Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

บันเทิง

[exclusive] คุยกับ Mr.Nariaki Terada AKS Director ถึง AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

Published

on

บ่ายวันนี้ 11 ธันวาคม 2561 BNK48 ส่งเทียบเชิญสื่อเพื่องานแถลงข่าว AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES  ที่จะจัดให้มีขึ้น ณ Impact Arena ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของ ABK48 Group ทั้ง 7 กรุ๊ป ทั้งในญี่ปุ่น และนอกญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย วง AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48 แฟนๆ ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันในงาน รายละเอียด AKB Group จัดใหญ่ AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

 

สัมภาษณ์ Mr.Nariaki Terada AKS Director

 

 

ลิ้งค์ งานแถลงข่าว

AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK

PRESENTED BY SHANDAGAMES

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

AKB Group จัดใหญ่ AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

Published

on

AKS ต้นสังกัด AKB48 วงรุ่นพี่ BNK48 จัดใหญ่คอนเสิร์ต AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES ณ Impact Arena (Bangkok Thailand) การรวมตัวกันครั้งแรกของวงเพื่อนพ้องน้องพี่ AKB รวม 7 กรุ๊ปทั่วเอเชียได้แก่ AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48 พบกัน วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 

วันนี้ 11 ธันวาคม 2561 ณ BNK48 THE CAMPUS ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ BNK48 จัดให้มีงานแถลงข่าว AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES ซึ่งจัดขึ้นให้มีขึ้นจำนวน 2 รอบ

คอนเสิร์ต AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES @Impact Arena

รอบที่ 1 เปิดเข้างานเวลา 12:00น. – 16:00น.

คอนเสิร์ต AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 

กิจกรรมไฮทัชแต่ล่ะกรุ๊ป

มินิคอนเสิร์ต

บูธถ่ายรูป

Asia food Corner

บูธสินค้าที่หาซื้อได้เฉพาะในงาน Asia Festival เท่านั้น 

 

รอบที่ 2 เปิดเข้า 18:00 น. เริ่มแสดง 19:00 น. – 21:30 น.

AKB48 GROUP JOINT CONCERT

คอนเสิร์ตจาก AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.akb48asiafes.com

 

จำหน่ายบัตร

EventPop

เริ่มจำหน่าย 11 ธันวาคม 2561 เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป 

ประเภทของตั๋ว

ตั๋วรอบที่ 1 สำหรับที่ซื้อบัตรรอบที่ 2 และผู้ซื้อตั๋ว Enjoy Ticket

ตั๋วรอบที่ 2 สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรคอนเสิร์ตรอบที่ 2 ราคา 1,800 – 4,000 บาท 

สามารถใช้ได้ทั้ง 2 รอบ Enjoy Ticket ราคา 1,000 บาท (1 เซ็ต มีบัตร 10 ใบ)

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

คำวิจารณ์แรก Bumblebee : สนุก, จับใจ, ได้ฟีลยุค 80

Published

on

Bumblebee ภาพยนตร์ภาคแยกของ Transformers ได้รับคำวิจารณ์จากรอบสื่อมวลชนแล้ว โดยนักวิจารณ์หลายคนได้แสดงความชื่นชอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ (ไม่มีสปอยนะ)

Peter Debruge จาก Variety

หลังจากได้ชม Transformers มา 5 ภาค ผู้ชมอาจไม่อยากเห็น ไมเคิล เบย์ มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับอีกแล้ว ถึงแม้จะต้องให้เครดิต ไมเคิล เบย์ ที่ทำให้ของเล่นของ Hasbro ชุดนี้ กลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ทำรายไปทั่วโลกไปมหาศาล ก็ตาม

แต่ Bumblebee นั้นแตกต่างออกไป มันเป็นภาพยนตร์ที่แฟน ๆ อนิเมชันในยุค 1980 เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

Jim Vejvoda จาก IGN

Bumblebee มีเรื่องราวการผจญภัยที่เข้าถึงอารมณ์ เริ่มจากหญิงสาวที่ไปพบหุ่นยนต์ ตามมาด้วยช่วงที่หมือนการตามหาลูกสุนัขที่หายไป ถึงแม้มันจะดูจริงใจ แต่ก็มีความอันตรายในตัวมาก การที่ผู้กำกับใช้แบ็คกราวน์จากอนิเมชันเมื่อยุค 1980 นั้น ช่วยให้ตัว Bumblebee แสดงออกทางสีหน้าและภาษากายได้ตรงกับอารมณ์ในแต่ละสถานการณ์ และเข้าใจได้ง่าย

Liz Shannon Miller จาก Indie Wire

ฺBumblebee ของผู้กำกับ ทราวิส ไนท์ มีฉากหุ่นยนต์ยักษ์ต่อสู้กันอยู่หลายฉาก และในฉากนั้น ๆ คุณจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการถ่ายภาพและตัดต่อยังช่วยให้ผู้ชมสนุกกับมันมากขึ้นด้วย

William Bibbiani จาก The Wrap

Bumblebee ที่กำกับโดย ทราวิส ไนท์ (Kubo and the Two Strings) เหมือนได้ย้อนกลับไปหาอนิเมชันเมื่อปี 1986 มีการเล่าเรื่องและตัวละครที่น่าจดจำ ซึ่งทำให้กลายเป็นภาคที่ดีที่สุดในแฟรนไชส์ เป็นภาพยนตร์ที่น่าพึงพอใจ และมีฉากแอ็คชันที่สนุกสำหรับทั้งครอบครัว

Justin Lowe จาก THR

เปิดจักรวาล Transformers ในทิศทางใหม่ มีการขับเคลื่อนตัวละครที่ลึกซึ้งมากขึ้น ผู้เขียนบท คริสทีนา ฮอดสัน (กำลังจะได้เขียนบท Bird of Prey ภาคต่อของ Suicide Squad) เล่นกับความสามารถของเหล่าหุ่นยนต์โดยตรง และมีความเป็น coming-of-age ระหว่าง Charlie และ Bumblebee มาก อีกทั้งยังใส่รายละเอียดให้ดูน่าตื่นตาเช่นเดียวกับภาพยนตร์ต้นฉบับเมื่อปี 2007 และมีความเป็นภาพยนตร์เด็กแบบคลาสสิกตามที่ผู้อำนวยการสร้าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ชื่นชอบ

จากคำวิจารณ์ส่วนใหญ่นั้น ดูเหมือนว่า Bumblebee อาจจะยังไม่ใช่ภาพยนตร์ในระดับสุดยอด แต่ก็เป็นภาพยนตร์ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง และดีมากกว่าภาคก่อน ๆ ที่ ไมเคิล เบย์ กำกับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าแปลกมากในการทำให้แฟรนไชส์เดินหน้าต่อไปได้ คือการต้องย้อนกลับไปหาจิตวิญญาณของภาพยนตร์ในยุค 1980

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงคำวิจารณ์จากรอบสื่อมวลชนในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งตัวภาพยนตร์จริงจะถูกใจท่านมากน้อยเพียงไร โปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการรับชม Bumblebee ซึ่งจะเข้าฉายในวันที่ 20 ธันวาคม 2018 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!