BT Recommend
See AllArticles
See All09/01/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 hours ago
เวียดนามเอาจริง ! ออกกฎหมายคุม YouTube โฆษณาต้องกดข้ามได้ใน 5 วินาที มาตรการในฝันของผู้ใช้งานไทย
ใช้ YouTube กันอยู่ทุกวัน แต่สังเกตไหมว่าโฆษณาแบบกดข้ามไม่ได้มีความยาวมากกว่าเมื่อก่อน แน่นอนว่ากระทบสุนทรียภาพในการชมคอนเทนต์ถึงขั้นที่ผู้ใช้งานโอดกันทั่วโลก แม้จะมีระบบ Supscription ของ YouTube Premium เพื่อตัดโฆษณาออกไป หรือใช้แอปฯ ทางเลือกอื่น ๆ แทนได้ แต่ในความจริง ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะจ่าย และแม้ผู้ใช้งานจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครหยุด YouTube จากการเพิ่มจำนวนโฆษณาหรือขยายเวลาโฆษณาที่กดข้ามไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันยาวถึง 30 วินาที แต่ล่าสุดเวียดนามได้ลุกขึ้นมาตอบโต้ด้วยตัวกฎหมาย ที่บังคับให้การใช้งาน YouTube ภายในประเทศต้องกดข้ามโฆษณาได้ภายใน 5 วินาที กฎหมายใหม่ของเวียดนาม คุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สำหรับการเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนเสพสื่อในครั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศข้อบังคับใหม่เพื่อปกป้องผู้บริโภค โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ โดยวันบังคับใช้ กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในประเทศเวียดนามตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป หลังจากมีการประกาศกฎนี้ออกมา กระแสตอบรับในโลกออนไลน์อย่าง Reddit แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ทั่วโลกต่างสนับสนุนมาตรการนี้ และอยากให้เกิดขึ้นในประเทศของตนเช่นกัน แม้ว่า YouTube อาจแก้เกมด้วยการเพิ่มจำนวน โฆษณาที่กดข้ามได้ให้มากขึ้นแทน แต่ก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่ส่งสัญญาณว่า ประสบการณ์การรับชมที่ถูกยัดเยียดเกินไปนั้นควรได้รับการตรวจสอบ ประสบการณ์โฆษณา YouTube…
09/01/2026
Read MoreOpenAI เปิดตัว ChatGPT Health หลังซุ่มวางแผนร่วมกับแพทย์ 260 จากทั่วโลกมา 2 ปี
ChatGPT Health ฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาตอบคำถามการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและฉลาดขึ้น ในแต่ละสัปดาห์มีผู้ใช้งานกว่า 230 ล้านคนทั่วโลกปรึกษาเรื่องสุขภาพกับ ChatGPT ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ บางครั้งเป็นเพียงประเด็นการดูแลสุขภาพ แต่บางครั้งก็ไปถึงขั้นที่ต้องการให้ช่วยวินิจฉัยโรค ทำไมต้องมี ChatGPT Health ? OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT Health เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา โดยฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ให้กลายเป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง โดยยังคงยึดถือมาตรฐานความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งาน ทุกวันนี้ข้อมูลสุขภาพมักจะแยกส่วนกันอยู่ตามแอป ฯ, อุปกรณ์สุขภาพ หรือในไฟล์ PDF เป็นข้อมูลเอกสาร บันทึกเวชระเบียน จนยากจะเห็นภาพรวม ดังนั้น ChatGPT Health จึงเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ให้สะดวกต่อการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประมวลผล อาทิ ข้อมูลสุขภาพเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ChatGPT Health จึงถูกแยกออกมาเป็นสัดส่วนชัดเจนเป็นพื้นที่เฉพาะเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยบทสนทนาใน Health จะถูกเก็บแยกจากแชตทั่วไป ข้อมูลสุขภาพของคุณจะไม่รั่วไหลไปยังการสนทนาอื่น และข้อมูลรวมไปถึงไฟล์ต่าง ๆ ในส่วน Health จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกสอนโมเดลหลักของ OpenAI อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลที่เข้มงวดกว่าปกติ และรองรับการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย…
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 hours ago
09/01/2026
Read MoreDreame เปิดตัว CyberX โรบอทไต่บันไดได้ และ X60 Ultra ที่ข้ามสิ่งกีดขวางได้ 8.8 ซม. !
CES 2026 ปีนี้ทำเอาหลายคนอึ้งไปตาม ๆ กันเหมือนทุกปี หนึ่งในนั้น คือ CyberX โรบอทไต่บันไดได้ และโรบอทดูดฝุ่นรุ่น X60 Ultra จาก Dreame เรียกได้ว่าทั้งสองตัวนี้เข้ามาเปลี่ยนกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบบที่เราเคยใช้กัน มากันที่ Dreame CyberX กันก่อนเลย โรบอททำความสะอาดที่เกิดมาเพื่อบ้านที่มีพื้นที่ซับซ้อน X60 Ultra บางเฉียบ แต่ข้ามสิ่งกีดขวางได้สูงปรี๊ด ต่อมาคือรุ่นเรือธงที่อัปเกรดมาเพื่อแก้ Pain Point เรื่องติดธรณีประตู และเข้าไม่ถึงใต้โซฟาโดยเฉพาะ นอกจากการเปิดตัว 2 หุ่นยนต์ฮีโรแล้ว Dreame ยังประกาศก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้นำด้าน Smart Living ด้วยการนำเทคโนโลยีหลัก 3 ด้าน ได้แก่ อัลกอริทึม AI, มอเตอร์ความเร็วสูง และแขนกล Bionic มาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ในบ้านอีกด้วยครับ หยู ฮาว (Yu Hao) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ…
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 hours ago
09/01/2026
Read Moreแกดเจ็ตสุขภาพ อาจทำขยะล้นโลก 1 ล้านตัน ภายในปี 2050
ในปี 2025 เทรนด์สุขภาพและ Longevity ทำให้ตลาดแกดเจ็ตสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Wearable ที่สวมใส่ได้ เติบโตอย่างมหาศาลและต่อเนื่อง แม้จะเป็นเรื่องดีที่คนหันมาดูแลตัวเอง แต่แกดเจ็ตเหล่านี้อาจกำลังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่โดยที่เราไม่รู้ตัว ปี 2050 ความต้องการอุปกรณ์สุขภาพอาจพุ่งสูง 2,000 ล้านชิ้น งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) และมหาวิทยาลัยชิคาโก (The University of Chicago) พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า ภายในปี 2050 ความต้องการอุปกรณ์สุขภาพเหล่านี้อาจพุ่งสูงถึง 2,000 ล้านชิ้น/ปี หรือเพิ่มขึ้นถึง 42 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งทีมผู้วิจัยเตือนว่า หากเราไม่เปลี่ยนวิธีการผลิตตั้งแต่วันนี้ อุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 1 ล้านตัน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกกว่า 100 ล้านตันเลยทีเดียว ตัวต้นเรื่องไม่ใช่พลาสติก สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวการสำคัญไม่ใช่พลาสติกอย่างที่หลายคนคิด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่าแผงวงจรที่เปรียบเสมือนสมองของอุปกรณ์ต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุถึง 70% ของคาร์บอนฟุตพรินต์ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการทำเหมืองและการผลิตที่ซับซ้อน ทางออกมีเพียง 2 วิธี นักวิจัยได้เสนอทางออกไว้ 2…
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 hours ago






















