Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Garena Open House เผยขุมพลัง Internet Platform ทั้ง 3 กลุ่ม

Published

on

วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางการีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Garena เปิดบ้านต้อนรับสื่อและบล็อกเกอร์สู่บ้านหลังใหม่ที่ตึก AIA Capital Tower ชั้น 24 เผยพันธกิจ “Connecting the dots” สู่การเป็นผู้นำในการให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มทั้ง 3 กลุ่มโดยคุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด

CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด

  • กลุ่ม Digital Content หรือกลุ่มการให้บริการเกมออนไลน์ต่าง ๆ บนโปรแกรม Garena ไม่ว่าจะเป็นเกม #PointBlank #LoL #FIFAOnline3 และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งเป็นเกมที่มีการจัดการแข่งขัน #ESport อีกด้วย โดยผู้ใช้งานโปรแกรมสามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้แบบฟรี ๆ รวมไปถึงโปรแกรมแชทชื่อดังอย่าง #TalkTalk ที่คุณสามารถรับชมดีเจ เน็ตไอดอลได้อย่างง่ายดาย และยังมีเกมบนมือถือบนแพลตฟอร์ม Garena อีกมากมายที่มีผู้เล่นแล้วกว่า 8 ล้านคนและมีผู้เล่นต่อวันถึง 2 ล้านคน

  • กลุ่ม Payment กลุ่มการให้บริการทางด้านการชำระเงินในชื่อของ #AirPay ในรูปแบบ AirPay Wallet ที่เป็นรูปแบบกระเป๋าเงินที่คุณสามารถผูกเข้ากับบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตได้ โดยคุณสามารถใช้ AirPay ชำระค่าบริการต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าสาธารนูปโภค จ่ายบิลต่าง ๆ เติมเงินเกมออนไลน์ได้แทบทุกเกม ซื้อตั๋วภาพยนตร์ ตั๋วรถบัส เครื่องบิน และยังสามารถบริจาคเงินผ่านมูลนิธิต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันถ้าคุณไม่มีบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต ทาง AirPay ก็มีการให้บริการเคาท์เตอร์ชำระเงินแล้วมากถึง 60,000 จุดทั่วประเทศไทย กว่า 916 อำเภอใน 926 อำเภอ และปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 810,000 ราย โหลดได้ทั้ง iOS และ Android

  • กลุ่ม E-Commerce ทางการีนาก็ได้พัฒนาแอป #Shopee ซึ่งเป็น Platform ตลาดออนไลน์บนมือถือที่ได้รวบรวมเอาสินค้ามาไว้อย่างหลากหลายโดยการรวมเอาทั้งพ่อค้าที่อยากขายสินค้าออนไลน์และลูกค้าที่อยากหาซื้อสินค้ามาไว้ด้วยกัน ซึ่งระบบของ Shopee ถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้บริการได้ง่าย และยังมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ อย่างการจัดพื้นที่ให้ทางร้านค้ามาออกบูธ และการร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งสินค้าฟรีทั่วไทยสำหรับผู้ขายที่ลงทะเบียนขายสินค้าผ่าน Shopee สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน iOS และ Android

และจุดแข็งที่สำคัญของ Garena คือผู้ดูแลและพัฒนาในส่วนต่าง ๆ นั้นเป็นคนกลุ่ม Gen Y แทบทั้งหมด จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นถูกใจผู้ใช้งานที่ปัจจุบันเป็น Gen Y นั่นเอง และเขายังเป็นบริษัทที่ถูกเรียกว่าเป็น Startup ที่ขึ้นสู่ระดับ Unicorn อีกด้วย ซึ่งทางการีนายังคงพัฒนากลุ่มธุรกิจทั้ง 3 ประเภทนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทุกกลุ่มนั่นเอง

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เดลล์ เปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ การันตี CES 2018 Innovation Award

Published

on

เดลล์ (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมรูปลักษณ์เพรียว เบา บางเฉียบยิ่งขึ้น ด้วยจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K มีให้เลือกใช้เท่ๆ ใน 2 สไตล์ ได้แก่ Platinum Silver และ Black มาพร้อม Rose Gold และ Alpine White อันเจิดจรัส ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award อีกด้วย

ความเรียบหรูที่มีระดับ

เดลล์ ได้รังสรรค์จินตนาการใหม่ให้กับ XPS 13 ด้วยแรงบันดาลใจจากแวดวงแฟชั่นซึ่งสี Rose Gold ยังคงเป็นสีที่อยู่ในเทรนด์ ขณะที่สีขาวก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสีที่เห็นอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือ ตลอดจนรองเท้า sneakers ที่กำลังเป็นที่นิยม ในการเปลี่ยนโฉม XPS 13 ให้เป็นสีขาวนั้น เดลล์พยายามอย่างยิ่งในการเนรมิตผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรู และสมบูรณ์พร้อม ด้วยการผนึกกำลังทีมงานกว่า 10 คน ทุ่มเทระยะเวลาการทำงานกว่า 11,520 ชั่วโมง และทำการทดลองกว่า 50 ครั้ง เพื่อรังสรรค์ระบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยทีมออกแบบของเดลล์ไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนสีเครื่องให้เป็นสีขาวเท่านั้น หากแต่ต้องการใช้วัสดุที่แท้จริง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องจะยังคงความงามเสมือนเพิ่งใช้งานเป็นวันแรก แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนานหลายปีแล้วก็ตาม

ในการรังสรรค์ส่วนรองข้อมือในสีขาวที่ให้อารมณ์เสมือนเป็นลายถักทอ ทีมงานได้พิจารณาใช้วัสดุที่แตกต่างออกไป โดยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสีของวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์แบบดั้งเดิม ซึ่งทางเลือกคือการใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่เรียกว่า Crystalline Silica ที่มีการถักทอออกมาเป็นสีขาวที่แท้จริง คล้ายกับเนื้อผ้าที่มีการถักทอไปมาถึงเก้าชั้น ทั้งนี้ เดลล์คือรายแรกที่ใช้การถักทอไฟเบอร์กลาสในแล็ปท็อป

การถักทอไฟเบอร์กลาสเป็นสี alpine white ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับฝาปิดอลูมินัมของ XPS 13 ใหม่ในสี rose gold เพื่อให้ความหรูหราในเวลาที่มอง พร้อมความเรียบลื่นยามสัมผัส สิ่งที่มาพร้อมความสวยงามคือความคงทนด้วยไททาเนียม ออกไซด์ที่เคลือบอยู่ด้านบนพื้นผิวเพื่อความเงางาม ช่วยต้านทานแสง UV และรอยเปื้อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ หรือการเปลี่ยนสีไปตามระยะเวลาใช้งาน ตามจริงแล้ว หากเกิดรอยเปื้อน ไม่ว่าจะจากสีของปากกา หรือคราบต่างๆ ผู้ใช้สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดาย และด้วยความสามารถในการทนทานต่อความร้อนในระดับที่เหนือกว่าโลหะ การถักทอด้วยไฟเบอร์กลาสยังช่วยให้ตัวเครื่องรักษาความเย็นได้มากขึ้น ช่วยรองรับการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: เส้นใยของไฟเบอร์กลาสในส่วนที่รองมือ (palm rest) ฝั่งหนึ่ง หากนำมาเรียงยาวจนสุด จะยาวถึง 117,500 ไมล์ (189,098 กิโลเมตร) หรือเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

เดลล์ไม่เพียงสร้างสรรค์แล็ปท็อปที่สวยงามสู่ตลาด หากใส่ใจในรูปลักษณ์การออกแบบทั้งหมด ที่รวมไปถึงสายพาวเวอร์สีขาวที่เข้าคู่กันอย่างเหมาะเจาะกับอะแดปเตอร์ USB-A / USB-C ทั้งนี้ เดลล์ได้ลงทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลที่ยั่งยืนจากพลาสติกที่เก็บจากมหาสมุทร และที่ทำจากไม้ไผ่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจว่าเดลล์กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่ส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือโลก

หน้าจอสุดล้ำ InfinityEdge

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาแล้ว เดลล์ XPS 13 รุ่นใหม่ ยังให้สิ่งที่เหนือชั้นกว่าในทุกมิติ โดยปัจจุบัน เป็นแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว ที่เล็กที่สุดในโลก และพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก มาพร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบ InfinityEdge ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลงตัวในกรอบแล็ปท็อปขนาด 11 นิ้วได้อย่างเหมาะเจาะ โดยตัวเครื่องบางกว่าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.4 มิลลิเมตร พร้อมความเบายิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 2.7 ปอนด์ทำให้ XPS 13 เป็นสุดยอดของความคล่องตัวและความทนทานในการใช้งาน

ด้วยการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 และขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel 8th Generation Quad Core รุ่นล่าสุด ทำให้ XPS 13 ทำงานด้านโมบายด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อม SSD แบบ fast booting ความจุสูงถึง 1TB ในการใช้งาน ลูกค้าสามารถคาดหวังได้ถึงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว โดยรองรับการทำงานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงในรุ่น FHD และสูงถึง 11 ชั่วโมงบน UHD (Mobile Mark 14) ดังนั้น นอกเหนือจากการทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงและเบายิ่งแล้ว เดลล์ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ XPS 13 ใหม่ให้สูงกว่าเครื่องรุ่นปี 2015 ถึงสองเท่า ทำให้ XPS 13 เป็นแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาเครื่องรุ่นเดียวกัน

ระบบจัดการพลังงานด้วย Dell Power Manager

XPS 13 มาพร้อม Dell Power Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับสมดุลของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การชาร์จไฟ ความร้อน และอะคูสติค นอกจากนี้ Dynamic Power Mode จะให้สมรรถนะการทำงานในระดับสูงสุดสำหรับการใช้งาน แอพพลิเคชันต่างๆ อาทิ การทำวิดีโอ เรนเดอริ่ง การทำสเปรดชีตในระดับแอดวานซ์ ขณะที่มีการตรวจสอบ และจัดการอุณหภูมิของระบบได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่า XPS 13 จะยังคงรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงได้แม้มีการใช้งานต่อเนื่อง ในขณะที่แล็ปท็อปอื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพลดลง

ในส่วนของวิศวกรรมด้านความร้อน เครื่อง XPS 13 คือแล็ปท็อปตัวแรกของโลกที่สร้างด้วยฉนวนกันความร้อน GORE ™ Thermal Insulation ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนเดียวกับ Silica Aerogels ที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมด้านงานวิทยาศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและงานวิศวกรรมแบบเต็มพิกัด เพื่อกระจายและลดความร้อน โดยวัสดุดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฉนวนกันความร้อนของยานสำรวจดาวอังคาร (Mar Rovers) และการจับอนุภาคความเร็วสูง (Hyper Velocity Particle) ในโครงการอวกาศ Stardust โดยวัสดุนี้จะดึงความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรง เพื่อทำให้ระบบเย็นลงในขณะที่กำลังทำงานอย่างหนัก

ด้วยจอแสดงผลที่มีความละเอียดกว่า 2.5 ล้านพิกเซลพร้อม 4K Ultra HD เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็น +QHD จอแสดงผล rSGB 100% บน XPS 13 ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสีที่ถูกต้องในการแสดงผล ไม่ว่าจะสำหรับมืออาชีพด้านงานกราฟิคหรือการรับชมรายการโปรด เนื่องจากตระหนักดีว่าผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้พีซีในการรับชมคอนเท้นท์แบบสตรีมมิ่ง เดลล์มอบประสบการณ์ความดื่มด่ำในการรับชมภาพยนต์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยสีสันและรายละเอียดเสียงที่คมชัดและทรงพลังมากกว่าเดิม พร้อมกับลดการบัฟเฟอร์ลง เพื่อให้ผู้ใช้รับชม Netflix หรือ iFlix ได้อย่างเต็มรูปแบบ

และด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลัง การออกแบบด้วยการใช้วัสดุที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมความเป็นมิตรต่อการรีไซเคิล เครื่อง XPS 13 คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด โดยรุ่นสีเงิน อลูมินัม มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของเดลล์ ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งนำมาจากมหาสมุทร (Ocean Plastic) โดยเป็นขยะพลาสติกที่เก็บกู้มาจากทางเดินน้ำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ทรงคุณประโยชน์

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

น้ำตาจะไหล ASUS มอบฟรีประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty พร้อมส่งซ่อมฟรีผ่าน 7-11

Published

on

ปัญหาอุบัติเหตุนั้นไม่เข้าใครออกใคร ซื้อโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์มาตั้งแพง อยู่ๆ งานเข้า ทำน้ำหก ทำเครื่องตกที่ประกันปกตินั้นไม่ครอบคลุม ก็ต้องรับกรรมจ่ายค่าซ่อมกันเอง (หรือต้องลำบากเรียกร้องค่าซ่อมจากเพื่อนที่ทำเครื่องเราพังจนมองหน้ากันไม่ติด) แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จาก ASUS ครับ ที่ใจป้ำมอบประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุทุกรูปแบบที่ปกติประกันทั่วไปไม่ครอบคลุม แต่ ASUS รับประกันให้คุณแน่นอน! (แถมยังมีบริการส่งเครื่องซ่อมผ่านทาง 7-11 ทั่วประเทศได้แบบไม่เสียค่าส่งด้วยนะ)

เพื่อให้เข้าใจตรงกัน Perfect Warranty นั้นไม่ใช่ประกันครอบจักรวาลนะครับ เน้นเสริมประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมจากประกันความผิดพลาดจากการผลิตที่รับประกันกันอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ประกัน Perfect Warranty ไม่ได้คุ้มครองคือ

  • เครื่องสูญหายหรือโดนโจรกรรม
  • ความเสียหายของเครื่องที่เจ้าของเจตนาทำ
  • ข้อมูลภายในตัวเครื่อง
  • อุปกรณ์เสริมหรือสายชาร์จไม่อยู่ในการรับประกันแบบ Perfect Warranty
  • ความเสียหายจากภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการก่อการร้าย เอาไปเคลมไม่ได้นะ
  • ความเสียหายจากการติดตั้งโปรแกรมผิดกฎหมาย

อยากได้สิทธิ์ Perfect Warranty ต้องทำยังไง

  • ประกัน Perfect Warranty นั้นเริ่มต้นคุ้มครองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโน้ตบุ๊ค, โน้ตบุ๊ค ROG (โน้ตบุ๊กเพื่อเกมเมอร์) , All-in-one PC หรือ Desktop ที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ก่อนนะครับ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอื่นๆ ของ ASUS ต้องรอก่อนนะ
  • ประกัน Perfect Warranty นั้นไม่ได้เริ่มต้นอัตโนมัติเมื่อซื้อเครื่องนะครับ ผู้ซื้อต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์ของ ASUS ภายใน 30 วันหลังการซื้อก่อน ถึงสามารถใช้การรับประกัน Perfect Warranty ได้  (ช่องทางการลงทะเบียน: https://goo.gl/2RvPxd)
  • การรับประกัน Perfect Warranty นั้นสามารถรับสิทธิ์ ได้ 1 ครั้ง ในหนึ่งปีแรก และลูกค้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพียง 20% ของค่าอะไหล่เท่านั้น ส่วนค่าแรงเอซุสเป็นผู้รับรับผิดชอบให้ทั้งหมด

รายละเอียด Perfect Warranty  https://www.asus.com/th/support/article/863

แต่ความดีงามของการให้บริการจาก ASUS นั้นไม่ได้มีแค่ Perfect Warranty นะครับ ASUS ยังมีบริการส่งสินค้าเข้ารับบริการผ่านช่องทาง 7-Eleven ทั่วประเทศด้วย ซึ่งสะดวกมากๆ สำหรับลูกค้าที่อยู่ห่างไกล ไม่ต้องเข้าเมืองมาเพื่อเอาโน้ตบุ๊ก, โน้ตบุ๊ก ROG เพื่อเกมเมอร์ หรือสมาร์ทโฟนจาก ASUS มาซ่อม แค่แพ็กของ แปะเอกสารให้เรียบร้อย แล้วไปส่งซ่อมผ่านร้าน 7-11 และรอรับสินค้าที่ซ่อมแซมเรียบร้อยได้เลย

7-Eleven Drop Point Service

ไม่เพียงแค่ศูนย์บริการมากกว่า 47 แห่งทั่วประเทศ แต่ ASUS ยังตั้งใจมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกับ 7-Eleven เพื่อเพิ่มจุดให้บริการการส่งซ่อมโน้ตบุ๊ก, โน้ตบุ๊ก ROG เพื่อเกมเมอร์ หรือสมาร์ทโฟนจาก ASUS ที่ครอบคลุมมากขึ้นถึง 10,000 จุดทั่วประเทศ

การส่งซ่อมเพียงขั้นตอนง่ายๆ

  • สมัครสมาชิกและลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ www.asus.com
  • แพ็กสินค้าที่จะส่งซ่อมลงกล่อง แล้วพิมพ์แบบฟอร์มการส่งซ่อมสินค้าแปะหน้า
  • นำสินค้าส่งยังจุดบริการ 7-Eleven พนักงานจะเซ็นและประทับตราเอกสารเพื่อให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะมี SMS จาก 7-Eleven ส่งมาเพื่อยืนยันว่าเริ่มต้นกระบวนการส่งสินค้าเข้าซ่อม
  • ถ้าการซ่อมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ในส่วนที่นอกเหนือประกัน) ทีมงาน ASUS จะติดต่อเพื่อให้รายละเอียดและขออนุญาตก่อนเริ่มงานซ่อม
  • เมื่อซ่อมเสร็จแล้ว ASUS จะส่งคืนผ่าน 7-Eleven เพื่อให้ลูกค้าไปรับสินค้าได้ตามสาขาที่กำหนดมาตั้งแต่แรก (อ้างอิงจากรหัสร้านค้าที่ลูกค้าระบุไว้ในแบบฟอร์มการส่งสินค้า)

งานนี้มั่นใจได้ว่า ถ้าคุณไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์หรือมือถือคุณไปทำอะไรที่นอกเหนือจากประกัน Perfect Warranty ครอบคลุมแล้วล่ะก็ คุณจะได้รับการรับประกันอย่างแน่นอน แถมส่งซ่อมง่ายสุด ๆ ผ่าน 7-Eleven Drop Point Service อีกด้วย

จากบริการเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าทาง ASUS นั้นตั้งใจมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งผู้ใช้งานกลุ่มคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เทรนด์ไมโคร สรุปภาพรวมตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี พร้อมเผย 3 เทคโนโลยี รุกตลาดปี 61

Published

on

บริษัท เทรนด์ไมโคร อินคอร์ปอเรท ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ สรุปผลประกอบการประจำปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดย บริษัท เทรนด์ไมโคร สามารถทำยอดขายได้เติบโตตามเป้าในทุกภาคอุตสาหกรรม (Cross Industry) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งาน (User Protection) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ (Network Security) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจระดับกลาง ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ ในกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน และภาครัฐ และสำหรับปี 2561บริษัท ฯยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มบุคลากร พร้อมทั้งอัพเดตและอบรมให้ความรู้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่าย และบริษัทคู่ค้าให้มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและตลาดได้มากยิ่งขึ้น

คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์มีความรุนแรงและน่ากลัวมากกว่าในอดีต ตัวอย่างเช่นภัยคุกคามด้านแรนซั่มแวร์นั้น ในแต่ละเดือนมีตระกูลใหม่ๆ เกิดขึ้นมากถึง 27 สายพันธุ์ แม้ว่าจะมีการป้องกันแล้วแต่ก็ยังหลุดรอดเข้าผ่านทางช่องโหว่ต่างๆ และทำการเข้ารหัสเครื่องเอ็นด์พอยท์อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 60 วินาที และเราเชื่อว่าในปี 2561จะยังคงความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนการโจมตีใน แบบ BEC (Business Email Compromise) ก็รุนแรงไม่แพ้กัน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไปแล้วเกินกว่า 9 พันล้านเหรียญฯ และสำหรับในปี 2561 พวกอาชญากรทางไซเบอร์เหล่านี้ จะเพิ่มวิธีการใหม่ เช่นการโจมตี แบบ BPC (Business Process Compromise) ขึ้นมาอีก ส่วนประเด็นด้านช่องโหว่นั้น พบว่าเมื่อปีที่ผ่านมามีช่องโหว่ต่างๆ มากมายถูกค้นพบกว่า 1,000 รายการ โดยเฉพาะช่องโหว่ที่น่ากลัวไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่ แบบ Zero Days, ช่องโหว่ที่สัมพันธ์กับ ระบบ SCADA, และช่องโหว่ในเว็บบราวเซอร์ต่าง ๆ เป็นต้น”

ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา เทรนด์ไมโคร ได้เสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันเพิ่มเข้าไปมากมาย อาทิ เช่น เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ที่นำไปติดตั้งอยู่ในทุกๆโซลูชั่นหลักของผลิตภัณฑ์เทรนด์ไมโคร ช่วยสร้างระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในการจัดการกับภัยคุกคามทั้งแบบที่รู้จัก (Known Threat) และ แบบไม่รู้จัก (Unknown Threat) ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับใน ปี 2561 นี้ เทรนด์ไมโคร ได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีด้านการป้องกันภัยรุ่นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคโนโลยีหลักด้วยกัน ประกอบด้วย

  • Connected Threat Defense หรือ CTD ซึ่งเป็นแนวคิดในการป้องกันภัยที่เชื่อมโยงและผสานระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นระบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถป้องกัน, ตรวจสอบ, และตอบสนอง ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
  • กลุ่มที่สองจะเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อ ปกป้องระบบบนคลาวด์ หรือ Security on Cloud โดยผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโคร สามารถที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ทั้งระบบที่รันบน AWS หรือ Azure ก็ตาม นอกจากนั้นแล้วยังสามารถปกป้องลงไปถึงระดับแอพพลิเคชัน เช่น Office 365 และ Google และ
  • เทคโนโลยีที่สาม ก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก TippingPoint ใน ตระกูล TX Series ที่เป็น เทคโนโลยี Next Generation Intrusion Prevention System (หรือ เรียกว่า Next-Gen IPS) มีความเหนือชั้นในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน เทรนด์ไมโคร ดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญให้บริการ โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลัก (Distiributor) 3 ราย ประกอบไปด้วย

  • บริษัท nForce Secure company limited,
  • Netpoleon Thailand Co., Ltd. และ
  • SIS Distribution (Thailand) public company limited

รวมถึงมีบริษัทคู่ค้า (Partner) อีกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2561 นี้ ทางเทรนด์ไมโครจะเข้าไปเพิ่มศักยภาพของตัวแทนจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนและอัพเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และยังพร้อมที่จะเปิดรับคู่ค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!