมพันธ์ผลงานของคุณเอง  ผ่านหน้า facebook ส่วนตัว การเปิด แฟนเพจ ก็ย่อมจะเป็นการเสียเวลา เพราะผลลัพธ์และคุณประโยชน์ที่ได้  ย่อมไม่ต่างกัน  ..กลับจะเป็นผลเสีย  เพราะทัศนคติของคุณยังไม่ถูกจัดการ ก็ยากจะจัดการในเรื่องอื่นๆ ที่ต้องใช้ความขยันและอดทนเพิ่มมากขึ้นตามมา

ลืมแฟนเพจไปเสียเถิด  อย่าไปสนใจมัน  มันเป็นเรื่องแค่ภาพสวยๆ  ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักหรอก  ขืนคุณเปิดแฟนเพจ  แต่หาก “หัวใจของคุณ” ยังไม่พร้อมจะใส่ใจเข้าไปดูแลมัน  .. การไหว้วานให้ แอดมิน เป็นคนจัดการให้  ทำอย่างไรก็ไม่ขลังเท่ากับตัวคุณลงสนามเล่นเอง  มันดูน่าเชื่อถือและจริงใจกว่า  เพราะ แฟนเพจ ที่มันร้าง  มันก็เหมือน หน้าตาบริษัทของเรา ทั้งรก ทั้งเก่า  ดูไม่มีชีวิตชีวา เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเอาเสียเลย  ตรงนี้ที่เขาเรียกว่า เป็นดาบสองคม  หากยังไม่มีความเข้าใจ และความกระตือรือร้นที่จะดูแล  จำไว้ว่า  อย่าริเปิดแฟนเพจของตัวเอง

10168340_834818136531856_1833965184_n

รีบหันมาดู facebook ส่วนตัว  บ้านน้อยๆหลังเล็กๆของคุณหลังนี้ดีกว่า  คุณปัดกวาดเช็ดถู  ทำความสะอาด  ต้อนรับขับสู้ใส่ใจคนในบ้านดีพอหรือยัง ?!  .. รักและกล้าหาญในการนำผลงานของคุณให้สมาชิกในบ้าน  ร่วมรับรู้  ตื่นเต้นดีใจไปกับคุณหรือยัง ?!  ถ้ายัง..ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจาก facebook  , ถ้ายัง.. ก็อย่าหวังว่าสมาชิกจะซาบซึ้งไปกับผลงานของคุณ  และ ถ้ายัง..ก็อย่าไปบอกใครว่า จะใช้ facebook ในการประชาสัมพันธ์ผลงานของคุณเอง

หันกลับไปเล่นเกมส์ และอยู่กับโลกส่วนตัวของคุณแบบเดิมดีกว่า  ลืมประโยชน์นานานับประการที่จะได้จากมันไปเสีย  คุณสมบัติในตัวคุณยังมีไม่มากพอ  ที่จะได้รับสิ่งดีดีจากมันในเชิงลึก

แฟนเพลงของผมท่านหนึ่ง  โทรเข้ามาที่ Classy เพื่อจะสั่งซื้อผลงานอัลบั้มชุดล่าสุด less is more” ผลงานลำดับที่ 10 ของค่าย โปรดิวซ์โดย คุณโจ้ (นรินทร์พันธุ์ ปัณฑรวงศ์)  ผมเป็นคนรับสาย และต้นทางไม่รู้มาก่อนว่าผมเป็นใคร  สิ่งที่เขาพูด จับใจความได้ประมาณนี้… “……  เอ่อ สวัสดีครับ  ผมโทรมาก็แค่อยากขอชื่นชมหน่อย  ผมเป็นเพื่อน facebook กับคุณ แจ็ค รัสเซล ตามอ่านที่เขาเขียนเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะชอบใจ  และกด Like แฟนเพจ Classy และศิลปินหลายๆคนในเวลาต่อมา  .. เชื่อไหม  ผมไม่เคยซื้อ CD เพลงไทยฟังนานมากๆแล้ว  แต่เห็นคุณแจ็ค เขาลงเพลงของ Classy บ่อยๆ  ลงจนผมสงสัย  ว่ามีดีอะไรวะ  .. วันหนึ่งก็เลยคลิกฟัง  ฟังแล้วก็ชอบ จึงหาฟังเรื่อยๆ หลายๆชุด  ที่สุดก็ออกไปซื้อ CD มาฟัง  นี่เป็นครั้งแรกนะครับ  ที่โทรมาขอสั่งซื้อ  อยากขอบคุณ Classy ที่ทำเพลงดีดีออกมา  ให้คนฟังที่ถอดใจกับเพลงไทยไปแล้วแบบผม  ได้ฟังนะครับ   จะขอสนับสนุนตลอดไป …..”

แค่หนึ่งในหลายตัวอย่าง  ที่ faceboook ส่วนตัว  บวกกับความ “จริงจังต่อเนื่อง” ของผม  ในการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงของตัวเอง  ซึ่งผมไม่มี แฟนเพจ (และไม่เคยคิดจะมี) ด้วยซ้ำ ?! ..ให้ผลลัพ์ที่ดี  ที่มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก

โลกสร้างเครื่องมือประชาสัมพันธ์ราคาถูกมาให้  คุณจะเอามันไว้แค่ลงรูป เล่นเกมส์  ทักทายผู้คน  เขียนภาษาบ้าๆบอๆปัญญาอ่อน – เท่านั้น  หรือจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน ต่อยอดผลงานการสร้างสรรค์ของคุณให้เกิดประโยชน์  เหมือนที่คุณวาดฝันเอาไว้  เหมือนที่คุณบอกว่าคุณรักผลงานของคุณ   ก็ต้องคิดให้เร็ว  ไม่เลือกวิธีนี้  ก็ควรมีวิธีอื่น  ที่สามารถทำให้เห็นผลได้จริง  ในโมเดลที่ไม่ต้องลงทุนเช่นเดียวกัน  ..ซึ่งส่วนตัว ผมยังมองไม่เห็นวิธีไหน ?!

นอกจาก facebook ครับ
(โดย แจ็ค รัสเซล)

แสดงความคิดเห็น

feature

“หนุ่ย พงศ์สุข” ถาม Google จะทำอะไรเพื่อเมืองไทย???

Published

on

หนุ่ย พงศ์สุข พร้อมลุยถาม Google ตรง ๆ ว่า วันนี้เขาจะเข้ามาทำอะไรเพื่อเมืองไทยบ้าง กับทางผู้บริหารส่วนต่าง ๆ ของ Google ที่จะตอบคำถามทุกอย่างให้คุณได้ฟังแบบละเอียด(ผ่านการแปลเนื้อหาเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อย)

โดย Google จะเน้นไปในด้านการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตของชาวไทยมากขึ้น ตั้งแต่การทำแอปฯ Google Maps ที่แสดงผลของการเดินทางผ่านรถจักรยานยนต์ จับมือกับ CAT TELECOM สร้างสัญญาณ WIFI ฟรีกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ในชื่อ “Google Station” และรวมไปถึงการพัฒนา Google Ignite Program รวมทั้งสร้างศูนย์การเรียนรู้ Google For Education ที่จะเข้ามามีบทบาทในการศึกษาของเราในยุค 4.0 ก็เรียกได้ว่าสโลแกน #LeaveNoThaiBehind ของ #GoogleForThailand ในครั้งนี้เขาตั้งใจทำมาเพื่อคนไทยจริง ๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

feature

#รีวิว Pixels CCTV รุ่นใหม่ล่าสุด บันทึกได้นานถึง 4 เท่า

Published

on

กล้องวงจรปิด เป็นอีก 1 สิ่งที่หลาย ๆ คนมองหา โดยเฉพาะรุ่นที่ติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย ซึ่งแบไต๋เราก็เคยได้รีวิวกล้อง Pixels CCTV ไปแล้วในรุ่นก่อนหน้า แต่วันนี้เขามาพร้อมกับรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีบีบอัดภาพที่ทำให้ขนาดของข้อมูลเล็กลงถึง 4 เท่า ! จะน่าสนใจขนาดไหน มาดูสเปคและจุดเด่นที่น่าสนใจไปพร้อมกันได้เลย

รายละเอียด Pixels Wifi Kit X series

  • กล้องวงจรปิดไร้สาย 4 ตัว หรือ 8 ตัว (จำนวนกล้องขึ้นอยู่กับเซ็ตที่ซื้อ) พร้อม Adapter
  • กล่องเครื่องบันทึก NVR (Network Video Recorder) 1 กล่อง
  • ในกล่องแถมสาย LAN , สาย HDMI และ Mouse
  • ใช้ระบบบันทึกใหม่ Codec MPEG-4 AVC H.265+ บีบอัดไฟล์ได้เล็กกว่าเดิมโดยที่คุณภาพไม่ลด
  • ตัวกล้องยังสามารถเป็น Repeator สัญญาณในตัวเองได้ด้วย
  • สามารถดูภาพสดของกล้อง CCTV แต่ละตัวผ่านมือถือได้ ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างกว่ารุ่นก่อน ๆ
  • ตัวกล้องออกแบบมากันน้ำ กันฝนได้ ติดตั้งด้านนอกบ้านได้สบายหายห่วง

เทคโนโลยีบีบอัดไฟล์

เรามาพูดถึงเทคโนโลยีนี้กันบ้าง ท้าวความถึงเทคโนโลยี H.264 ก็คือ Codec MPEG-4 AVC หรือที่เราคุ้นเคยว่า MP4 นั่นแหละซึ่งเป็นรหัสการบีบอัดไฟล์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งรองรับความละเอียดถึง 4K (4,096 x 2,304) ส่วน H.265 เรียกได้ว่าเป็นการบีบอัดไฟล์ให้ขนาดเล็กลงไปอีก ในขณะที่คุณภาพเท่าเดิม หรือสูงขึ้น จะเรียกว่า HEVC (High Efficiency Video Coding) รองรับความละเอียดสูงถึง 8K (8,192 x 4,320) รวมไปถึง FPS (Frame per second) ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า

และแน่นอนว่าจะต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับระบบ H.265 ทั้ง Input, Process และ Output ด้วย H.265 บันทึกได้นานกว่า 30 วัน จากเดิม H.264 บันทึกได้ประมาณ 7 วันเท่านั้น (จากการเชื่อมต่อกล้อง 4 ตัว กับฮาร์ดดิสก์ 1TB) ซึ่งบีบอัดไฟล์ได้เล็กกว่าเดิมถึง 4 เท่า

เงื่อนไขการรับประกัน

Pixels CCTV รับประกัน 3 ปีเต็ม กรณีสินค้ามีปัญหาสามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยใช้การปริ้นท์ใบเคลมจากแอป Pixels CCTV ซึ่งทาง Pixels เขาจะเปลี่ยนใหม่ให้ทันทีหากกล้องที่ส่งมามีปัญหาจริง !!

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 16,900 บาท เป็นชุดแบบ 4 กล้อง ซื้อวันนี้แถมฟรี HDD ขนาด 1 TB น่าสนใจทีเดียวครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

feature

#รีวิว Canon EOS M50 กล้อง #Mirrorless ราคาเบาๆ แต่ความสามารถครบ!

Published

on

หนุ่ย พงศ์สุข พาคุณชมความสามารถของกล้อง Mirrorless ตัวล่าสุดกับ Canon EOS M50 ว่ามันจะสามารถเอามาใช้ถ่ายแทนสมาร์ทโฟนได้ง่ายเหมือนที่เราเคยใช้หรือไม่? มาชมกัน

สเปคของกล้อง Canon EOS M50

  • Canon EOS M50 มีความละเอียดภาพ 24 ล้านพิกเซล มาพร้อมเลนส์คิท EF-M 15 – 45 mm f/3.5-6.3
  • น้ำหนักเบาเพียง 370 กรัม พกพาสะดวก
  • ปุ่มฟังก์ชันต่าง ๆ อยู่ทางด้านขวา รวมไปถึง พอร์ต Mini HDMI และ Micro USB
  • มีช่องเสียบไมค์อยู่ด้านซ้าย (เป็นช่องที่ใครหลายคนรอคอยเพราะการต่อไมค์นอกได้ทำให้การถ่าย Video จะได้รับเสียงที่ดีกว่าเดิมมาก)
  • มีแฟรชและช่อง Hot Shoe สำหรับต่อแฟลชแยกหรือต่อไมค์แยกได้
  • ช่องมองภาพ EVF ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล
  • จอแสดงผลด้านหลังความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล หมุนได้ 270 องศา หมุนมาถ่าย Vlog ตัวเอง หรือจะถ่ายเซลฟี่ก็ทำได้ง่ายนิดเดียว

หนุ่ย พงศ์สุขทดสอบใช้งานจริง

ถ่ายภาพ

  • จากการทดลองถ่ายด้วยโหมด Auto ใช้ง่ายมาก โฟกัสเร็วมากด้วยระบบ Dual-pixel Focus ถือเป็นครั้งแรกของกล้อง Mirrorless ในระดับราคานี้จาก Canon ที่มีระบบโฟกัสตัวนี้ และยังมี Eye focus ระบบโฟกัสตรวจจับดวงตา ทำให้ถ่าย portrait มั่นใจว่าโฟกัสไม่หลุดดวงตา และสลับตาที่โฟกัสระหว่างถ่ายได้ ยิ่งมาถ่ายกลางวันแบบนี้ช่องมองภาพมีประโยชน์มากครับ
  • ถ่ายเซลฟี่ก็ทำได้ง่ายครับ ด้วยน้ำหนักที่เบาประมาณ 390 กรัมทำให้การถือถ่ายตัวเองไม่ใช่ปัญหา แค่หมุนจอหันมาเท่านั้น
  • มีโหมดพิเศษที่สามารถกดชัตเตอร์ด้วยการแตะที่หน้าจอและรอ 3 วิ ก็ได้เช่นกัน
  • มีโหมดผิวเนียนเพื่อช่วยปรับโทนผิวได้ด้วย
  • ออกแบบมาสำหรับมือใหม่ มีคำอธิบายชัดเจนว่าแต่ละโหมดว่าใช้สำหรับถ่ายแบบไหน แม้กระทั่งเมนูก็มีคำอธิบายเพิ่มเติม มือใหม่ไม่งงแน่นอน

ถ่ายวีดิโอ

  • Canon EOS M50 สามารถถ่ายวิดีโอในระดับ 4K 25fps ได้ เป็นกล้อง Canon ระดับราคาสองหมื่นรุ่นแรกๆ ที่ถ่าย 4K ได้ ซึ่งคุณภาพก็ดีพอสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป
  • ถ่าย Full HD ได้ที่ 50fps, HD 720p ได้ระดับ 100fps เอาไปทำ Slow-motion ได้เลย
  • เปลี่ยนเลนส์ได้ง่าย ๆ โดยใช้อแดปเตอร์แปลงเลนส์ EF, EF-S ให้ใส่กับเมาท์เลนส์ EF-M ได้ด้วย

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Canon EOS M50

  • แม้ว่า M50 จะมีความสามารถโฟกัสเร็วแบบ Dual-pixel CMOS AF และถ่ายวิดีโอระดับ 4K ได้ด้วย แต่เราใช้ 2 ความสามารถนี้คู่กันไม่ได้ เมื่อเราถ่ายวิดีโอ 4K กล้องจะหาโฟกัสจะช้ากว่าปกติ
  • นอกจากนี้เวลาถ่ายวิดีโอ 4K จะมีการครอปภาพเข้าไปอีก 1.7 เท่าจากปกติ
  • ช่อง Micro USB ไม่สามารถใช้ชาร์จกล้องได้

สรุป

Canon EOS M50 เหมาะกับคนที่อยากได้กล้องที่ถ่ายภาพนิ่งสวยๆ คนที่ชอบ Selfie คนที่มีเลนส์ Canon อยู่แล้ว คนที่มองหากล้องราคาเบาๆ แต่ได้ความสามารถครบทั้งระบบโฟกัสเร็ว Dual-pixel รวมถึงช่องมองภาพ EVF รวมถึง Vlogger ที่ถ่ายวิดีโอตัวเองปล่อยๆ เพราะสามารถหันจอมาดูระหว่างถ่ายได้ เสียบไมค์ก็ได้ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวก็ดี โฟกัสวิดีโอ 1080p ก็ทำได้รวดเร็ว แต่สำหรับใครที่มองหากล้องวิดีโอ 4K เราก็ต้องบอกว่า Canon EOS M50 ยังไม่ค่อยเหมาะนักครับ แนะนำให้ดูกล้องในระดับกลางดีกว่า

Canon EOS M50 มาพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm

ปิดท้ายด้วยราคา 24,900 บาท

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!