รีวิวเกม Legend of Mana ตำนานแอ็กชัน RPG กลับมาแบบรีมาสเตอร์กราฟิก
Our score
8.0

รีวิวเกม Legend of Mana ตำนานแอ็กชัน RPG กลับมาแบบรีมาสเตอร์กราฟิก

จุดเด่น

  1. เกมเพลย์เข้าใจง่าย สร้างโลกได้เอง
  2. ภาพปรับให้คมชัดขึ้น

จุดสังเกต

  1. ฉากในเกมยังดูยากในบางจุด
  2. เกมเพลย์เรียบง่ายและไม่ละเอียด

ในยุคนี้การนำเกมเก่ากลับมาขายใหม่แบบปรับภาพนิดหน่อยยังคงได้รับความนิยม เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายและหากได้รับความนิยมขายดีแล้วค่ายเกมจะได้กำไรเหมือนถูกหวย ทำให้มีการขุดเอาของเก่ามาขายใหม่อย่างต่อเนื่องและล่าสุดถึงคิวของ Legend of Mana เกมแอ็กชัน RPG ในตำนานของค่าย Square Enix ที่กลับมาขายใหม่อีกครั้งบน PS4 , Xbox One , Nintendo Switch และ PC ในรูปแบบรีมาสเตอร์กราฟิก

โดย Legend of Mana ต้นฉบับออกบน Playstation 1 ในปี 1999 ในยุคที่ Square ในตอนนั้นรุ่งสุด ๆ สร้างเกม RPG ออกมากี่เกมก็ขายดี ซึ่งภาคนี้คือการสานต่อตำนาน Mana ที่ออกวางขายมาตั้งแต่ยุค Super Famicom และก่อนหน้านี้มีการรีเมกซีรีส์ Mana ออกมาแล้ว 2 ภาคได้แก่เกม Secret of Mana และ Trials of Mana แต่การกลับมาของ Legend of Mana จะแตกต่างเพราะไม่ได้ลงทุนทำใหม่ทั้งหมดแบบ 2 เกมแรก เป็นเพียงการปรับกราฟิกนิดหน่อยเท่านั้นถือว่าน่าผิดหวังเล็กน้อย

กราฟิกปรับให้คมชัดแต่ไม่ได้ถูกสร้างใหม่

ตามแนวทางรีมาสเตอร์ปรับภาพนิดหน่อยไม่ได้สร้างใหม่หมดแบบรีเมก ทำให้กราฟิกใน Legend of Mana ไม่ได้แตกต่างจากต้นฉบับมากนัก แต่ก็มีการทำให้คมชัดระดับ HD และสัดส่วนของหน้าจอก็ปรับให้เข้ากับทีวียุคปัจจุบันที่เป็น 16:9 แล้ว ถือว่าแฟนเกมรุ่นใหม่น่าจะรับได้ ส่วนกราฟิกในเกมมาในรูปแบบ 2D ที่ตัวละครเป็นแบบพิกเซล ส่วนฉากจะใช้ภาพวาดที่มีความคมชัดและมีงานออกแบบที่แปลกตามาก เพราะทั้งฉากและตัวละครเหมือนภาพวาดสีน้ำที่ดูดี คล้ายกับภาพในนิทานสำหรับเด็กที่ดูน่ารักและไม่มีพิษไม่มีภัย

ในด้านเพลงประกอบของเกมถือว่าทำออกมาได้ดีงามมาก เพราะต้นฉบับของซีรีส์ Mana ขึ้นชื่อเรื่องความไพเราะอลังการงานสร้างของดนตรีในเกมอยู่แล้ว ด้วยคุณภาพระดับ CD ในยุค PS1 ถือว่ายังคงถ่ายทอดความดีงามมาอยู่ในเวอร์ชัน รีมาสเตอร์ได้ และข่าวดีคือการเอามาขายใหม่ในครั้งนี้ผู้สร้าง Legend of Mana ได้ลงทุนปรับแต่งเพลงให้มีระบบเสียงที่ทันสมัยมากขึ้น และผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าอยากฟังแบบต้นฉบับ หรือเวอร์ชันที่ปรับแต่งใหม่ด้วยในเมนูของเกม

ส่วนเรื่องราวใน Legend of Mana จะเกิดในโลก Fa’Diel โดยเรื่องในเกมจะเกิดหลังจากเวลาผ่านไป 900 ปี ของมหาสงครามครั้งใหญ่ ที่ทำให้ Mana ผู้ให้ชีวิตคนทั้งโลกเกือบถูกทำลายไปหมดสิ้น และหลังจากความสงบสุขหลังสงครามใหญ่ต้นไม้แห่ง Mana ได้กลับมาอีกครั้ง และเราต้องรับบทเป็นตัวละครที่ต้องสร้างโลกให้กลับสวยงามอีกครั้ง ที่เริ่มเกมมาเราจะเลือกได้ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย และออกไปท่องโลกกว้างเพื่อสร้างให้มันกลับมาเหมือนเดิม โดยในเกมมีการใส่คัทซีนแบบการ์ตูนมาให้ในฉากเปิดตัวด้วยแม้จะไม่ได้แปลกใหม่แต่ก็ทำให้เราอินกับเรื่องราวในเกมได้

รูปแบบการเล่นแอ็กชัน RPG แบบเดิมที่เรียบง่าย

เกมเพลย์ของ Legend of Mana ยังคงเป็นแอ็กชัน RPG สองมิติที่มีมุมมองเหมือนกับภาคบน Super Famicom ทำให้เข้าใจได้ง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน โดยผู้เล่นจะได้บังคับตัวละครในฉากและมีการโจมตีทั้งหนักและเบารวมทั้งมีท่าไม้ตายพิเศษและพลังเวทมนตร์ที่ผู้เล่นสามารถเลือกตั้งค่าและปรับแต่งว่าจะกดปุ่มไหนเพื่อปล่อยท่าได้เลยตามใจชอบ โดยเกมจะมีระบบเลเวลและการอัปเกรดท่าใหม่ ๆ ตามประเภทอาวุธที่ใส่ที่เข้าใจง่ายมากตามแนวทางเกมยุค 90s ที่ใครก็เข้าใจได้ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก

ตัวละครในเกมจะมีเรากับเพื่อนร่วมทีมที่เป็น NPC ที่จะเลือกบังคับได้ทั้งแบบอัตโนมัติและแบบปรกติที่ถือว่าเป็นส่วนช่วยให้เราต่อสู้กับศัตรูได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และจำเป็นมากเพราะศัตรูในเกมมาเยอะและหลากหลายรูปแบบที่แม้ว่าเกมจะไม่ได้ยากมาก แต่หากเจอศัตรูมารุมพร้อมกันก็มีอาการหัวร้อนได้ ส่วนข้อเสียของรูปแบบการเล่นที่ใช้ฉากเป็นภาพนิ่งที่เหมือนกับภาพวาดสีน้ำ ที่แม้จะดูสวยงามและดูดีแต่ผู้สร้างออกแบบให้เรามองได้ลำบาก เพราะในบางจุดเราไม่สามารถมองได้ง่าย ๆ ว่าต้องเดินไปทิศทางไหนทำให้ในหลายครั้งเราจะเดินไปผิดทาง และความรกของฉากทำให้เรามองศัตรูได้ยาก โดยเฉพาะพวกตัวที่มีขนาดเล็กทำให้เราเล็งการโจมตีได้ลำบากกว่า

เกมเพลย์โดดเด่นที่สร้างโลกได้เอง

ความโดดเด่นของ Legend of Mana คือการค่อย ๆ สร้างดินแดนใหม่ที่เคยถูกทำลายล้างจากสงครามให้กลับมาเกิดใหม่โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Artifact เพื่อสร้างฉากใหม่ที่มีทั้งหมู่บ้าน และดันเจี้ยนที่เหมือนเป็นฉากหลังให้เราได้เล่นกัน โดยจะค่อย ๆ ปลดล็อกออกมาให้เล่นเรื่อย ๆ โดยผู้เล่นต้องออกไปทำภารกิจตามฉากเช่นต่อสู้กับบอส ที่มีฉากที่ซับซ้อนพอสมควรไม่ได้แค่เดินไปก็เจอบอส ในฉากมีอะไรให้ทำมากทั้งการแก้ปริศนาที่ต้องอ่านคำบอกใบ้ เพราะมีฉากเป็นเขาวงกต หรือต้องหาตัวละครที่ซ่อนอยู่ในฉากก่อนถึงจะผ่าน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเกมมันเป็นการรีมาสเตอร์ไม่ได้เพิ่มอะไรใหม่มากนัก ทำให้หากเราเล่นติดขัดก็ให้ไปหาคู่มือของต้นฉบับหรือคลิปใน youtube มาดูเพื่อเป็นแนวทางได้

โดยการสร้างฉากจะนำ Artifact ไปวางบนฉากที่เหมือนเป็นแผนที่ของโลก และเมื่อสร้างฉากเสร็จแล้วหากเราทำภารกิจก็จะมีค่าพลังของฉากที่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และต้นไม้แห่ง Mana จะเติบโตขึ้นตามค่าพลังและจำนวนฉากที่เราปลดล็อก และจำนวนคนที่เราต้องช่วยเหลือและทำภารกิจที่มีไว้ให้เล่น นอกจากนี้ Legend of Mana ยังมีระบบสร้างฟาร์ม โดยในระหว่างเล่นเกมจะพบกับไข่มอนสเตอร์ที่ซ่อนอยู่แล้วหลังจากเก็บมาได้ ก็ให้นำมาเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม

และถือว่าเป็นความสนุกที่ผู้สร้างพยายามใส่เข้ามาทำให้มีกิจกรรมให้ผู้เล่นทำมากกว่าเกมเพลย์หลักที่เป็น แอ็กชัน RPG ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีแต่หากไม่ชอบก็จะรู้สึกว่ามันดูยุ่งยากไป โดยต้นฉบับบน PS1 ผู้เล่นสามารถเอามอนสเตอร์ที่เลี้ยงไปเล่นบนอุปกรณ์เสริม Sony PocketStation ได้ด้วย ส่วนเวอร์ชันรีมาสเตอร์จะมีการจำลองภาพจอขาวดำของหน้าจอ PocketStation มาให้เราเล่นมินิเกมเลี้ยงสัตว์ได้เหมือนกันด้วย ส่วนอีกโหมดที่เพิ่มมาคือผู้เล่นสามารถเลือกที่จะไม่พบเจอศัตรูได้ในฉากดันเจี้ยน ทำให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้นรวมทั้งสามารถ Save เกมได้ทุกที่ด้วย เรียกว่าเอาใจมือใหม่สุด ๆ

สรุปแล้วการกลับมาของ Legend of Mana ฉบับเอามาขายใหม่ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานรีมาสเตอร์ และทำออกมาดูดีกว่าเกมที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่าง Final Fantasy 7 , 8 และ 9 พอสมควร แม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้เพิ่มอะไรใหม่ ๆ เข้ามาก็ตาม เกมเพลย์ยังคงเหมือนเกมสมัยที่ออกในปี 1999 และมีอะไรที่ดูเริ่มจะเชยแล้วก็ตาม แต่โดยรวมถือว่า Legend of Mana ถือว่าสนุกหากคุณชอบความคลาสสิกเดิม ๆ สมัยที่เราเล่นตอนเด็กที่มีการปรับแต่งให้ดูดีขึ้นแม้ไม่มากแต่ต้นฉบับถือว่าดีงามและโดดเด่นทำให้มันยังคงพอจะหาความสนุกได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส