อย่าด่าเยอะ เดี๋ยวคนไม่ไปดู : กระแสปากต่อปากเริ่มส่งผลลบกับรายได้หนัง The Rise Of Skywalker

สถานการณ์ไม่สู้ดี หนักกว่าภาคที่แล้ว The Last Jedi ที่บรรดาสาวกเดนตายร้องยี้ ถึงขั้นเรียกร้องให้สร้างใหม่ แต่กลับถูกใจนักวิจารณ์มาก ถึงกับเทคะแนนให้สูง 91% ใน Rottentomatoes แต่กับภาคนี้ The Rise Of Skywalker นั้น สถานการณ์ดูน่าเป็นห่วงกว่ามากเพราะรอบนี้ทั้งคนดูและนักวิจารณ์เกิดเห็นพ้องต้องกันว่า “ไม่ไหว ไม่ไหว” คะแนนใน Rottentomatoes ออกมาถึงขั้นได้มะเขือเน่าที่ 58% ส่วนแฟนใหม่แฟนเก่าก็สายหัวกันเป็นทิวแถว หลายคนที่ดูแล้วบอกว่าหนังภาคนี้ใส่อะไรมามากเกินไป แล้วหลาย ๆ ฉากก็ไร้เหตุผลสิ้นดี บางรายถึงกับให้ตำแหน่ง “ภาคที่แย่ที่สุดในแฟรนไชส์” ถึงขั้นนั้นไปเลย

คะแนน The Rise Of Skywalker ออกมาไม่ดีนัก
คะแนน The Rise Of Skywalker ออกมาไม่ดีนัก

ความหวังเลอเลิศของดิสนีย์ที่วางไว้สวยหรูในฐานะหนังปิดไตรภาคจะต้องเรียกความกระตือรือร้นแฟนใหม่แฟนเก่าให้ออกมาซื้อตั๋วดู เริ่มริบหรี่ ด้วยกระแสปากต่อปากที่ไปทางลบ สวนทางกับ Rogue One ภาคแยกที่เปิดตัวไม่แรงนัก แต่ได้กระแสชื่นชมแบบปากต่อปาก ทำให้หนังกวาดรายได้ในสหรัฐฯ พ้นหลัก 500 ล้านเหรียญ และทั่วโลกทะลุ 1,000 ล้านเหรียญ หรือแม้แต่ The Last Jedi ถึงจะป็นภาคที่สร้างกระแสโต้แย้งอย่างมาก แต่ก็ยังทำรายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกไปมากถึง 220 ล้านเหรียญ ตอนนี้ทำใจล่วงหน้าได้เลยว่า The Rise Of Skywalker ไปไม่ถึงขั้นนั้นแน่นอนแล้ว

มีการประมาณการณ์จากผู้เชี่ยวชาญไว้ว่า The Rise Of Skywalker จะทำรายได้สุดสัปดาห์แรกได้ที่ 160 – 190 ล้านเหรียญ สูงกว่า Rogue One ที่ทำรายไดเปิดตัวไว้ที่ 155 ล้านเหรียญ แต่ที่เป็นปัญหาต่อตัวหนังอย่างหนักก็คือกระแสปากต่อปากในแง่ลบ บวกกับคำวิจารณ์ในแง่ลบของบรรดานักวิจารณ์ จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของหนังในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ที่จะดิ่งลงอย่างน่ากลัว

ซึ่งปัญหานี้ไปถึงบรรดาผู้บริหารดิสนีย์กันเรียบร้อย ต่างก็ต้องมานั่งกุมขมับเคร่งเครียดวิเคราะห์ถึงหลากหลายสาเหตุกันทำไมผลลัพธ์ของ The Rise Of Skywalker ถึงผิดคาดเช่นนี้ เท่าที่มองเห็นตอนนี้ ตอบได้ชัด ๆ ก็คือ ดิสนีย์เร่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ชื่อว่า Star Wars มากเกินไป ลองมองย้อนไป The Last Jedi ออกฉายเมื่อ ธันวาคม 2017 แล้วเว้นช่วงไปไม่ถึง 6 เดือน ดิสนีย์ก็ปล่อย Solo ออกฉายในพฤษภาคม ปีถัดไป การออกหนัง Star Wars ในช่วงกระชั้นกันเกินแบบนี้ ทำให้ความกระตืนรือร้นจากแฟน ๆ ที่มีต่อหนังเรื่องใหม่ก็ถดถอยลงไป เมื่อผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ทำให้ดิสนีย์ต้องมานั่งใคร่ครวญถึงยุทธศาสตร์ตลาดหนัง Star Wars กันให้รัดกุมรอบคอบยิ่งขึ้น ที่สำคัญตอนนี้ดิสนีย์ต้องผ่อนคันเร่งกับการใช้ทรัพยากรที่ชื่อ Star Wars ลงก่อนเลยไม่งั้นจะมีแต่ดิ่งลงเรื่อย ๆ

the mandalorian ซีรีส์ที่ช่วยกูหน้าให้ดิสนีย์ได้ในช่วงหลัง
the mandalorian ซีรีส์ที่ช่วยกูหน้าให้ดิสนีย์ได้ในช่วงหลัง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนัง Star Wars ในช่วงหลังจะน่าผิดหวังเสียทีเดียว ยังมี The Mandalorian ซีรีส์ภาคแยกที่เปิดตัวทางสตรีมมิง Disney+ นั้น ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ทั้งด้านผู้ชมและนักวิจารณ์ สร้างผลบวกให้กับ Disney+ ได้มีสมาชิกใหม่สมัครเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ น่าติดตามครับว่าหลังจาก The Rise Of Skywalker แล้ว ดิสนีย์จะทำอย่างไรกับตำนาน Star Wars จากที่เคยประกาศว่าจะสานต่ออีกหลายไตรภาค จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

 

อ้างอิง