เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่หยิบจับเอาความเป็นไทย โดยเฉพาะไทยพื้นถิ่นอีสาน มาหลอมรวมกับกระแสธารทางดนตรีของโลกได้อย่างลงตัวและน่าภาคภูมิ

“Arom-อารมณ์” ผลงานชิ้นนี้เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่สองต่อเนื่องมาจากงานอัลบั้มเต็มชุดแรกที่มีชื่อว่า “เมืองชุดดำ” และ EP ชุดแรกที่มีชื่อว่า Isan Soul EP. เป็นอีกหนึ่งก้าวที่เติบโตของเสียงดนตรีที่ รัสมี เวระนะ เชื่อมั่นตลอดมา

Rasmee Isan Soul

Rasmee Isan Soul เกิดจากการรวมตัวกันของ รัสมี เวระนะ หญิงสาวชาวอุบลราชธานี ผู้มีจิตวิญญาณทางดนตรีที่หลอมรวมวัฒนธรรมดนตรีทางภาคอีสานอย่างหมอลำและลูกทุ่งมาตั้งแต่จำความได้ โดยมีคุณพ่อเป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรีเจรียง อันเป็นศิลปะการขับร้องและแสดงของเขมร อีกหนึ่งคือ สาธุการ ทิยาธิรา มือกีตาร์หนุ่มจากเชียงใหม่ผู้หลอมรวมเอาจิตวิญญาณของรัสมี มาหลอมรวมกับดนตรีสากลได้อย่างกลมกล่อมและลงตัวยิ่ง

คือจิตวิญญาณแห่งขบถ

จิตวิญญาณทางดนตรีของรัสมีทำให้เธออยู่กึ่งกลางระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ้น และ วัฒนธรรมสากล ครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อคราที่เธอร้องหมอลำ เคยมีคนบอกเธอว่า คุณไม่ควรมาร้องเพลงหมอลำที่นี่ เพราะว่าที่นี่มันเป็นที่ของชนชั้นสูง แต่เพลงหมอลำของคุณคือเพลงของชนชั้นต่ำ ส่วนทางด้านฝั่ง หมอลำ ก็มองว่างานที่เธอทำนั้น “ไม่เคารพ” ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของความเป็นหมอลำ และมองว่าเพลงหมอลำร่วมสมัยของเธอนั้น ไม่ใช่หมอลำที่ “แท้จริง” แต่เป็นหมอลำที่กำลังถูกวัฒนธรรม “ตะวันตก” กลืนกลายไป

แต่รัสมีนั้นเชื่อมั่นว่า จิตวิญญาณทางดนตรีที่แท้จริงนั้นไม่ควรแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย หรือ แม้กระทั่งหยุดนิ่งอยู่กับที่จนไม่สามารถจับต้องหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ หากแต่แท้จริงแล้วดนตรีนั้นสามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างงดงาม และพัฒนาต่อยอดให้เจริญเติบโตงอกงามได้ และความงามนั้นก็ถูกส่งผ่านมาในทุกบทเพลงที่เธอได้รังสรรค์ออกมาอย่างละเอียดละออ ประณีต ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความรักและเคารพในเสียงดนตรีและรากเหง้าที่เธอเติบโตมา

คือ “Arom-อารมณ์” อันหลากหลายและลุ่มลึกในความเป็นมนุษย์

อัลบั้ม Arom-อารมณ์ ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 8 บทเพลงโดยภาพรวมงานเพลงชุดนี้ยังคงเดินต่อไปในทิศทางที่เธอตั้งใจ คือการนำเอาวัฒนธรรมพื้นบ้านไปสู่สากล การหลอมรวมทางดนตรีในครั้งนี้ยังคงงดงามและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเหมือนเคย เราจะพบกลิ่นอายทางดนตรีอันหลากหลายในงานเพลงชิ้นนี้ โดยที่ไม่รู้สึกถึงการแปลกแยกอันใดเลย

อารมณ์ (Emotion)

Play video

เปิดมาด้วยเสียงกีตาร์อะคูสติคบางเบา นุ่มนวล ก่อนจะถูกเติมด้วยเสียงขับขานของรัสมี ถ่อยทอดธรรมชาติของสิ่งที่เรียกว่า “อารมณ์” นั่นคือ การผันแปร นั่นเอง

“อารมณ์ฉันถูกจุ่มโจมด้วยแสงแดดอันสดใส ยามมื้อเช้าแต่พอช่วงบ่ายๆ

มันกลับกลายเป็นพายุร้ายกัดกร่อนหัวใจของฉันกับเธอไป…..พร้อมๆกันโอ้……

อารมณ์ อารณ์ โอ้…..อารมณ์……….”

ท่อนบรรเลงดนตรี เสียงกีตาร์ล่องลอยและเสียงพิณแหลมลึก เสียดผ่านกระสวนจังหวะอันงดงามแห่งห้วงอารมณ์

จากนั้นห้วงอารมณ์จึงค่อยๆพุ่งทะยานขึ้นไป ถึงจุดนั้นก็คงต้องปลดปล่อยใจไป แล้วแต่อารมณ์จะพาไป

ฮื้อ…….ฮื้อ……อารมณ์ ถูกทับทมฉันสิบ่โทษผู้ใด๋ มันอ่อนโยนมันเลวร้าย

สิปล่อยให้อารมณ์นั้นพาไป ตามสบายตามที่ใจมันอยากเป็น โอ้….โอ้โอ้

อารมณ์เอ๋ย……อารมณ์เอ๋ย……..”

เมื่อขึ้นสุดแล้วจึงคลายตัวลงมา บรรเลงด้วยกลิ่นอายสำเนียงของดนตรีแจ๊ซอันนุ่มนวล เป็นการสงบลงของห้วงอารมณ์อย่างงดงาม

ส่วนมิวสิควีดิโอของเพลงก็ทำออกมาราวกับเป็นงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่ง มีความงามอันลึกลับ และชี้ชวนให้ผู้เสพย์ได้ตีความตามทัศนะของตน

เด็กหญิง (Little Girls : Acoustic)

ในอัลบั้มนี้มีเด็กหญิงสองคน คนหนึ่งเป็นอะคูสติค ซึ่งก็คือเพลงนี้  รัสมีขับขานหมอลำสะท้อนปัญหาการขาดการศึกษาของเด็กไทยที่ไร้ทุนทรัพย์และอยู่ในถิ่นกันดาลห่างไกลความเจริญ  หัวใจของเด็กหญิงต้องสั่นสะเทือนและเจ็บปวด เมื่อเห็นรถโรงเรียนวิ่งผ่านไป เหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่งคละคลุ้ง เป็นบทเพลงสะท้อนสังคมที่ตั้งคำถามถึง “ความเท่าเทียมทางการศึกษา” ของเด็กไทย ผ่านท่วงทำนองอันหนักแน่น โดยมีเสียงกีตาร์และแคน เป็นพระเอกคลอไปกับนางเอกคือเสียงร้องของรัสมี

ความงามของความเหงา (The Beauty of Loneliness)

เสียงเกากีตาร์ คลอไปกับเสียงพิณ เปิดเพลงนี้มาได้อย่างละมุนและชวนล่องลอยยิ่งนัก เป็นปฐมบทแห่งความเหงาลึก ก่อนที่เสียงขับขานของรัสมีจะถูกเติมเข้ามา ทันใดนั้นความเหงาก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามา เป็นความเหงาอัน “งดงาม” เป็นเพลงท่วงทำนองเชื่องช้าที่ไพเราะและงดงามมากครับ

เพลงรักของบุญเริญ (Boonreun’s Love Song)

เป็นเพลงเก่าจากอัลบั้ม EP ชุดแรก นำมาเรียบเรียงใหม่ได้อย่างเต็มอารมณ์ เพลงนี้รัสมีขับขานผ่านภาษาเขมร เมื่อรวมกับเสียงซอในเพลงนี้แล้วมันช่างชวนให้รู้สึกปวดใจนัก

สวยไท (Free  Beauty)

เสียงเบสเปิดเพลงชวนให้โยกตัวเบาๆคลอไปตามจังหวะ ก่อนที่เพอร์คัสชั่นกับเครื่องดนตรีอื่นจะถูกเติมเข้ามาเติมความสนุกสนานให้กับบทเพลงที่มีกรู๊ฟเท่ๆเพลงนี้ ถ่ายทอดทัศนะที่มีต่อ “ความสวย” ที่แท้จริง อันความสวยที่แท้จริงนั้นคือสวยตามธรรมชาติ หาได้มาจากการปรุงแต่งอันใดไม่ สวยที่แท้ คือ สวยแบบไท “ไท” อันหมายถึง ความเป็นอิสระ นั่นเอง

บาป-บน (Sin and Virtue)

อีกหนึ่งเพลงที่ขับขานผ่านภาษาเขมร เครื่องดนตรีในเพลงนี้มีเพียงกีตาร์และพิณเท่านั้น ทำให้เพลงนี้มีห้วงอารมณ์อันหนักแน่นแบบดิบๆ

เด็กหญิง (Little Girls)

เด็กหญิงเวอรชั่นเต็มวง เป็นการสะท้อนเนื้อหาเดิมในเพลงก่อน แต่ในอีกทิศทางหนึ่ง การมาเต็มของเครื่องดนตรีทำให้เพลงนี้ สามารถระเบิดอารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งในช่วงเพลงดูเหมือนว่าอารมณ์ความอัดอั้นนี้จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่

เก็บไว้ด้วยปลายปากกา (Captured By the Nib of a Pen)

เสียงกรีดกรายกีตาร์เปิดเพลงมาชวนเคลิบเคลิ้มยิ่ง กีตาร์ในเพลงนี้คือ พระเอก ที่คลอเคลียไปกับเสียงร้องของรัสมี บทเพลงนี้เหมือนเป็นดั่งภาพวาดอันงดงามที่บันทึกช่วงเวลาแห่งความทรงจำและอารมณ์อันผุดพรายขึ้นในช่วงเวลานั้นได้อย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติ

ตลอดการเดินทางผ่านบทเพลงทั้ง 8 ในอัลบั้มนี้ อารมณ์ต่างๆได้ก่อตัวขึ้นมา ผุดพราย แปรเปลี่ยน โลดแล่นไปตามท่วงทำนองของบทเพลง ผสานด้วยภาพความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นในใจ นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยจิตใจอันงดงาม โดยมีเสียงร้องและเสียงดนตรีเป็นสารถีนำพาเราไปสู่ดินแดนอันลึกลับแต่เปี่ยมไปด้วยความงามของจิตใจ