Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

อสม.ออนไลน์ แอปเครือข่ายสาธารณสุขไทยชนะเลิศรางวัลระดับโลกจาก ITU และ UN

อสม.ออนไลน์ แอปพลิเคชั่นเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ AIS พัฒนาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ส่งเสริมกระบวนการทำงาน การเรียนรู้และสุขภาพประจำปี 2017 (WSIS Project Prizes 2017) จากสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ITU) และองค์การสหประชาชาติ (UN) ณ กรุงเจนีวา สวิทเซอร์แลนด์

Published

on

อสม.ออนไลน์ แอปพลิเคชั่นเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ AIS พัฒนาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ส่งเสริมกระบวนการทำงาน การเรียนรู้และสุขภาพประจำปี 2017 (WSIS Project Prizes 2017) จากสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ITU) และองค์การสหประชาชาติ (UN) ณ กรุงเจนีวา สวิทเซอร์แลนด์

แอป อสม.ออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่มีหน้าที่ดูแลและเก็บข้อมูลสุขภาพในชุมชนร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยอาสาสมัคร 1 ท่านจะดูแลประมาณ 10-15 ครัวเรือนเพื่อให้ข้อมูลด้านสาธารณสุข และสอดส่องการแพร่ระบาดของโรค ก่อนรายงานไปยังส่วนกลาง ให้จัดการปัญหาก่อนจะเกิดโรคระบาดขึ้น

แอปอสม.ออนไลน์

เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านนั้นก่อตั้งมานานกว่า 40 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 1 ล้าน 4 หมื่นคนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของไทย ที่ทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโรคระบาดและปัญหาสาธารณสุขอื่นๆ มานาน

นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับชีวิตประชาชน

สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่าวิสัยทัศน์ AIS คือ Digital for Thais ที่ประกาศไปเมื่อต้นปีมี 4 แกนหลัก เรื่องที่มุ่งมั่นจะทำอันดับแรกคือสาธารณสุข ที่ประสบผลสำเร็จออกมาเป็นแอป อสม.ออนไลน์ ที่ให้เครือข่ายอสม. ทั่วประเทศได้ใช้ ต่อมาคือเรื่องเกษตรกรที่กำลังพัฒนาตลาดค้าขายออนไลน์ เรื่องการศึกษา ที่นำเทคโนโลยีไปลดความต่างระหว่างในเมืองกับต่างจังหวัด และสุดท้ายคือเรื่อง statup

โดยโครงการ WSIS Project Prizes นี้เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาสังคมโลก ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และให้เกิดความร่วมมือระดับโลก

ที่มาของแอปอสม.ออนไลน์

(กลาง) วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยที่มาของโครงการ อสม.ออนไลน์ว่า ภารกิจหลักของ AIS คือการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม เมื่อทีมงานไปตั้งเสาตามต่างจังหวัดก็พบว่าอาสาสมัครสาธารณสุขยังมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การเดินทาง และการสื่อสาร AIS จึงหาทางช่วยเหลือ โดยส่งทีมงานไปประกบกับอสม. เพื่อศึกษาความต้องการของทีมอสม. จึงได้ข้อมูลมาว่ากลุ่มอสม. จะมีอายุราว 40 จน 70 ปี การออกแบบแอปจึงต้องออกแบบให้ใช้งานง่ายที่สุด เพื่อให้กลุ่มนี้ใช้ได้

อสม.ออนไลน์ เป็นเหมือนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม ต้องได้รหัสเข้าใช้จากหน่วยปฐมภูมิก่อน จึงสามารถคัดกรองคนไม่ให้เข้ามาปล่อยข่าวลือมั่วๆ เหมือนแอปอื่นๆ แถมยังสามารถเก็บภาพไว้บนเซิร์ฟเวอร์ให้ค้นกลับได้ง่าย ถ่ายวิดีโอส่งคุณหมอได้เลย ให้หมอวิเคราะห์ทันทีและเปลี่ยนรูปแบบการรักษาได้ และเมื่อก่อนมีคนป่วยก็ต้องโทรบอก อธิบายเส้นทางกันวุ่นวาย การมีแอปก็สามารถส่งตำแหน่งสถานที่ ทำให้ส่งตัวได้รวดเร็วกว่าเดิม

ปีที่ผ่านมามีผลงานคือไม่มีไข้เลือดออกระบาดในเครือข่ายอสม.ที่ใช้แอปเลย เพราะสามารถสื่อสารระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว หลังจากพบการเริ่มระบาด

โครงการนี้ทำให้พนักงาน AIS มีแรงกระตุ้นในการทำ Digital for Thais มากขึ้น

โดยตอนนี้ใช้แอปอสม.ออนไลน์อยู่ราว 253 แห่ง (จากเครือข่ายหมื่นกว่าแห่ง) และกำลังส่งเสริมให้ใช้มากขึ้น เพราะต้องการให้อสม. อยากใช้จริงๆ ไม่ใช่ไปบังคับใช้และสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้กัน ซึ่ง AIS ก็มีการสนับสนุนทั้งการจัดหาสมาร์ทโฟนราคาถูก และแพ็กเกจราคาถูกให้ ซึ่งถ้าใช้แอป อสม.ออนไลน์บนเครือข่าย AIS ก็ไม่คิดค่าดาต้า แต่ก็เปิดให้เครือข่ายอื่นๆ ใช้งานแอปอสม.ออนไลน์ได้เหมือนกัน ไม่มีปิดกั้น

อสม. ยุค 4.0 ก้าวทันเทคโนโลยี

ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบอดีกรมส่งเสริมสุขภาพ และหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบอดีกรมส่งเสริมสุขภาพ เผยว่า อสม. เกิดมา 40 ปีแล้ว หลายประเทศทั่วโลกอิจฉาเรา ปัจจุบันมี 1 ล้าน 4 หมื่นกว่าคน ภารกิจแรกๆ คือแก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี และเป็นนักจัดการสุขภาพ ตอนนี้มาถึงยุคอสม. 4.0 ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ และการใช้แอปก็ทำให้อสม. มีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น จากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านแอป ก็ทำให้สร้างนวัตกรรมด้านสุขภาพชุมชนได้มากขึ้น โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2560

โดยการเก็บข้อมูลเข้ากระทรวงสาธารณสุข จะสามารถนำข้อมูลจำนวนมากไปวิเคราะห์ได้ในอนาคต (Data Mining)

โครงการประกวดอสม.ออนไลน์ มอบเงินให้ชมรม อสม. รวมกว่า 7 ล้านบาท

เพื่อส่งเสริมการใช้งานแอปอสม.ออนไลน์ให้กว้างขวางขึ้น AIS จึงจัดโครงการประกวดการใช้แอปอสม.ออนไลน์โดยพิจารณาจากจำนวนการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และรายงานผลงานเชิงคุณภาพจากการนำแอปพลิเคชันไปใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2560 ประกาศผลรางวัลผู้ชนะวันที่ 25 ธันวาคม 2560

แบ่งรางวัลเป็น 2 ระดับ คือ

  1. รางวัลดีเด่นระดับประเทศ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
  2. รางวัลดีเด่นระดับจังหวัด (77 จังหวัด) จังหวัดละ 2 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm เปิดตัว X-T100 กล้องรุ่นเล็กพร้อม EVF ในราคาเบาๆ

Published

on

Fujifilm รุกตลาดกล้อง Mirrorless สำหรับผู้เริ่มต้นมากขึ้น โดยส่ง X-T100 กล้องทรง DSLR รุ่นเล็กที่สุดลงตลาด โดยจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้คือมาพร้อม EVF หรือช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมจุดโฟกัสแบบ Phase focus อีก 91 จุด ในราคาที่ไม่ต้องคิดหนัก

 

สเปกของ Fuji X-T100 นั้นใกล้เคียงกับ Fuji X-A5 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กของฟูจิที่เปิดตัวมาเมื่อต้นปีมาก พูดง่ายๆ ว่าคือเอาไส้ในของ X-A5 มาใส่ในบอดี้แบบ DSLR ที่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ใช้อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกล้องราคาเบาๆ แต่ได้ EVF ด้วย (โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่ต้องการกล้องที่ดูแมนกว่า X-A5)

สเปกของ Fujifilm X-T100

  • เซนเซอร์รับภาพขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยเป็นแบบ Bayer ไม่ใช่ X-Trans CMOS
  • จุดโฟกัสแบบ Phase Detect 91 จุด สามารถติดตามวัตถุเคลื่อนที่ได้
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล สามารถพับมาถ่าย Selfie ได้
  • สามารถเลือกโหมดสีเลียนแบบฟิล์มของฟูจิได้ 8 แบบ
  • ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพ 0.93 เท่า
  • ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/32000 วินาที
  • ความไวแสง ISO 100 – 51,200
  • สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 15 fps
  • มีช่องเสียบไมโครโฟน แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง
  • สามารถส่งภาพผ่าน Bluetooth ที่ถ่ายเสร็จปุ๊บวิ่งเข้ามือถือทันทีโดยไม่ต้องเลือก
  • น้ำหนัก 448 กรัม
  • (สเปกเดียวกับ Fuji X-A5 ทุกอย่าง ยกเว้นช่องมองภาพ)

Fujifilm X-T100 มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Silver, Black และ Champagne Gold (และมีสีน้ำตาลเป็นสีพิเศษ) โดยเริ่มขาย 22 มิถุนายนนี้ และตั้งราคาเปิดตัวไว้ดังนี้

กล้องอย่างเดียว

  • สี Dark Silver 22,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 21,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm

  • สี Dark Silver 26,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 25,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm และเครื่องพิมพ์ Fujifilm Instax Share SP-3

  • สี Dark Silver 29,990 บาท
    สีดำและ Champagne Gold 28,990 บาท

กล้อง X-T100 สีน้ำตาล เป็นสีพิเศษ ขายที่ Big Camera เท่านั้น

  • พร้อมเลนส์คิท 26,990 บาท
  • เลนส์คิทพร้อม SP-3 29,990 บาท
  • พร้อมเลนส์ XF 23 f/2 30,990 บาท

สำหรับการโปรโมท X-T100 ในไทย ฟูจิได้ใช้บริการของวง Potato และวี-วิโอเลต เพื่อนำเสนอแคมเปญ “Find your Wonderside พบอีกด้านที่วันเดอร์” โดยทำเป็น Music Marketing ผ่านเพลง “เพียงพอ” ของวง Potato ที่ขับร้องโดย วี-วิโอเลต ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวค้นหาสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกับการถ่ายภาพ

การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Entry Level (X-T100 และ X-A5) ที่วางราคาในช่วง 25,000 – 30,000 บาท (ที่แต่ก่อนไม่มีกล้องในราคานึ้) และการประชาสัมพันธ์แบบ Below the line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้ฟูจิหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มกล้อง Mirrorless เป็น 50% ในส่วนของมูลค่า ซึ่งตอนนี้บริษัทมีกล้อง Mirrorless ครบทุกกลุ่มในตลาดแล้ว รวมถึง Mid Level (X-E3, X-T20) และกลุ่ม Professional Level (X-Pro2, X-T2, GFX)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Wiko ปันความสุข จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า

Published

on

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา Wiko จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยาน สูดโอโซนกับสวนป่าธรรมชาติ ลัดเลาะชมวิถีชาวบ้านชุมชนบางกะเจ้า โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ชีวิต นำโดยผู้บริหาร ดาราสาว “คิมเบอร์ลี” พรีเซ็นเตอร์ของ Wiko และแก๊งค์นางฟ้านักปั่น Angle Team ที่มาร่วมปั่นสนุกในทริปนี้

ซึ่งภายในทริปมีกิจกรรม Photo Hunt ร่วมสนุกปั่นจักรยานตามหามุมที่ใช่จากภาพ พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ

กิจกรรมร่วมกันปล่อยน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะภายในคลองชุมชนบางกะเจ้า

และกิจกรรมร่วมกันทำผ้ามัดย้อมตามสไตล์ของตนเองที่บ้านธูปหอมสมุนไพร พร้อมประมูลผ้ามัดย้อมของดาราสาว “คิมเบอร์ลี” เพื่อสมทบทุนทำบุญให้กับชาวบ้านในชุมชนบางกะเจ้า

นอกจากนี้ Wiko ได้มอบป้ายบอกทางหรือป้าย Signage (Guide Post) และจักรยานให้กับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณบางกะเจ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว

ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวง SWEAT16! ที่มาร่วมปันความสุขกับ Wiko ในทริปนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ได้ฤกษ์แจกสักที! “บัตรแมงมุม” พร้อมแจก 23 มิถุนายน นำร่องใช้งานในระบบเอ็มอาร์ที

Published

on

หลังจากที่รอคอยมาอย่างเนิ่นนาน สำหรับบัตรโดยสาร หรือตั๋วร่วม ที่จะทำให้ทุกการเดินทางหลังจากนี้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยบัตรใบเดียว อย่างบัตรแมงมุม ล่าสุด การรอคอยในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ลงในเฟซบุ๊กเพจ เชิญชวนผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับบัตรโดยสารดังกล่าวได้ที่สถานีเอ็มอาร์ที ในเส้นทางสายสีม่วงได้ทุกสถานี

สำหรับบัตรแมงมุมที่นำมาแจกนั้น มีสามประเภทด้วยกัน คือ บัตรแมงมุมแบบบุคคลทั่วไป (บัตรสีน้ำเงิน), บัตรแมงมุมแบบนักเรียน – นักศึกษา (บัตรสีเทา) และบัตรแมงมุมแบบผู้สูงอายุ (บัตรสีทอง) โดยผู้ที่สนใจขอรับบัตร จะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงเพื่อขอรับบัตรดังกล่าว ซึ่งจำกัดสิทธิ์ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน และมีบัตรจำนวนจำกัดเพียง 200,000 ใบเท่านั้น

ตัวอย่างของบัตรแมงมุมที่จะมีการนำมาแจก และใช้งานในระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง

สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรแมงมุม จะเป็นแบบไหนก็ตาม สามารถใช้บัตรดังกล่าวในระบบเดินรถของเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงได้ทันที เพียงแต่ต้องทำการเติมเงินเข้าไปในบัตร ขั้นต่ำที่ 150 บาท โดยในเงินจำนวนดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็นค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าโดยสาร ซึ่งจะถูกเติมเข้าไปและพร้อมใช้งานในระบบ 100 บาท

ในส่วนของการชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ประจำทางของขสมก. และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสามารถใช้ชำระได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ส่วนของรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสามารถใช้ชำระค่าโดยสารในระบบบีทีเอสได้หรือไม่ และเมื่อไหร่ที่สามารถใช้งานได้อย่างจริงๆ จังๆ สักที

สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัย ต้องการที่จะสอบถามในรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เฟซบุ๊กเพจของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 0-2624-5200 และเว็บไซต์ www.mrta.co.th

ที่มา: การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!