Connect with us

What The Fact

[ไปดูดีมั้ย?] VERY LIVE : BOY PABLO & PHUM VIPHURIT ไปดูหนึ่งได้ถึงสอง

วันเสาร์ที่จะถึงนี้มีงานคอนเสิร์ตดีหนึ่งงานที่ไม่อยากให้คอเพลง ขาคอนเสิร์ตพลาดเลยครับ มันคือ 2 คอนเสิร์ตใหญ่ใน 1 คืนของ 2 ศิลปิน Chill Wave Star กับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ Boy Pablo ศิลปินหนุ่มอินดี้ชาวชิลีจากนอร์เวย์และคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของ Phum Viphurit ความหวังใหม่ของวงการดนตรีไทยที่จะโคจรมาพบบนเวทีเดียวกันเป็นครั้งแรกในงานที่มีชื่อว่า VERY LIVE : BOY PABLO&PHUM VIPHURIT ซึ่งรายละเอียดของงานมีดังนี้ครับ

วันแสดง : 24 November 2561

สถานที่ : Moonstar Studio 8

บัตรราคา : 1,500 บาท Early Bird (หมดไปแล้ว)

: 1,800 บาท Regular

ช่องทางการซื้อบัตร  Ticketmelon

หากจะตอบตัวเองว่างานนี้ควร [ไปดูดีมั้ย?] เราก็ควรที่จะต้องรู้จักกับศิลปินหนุ่มทั้งคู่ก่อนใช่ไหมครับ งั้นก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าถิ่นกันก่อนครับ หนุ่มคนนี้ก็คือ “ภูมิ วิภูริศ” นั่นเอง

PHUM VIPHURIT

วิภูริศ ศิริทิพย์ หรือ ภูมิ อายุ 23 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ มหวิทยาลัยมหิดล สาขาวิชาผลิตภาพยนตร์ มาหมาดๆ ภูมิย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และกลับมาเมืองไทยช่วงอายุ 18 ปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาควบคู่ไปกับการเล่นดนตรีและร้องเพลง

แรกเริ่มเดิมที ภูมิเริ่มจากการคัฟเวอร์เพลงลงยูทูบ ซึ่งก็ได้กระแสตอบรับที่ดี ทีนี้ก็เลยมีกำลังฝึกฝนตนเองและหาโอกาสไปเล่นตามงานต่างๆอาทิเช่น งานโรงเรียน เป็นต้น

จนในที่สุดเมื่อได้มาเรียนภาพยนตร์ที่มหิดล รุ่นพี่ที่รู้จักและเป็นศิลปินอยู่ได้เห็นแววเลยชักชวนให้ลองทำเพลงดูเพราะทางค่ายกำลังต้องการศิลปินในแนว SInger-Songwriter (ศิลปินเดี่ยวที่แต่งเพลงเอง ร้องเอง) อยู่พอดี เลยได้มีโอกาสเข้ามาที่ Rats Records และปล่อย “Adore” ซิงเกิ้ลแรกออกมาจากนั้นก็ตามมาอีกหลายเพลงและกลายเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกในชีวิตที่มีชื่อว่า Manchild  ในที่สุด ซึ่งในอัลบั้มนี้มีแต่เพลงเพราะๆทั้งนั้นเลยครับไม่ว่าจะเป็น Adore, Trial & Error, Strangers In A Dream, The Art of Detaching One’s Heart, Long Gone และ Sweet Hurricane เป็นต้น เสน่ห์อย่างหนึ่งในงานเพลงของภูมิก็คือ เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ แนวดนตรีที่มีรสชาติในแบบอินดี้โฟล์ค และเนื้อร้องที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งด้วยความที่เป็นเด็กนอกมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้สำเนียงไม่แพ้ชาวต่างชาติเลย หากไม่รู้จักกัน ฟังๆดูอาจคิดไปว่าเป็นงานของศิลปินต่างประเทศได้เลย

นอกจากนี้ภูมิยังได้ใช้ความสามารถของการเป็นเด็กฟิล์มกำกับ MV เพลงของตัวเองด้วยเพลงหนึ่ง คือเพลง “Long Gone” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในไทยและต่างประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้น

ในที่สุดความดังก็มาเยือน เมื่อภูมิยกระดับงานเพลงของเขาให้สดฉ่ำมากขึ้นด้วยการผสมผสานแนวอินดี้โฟล์คที่มีมาแต่เดิมให้เข้ากับดนตรี NEO SOUL ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักฟังเพลงขณะนี้กลายมาเป็นซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Lover Boy ที่มาพร้อมกับ MV ที่เปลี่ยนหาดจอมเทียนให้กลายเป็นไมอามี่บีช กำกับโดยผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่แห่งยุค จีน คำขวัญ ดวงมณี

ซึ่งภูมิเรียกภาพรวมอารมณ์ดนตรีของเขา ณ ขณะนี้ว่า ‘Sunshine Music’

และล่าสุดกับความดังสุดๆฉุดไม่อยู่ ไปไกลระดับอินเตอร์กับการได้รับเชิญไปเล่นในงานงาน “DMZ Peace Train Music Festival” ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อฉลองสันติภาพระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและใต้ นอกจากนี้ภูมิยังเป็นศิลปินไทยเพียงหนึ่งเดียว ณ ขณะนี้ที่ได้เล่นเพลงของตัวเองในแชนเนล A COLORS SHOW ที่เป็นแชนเนลทางยูทูบที่รวมเอาศิลปินอินดี้ทั่วโลกมาเล่นเพลงตัวเองในแบบฉบับที่เรียบง่ายนุ่มนวลชวนลุ่มหลงท่ามแบ็คกราวด์อันมีสีสดฉ่ำสมดังชื่อแชนเนล ศิลปินอินดี้ดังๆหลายคนที่เคยในแชนแนลนี้มาแล้วก็อาทิเช่น HONNE , Tom Misch , Daniel Caesar เป็นต้น โดยเพลงที่ภูมินำมาเล่นใน COLOR ก็คือ “LOVER BOY” นั่นเองครับ


คราวนี้เรามาต่อกันที่อีกหนึ่งหนุ่มผู้เยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก Boy Pablo นั่นเองครับ

Boy Pablo

บอย พาโบล (Boy Pablo) หรือในชื่อจริงคือ  พาโบล มูนอซ (Pablo Muñoz) คือหนุ่มน้อยวัย 19 ที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นชาวชิลีอพยพมาอยู่ ณ เมืองอันสงบสุขแห่งหนึ่งในนอร์เวย์  เขาเติบโตท่ามกลางครอบครัวที่สงบสุข เมืองอันสงบสุข และเพื่อนชาวลาตินเพียงหนึ่งเดียวของเขาที่ต่อมาจะกลายเป็นมือกีตาร์ของวงนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้งานเพลงของ พาโบลจึงสดใสราวกับตะวันฉานฉายในยามเช้า เสียงดนตรีล่องลอย พลิ้วเบา ในกลิ่นอายของความเป็น lo-fi อินดี้ป็อป และ ดรีมป็อป กับเนื้อร้องเรื่องรักตามประสาวัยรุ่นที่ไม่ได้เน้นหนักในเรื่องใดเป็นพิเศษ บวกกับ MV แบบบ้านๆที่ชิลมาก ทำให้เพลงของเขาได้รับการบอกต่อและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

“Everytime” คือ MV แรกของเขา ที่เนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวที่ช้ำรักครั้งแล้วครั้งเล่าจากหนุ่มในอินเทอร์เน็ตที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ส่วน MV นั้นก็มีนายพาโบล และผองเพื่อนมาเล่นดนตรีชิลๆกันริมแม่น้ำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหนาวหรือไม่หนาวกันแน่ เพราะท่อนบนใส่เสื้อฮู้ด แต่ท่อนล่างเป็นขาสั้นสบายๆ เรียกๆได้ว่าไม่มีการปั้นหล่อใดๆเลย ซึ่งความบ้านแบบนี้แหละที่ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ต่อมาจาก MV “Losing You”  ที่บ้านไม่แพ้กัน มาพร้อมดนตรีและสีสันที่สดใส

บอย พาโบล บอกว่าจริงๆแล้วเขาเองไม่ค่อยชอบแต่งเนื้อเพลงเท่าไหร่ มาทางสายดนตรีมากกว่า แต่พอตอนที่ทำ EP ด้วยความจำเป็นเค้าก็เลยต้องเขียนเนื้อ ซึ่งตอนแรกมันก็จัดๆเขินๆ ไม่ค่อยสัดทันนัก  แต่จนแล้วจนรอดก็รู้สึกเข้าที่เข้าทางจนได้ในที่สุด

สิ่งที่เขาต้องการจะทำก็คือ ทำเพลงที่ให้ความรู้สึกที่ดี เป็นพลังด้านบวกและเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเขามองว่านี่คือสิ่งสำคัญมาก  ไม่ว่าเราจะถูกเอาไปเปรียบว่าเหมือนกับใคร (อย่างเช่นที่เขาโดนว่าเหมือนกับ Mac DeMarco) ก็ช่างมันปะไร เพราะอย่างไรถ้าเราได้เป็นตัวของเราเองแล้ว อย่างไรมันก็เป็นเราอยู่วันยังค่ำ

มันต้องแบบนี้สิวัยรุ่น.

บอย พาโบล มีผลงานมาแล้ว 2 EP ได้แก่

ROY PABLO EP (2017)

SOY PABLO EP (2018)

(ชอบการตั้งชื่ออัลบั้มมากครับ กำลังสงสัยว่าต่อไปจาก ROY SOY มันจะกลายเป็นอะไรต่อ)

ลองฟังเพลงของสองหนุ่ม BOY PABLO และ PHUM VIPHURIT  ดูก่อนนะครับ หากเกิดรัก เกิดชอบขึ้นมาก็อย่าลืมไปแจมกันในงาน VERY LIVE : BOY PABLO&PHUM VIPHURIT  ที่จะขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 นี้นะครับ

สามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้ทาง Ticketmelon ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!