Connect with us

What The Fact

สิ่งที่เธอเห็นนั้นแค่ 1% ของความรู้สึก “1%” บทเพลงรักสุดเศร้าซึ้งจาก แสตมป์ อภิวัชร์

 

“ที่เธอรับที่เธอได้รู้ ที่เธอได้เห็น

มันแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ที่มาจากใจฉัน…”

 

“1%” ( หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ) บทเพลงรักอารมณ์ซึ้งเศร้าจาก แสตมป์ อภิวัชร์ เป็นบทเพลง slow burn เผาไหม้จิตใจอย่างช้า ๆ อารมณ์ความคิดถึงในใจค่อย ๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา ก่อนจะลุกโชนในช่วงไคลแมกซ์และคลี่คลายลงไปในท้ายที่สุด เพลงนี้แสตมป์ยังคงแต่งเองทั้งเนื้อร้องและทำนอง โดยมี ปกป้อง จิตดี ทำหน้าที่เรียบเรียง สุธี แสงเสรีชน คุมร้อง มิกซ์และทำมาสเตอร์

จริง ๆ แล้วเนื้อหาของเพลงนี้อาจไม่ได้แปลกใหม่ พูดถึงความรู้สึกของคนที่แอบรักเพื่อนและไม่รู้ว่าควรบอกออกไปดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้เพียงผู้เดียว แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากงานเพลงอื่นที่พูดเรื่องนี้ก็คือฝีมือการเขียนเพลงของแสตมป์ที่มักจะมาพร้อมกิมมิคที่น่าสนใจและใช้คำที่ถึงซึ่งความรู้สึก ในเพลงนี้กิมมิคของแสตมป์คือการใช้ “เปอร์เซ็นต์ของความรู้สึก”

 

1% คือสิ่งที่เราเผยออกไป

อีก 99% คือสิ่งที่เก็บซ่อนไว้ และเราตัดสินใจ กลืนมันไว้ข้างใน”

 

ที่เธอรับที่เธอได้รู้ ที่เธอได้เห็น

มันแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ที่มาจากใจฉัน

เพราะที่เหลือมันคือความรัก ที่มากกว่าเพื่อนกัน

ไม่มีวัน ที่จะบอกไป

ขอ แค่เราได้คุยกันอย่างนี้ ให้ 99 ส่วนความรักที่มี ปล่อยให้ฉันกลืนมันไว้ข้างใน

 

คำว่า “กลืน” คำเดียวนี่ทำให้ความรู้สึกมันชัดเจนมาก ๆ เลย ใครที่เคย “กลืน” ความรู้สึกแบบนี้ไว้ข้างในคงจะเข้าใจดี

อัตตา เหมวดี ผู้กำกับ MV ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงนี้ผ่านเรื่องราวที่เรียบง่าย แค่ภายในชั่วเวลาไม่กี่นาที แต่ขยี้ได้อย่างถึงใจ เป็นการตีความบทเพลงได้อย่างลุ่มลึกและคมคาย  เปิดเรื่องด้วยช่วงเวลาของการบอกลาระหว่างเพื่อนสนิทสองคน คนหนึ่งเพิ่งเลิกกับสามีและกำลังกลับบ้านไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัดและคงอาจไม่ได้กลับมาเจอกันอีกเลย อีกคนหนึ่งมีภรรยาและลูกที่ต้องคอยดูแล ผู้ชมเฝ้าดูคนทั้งคู่อยู่ห่าง ๆ ได้เห็นทั้งคู่สวมกอดเนิ่นนาน ก่อนสายฝนจะหลั่งเทและทุกอย่างจบลงด้วยคำว่า “อย่าลืมกูนะเว้ย” และ “ใครจะไปลืม”

สิ่งที่เราได้เห็นมันเป็นแค่เพียง “1%” ของอารมณ์และความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน จากนั้นเรื่องราวได้ถูกเล่าซ้ำอีกรอบแต่คราวนี้มันได้เปิดเผยอีก 99% ที่เหลือด้วยภาษาทางภาพยนตร์ที่เปลี่ยนไป จากภาพกว้าง นิ่ง ไม่เคลื่อนไหวและผู้ชมอยู่ห่างไกล คราวนี้เราได้เข้ามาอยู่ชิดใกล้ ช่วงเวลาหลากไหลไปอย่างเชื่องช้าด้วย slow motion การตัดต่อ close-up เข้าไปที่รายละเอียด ฝ่ามือที่วางอยู่บนไหล่ รอยยิ้มเศร้าที่ให้แก่กัน เราได้เห็นสีหน้าและแววตาที่มิอาจเก็บซ่อนความรู้สึกจากภายในไว้ได้  ได้รับรู้สัมผัสแห่งความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน รวมไปถึงภาพความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้และกำลังถูกคลี่คลายออกมา

กลมกล่อมทั้งเนื้อร้อง ทำนอง และเรื่องราว เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ที่เราถูกดึงเข้าไปในบทเพลงอย่างงดงามและซาบซึ้งตรึงอยู่ในความรู้สึก จนรู้สึกว่าความรู้สึกที่เคย “กลืน” เข้าไปมันอาจกำลัง “ขย้อน” ไหลออกมาแล้ว.

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น