ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Movie

บทร่างแรกของ Back To The Future ใช้ตู้เย็นเป็นไทม์แมชชีน Steven Spielberg กลัวเด็กทำตาม เลยเปลี่ยนเป็นรถยนต์แทน

Tabel of Content

บทภาพยนตร์เวอร์ชันดั้งเดิมของ Back to the Future (1985) ไทม์แมชชีนของ ดอก บราวน์ นั้นไม่ใช่รถยนต์เดอลอรีน อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจำกันได้ดี ในหนังที่เราได้ดูกันนั้น ดอก บราวน์ ได้ดัดแปลงรถยนต์เดอลอรีนให้กลายเป็นไทม์แมชชีน

แล้วด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นนี่แหละ ทำให้เดอลอรีนกลายเป็นภาพจำของหนังไซไฟคลาสสิกเรื่องนี้ โดยที่ผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส (Robert Zemeckis) และผู้อำนวยการสร้าง สตีเวน สปิลเบิร์ก (Steven Spielberg) เองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่า การที่เขาเลือกเดอลอรีนมาเป็นพาหนะเดินทางข้ามเวลานั้น จะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปยาวนานมาหลายทศวรรษได้เพียงนี้ ทั้งคู่เลือกเดอลอรีนก็เพียงเพราะมันมีประตูทรงปีกนกที่ดูเหมือนยานอวกาศ เข้ากับธีมเรื่องที่เป็นหนังไซไฟเดินทางข้ามเวลาได้ แล้วเข้ากันได้ดีกับฉากที่ มาร์ตี้ แม็กฟลาย เปิดประตูเดอลอรีน ออกมาในปี 1955 แล้วทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิดว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวออกมาจากยานอวกาศ ด้วยเหตุที่เดอลอรีนเหมาะเจาะอย่างมากกับภาพและเนื้อหาของ Back to the Future เราจึงแทบจินตนาการไม่ออกเลยเลยว่าถ้าไม่ใช่เดอลอรีน แล้วทีมสร้างจะเลือกอะไรมาเป็นไทม์แมชชีนได้ดีไปกว่านี้แล้ว

ฉากที่ มาร์ตี้ แม็กฟลาย ออกมาจาก Delorean ในปี 1955

แต่กระนั้น เดอลอรีนก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่อยู่ในบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของ Back to the Future แต่ในบทแรกนั้น ไทม์แมชชีนคืออุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “power converter” ซึ่งดอกบราวน์ติดตั้งไว้ในตู้เย็น แล้วเมื่อจะใช้งานเดินทางข้ามเวลา ดอกบราวน์จำต้องขนตู้เย็นขึ้นใส่รถรถกระบะแล้วขับไปสถานียิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ ที่นี่จะมีประจุพลังงานสูงที่สามารถขับเคลื่อน power converter ให้ทำงานได้ แล้วมาร์ตี้ผู้ซึ่งต้องเดินทางข้ามเวลาก็จะต้องเข้าไปอยู่ในตู้เย็น แล้วเปิดออกมาก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง เพียงแค่นี้เราก็พอคาดเดาได้แล้วว่า ถ้าหนังยังคงยึดตามบทดั้งเดิม ก็คงไม่กลายเป็นหนังไซไฟขึ้นหิ้งอย่างเช่นทุกวันนี้

ภาพที่จะจดจำกันไปอีกยาวนาน

แต่เหตุผลจริง ๆ แล้วที่สปิลเบิร์กตัดสินใจเปลี่ยนจากตู้เย็นเป็นเดอลอรีนนั้นก็ด้วยความปรารถนาดีเป็นหลัก เพราะในยุค 80s นั้น ตู้เย็นตามครัวเรือนจะมีสลักที่ประตู เหมือนประตูอาคารสำนักงานทั่วไป ที่คอยดึงประตูให้ปิดเองโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยป้องกันเวลาที่ผู้ใช้ปิดตู้เย็นไม่สนิท แล้วความเย็นรั่วไหล ความเย็นภายในตู้ลดลงแล้วของในตู้จะเสีย และที่สำคัญในยุคนั้นมีข่าวเศร้าบ่อยครั้ง เหตุจากเด็กปีนเข้าไปในตู้เย็น ปิดประตูตู้ แล้วไม่สามารถเปิดออกเองจากด้านในได้ ต้องเสียชีวิตอยู่ในตู้เย็น ตรงจุดนี้ละ ที่สปิลเบิร์กรู้สึกเป็นกังวลว่า ถ้าหนังออกฉายแล้ว เด็ก ๆ จะเลียนแบบมาร์ตี้ ด้วยการเข้าไปอยู่ในตู้เย็นแล้วจะหนังจะกลายเป็นแรงบันดาลใจผิด ๆ ก่อให้เกิดความสูญเสียในครอบครัว

อุบัติเหตุที่สปิลเบิร์กไม่อยากให้เกิดขึ้น

ทางทีมผู้สร้างเลยตกลงใจเปลี่ยนไทม์แมชชีนจากตู้เย็นเป็นรถเดอลอรีน จากความตั้งใจดีที่กลัวเด็กจะเลียนแบบหนัง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าทำให้หนังดูมีความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์ชวนจดจำยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว รถยนต์เดอลอรีนนั้นไม่ประสบความสำเร็จทางด้านการตลอด และหยุดผลิตไปตั้งแต่ปี 1982 แล้ว ซึ่งก็ควรจะเลือนหายไปตามกาลเวลาแล้ว คนยุคใหม่ที่เกินหลังปี 2000 ก็ไม่ควรจะได้รู้จักรถเดอลอรีนเสียด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่คุ้นเคย ฟลอปปี้ดิสก์ หรือ เทปคาสเซ็ตต์ แต่กลับกลายเป็นว่า ผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว ภาพยนตร์ Back to the Future ก็ยังทำให้รถยนต์เดอลอรีนเป็นภาพจำเป็นที่รู้จักจนทุกวันนี้ และต่อไปอีกยาวนาน

ที่มา

Highlight

Clicks เปิดตัว Clicks Communicator ดีไซน์ BlackBerry ความจุจุก ๆ 2 TB ราคาแค่ 15,500 บาท

07/01/2026
Read More

3 แกดเจ็ต ‘ธรรมดาแต่เจ๋ง’ จากงาน CES 2026

07/01/2026
Read More

“บางกอกแอร์เวย์ส” ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ! มุ่งสู่ธุรกิจการบินครบวงจรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อโลกและสังคม

07/01/2026
Read More

Intricuit ชิงเปิดตัว “Magic Screen” อุปกรณ์เสริม ที่ทำให้ MacBook เป็นจอสัมผัส ตัดหน้า Apple

07/01/2026
Read More

Hands-On Review & Exclusive Interview : Code Vein II การเดิมพันครั้งใหม่ด้วยการ “ข้ามเวลาสู่อดีต” เพื่อหลีกหนี “วันสิ้นโลก”

06/01/2026
Read More

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Related Content