Connect with us

Mobile-Tips

รู้หรือไม่ กดปิด Bluetooth, WiFi ผ่าน Control Center ของ iOS 11 นั้นไม่ได้ปิดจริง!

แอปเปิ้ลแอบปรับการทำงานของ Control Center ใน iOS 11 เงียบๆ โดยเมื่อผู้ใช้กดปิด WiFi หรือ Bluetooth ผ่าน Control Center (เมนูที่ลากจากขอบล่างของเครื่องขึ้นบน) จะเป็นการตัดการเชื่อมต่อกับเสา Wifi หรืออุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่อเท่านั้น ไม่ได้ปิดการทำงานไปจริงๆ

Published

on

แอปเปิ้ลแอบปรับการทำงานของ Control Center ใน iOS 11 เงียบๆ โดยเมื่อผู้ใช้กดปิด WiFi หรือ Bluetooth ผ่าน Control Center (เมนูที่ลากจากขอบล่างของเครื่องขึ้นบน) จะเป็นการตัดการเชื่อมต่อกับเสา Wifi หรืออุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่อเท่านั้น ไม่ได้ปิดการทำงานไปจริงๆ

เมื่อปิด WiFi ผ่าน Control Center ของ iOS 11

เมื่อเรากดปิด WiFi ไป การเชื่อมต่อจะถูกตัดลง และไม่เชื่อมต่อกับเสา WiFi ต้นใหม่เอง จนกว่า

  • คุณจะกดเปิด WiFi ใน Control Center ใหม่
  • คุณจะเลือกเชื่อมเครือข่ายใน Settings -> Wi-Fi
  • ไปอยู่ในสถานที่ใหม่ ระบบก็จะเชื่อม WiFi ให้เอง
  • ถึงเวลาตี 5 ของวันใหม่ ระบบก็จะเชื่อม WiFi ใหม่
  • รีเซ็ตเครื่อง

เมื่อปิด Bluetooth ผ่าน Control Center ของ iOS 11

เมื่อเรากดปิด Bluetooth ไป การเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่าน Bluetooth จะถูกตัดลง ยกเว้นการเชื่อมต่อกับ Apple Watch (อภิสิทธิ์ชัดๆ) , Apple Pencil, Instant Hotspot รวมถึงความสามารถ Continuity เช่น Handoff ที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่าง iOS กับ macOS ยังคงทำงานต่อไป

ซึ่งเมื่อเรากดปิด Bluetooth ไปแล้ว iOS จะไม่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่เองจนกว่า

  • คุณจะกดเปิด Bluetooth ใน Control Center ใหม่
  • คุณจะเลือกเชื่อมอุปกรณ์ใหม่ใน Settings -> Bluetooth
  • ถึงเวลาตี 5 ของวันใหม่ ระบบก็จะเปิด Bluetooth ใหม่
  • รีเซ็ตเครื่อง

ถ้าต้องการปิด WiFi และ Bluetooth จริงๆ ทำยังไง

ก็ต้องเข้าไปปิดใน Setting ของระบบแบบเดิมครับ ปิดแบบนี้จะเหมือนตัดสัญญาณไปจริงๆ และไม่เปิดเองอีก

ทำไม Apple ต้องปิด WiFi / Bluetooth แบบหลอกๆ

แอปเปิ้ลให้เหตุผลของการปิดแบบหลอกๆ นี้ว่า การใช้งาน WiFi และ Bluetooth ตลอดเวลานั้นทำให้ประสบการณ์ของ iOS ดีขึ้น ผู้ใช้จะใช้งานระบบได้มีอุปสรรคน้อยลง

เราอาจคิดว่าการปิด WiFi และ Bluetooth ก็แค่ทำให้ข้อมูลไม่รับส่ง และทำให้ประหยัดแบตมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วการปิดไวไฟและบลูทูธนั้นส่งผลกระทบหลายอย่างต่อระบบ คือ

  • ทำให้ iPhone หาตำแหน่งสถานที่ช้าลง ความแม่นยำลดลง เพราะ iOS จะตรวจสอบเสา Wifi รอบตัวเพื่อระบุตำแหน่งของเราคร่าวๆ และใช้ Bluetooth เพื่อระบุตำแหน่งของเราในสถานที่อย่างละเอียด
  • ทำให้ใช้ฟังก์ชั่น iBeacon ไม่ได้ ที่เมื่อผู้ใช้เข้าไปในสถานที่ใดๆ แล้วจะมีข้อความเด้งขึ้นมาให้ข้อมูล หรือโปรโมชั่นในตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งเมื่อผู้ใช้ปิด bluetooth ไปเยอะๆ เทคโนโลยีนี้ก็ไม่เกิด (เหมือนผู้ใช้ Android ที่ไม่ค่อยจะเปิด Bluetooth ทำให้มีปัญหามากกับผู้สร้าง)
  • ทำให้ฟังก์ชั่นเทพๆ ของแอปเปิ้ลอย่าง AirDrop, AirPlay, Continuity ใช้งานไม่ได้ แล้วผู้ใช้ก็จะมาด่าแอปเปิ้ลว่าทำไม่ได้อย่างที่โฆษณา

ส่วนตัวแอดไม่เคยปิด Wifi และ Bluetooth จะเปิดทิ้งเอาไว้ตลอดเพื่อรองรับการเชื่อมต่อและทำให้นำทางได้เร็วขึ้นครับ

อ้างอิง: Apple

แสดงความคิดเห็น

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีเช็คไอโฟนง่าย ๆ ว่าเป็นเครื่องใหม่-เครื่อง Refurbished หรือเครื่อง Replacement

Published

on

ถือเป็นทริคประจำตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ซื้อไอโฟนจากร้านตู้มือถือหรือซื้อต่อจากคนอื่นมาอีกที ซึ่งเคยสงสัยหรือไม่ว่าไอโฟนที่เราซื้อมานั้นเป็นเครื่องใหม่จริง, เครื่อง refurbished หรือว่าเป็นเครื่อง replacement จาก Apple Store วันนี้แบไต๋มีวิธีตรวจสอบง่าย ๆ มานำเสนอแล้ว

  1. สเต็ปแรกเริ่มจากเข้าไปที่หน้า Settings

  2. เข้าไปที่ General จากนั้นเลือกที่ About

  3. ให้ตรวจสอบที่ข้อมูลในส่วนของ Model (ตามภาพ) ซึ่งจะมีข้อมูลของชื่อโมเดลเครื่องปรากฏอยู่ โดยตัวอักษรที่นำหน้าชื่อนั้นจะหมายความดังต่อไปนี้

  • M หมายถึง ไอโฟนที่คุณซื้อเป็นเครื่องใหม่เอี่ยม
  • F หมายถึง เครื่อง Refurbished ก็คือเป็นไอโฟนที่ผ่านกระบวนการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่มาเพื่อให้ใช้งานได้ปกติ
  • N หมายถึง เครื่อง Replacement ซึ่งเป็นไอโฟนสำหรับเปลี่ยนให้ลูกค้าในกรณีที่มีการเคลมตามเงื่อนไขเปลี่ยนเครื่องใหม่
  • P หมายถึง เครื่อง Personalized ผ่านการสลักชื่อด้านหลังของไอโฟน/ไอแพด เมื่อตอนสั่งซื้อ ซึ่งถือว่ายังเป็นเครื่องใหม่เช่นกัน

อ้างอิง

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีอัพเดตมือถือ Windows 10 Mobile ทุกรุ่นให้เป็น Fall Creators Update

Published

on

By

หลังจากที่ทางเว็บแบไต๋เคยนำเสนอ “วิธีอัพเดต Windows Phone 8.1 ไปเป็น Windows 10 Mobile” แล้ว แต่ที่จริงนั้น มือถือหลายรุ่นแม้จะสามารถอัพเดตเป็น Windows 10 Mobile ได้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับอัพเดต Fall Creators Update (หรืออัพเดตล่าสุดในอนาคต) ได้ทุกรุ่น ซึ่งทาง Microsoft เคยประกาศไว้ว่า รุ่นที่สามารถรับอัพเดต Fall Creators Update ได้นั้นมีรายชื่อดังต่อไปนี้เท่านั้น

  • HP Elite x3
  • HP Elite x3 (Verizon)
  • HP Elite x3 (Telstra)
  • Wileyfox Pro
  • Microsoft Lumia 550
  • Microsoft Lumia 650
  • Microsoft Lumia 950/950 XL
  • Alcatel IDOL 4S
  • Alcatel IDOL 4S Pro
  • Alcatel OneTouch Fierce XL
  • Softbank 503LV
  • VAIO Phone Biz
  • MouseComputer MADOSMA Q601
  • Trinity NuAns Neo

ซึ่งรุ่นเหล่านี้เมื่อทำการอัพเดตตามที่เราเคยนำเสนอไว้ จะได้รับ Fall Creators Update ทันที แต่รุ่นอื่นนั้นแม้จะอัพเป็น Windows 10 Mobile ได้แต่จะไม่ได้รับ Fall Creators Update จะได้ Windows 10 Mobile Build เก่าแทน และจะไม่สามารถอัพเดตสู่ Windows 10 Mobile Build ใหม่ๆ ในอนาคตได้อีก แต่ไม่ต้องเสียใจ เพราะว่ามีวิธีที่นำพาให้เครื่องรุ่นที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อนี้ สามารถอัพเดตสู่รุ่นล่าสุดได้ตลอด (จนกว่า Microsoft เลิกออกอัพเดต Windows 10 Mobile เลย) ขั้นตอนมีดังนี้ (ตัวอย่างนี้อิงจากเมนูภาษาไทย)

  • ทำการแตกไฟล์แล้วนำ Folder ดังภาพไปไว้ในเครื่องมือถือหรือ MicroSD

  • เข้าสู่หน้า “About” หรือ “เกี่ยวกับ” บนมือถือจะพบว่ายังไม่ใช่รุ่น “1709” (Fall Creators Update)

  • ที่เมนู “การตั้งค่า” ให้ไปที่ “การปรับปรุงและความปลอดภัย” และไปที่ “สำหรับนักพัฒนา”
  • กด “ใช่”

  • จากนั้นทำการติดตั้ง “Interop Tools” จากไฟล์ใน Folder ที่ได้ใส่ไว้
  • จากนั้นจะพบกับ App “Interop Tools” ทำการเปิดขึ้นมาเลย

  • ไปที่ “Registry Browser” และไปที่ “HKEY_LOCAL_MACHINE”
  • ไปที่ “SYSTEM” และไปที่ “Platform”
  • ไปที่ “DeviceTargetInfo” และไปที่ “PhoneModelName”
  • เปลี่ยนชื่อรุ่นที่ช่อง “Registry Value Data” เป็น “Lumia 950” แล้วกด “Write”

  • จากนั้นกลับมาหน้าก่อนหน้าหนึ่งครั้ง (กด <-) แล้วหา “PhoneManufacturerModelName” กดเข้าไปเลย

  • เปลี่ยนค่าในช่อง “Registry Value Data” เป็น “RM-1085_113025” แล้วกด “Write”

  • ปิดและเปิดเครื่องใหม่
  • ทำการเข้าไปอัพเดตได้แล้วที่ “การปรับปรุงและความปลอดภัย” ที่อยู่ใน “การคั้งค่า” และทำการอัพเดตและรีบูตเครื่องเรื่อยๆ จนไม่มีอัพเดตแล้ว
  • ไปเช็ครุ่นอีกครั้งพบว่าจะกลายเป็น “1709” (Fall Creators Update) แล้วครับ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หมายเหตุ: การอัพเดตแบบนี้ยังคงอัพเดตจากช่องทาง OTA อย่างเป็นทางการของ Microsoft ไม่ใช่การเอาไฟล์รอมมาลงเอง และการทำแบบนี้รองรับการอัพเดตอื่นๆ ในอนาคตของ Windows 10 Mobile ด้วย

ภาพหน้าปกบทความจาก: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีอัพเดต Windows Phone 8.1 ไปเป็น Windows 10 Mobile

Published

on

By

สำหรับใครที่ยังใช้มือถือ Windows Phone 8.1 อยู่ ซึ่ง Microsoft ระบุไว้ว่าเลิกสนับสนุนแล้วตั้งแต่ 11 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นมา แต่แม้ว่า Windows 10 Mobile ก็มีการประกาศว่า จะสนับสนุนแค่ออกอัพเดตความปลอดภัยเท่านั้น แต่ทั้งเพื่อความปลอดภัยที่ดีกว่า และรองรับ App Version ใหม่ๆ (สังเกตได้จาก App Facebook, Messenger, Instagram, LINE ของ Windows Phone 8.1 ไม่ได้อัพเดตหรือพัฒนาเพิ่มความสามารถมานานแล้ว) ก็ควรที่จะอัพเดตกันนะครับ

และรุ่นไหนอัพเดตได้บ้าง

  • Lumia ได้แก่ 1520, 930, 730, 735, 830, 532, 535, 540, 635 1GB, 636 1GB, 638 1GB, 430, 435
  • แบรนด์อื่นๆ ได้แก่ BLU Win HD w510u, BLU Win HD LTE x150q, MCJ (Mouse Computer) Madosma Q501

และดูอย่างไรว่ายังเป็น Windows Phone 8.1 อยู่

  • ดูจาก Browser ง่ายสุดครับ ถ้าเป็น Internet Explorer แสดงว่ายังไม่ใช่ Windows 10 Mobile

มาเริ่มต้นอัพเดตกัน (ขั้นตอนอิงจากเมนูไทย)

  • เข้า Store

  • ค้นหา “Windows upgrade” และ ติดตั้ง “โปรแกรมแนะนำการปรับรุ่น”
  • เมื่อติดตั้งเสร็จเปิด App ขึ้นมา

  • กด “ถัดไป” และ “เปิดการอัพเกรด Windows 10” แล้วคลิกถัดไปอีกครั้ง จากนั้นรอกระบวนการจนเสร็จ เมื่อเสร็จแล้ว กด “เสร็จสิ้น”

  • ไปที่ “การตั้งค่า”

  • ไปที่ “การอัพเดตโทรศัพท์”

  •  รอตรวจสอบอัพเดต เมื่อเสร็จแล้ว กด “ดาวน์โหลด”

  • รอดาวน์โหลดอัพเดต จากนั้นกด “ติดตั้ง” แล้วรอติดตั้งจนเสร็จ เครื่องจะรีบูตใหม่

  • จากนั้นเมื่อรีบูตแล้วจะเข้าสู่ Windows 10 Mobile แต่ว่ายังไม่ใช่ Build ที่อัพเดตล่าสุด ให้มาที่ “การตั้งค่า” และไปที่ “การปรับปรุงและความปลอดภัย” จากนั้น ไปที่ “การอัพเดตโทรศัพท์” กดเข้าไปอัพเดต และรีบูตเครื่อง และให้เข้าไปอัพเดตตรงนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอัพเดต ก็เป็นอันเสร็จครับ

  • ส่วนในเรื่อง App นั้น หลังอัพเดตเป็น Windows 10 Mobile แล้ว หลายๆ App ยังไม่อัพเดตตามไปด้วย ให้เข้าที่ Store ไปอัพเดตกันนะครับ แต่บาง App เช่น Instagram นั้นอัพเดตไม่ได้ครับ ให้ใช้วิธีลบ App เดิมทิ้งและดาวน์โหลดใหม่ครับ

อัพเดต! สำหรับมือถือบางรุ่น เมื่ออัพเดตเป็น Windows 10 Mobile แล้วจะยังไม่เป็น Fall Creators Update (หรืออัพเดตใหม่ล่าสุดในอนาคต) สามารถดูรายละเอียดและวิธีทำให้อัพเดตเป็น Fall Creators Update หรือรุ่นล่าสุดในอนาคตได้จากที่นี่

[แบไต๋ทิป] วิธีอัพเดตมือถือ Windows 10 Mobile ทุกรุ่นให้เป็น Fall Creators Update

ขอบคุณภาพหน้าปกบทความจาก: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!