Connect with us

feature

คุยเฟื่องเรื่องภาษา : อยากเก่งอังกฤษ จำเป็นไหมต้องไปเมืองนอก? (ตอนที่ 2)

Published

on

สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวแบไต๋
กลับมาเจอกันอีกครั้งนะคะ กับภาคต่อของ “อยากเก่งอังกฤษ จำเป็นไหมต้องไปเมืองนอก?”
สัปดาห์ที่แล้วเวลากระชั้นชิด ต้องรีบโพสต์บทความ แล้วออกไปทำธุระต่อ
( โพสต์ มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า  “Post”  เลยต้องสะกดด้วย “ต์” แบบนี้นะคะ
ครูทอมคำไทยสอนเอาไว้ใน #แบไต๋ไอที อย่าลืมใช้กันให้ถูกต้องด้วยนะฮ้าฟ )
เขียนค้างไว้ถึงแค่เรื่องพื้นฐาน ยังไม่ได้เจาะลึกถึงรายละเอียด ว่าที่บอกว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษ เราฝึกเองได้ นี่ต้องทำยังไง
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือพูดภาษาอังกฤษบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองเนี่ย
การลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม จริงๆแล้วต้องทำอย่างไร

ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1  อ่านย้อนหลังได้ที่นี่เลยค่ะ
http://www.beartai.com/article/faunglada/5891


เอาล่ะ สัปดาห์นี้เราก็จะมาต่อกัน สำหรับหลายๆคนที่อยากฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
ทำได้ง่ายๆในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเมืองนา
แต่อาจจะต้องอาศัยความตั้งใจจริง แรงกระตุ้น บวกกับความพยายามเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย
ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตนเอง เพื่ออนาคตการสปี๊คอิงชลิชอันสดใส

(เฟื่องไม่ได้บอกว่าวิธีต่างๆที่เฟื่องกำลังจะเล่านี้จะใช้ได้ผลกับทุกคน ทุกวิธี
แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เฟื่องทำจริงๆ แล้วคิดว่าเป็นปัจจัยเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยทำให้เฟื่องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ
สามารถต่อยอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
ใครคิดว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหน จะเลือกเอาไปลองใช้ซัก 2-3-4 วิธีก็ตามสะดวกเลยค่าาา)

1. ดูหนังภาษาอังกฤษ

 

ดูหนังเป็นกิจกรรมที่หลายๆคนทำเป็นประจำอยู่แล้ว และเชื่อว่าสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็ดูหนังแบบพากย์อังกฤษ Subtitle ไทยกัน
(ใช่มั้ยคะ ?ฮ่าๆ ใครที่ยังดูพากย์ไทยอยู่สารภาพมานะ ! แล้วเปลี่ยนรีบเปลี่ยนมาดูแบบอินเตอร์เดี๋ยวนี้ !)
ดังนั้น ทำสิ่งที่เราชอบไปด้วย แล้วก็ได้เรียนภาษาอังกฤษไปด้วย… โว้ว อะไรจะดีขนาดนั้น  ทำกันเต๊อะ!
ขั้นตอนง่ายๆในการฝึก มีดังนี้

 

-> เปลี่ยนมาดูหนัง/รายการทีวีแบบ Sound ภาษาอังกฤษ

-> ลองฟังให้พอผ่านหู ควบคู่ไปกับการอ่านซับไตเติ้ล 
ในช่วงแรกนี้ ยังไม่ต้องโฟกัสว่าฉันต้องฟังๆ เพราะจะกดดันตัวเองมากไป แถมดูหนังไม่สนุก
อ่านซับไตเติ้ลไปเป็นหลักเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่คราวนี้ลองเปิดโสตประสาทหูของคุณให้กว้างๆไว้

-> ฟังไปด้วย อ่านเทียบกับซับไตเติ้ลไปด้วย
ฟังไปบ่อยๆนานๆ จะมีคำที่เราพอคุ้นหู และจับใจความได้บ้าง
ลองฟังแล้วดูซิ คำนี้ในซับไตเติ้ล เขาแปลว่าอะไร หรือลองฟังทั้งประโยค แล้วอ่านซับดูซิ ว่าเขาแปลยังไง

-> ฟังคำไหนออก ลองออกเสียงตาม อันนี้แนะนำสำหรับการดูหนังที่บ้านอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ
ฮ่าๆ อย่าริหาญไปทำในโรงหนังเด็ดขาด ฟังให้ชัด เลียนแบบให้ถูก เสียงสระ/ตัวสะกด/stress เขาออกยังไง
ลอกมาให้ครบ พูดบ่อยๆให้กล้ามเนื้อปากและลิ้นได้บริหารกันบ้าง
หรือถ้าฟังออกทั้งประโยค ก็ลองก๊อปปี้มาพูดทั้งประโยคเลย เท่จะตายไป
(เวลาพูด อย่าลืมใส่น้ำเสียง/อารมณ์เหมือนตัวละครในหนังด้วยนะ อินมาก บอกเลย)

-> ฟังก่อน อ่านซับไตเติ้ลทีหลัง ขั้นนี้คือ Advance ขึ้นมาอีกระดับนึง อาศัย 3 ส่วนด้วยกันคือ
:: ฟังสำเนียง Native ออก  โดยการฝึกปรือ ดูหนังบ่อยๆให้หูของคุณคุ้นเคยกับสำเนียงเจ้าของภาษา
:: คลังคำศัพท์พอประมาณในหัว จากการสั่งสมวิชาด้วยการฝึกทักษะอังกฤษด้วยวิธีอื่นๆ
:: ความกล้า กล้าที่จะท้าทายความสามารถตนเองว่าเราฟังออกไหม รู้เรื่องไหม
แรกๆอาจจะฟังแล้วมาอ่านเทียบซับดูก่อนว่า เราจับใจความถูก แปลถูกหรือเปล่า
พอเริ่มอยู่ตัวก็ฟังอย่างเดียวโลดดด อันไหนไม่ชัวร์จริงๆค่อยกวาดตามาดูซับเทียบ
หากคุณทำได้ถึงขั้นนี้ คุณจะพบว่า ตอนที่เรามัวแต่เอาเวลาไปอ่านซับไตเติ้ลหนัง เราพลาดอะไรๆในหนังไปเยอะเลย

-> เปลี่ยนเป็น English Subtitle
ขั้นนี้ Advance ที่สุด แล้วถ้าทำได้แล้ว ก็ยินดีด้วยค่ะ คุณสามารถสื่อสารกับฝรั่งได้อย่างสบายๆแล้ว
ทำเหมือนเดิมให้หมด แต่แค่คราวนี้เปลี่ยนจากซับไตเติ้ลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษซะ
ฟังไปด้วย อ่านไปด้วย จะได้รู้ว่าจริงๆเวลาเขาพูดประโยคแบบนี้กัน เขาออกเสียงยังไงนะ
หรือบางทีเราฟังคำไหนตกหล่นไป เวลามาอ่านในซับจะได้รู้ว่า อ่ออออ เขาพูดเต็มๆแบบนี้นี่เอง
แนะนำให้มี dict อยู่ข้างๆด้วย เผื่อศัพท์คำไหนฟังไม่ออก แต่จำเป็นต่อการแปลจริงๆจะได้เปิดดูเดี๋ยวนั้นเลย
(แต่จริงๆภาษาอังกฤษ เราไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายทุกคำ แค่อ่านโดยรวม เดาจากบริบทแล้วพอเข้าใจได้ก็พอแล้ว
อย่าเป็น perfectionist ต้องเปิดดิกท์ไปซะทุกคำ!)

2. ฟัง/ร้องเพลงภาษาอังกฤษ

kids-listening-to-music

การร้องเพลงภาษาอังกฤษ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เก่งขึ้นได้
ช่วงแรกๆที่เราฟังเพลงฝรั่ง บางทีเราก็ยังเดาไม่ออกหรอกว่าบางคำมันคือคำว่าอะไร
(ตัวอย่างเช่น ตอนเด็กๆเฟื่องชอบอินมากร้องเพลงไททานิค แต่ร้องว่า “แอลฟี่ไนท์อินมายดรีม” คือสมัยนั้นเกม Arcade ที่ชื่อว่า Alfie เป็นเกมที่เฟื่องชอบเล่น 55 เลยติ๊ต่างไปซะอย่างงั้น โตขึ้นมาหน่อยเลยถึงเพิ่งรู้ว่า อ๋ออ จริงๆเค้าร้องว่า “Every night in my dream”)
หลักการฟังเพลง/ร้องเพลงให้ได้ความรู้ ง่ายๆค่ะอันนี้

-> หาเพลงที่คุณชอบ มันต้องมีบ้างแหละเพลงที่เราฟังแล้วรู้สึก โอ้วใช่จังเลย
เพราะจังเลย อาจจะเปิดเจอตอนฟังในวิทยุในรถ ในยูทูบ หรืออะไรก็ตามแต่
ฟังไปบ่อยๆเราก็เริ่มอยากจะร้องได้ ร้องตามคลอๆไปก่อน

-> Search หา lyrics (เนื้อร้อง) แต่การร้องเพลงอังกฤษ หากคุณยังไม่เทพจริงๆ
เป็นไปได้ยากมากกกก ที่คุณจะฟังออก ร้องตาม เข้าใจความหมายได้ทุกคำ
เพราะฉะนั้น ว่างๆ เก็บเพลงที่คุณชอบ มาเสิร์ชเนื้อร้องที่ถูกต้องกันเถอะ
คราวนี้เราก็จะได้รู้ว่า อ๋ออออ ที่แท้เขาก็ร้องแบบนี้นี่เอง แปลคำไหนไม่ออกก็เปิดดิกท์ดูเลย
สิ่งที่เราจะได้ก็คือ การออกเสียง การเรียงประโยค และคำศัพท์ใหม่ๆ
แต่เรื่องแกรมมาเป๊ะ ต้องบอกเลยว่า หวังจากเพลงไม่ได้นะคะ
เพราะหลายๆครั้ง นักแต่งเพลงต้องเลือกใช้คำให้ลงกับทำนองที่วางไว้
เป็นข้ออนุโลมของเพลงค่ะ อาจมีการตัดคำช่วย หรือ Verb บางตัวออกไป
ที่ยังเข้าใจความหมายได้อยู่

-> ลองร้องตาม แนะนำให้ Print เนื้อออกมาเลยค่ะ หรือใครใคร่เปิดใน Tablet ก็ได้
แต่แนะในเปิดในโปรแกรมที่สามารถขีดๆเขียนๆลงไปได้นะคะ
เราสามารถจดศัพท์ที่เราไม่รู้ไว้ด้านบนคำ หรือลองร้องตามให้ลงจังหวะ
แล้วลองดูว่า คำไหนต้องออกเสียงรวบไปกับคำไหน
คำไหนออกเสียงนิดเดียวแล้วผ่านไป คำไหนเน้นยังไง

-> ลองเปลี่ยนเนื้อเพลงไทยที่คุณชอบเป็นเวอร์ชันอังกฤษ
วิธีนี้อาจจะฟังดูแหม่งๆ แต่เป็นวิธีที่เฟื่องทำจริง
แล้วก็สนุกดีด้วย ไม่ได้บอกให้มานั่งแปลเนื้อจริงจัง เปิดดิกท์หาศัพท์นะคะ
แค่เวลาว่างๆ ฮัมเพลงในห้องน้ำ แทนที่จะร้องเพลงไทยที่เราชอบเป็นภาษาไทยปกติ
ลองคิดแทนค่าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องแปลถูกเป๊ะก็ได้
แค่ขอให้ความหมายครบ แล้วคำที่เลือกมาใช้ลงกับทำนองก็พอ
สนุก และท้าทายดีนะคะ อยากให้ลอง 55

3. เล่นเกมที่มีภาษาอังกฤษ

รู้นะว่าหลายคนในนี้เป็นสาวกเกม จะบอกว่าการเล่นเกมก็ช่วยให้คุณเก่งอังกฤษได้! (แต่ต้องเล่นให้ถูกวิธีนะ)
จริงๆมีหลายเกมที่สร้างขึ้นสำหรับฝึกทักษะภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ
ถ้าเล่นเกมแบบนั้นได้เลย ก็จะดีค่ะ (แต่เกมพวกนี้มันไม่สนุกเท่าเกมออนไลน์อย่างอื่นนี่เนาะ)
ฉะนั้น เล่นเกมอะไรก็ได้ ที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวข้อง
อย่างเช่น ตอนเด็กๆ Ragnarok Online ก็เป็นเกมฮิตช่วงนึงของเฟื่องเลยนะคะ
ได้เรียนศัพท์จากเกมนี้เยอะพอตัว ครูพักลักจำ
ชื่อไอเท็ม (item) ชื่ออาชีพ (job) หูยย อะไรมาสารพัด
แต่การเล่นก็ต้องหมั่นสังเกตและเอามาเชื่อมโยงนะ อ๋ออออ สิ่งนี้ใช้ภาษาอังกฤษแบบนี้นี่เอง

4. อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ
read-books

หลายๆคนอาจจะไม่ชอบ และเบื่อกับการอ่านหนังสือ ยิ่งเป็นอังกฤษด้วยแล้วยิ่งไม่อยากจะอ่านเข้าไปใหญ่
เข้าใจยาก แต่ไหนๆก็ขอพูดซักหน่อย

การอ่านหนังสือทำให้คุณได้คำศัพท์/ไวยากรณ์/การเรียบเรียงความคิดในการเล่าเรื่อง ได้ดีที่สุดค่ะ
เพราะการเขียนหนังสือ จำเป็นต้องใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง เลือกใช้คำศัพท์หลากหลาย และการร้อยเรียงเรื่อง
ก็ต้องจัดลำดับให้ดี

ฉะนั้นการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษจะทำให้คุณได้ทักษะอ่าน/เขียน เป็นประโยชน์ต่อการใช้อังกฤษในระดับการทำงาน
ไม่ใช่เพียงเพื่อการสื่อสารเท่านั้น คุณจะเขียนเก่งขึ้น มีคลังคำศัพท์มากขึ้น รู้จักการใช้รูปประโยคที่หลากหลายมากขึ้น

การอ่านจริงๆแล้ว อยากให้ลองหาเรื่องง่ายๆมาอ่านก่อน
คำศัพท์ไหนที่ไม่รู้ก็ลองอ่านผ่านๆแล้วเดาจากบริบทเอา ไม่จำเป็นต้องหาความหมายแบบเป๊ะๆทุกคำ
แต่ถ้าเดาไม่ออกจริงๆ แล้วเจอคำนั้นบ่อย จำเป็นต้องทราบความหมาย ก็ค่อยเปิดศัพท์กันก็ได้ค่ะ

หรือออออ ถ้าขยันหน่อย แนะให้รอบแรก อ่านไปแบบไม่เปิดดิกท์ ลองดูให้เข้าใจเรื่องคร่าวๆ
และอ่านรอบสองค่อยลองมาเจาะศัพท์ดู เปิดดิกท์ไปอ่านไป แล้วก็จดคำแปลไว้บนศัพท์

5. เบ็ดเตล็ดกับอังกฤษ


นอกเหนือจากการทำกิจกรรมที่แนะนำไปข้างต้นแล้ว เฟื่องยังอยากแนะนำทิปส์เล็กๆน้อยๆที่จะทำให้คุณเก่งอังกฤษขึ้น
– คุยภาษาอังกฤษ : กล้าคุยภาษาอังกฤษ อาจจะชักชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่อยากฝึกมาพูดกัน
และกล้าที่จะออกเสียงอย่างถูกต้อง อย่ากลัวคนจะหาว่าโอเวอร์ ใส่สำเนียงเข้าไปเถอะค่ะ ทำให้เป็นนิสัย
ช่วยได้จริงๆ
– ไม่รู้แล้วหาศัพท์ : หากไม่รู้ ต้องรู้จักหาความรู้ ว่างๆเจอคำอะไรก็เปิดดิกท์ดู คุณจะมีคลังคำศัพท์เยอะขึ้น

สุดท้ายนี้ขอฝากเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการฝึกภาษาอังกฤษนะคะ
มีปัญหาหรืออยากรู้อะไรเกี่ยวกับภาษาเข้ามาคุยกันได้ใน twitter: @faunglada
หรือ www.facebook.com/FLD.official นะคะ

แสดงความคิดเห็น

feature

แบไต๋สรุปของเล่นใหม่ใน iOS12 ที่ทุกคนจะได้ไปต่อ #อัปฟรี!!

Published

on

เป็นประจำทุกปีในงาน WWDC แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่แอปเปิ้ลจะเปิดตัวสารพัด OS ใหม่ ทั้ง iOS, macOS, watchOS tvOS ให้นักพัฒนาได้ลองใช้ก่อนในเดือนมิถุนายน และจะเปิดตัวสมบูรณ์ให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดมาใช้จริงอีกครั้งตอนเดือนกันยายน เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่า มีอะไรบ้างที่ถูกพัฒนาขึ้นมา

iOS 12

ความเร็ว

เรื่องแรกที่เหล่าสาวกต่างปลื้มใจมากคือ iOS 12 โฟกัสเรื่องความเร็วจริงจังแล้ว หลังจากโดนด่าเสมอเวลา iOS ออกรุ่นใหม่ว่าทำให้เครื่องช้า ปีนี้แอปเปิ้ลเคลมเลยว่า จะเปิดกล้องได้เร็วขึ้น 70% คีย์บอร์ดพร้อมใช้งานเร็วขึ้น 50% แอปโหลดเร็วขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ iOS 11 

ARkit 2

อีกเรื่องที่ดีงามและมีแต่แอปเปิ้ลที่ทำได้เนียนสุดตอนนี้คือ ARkit ครับ ที่ปรับปรุงเข้าสู่เวอร์ชั่น 2.0 แล้ว ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ iOS หลายตัวเพื่อเข้าสู่โลก AR เดียวกัน เช่นทำเกมที่เล่นได้หลายคนบนสนาม AR เดียวกันได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้แอปเปิ้ลยังเปิดตัวแอป Measure ที่นำความสามารถวิเคราะห์พื้นผิว AR มาคำนวณระยะ เช่นส่องไปที่กล่อง ก็จะบอกได้ว่ากล่องนี้กว้าง x ยาวเท่าไหร่ โอ้ นี่เป็นการใช้ตรีโกณมิติขั้นสูงสินะ

Facetime

facetime ถูกพัฒนาขึ้นมา สามารถ Join เข้ากลุ่มพูดคุยพร้อมกันได้สูงสุด 32 คน โดยเริ่มจากกรุ๊ปข้อความใน Messages! ดูหน้าตาการคุยก็ออกแบบมาดี หน้าจอของคนพูดจะขยายขึ้นอัตโนมัติ (แต่ LINE Video Call สามารถคุยได้สูงสุด 200 คน แถมยังใช้ได้ทุกอุปกรณ์ ไม่จำกัดแค่ iOS ด้วย)

Memoji

Copy and Development นั้นมีมาตลอด และเป็นแนวทางทำให้โลกพัฒนาขึ้น ปีที่แล้ว Apple สร้าง Animoji ใน iPhone X ต่อมาซัมซุงก็อปไปพัฒนาเป็น AR Emoji ที่ทำหน้าของตัวเองเป็น Emoji ได้ใน Galaxy S9 มาปีนี้ iOS 12 แอปเปิ้ล ก็อปแนวคิดซัมซุงไปออกเป็น Memoji สร้างอิโมจิหน้าตัวเองได้หลายหลาก พัฒนาการเคลื่อนไหวได้เนียนขึ้น มีลูกเล่นเช่นเอาหน้า Emoji ไปซ้อนกับหัวคนได้เลย แถมเพิ่มหัวใหม่ๆ และตรวจจับการแลบลิ้นได้ด้วย แต่แน่นอนว่าใช้กับ iPhone X ได้เท่านั้น

Notification

Notification ก็ปรับปรุงจัดกรุ๊ปได้แล้ว ต่อไปข้อความไลน์มาเป็นร้อยก็ไม่รกหน้าล็อก เพราะมันถูกจัดกรุ๊ปไว้เรียบร้อย ในที่สุด iOS ก็ทำได้แบบ Android สักที !!

Photos

แอป Photos ก็ปรับปรุงใหม่ให้แนะนำได้มากขึ้น ทั้งในหน้า For you ที่แนะนำภาพที่น่าสนใจมาให้ พร้อมแชร์ให้เพื่อนได้ง่ายๆ แนะนำเอฟเฟกสำหรับแต่งภาพได้ด้วย พร้อมจัดกลุ่มรูปในเครื่องตามเหตุการณ์ต่างๆ มาให้ หรือจัดตามหน้าบุคคลหรือสถานที่ ปุ่มค้นหาก็แนะนำ keyword ได้ดีขึ้น แต่ถ้าอยากใช้ตอนนี้ก็ง่ายๆ แค่โหลด Google Photo มาใช้ ก็จะได้ความสามารถแบบนี้เลย แถมบางเรื่องอาจจะเก่งกว่าด้วย เพราะกูเกิ้ลทำมาก่อน!

Screen Time

ช่วงนี้บริษัท IT ต่างๆ กำลังเน้นเรื่อง Digital Well Being หรือทำให้ชีวิตกับโลกดิจิทัลดีต่อสุขภาพมากขึ้น ใน iOS 12 เลยมีฟังก์ชั่น Screen Time เพื่อสรุปว่าวันๆ เราจ้องหน้าจอมือถือแค่ไหน ใช้ทำอะไรบ้าง แถมกำหนดได้ด้วยว่าจะให้ใช้เวลากับแอปต่างๆ นานเท่าไหร่ต่อวัน นี่มันฟีเจอร์ในฝันของผู้ปกครองชัดๆ

Shortcut สำหรับ Siri

Shortcut เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Siri ผู้ใช้สามารถสร้างคำสั่งลัดของตัวเองได้ แล้วกำหนดเป็นคำไว้ให้สั่งได้ง่ายๆ จะว่าไปก็เหมือน Automation ของ mac ที่เขียนคำสั่งเรียงเป็นชุด ทำเป็นโปรแกรมง่ายๆ

ความสามารถอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

และความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ CarPlay ใช้แผนที่อื่นๆ อย่าง Google Maps นำทางได้แล้ว (จะได้ไม่หลงซักที!) และเพิ่มแอปบันทึกเสียงใน iPad มาให้แล้ว 

แล้วใครใช้ iOS 12 ได้บ้าง ?

ง่าย ๆ เลยคือ อุปกรณ์ทุกตัวที่สามารถอัป iOS 11 ได้ครับ ฝั่ง

  • iPhone เริ่มตั้งแต่ iPhone 5s ไล่ไปจน iPhone X
  • iPad ได้ตั้งแต่ iPad mini 2, iPad Air, iPad gen 5
  • iPad Pro ทุกรุ่น
  • iPod touch gen 6

วันที่เปิดให้ใช้งาน iOS 12

สำหรับนักพัฒนาจะสามารถโหลด iOS 12 มาทดสอบประสิทธิภาพได้แล้ววันนี้ และจะเปิดตัวสมบูรณ์ให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดมาใช้จริงอีกครั้งตอนเดือนกันยายนนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

feature

อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยกับ #MyMooBan Application

Published

on

คุณเคยรู้สึกมั้ย…ว่ารอบตัวของคุณไม่ค่อยปลอดภัยซักเท่าไหร่ ต่อให้คุณอยู่ภายในบ้านของคุณเองก็เถอะ!! ต่อให้ภายรอบบ้านของคุณมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราอยู่ทุกชั่วโมงก็ตามที แต่วันนี้คุณจะหมดห่วงและอยู่บ้านแบบอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับ เครื่องสำหรับตรวจคนเข้าออกหมู่บ้านแบบไฮเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า เครื่องการ์ด พาเนล นั่นเองค่ะ 

ตัวเครื่องการ์ด พาเนล หรือ เครื่องสำหรับตรวจคนเข้าออกหมู่บ้านแบบไฮเทคโนโลยี เหมาะสมกับยุคที่เรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 จริง ๆ ค่ะ และยังไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อนอีกด้วย อย่างที่เรารู้ ๆ กันว่า…กระแสสังคม ณ ตอนนี้ ทุกที่ส่วนใหญ่ต่างก็ตื่นตัวและดึงเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาย่อส่วนเพื่อควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วให้กับชีวิตของเรา ช่วยให้เรารู้สึกคุ้มค่าที่ได้เกิดมาพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์ที่รายล้อมรอบตัวเราในยุคนี้ 

เครื่องการ์ด พาเนล หรือ เครื่องสำหรับตรวจคนเข้าออกหมู่บ้านแบบไฮเทคโนโลยี คือเทคโนโลยีที่สามารถใช้ควบคุมได้ทั้งหมู่บ้านเลย ความเจ๋งของเจ้าเครื่องนี้ คือมันจะผูกกับแอปพลิเคชั่น ที่ใช้ชื่อว่าMyMooBan ที่ลูกบ้านลงทะเบียนไว้แบบunlimit ต่อให้หมู่บ้านจะมีเป็นร้อยเป็นพันหลังคาเรือนก็รองรับได้ทั้งหมด

  • การทำงานคือ : หากมีใครมาติดต่อ ข้อมูลจะถูกลิงค์ไปยังมือถือให้เราได้รู้ทันที
  • และยังสามารถเก็บข้อมูลของผู้ที่มาติดต่อได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการเอาบัตรประชาชนแอบเอาไปใช้ทำธุรกรรมอย่างที่เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในหลายหมู่บ้าน
  • และไม่ต้องเสี่ยงต่อการหายหรือสลับบัตรกันอีกต่อไป นับเป็นการแก้ปัญหาที่ลงตัวได้ดีทีเดียวค่ะ

เครื่องมือนี้มีชื่อว่า Guard Panel (เครื่องการ์ด พาเนลเป็นตัวควบคุมทุกอย่าง ทั้งเรื่องความปลอดภัยหรือเวลามีเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนเป็นการสื่อสารให้ข้อมูลภายในกิจกรรมที่ทางหมู่บ้านจัดขึ้น พูดง่าย ๆ ว่ามีครบในเครื่องเดียวนั่นแหละค่าคุณผู้ชม

วิธีการใช้งาน 

  1. ดาวน์โหลด MyMooBan Application (ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS และ ANDROID ทั้งใน App store และ google play)
  2. สมัคร user ID ด้วยอีเมลส่วนตัว และ login
  3. เข้าระบบเชื่อมลิงค์กับหมู่บ้านทันที (ข้อมูลมาจากนิติบุคคล)
  4. ตั้งโปรไฟล์ ด้านซ้ายมือ / Google pin ตำแหน่งของหมู่บ้านอยู่ด้านขวามือ
  5. ภายในจะประกอบด้วย 
    • My inbox สำหรับให้ทางนิติบุคคลแจ้งข่าวสารภายในหมู่บ้าน
    • S.O.S. ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ รปภ. หรือ Receptionist กรณีที่พักอาศัยคือคอนโดได้ทันที
    • Pre-book Visitor ใช้กรณีที่ต้องนัดหมายกับผู้ที่มาติดต่อแบบล่วงหน้า ซึ่งจะสามารถเข้าออกหมู่บ้านโดยใช้เพียง QR Code เท่านั้น
    • My Booking สามารถจองส่วนกลางต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน
    • Facilities Claims แจ้งอุปกรณ์ส่วนกลางที่ชำรุดพร้อมถ่ายภาพ ไปยังฝ่ายนิติบุคคล
    • My Parcel แจ้งเรื่องพัสดุสิ่งของ จดหมาย ที่ส่งมาถึง
    • Developer News สำหรับผู้สร้างโครงการแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่นใหม่ ๆ
    • Useful Contact เป็นรายชื่อของหน่วยงานต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ ซึ่งสามารถติดต่อได้โดยตรง
    • My Billing สำหรับเช็คการชำระเงินส่วนกลางของหมู่บ้าน
    • ปุ่มล่างจะมีปุ่ม Home / ปุ่มแจ้งเตือน /ปุ่ม visitor และปุ่มโปรไฟล์

การติงตั้งเครื่อง Guard Panel ซึ่งควบคุมการตรวจสอบผู้เข้าออกและเก็บข้อมูลด้วยระบบ OCR ก็ติดตั้งไม่ยุ่งยากเลยค่ะ

  • ครั้งแรกเมื่อเราได้เครื่องมา ให้กดที่ปุ่ม Admin โดยทางเจ้าหน้าที่ MyMooBan จะให้ Username และ passward ภายในจะประกอบด้วย
    • Dashboard เป็นรายชื่อผู้ที่เคยมาติดต่อทั้งหมดในหมู่บ้าน
    • Alert เป็นรายชื่อของลูกบ้านที่กดแจ้งเหตุฉุกเฉิน
    • Call เป็นข้อมูลค้นหารายชื่อลูกบ้าน พร้อมโทรติดต่อได้ทันที

ในเรื่องการทำงาน security ระบบในเรื่องความปลอดภัย แบ่งเป็น 2 กรณีได้แก่

  • แบบที่ 1 : กรณีผู้มาติดต่อไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า
    • เมื่อมีรถเข้ามา กดdrive in / รปภ.คีย์เลขทะเบียนรถ
    • คีย์ข้อมูล ติดต่อบ้านเลขที่ / จะปรากฎสมาชิกทุกคนในบ้านพร้อมเบอร์โทร แล้วเลือกติดต่อลูกบ้าน
    • แสกนบัตรประชาชน กล้องจะอยู่ด้านหลังเครื่องGuard Panel / ใส่เบอร์โทรผู้มาติดต่อ กด verify
    • ข้อมูลจะlink แจ้งเตือนไปยังโทรศัพ์ลูกบ้านในทันทีสามารถเก็บข้อมูลได้ไม่มีจำกัด ผ่านเครื่องseverหมดปัญหาในเรื่องบัตรประชาชน
  • แบบที่ 2 : กรณีลูกบ้านนัดหมายล่วงหน้าให้กับผู้มาติดต่อ
    • ลูกบ้านเลือกปุ่ม Pre-Book Visitor ใน MyMooBan Application
    • คีย์ข้อมุล ชื่อ นามสกุล / ID เลขที่บัตรประชาชน เลขทะเบียนรถ / เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อ วันเวลานัดหมาย
    • กด register ระบบจะทำการส่ง QR Code ไปยังผู้ที่จะมาติดต่อ
    • วันที่มาติดต่อ ยื่น QR Code ให้ รปภ

อย่างที่บอกไปค่ะว่าเครื่องนี้เครื่องเดียว all in one ครบทุกประการเลย แบบนี้ทำให้นิติบุคคลทำงานได้สะดวกสบาย ประหยัดในเรื่องเวลา การทำงาน และระบบความปลอดภัยที่เต็มประสิทธิภาพ เพิ่มสบายใจแก่ผู้พักอาศัยภายในหมู่บ้าน หมู่บ้านไหนมีลูกบ้านก็ยิ่งอุ่นใจ เหมือนได้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลถึงที่บ้านเลยค่า

  • หากนิติบุคคลของที่ใดสนใจรายละเอียดสอบถามได้ที่เบอร์ : 02-943-8999 ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น.
  • หรือ Line@ : @MyMooBan
  • และ Page : MY MooBan

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

feature

#MSIG จัดแคมเปญแรง ทำประกันภัยรถกับ “MSIG ประกันภัย” หรือแค่จอง รับ Easy Pass มูลค่า 1,000 บาทฟรี!!!

Published

on

จากเรื่องราวในตอนแรกที่แบไต๋ได้นำเสนอเรื่องการใช้ Easy Pass  (#แบไต๋บุกทางด่วน : https://www.beartai.com/feature/255184) ต่อมาแบไต๋จึงได้อ้อนวอนให้รถยนต์หันมาใช้ Easy Pass อีก 3,000 คัน  เพื่อให้รถที่ขึ้นทางด่วนด่านพระราม ๙นั้นเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

จากวันนั้น หนุ่ย พงศ์สุข จึงส่องดูว่ามีผู้ร่วมกระทำการดีกี่คันแล้ว จากการส่องใน Social Media ทำให้ได้พบกับเพจน้องใหม่ “ก้าวหน้าโบรคเกอร์” ที่ได้ทำ CSR ร่วมกับ ประกันภัยรถยนต์ MSIG ประกันภัย ซึ่งได้จัดแคมเปญ “ทำประกันภัยรถหรือแค่จอง รับ Easy Pass มูลค่า 1,000 บาทฟรี  แถมจัดส่งฟรี แถมบริการต่อภาษีฟรี แถมบริการตรวจสภาพรถฟรี ที่ตรอ. ทั่วประเทศ” (ฟรีมันทุกอย่างนั่นแหละ) เพื่อช้วยกระตุ้นให้รถ 3,000 คันหันมาใช้ Easy Pass ให้เป็นจริงตามที่แบไต๋คาดหวังไว้

นับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2561 เป็นวันที่เพจแบไต๋ได้ลงคลิป #แบไต๋บุกทางด่วน เพื่อประกาศ อ้อนวอนผู้ใช้รถจำนวน 3,000 คัน โปรดช่วยกันหันมาใช้ Easy Pass เพื่อที่รถจะได้ไม่ติดสะสมบนทางด่วนด่านพระราม ๙ และถ้าหากไล่ดูจากการประกาศอ้อนวอนทางหน้าเพจแล้ว พบว่ามีรถยนต์ไม่ต่ำกว่าร้อยคัน…ที่หันไปติด Easy Pass กันแล้ว” เย่!!! ถือว่าการข้อร้อง อ้อนวอนของเราแบไต๋นั้นได้ผลไปอีกขั้น

ซึ่งวิธีการสมัคร ซื้อประกันภัยรถยนตร์กับ MSIG ประกันภัย หรือ แค่จอง ผ่าน “ก้าวหน้าโบรกเกอร์” ก็ง่าย ๆ ดังนี้

  • คุณจะได้รับประสบการณ์ในการใช้ Easy Pass ทันที มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ส่งเครื่องให้ถึงบ้าน โดยไม่ต้องจอดรถ ไม่ต้องติดต่อที่ด่าน ส่งมอบกันแบบตรง ๆ ไปเลย
  • แถมบริการต่อภาษีรถยนตร์ หรือตรวจสภาพรถ ฟรี!!!ทั้งสองรายการ  ได้ที่ ตรอ.ทั่วประเทศ
  • แต่ในขณะเดียวกันในส่วนของลูกค้าที่มี Easy Pass อยู่แล้วแต่ต้องการซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านก้าวหน้าโบรกเกอร์ ก็จะได้รับสิทธิส่วนลดพิเศษในการซื้อประกันภัยรถยนต์สูงสุด  1000 บาท ด้วยเช่นกัน
  • บอกเลยว่าการทำ CSR ร่วมกับ ประกันภัยรถยนต์ MSIG ประกันภัย นั้นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมจริง ๆ

และอีกปัญหาที่บ่นกันหนาหูในเรื่องของการติด Easy Pass คือ เรื่องของใบกำกับภาษี นั่นเอง เพราะบรรดาพนักงานบริษัทที่ใช้ Easy Pas นั้น คุณจะไม่ได้รับใบเสร็จเพื่อนำไปเบิกค่าใช้จ่าย แต่เชื่อเถอะว่าเทคโนโลยีสมัยนี้สามารถช่วยคุณได้เสมอ เพราะเรามีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า แอปฯ EXAT Portal ให้คุณได้ดาวน์โหลดมาใช้กัน

  • ขั้นตอนแรกเข้าไปที่ แอปฯ EXAT Portal
  • จากนั้นก็เข้าไปลงทะเบียน
  • ถ้าคุณต้องการใบกำกับภาษีในรูปแบบนิติบุคคล
    • คุณก็กรอกข้อมูลบริษัท // กรอกหมายเลขบัตร Easy Pass ของบริษัท // กรอกด่านที่คุณสะดวกไปรับใบกำกับภาษี
  • เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย คุณก็สามารถไปรับใบกำกับภาษีที่ด่านที่คุณกรอกลงไปใน แอปฯ EXAT Portal ได้เลย สะดวกสุด ๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!