Connect with us

ภาพยนตร์

[รีวิว] Frozen 2 โฟรเซ่น 2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ – มหกรรมแฟนเซอร์วิสของดิสนีย์

Frozen 2

103 Mins
8.8

ความสมบูรณ์ของบท

8.0/10

คุณภาพงานสร้าง

9.5/10

คุณภาพเสียงพากย์

9.0/10

ความสนุกน่าติดตามของเรื่องราว เพลงประกอบภาพยนตร์

8.5/10

คุ้มเวลา ค่าตั๋ว

9.0/10

จุดเด่น

  • เอลซา อันนา และผองเพื่อนยังเปี่ยมเสน่ห์เสมอ
  • มีความครีเอตในการสรรหามุกมาทำให้คนดูหัวเราะ
  • เพลงประกอบมีความหลากหลาย มีความพอปมากขึ้น
  • น้องจิ้งเหลนไฟนั่ลล๊าก

จุดสังเกต

  • พลอตยังมีช่องโหว่อยู่บ้าง
  • โดยภาพรวมเพลงยังไม่ติดหูเท่าภาคแรก

หลังปกครองเอเรนเดลให้สงบสุขมาเนิ่นนานจนกระทั่ง เอลซา (พากย์โดย อีดินา เมนเซล)ราชินีเอเรนเดลผู้มีพลังแห่งหิมะได้ยินเสียงพรากจากแดนไกลที่มาพร้อมภัยพิบัติครั้งใหญ่ต่อเอเรนเดล จนเธอ และอันนา (พากย์โดย คริสเตน เบล) น้องสาวของเธอ , คริสทอฟ (พากย์โดย โจนาธาน กรอฟ) , โอลาฟ (พากย์โดย จอช แกด) และสเวน จึงออกเดินทางเพื่อตามหาที่มาพลังของเอลซา และได้ล่วงรู้ความลับของตำนานความขัดแย้งระหว่าง เอเรนเดล กับ นอร์ธัลดรา ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่คำตอบที่พวกเธอหาอยู่

 

WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

หลัง Frozen สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลกเมื่อ 6 ปีก่อนส่งผลให้ เอลซา และ อันนา กลายเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ยุคใหม่ที่ไม่ต้องรอพึ่งพาผู้ชายเหมือนในแอนิเมชันคลาสสิกของค่าย ที่สำคัญคือมันล้างอาถรรพ์และคำสบประมาทที่ว่า ดิสนีย์ ทำแอนิเมชัน 3 มิติไม่ได้ดีเท่าพิกซาร์ ไปได้แบบราบคาบจริง ๆ โดยยังคงเอกลักษณ์แอนิเมชันที่เล่าเรื่องด้วยมิวสิคัลและเพลงประกอบภาพยนตร์ก็ฮิตติดลมบนไปตามระเบียบ และเพื่อสานต่อเสียงเรียกร้องของแฟนคลับ (และรายได้มหาศาลที่จะหลั่งไหลมาสู่บริษัท) คริส บัค และ เจนนิเฟอร์ ลี จึงกลับมาสานต่อตำนานอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้งานยากเป็นเท่าทวี เพราะไหนจะต้องรักษาศรัทธาคนดูต่อหนังและตัวละคร Frozen อันเป็นที่รัก ไหนจะต้องทำเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้มาตรฐานเหมือนเดิม ที่สำคัญคือการหาเรื่องราวที่ใช่สำหรับการต่อลมหายใจให้ เอลซ่า และ อันนา กลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้ง และก็ถือว่าโชคดีที่ความตั้งใจในการบ่มเพาะเรื่องราวและคุณภาพในการผลิตเกิดเป็นภาคต่อที่ถึงพร้อมด้วยความบันเทิงแบบจัดเต็มให้แฟนคลับได้ฟินกันทั้งเรื่องแบบนี้

WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

Kristoff in Frozen 2

WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

Anna and Olaf in Frozen 2

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ การที่ผู้สร้างก็รู้แหละว่าทำยังไงก็คงไม่ได้ดีกว่าภาคแรกอีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาโฟกัสเลยคือการหาสูตรสำเร็จที่แฟน ๆ น่าจะชอบประหนึ่งไปนั่งอ่านรีวิวจากคนดูแล้วลิสต์มาเขียนบทเลย เริ่มจากการให้ เอลซา ปล่อยพลังมากขึ้น ซึ่งคราวนี้คุณเธอก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรอีกแล้วแถมยังมีโอกาสได้ปล่อยนำ้แข็งกันแบบ ฮีโรค่ายมาร์เวลยังอายม้วนต้วน ตั้งแต่ทอดสะพานน้ำแข็งบนทะเลที่เราได้เห็นตัวอย่างแล้ว เธอยังตะบี้ตะบัน “แช่แข็ง” มันทุกอย่างที่ขวางหน้าทั้ง ไฟป่า ทั้ง “ปั้นน้ำเป็นตัว” ด้วยตรรกะ “น้ำมีความทรงจำ” เพื่อให้เห็นอดีตและไขปริศนา ไปจนถึงตอนจบที่…เอ่อ… (เล่าไม่ได้เดี๋ยวสปอยล์ เอาเป็นว่ามันก็เกี่ยวกับเรื่องแช่แข็งนี่ด้วยละกันครับ 555) หรือกระทั่ง โอลาฟ ที่คราวนี้ก็มีบทบาทมากขึ้น แถมเรายังใช้คำว่าขโมยซีนได้ลำบากเหลือเกิน เพราะเหมือนบทเขียนมาให้ซีนนางแบบจงใจมาก ซึ่งตรงนี้ถ้าใครชื่นชอบโอลาฟ ก็คงฟินลึ่มกันเลยทีเดียว ทั้งมีเพลงที่น่าจะฮิตต่อไปอย่าง When I am older  หรือ Something never change ที่ร้องร่วมกับตัวละครอื่น ๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับในเสน่ห์การพากย์และร้องเพลงของ จอช แกด ที่ทำให้เจ้ามนุษย์หิมะเป็นขวัญใจคนดูได้ โดยมุกเด็ดภาคนี้คือมุก “ความเดิมตอนที่แล้ว”  ที่ต้องยอมในความ”กาว”ของคนเขียนบทจริง ๆ และถ้ายังคิวต์ไม่พอ ภาคนี้ยังเพิ่มน้อง “จิ้งเหลนไฟ” ที่ออกแบบได้น่าเอ็นดูแบบอยากกลับไปกอดจิ้งจกที่บ้านมาเรียกเสียง “งุ้ย” กันลั่นโรงแน่นอน

และแน่นอนอีกองค์ประกอบของแอนิเมชันมิวสิคัลแบบดิสนีย์ คือเพลงประกอบภาพยนตร์ ยอมรับนะครับว่าเพลงเปิดตัวอย่าง Into the Unknown  อาจยังไม่ติดหูเท่าไหร่ แถมยังพาลให้นึกถึง  Spechless  จาก Aladdin ที่ฉายไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้ แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับในฝีมือทีมทำเพลงของ Frozen ที่ยังรักษามาตรฐานไว้ได้น่าชื่นชมทีเดียวทั้งมิวสิคัลอลังการที่ต้องอาศัยเสียงคอรัสหนัก ๆ ทั้งเพลง  All is Found หรือ  Show Yourself ที่ได้ฟังในหนังก็อดขนลุกตามไม่ได้ แต่ถ้าจะคิดว่าในหนังคงมีแต่เพลงมิวสิคัลอลังการขลัง ๆ แบบภาคแรกแล้วล่ะก็…คุณคิด….ผิด ! เพราะคราวนี้หนังยังอุตส่าห์เพิ่มความกาวด้วยการแต่งเพลงบัลลาดสไตล์จิ๊กโก๋อกหักอย่าง Lost In The Woods ให้ โจนาธาน กรอฟ ร้องเป็นตัวละครคริสทอฟ ในฉากที่เขาต้องพลัดพรากจากอันนา ด้วยดนตรีแบบบัลลาดร็อกที่ชวนให้นึกถึงเพลงร็อกช้า ๆ หวาน ๆ อกหัก ๆ ยุค 80s. แถมยังทำภาพเลียนแบบมิวสิกวีดีโอยุคนั้นทั้งให้ตัวละครเดินไปมาในป่า หรือการผสมภาพทั้งใบหน้าตอนร้องเพลงและทำอิริยาบถที่แสดงถึงอาการอกหักแบบชาวร็อก ก็นับว่าเป็นความสร้างสรรค์ของผู้สร้างที่ทำออกมาเรียกเสียงฮาและทำให้เพลงนี้น่าจะกลายเป็นเพลงสามัญประจำสมาร์ตโฟนได้ไม่ยากเลย

WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

Elsa in Frozen 2

WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

Japanese Poster Version of Frozen 2

กระนั้นหนังก็ยังมีจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัด ๆ อยู่บ้างอาทิ การให้บทบาท อันนา ที่น้อยเกินไปจนแทบไม่มีความจำเป็นกับเรื่องราวไปกว่าพาร์ตโรแมนติกระหว่างเธอกับคริสทอฟ หรือความขัดแย้งในประวัติศาสตร์ระหว่าง เอเรนเดล กับ นอร์ธัลดรา ที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง ตัวหนังก็ไม่กล้าลงลึกหรือขยี้ให้มากพอ เพราะกลัวเรื่องราวจะมืดหม่นเกินไปจนน่าเสียดาย เพราะเอาเข้าจริง..ปมขัดแย้งนี้แทบจะเป็นจุดเด่นของเรื่องราวเลยก็ว่าได้ แต่เรากลับเห็นแค่ภาพจากคำบอกเล่าของพ่อและตอนเฉลยที่มาที่ไปของเรื่องราว ซึ่งก็ไม่ได้ยากเกินคาดเดาเท่าใดนัก แต่ยังดีที่งานภาพของหนังที่อลังการมากขึ้นก็มีผลให้เกิดความประทับใจได้ไม่ยาก แม้โดยภาพรวมจะแทบลอกพิมพ์เขียวภาคก่อนมาเป็นฉาก ๆ ก็เถอะนะ.

ปิดท้ายที่คำเตือนเดียวและถือเป็นอันตรายต่อ(กระเป๋าตังค์) พ่อแม่ที่จะพาลูกสาวไปดู Frozen 2 คือชุด เอลซา ชุดใหม่นางสวยมาก กรุยกราย มีรสนิยม และแน่นอน ว่าต้องมีทั้งของเล่น และคอสตูม มาให้เสียตังค์กันตั้งแต่ออกโรงแน่นอน เพราะจากรอบสื่อที่ไปดู ตอนนี้ดิสนีย์ได้วางกับดักเป็น ร้านชั่วคราวอยู่หน้าโรงหนังเลย ฮ่าาาา.

ปล  หนังมีฉากหลัง End Credit 1 ตัว นั่งอ่านชื่อทีมงานได้เลย ที่สำคัญคือ ฮามากจ้า

หนังน่าดูขนาดนี้ ซื้อตั๋วไม่ทันมีหนาวแน่ ๆ ไม่ต้องพึ่งเวทย์มนตร์แค่คลิกซื้อตั๋วล่วงหน้าที่รูปด้านล่างเลย
WHAT THE FACT รีวิว Frozen 2

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น