Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่! AIS Contact Center Development & Training Arena หนุนอีสานเติบโตก้าวสู่ AEC

Published

on

เอไอเอส เสริมแกร่งชาวโคราช สร้างงาน หนุนเศรษฐกิจภาคอีสานเติบโต เปิดตัว “AIS Contact Center Development & Training Arena” ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านงานบริการ และศูนย์ Contact Center แห่งใหม่ใจกลางภาคอีสาน ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด

เปิดมิติใหม่ของภาคเอกชนที่วางวิสัยทัศน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรบุคคล เสริมความแข็งแกร่ง กระจายองค์ความรู้และโอกาสสร้างงานสู่ภาคอีสาน กับ AIS Contact Center Development & Training Arena ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรงานบริการ และศูนย์ Contact Center แห่งใหม่ใจกลางภาคอีสาน ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด เผยมูลค่าการลงทุนกว่า 873 ล้านบาท

AIS Contact Center Development & Training Arena

ศูนย์กลางพัฒนาบุคลากรงานบริการที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ใจกลางภาคอีสาน ด้วยพื้นที่มากกว่า 18,000 ตารางเมตร สูง 6 ชั้น สร้างด้วยแนวคิดอาคารสีเขียว หรือ Green building ตามมาตรฐาน LEED – Leadership in Energy and Environmental Design ในลักษณะของอาคารประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความสมดุลระหว่างการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนชาวโคราชด้วย Free Working Space เพื่อคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา ใช้เป็นแหล่งพบปะ แลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างจินตนาการให้เป็นจริง รวมถึงสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุดจาก AIS Digital For Thais พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรด้านงานบริการจาก AIS Trainer มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ ผ่านศูนย์ฝึกอบรม Development & Training center ถึง 19 ห้อง รองรับปริมาณผู้ฝึกอบรม ทั้งพนักงานของเอไอเอส ร้านเทเลวิซ และพาร์ทเนอร์ ที่หมุนเวียนเข้ามา มากกว่า 500 คน/วัน ด้วยบรรยากาศจำลองเสมือนการทำงานจริง แบบ On the Job Training

เป็นศูนย์ Contact Center 24×7 ที่พร้อมมอบความอุ่นใจ เคียงข้างลูกค้าเอไอเอส ด้วยมาตรฐานเดียวกับ AIS Contact Center ส่วนกลาง โดยรองรับพนักงานในอนาคตได้ถึง 1,700 ตำแหน่ง พร้อมเปิดโอกาสสร้างงาน ให้ชาวโคราชและชาวภาคอีสาน มาร่วมเป็นสมาชิกครอบครัวเอไอเอส ได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางสมัครงาน Online 100% ที่นี่ http://www.ais.co.th/applyjob/

ความตั้งใจของเรา คือ การนำขีดความสามารถด้าน Digital Infrastructure พร้อมองค์ความรู้ในสายงานบริการสื่อสารโทรคมนาคม กว่า 25 ปี มาสนับสนุนสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ Digital for Thais เพื่อให้ “ทรัพยากรบุคคล” ที่ถือเป็นอีกหัวใจหลัก ในการขับเคลื่อนประเทศ มีขีดความสามารถ นำพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางยุคแห่ง Digital Disruption

ซึ่งงานบริการ นับเป็นสายงานที่ทุกอุตสาหกรรมมีความต้องการเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้ ฉะนั้นการสร้าง AIS Contact Center Development & Training Arena จึงเป็นตัวแทนความตั้งใจของเรา ที่ต้องการจะร่วมสร้าง “ทรัพยากรบุคคล” ในสายงานนี้ให้มีความพร้อม ในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสานได้ทันต่อการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการกระจายองค์ความรู้จากส่วนกลางไปสู่ระดับภูมิภาค สร้างความเสมอภาค จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน หรือ ศึกษาที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจกลับมาทำงานที่มั่นคงในพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ทั้งนครราชสีมาและภาคอีสานมีทรัพยากรบุคคลที่พร้อมจะนำองค์ความรู้มาพัฒนาบ้านเกิดเพิ่มมากขึ้นคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส

ส่วนเหตุผลที่เลือกจังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช เป็นที่ตั้งนั้น “เพราะนครราชสีมามีศักยภาพในฐานะจังหวัดที่มีขนาดของจีดีพีมากกว่า 2.65 แสนล้านบาท นับได้ว่าใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และตอนนี้กำลังเกิดการลงทุนครั้งใหญ่ ทั้งจากภาครัฐ ในส่วนของโครงการด้านคมนาคม ขนส่ง อย่าง มอเตอร์เวย์ หรือ รถไฟรางคู่ รวมไปถึงภาคเอกชน เช่น การเปิดตัวของห้างสรรพสินค้าครบทุกห้างดัง ซึ่งทำให้ภาพรวมของตลาดแรงงาน มีความต้องการบุคลากรด้านงานบริการสูงมาก อีกทั้งนครราชสีมาเชื่อมต่อกับจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา จะทำให้นิสิต นักศึกษาเพิ่มโอกาสทางอาชีพมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการที่เราเข้ามาอยู่ที่โคราช ก็จะเท่ากับมารองรับและช่วยสร้างงาน พร้อมช่วยพัฒนาขีดความสามารถ องค์ความรู้ สร้างศักยภาพของทรัพยากรบุคคล ซึ่งมิใช่แค่เพื่อเอไอเอส แต่เพื่ออนาคตที่สดใสของคนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และภาคอีสาน ที่กำลังก้าวสู่ความเป็นมหานครด้านคมนาคม ขนส่ง และประตูสู่ AEC

โซนต่าง ๆ ภายใน AIS Contact Center Development & Training Arena

AIS Contact Center Development & Training Arena เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2013 แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 โซน ดังนี้

Zone 1 : AIS Development & Training center ด้าน Customer Service แห่งแรกที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการหมุนเวียนของผู้ฝึกอบรมได้มากกว่า 500 คน/วัน ด้วยรูปแบบห้อง ทั้ง Lecture Type ,Auditorium type และ Workshop Type ถึง 19 ห้อง พร้อมด้วยบรรยากาศการเรียนรู้เสมือนจริงแบบ On the Job Training

Zone 2 : AIS Work Space พื้นที่เปิดเพื่อให้คนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา มาใช้เป็นสถานที่ทำงาน ประชุม หรือ ปลดปล่อยแรงบันดาลใจในแบบคุณ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ AIS Super Wifi ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 650 Mbps , AIS Entertainment, Library, Meeting Room โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

Zone 3 : AIS Exhibition ชวนสัมผัสเทคโนโลยี Digital ล่าสุด เช่น IoT, Chat Bot ผ่านแนวคิด Digital for Thais เช่น App อสม.ส่งเสริมสุขภาพคนไทย, ฟาร์มสุข แพล็ตฟอร์มองค์ความรู้และ Online Market Place เพื่อเกษตรกร, ดิจิทัลคอนเทนต์ที่ครบทั้งสาระความรู้และความสนุกสนาน เสริมสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนไทย ผ่านกล่องดิจิทัลทีวีสานรัก สานความรู้ พร้อมด้วย Innovation Idea จากเหล่า StartUp

Zone 4 : AIS Contact Center Operation พื้นที่ปฏิบัติงานแบบ 24×7 ของ Agent Call Center ที่รองรับอนาคตได้ถึง 1,700 ที่นั่ง พร้อมขีดความสามารถในการรับสายลูกค้าได้มากกว่า 4 ล้านสาย/เดือน

Zone 5 : AIS Hall of Wellness พื้นที่เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน ให้แข็งแรงทั้งร่างกาย จากการได้ออกกำลังกายกับอุปกรณ์ Fitness มาตรฐาน และแข็งแรงจากภายใน ด้วย สปา, โยคะ อันจะส่งผลให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อคนไทย ได้อย่างเต็มที่

สร้างโดยยึดหลัก Green Building

“เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะสร้างทั้งคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน พนักงาน บุคลากรของเอไอเอสและของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างการเติบโตแก่เศรษฐกิจ ทั้งในระดับจังหวัด สู่ระดับประเทศ อันจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” คุณสมชัย กล่าวเพิ่มเติม โดยเสริมเรื่องของอาคารที่สร้างขึ้นมาโดยยึด Green Building มาตรฐานระดับโลกในด้านการบริหารจัดการพลังงาน (LEED- Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งอาคาร AIS Contact Center Training & Arena มีพื้นที่มากกว่า 18,000 ตารางเมตร 6 ชั้น สื่อถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจแบบยั่งยืน (Sustainability) ก่อสร้างด้วยแนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ กับการใช้สอย อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดตามมาตรฐาน LEED – Leadership in Energy and Environmental Design ที่เน้นการตอบสนองความต้องการของผู้คนในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้คนรุ่นหลังต้องเดือดร้อนจากการขาดแคลนทรัพยากร

เริ่มตั้งแต่การเลือกที่ตั้งอาคารให้เหมาะกับทิศทางลม ส่งผลให้ภายในอาคารสามารถลดจำนวนเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทนให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ใช้พลังไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Energy) หล่อเลี้ยงอาคาร, ระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถนำน้ำกลับมาใช้หมุนเวียนได้ พร้อมด้วยการใช้กระจกรอบอาคารที่ทำจากวัสดุกันความร้อน และรักษาความเย็นภายในตัวตึก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน เริ่มตั้งแต่การออกแบบพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ที่อย่างเหมาะสมกับสรีระและลักษณะงานที่ทำ สนับสนุนให้ได้เคลื่อนไหวร่างกายในระหว่างทำงาน ด้วยบันไดที่เชื่อมโยงระหว่าง 2 อาคารแฝด แทนการใช้ลิฟท์ รวมไปถึงพื้นที่กว้างขวางบริเวณโดยรอบที่ส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างใกล้ชิดธรรมชาติ

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ธรรมดาที่ไหน สำนักพิมพ์ SALMON-BUN จับมือ MINIMORE ทำหนังสือให้อ่านบนมือถือ แบบไม่ใช่ e-book!

Published

on

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ e-book ทั่วโลกไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรคือการทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ในรูปแบบของหนังสือเล่มมากเกินไป ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการอ่านบนหน้าจอเล็กๆ อย่างสมาร์ทโฟน (e-book เหมาะสำหรับการอ่านบนแท็บเล็ตเท่านั้น) แต่ SALMON-BUN และ MINIMORE เข้าใจปัญหาในจุดนี้ดี จึงพัฒนาแอปอ่านหนังสือในเครือของบริษัทที่สามารถอ่านได้ดีแม้อยู่บนสมาร์ทโฟน

จุดเด่นของแอป SALMON. และ BUNBOOKS คือหนังสือจะถูกจัดให้เหมาะสำหรับการอ่านบนหน้าสมาร์ทโฟน คือ 1 บทของหนังสือจะอยู่ในหน้าเดียว แล้วไถตามยาวลงไปอ่านเรื่อยๆ เหมือนอ่านหน้าเว็บ พอจบบทก็ปัดขวาเพื่ออ่านบทต่อไป ซึ่งภายในแต่ละบทก็มีภาพประกอบที่จัดรูปแบบเหมือนอ่านเว็บมือถือ (รูปอยู่ตรงกลางคั่นระหว่างย่อหน้า) ไม่ได้จัดรูปชิดซ้าย-ขวาเหมือนหนังสือ ทำให้เหมาะสำหรับจอที่มีขนาดเล็ก แถมยังมีไฟล์สื่อต่างๆ ประกอบเข้าไปและปุ่มสารบัญที่ใช้ง่ายด้วย

ปฏิกาล ภาคกาย บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอน

ปฏิกาล ภาคกาย บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอนกล่าวว่า ทางสำนักพิมพ์แซลมอนร่วมมือกับมินิมอร์ จัดทำแอปพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่าการอ่านทุกวันนี้มีหลากหลายช่องทาง ด้วยปัจจุบันบุคคลทั่วไปใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต จึงคิดว่าการอ่านในรูปแบบ e-book น่าจะเข้ากับพฤติกรรมการอ่านของคนทุกวันนี้

เราตั้งใจให้ ‘แอปฯพร้อมอ่าน’ ตอบโจทย์ในแง่ของการเข้าถึงเพราะว่ามีนักอ่านหลายต่อหลายคนที่ถามไถ่หนังสือของพวกเราในรูปแบบดิจิทัล และอยากให้เราจัดทำในแบบ e-book เพราะนอกจากจะซื้อได้ง่าย ยังตอบโจทย์เรื่องการอ่านที่ไม่จำเป็นต้องรอส่งหรือเสียค่าจัดส่ง หรือเสียเวลาออกไปหาซื้ออีก หรือเวลาไปเที่ยวไกลๆ ก็คั่นเวลาด้วยการอ่านหนังสือได้ทันที การทำแอปพลิเคชั่นนี้มาก็หวังว่าจะรองรับนักอ่านเหล่านี้ได้ทุกที่ทุกเวลา และความพิเศษอีกอย่างคือเรากำหนดให้ราคาหนังสือในแอปฯ ราคาถูกกว่าหนังสือจริง เพราะเราได้ลดต้นทุนบางส่วนออก เช่น ค่ากระดาษ ค่าขนส่ง ซึ่งราคา e-book จะอยู่ระหว่าง 179-199 บาทต่อเล่ม

ในเฟสแรกของแอพฯ มีหนังสือที่ถูกจัดทำในแบบ e-book มีอยู่ 5 เล่ม คือ

  1. NEW YORK 1ST TIME นิวยอร์กตอนแรกๆ
  2. MOSTLY CLOUDY มีเมฆเป็นส่วนมาก
  3. POWERISM
  4. THAIS IN WORLD HISTORY ผจญไทยในแดนเทศ
  5. ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

ซึ่งหนังสือเหล่านี้ล้วนถูกผู้อ่านถามถึงว่าอยากให้มีเป็น e-book เยอะเป็นพิเศษ และเป็นหนังสือที่ความยาวในแต่ละบทไม่สั้นหรือไม่ยาวเกินไป ทางสำนักพิมพ์เชื่อว่าด้วยความยาวประมาณนี้น่าจะทำให้คนอ่านมีสมาธิ พร้อมเกิดความอยากอ่านเรื่องต่อๆ ไปได้ไม่รู้จบ ​ ซึ่งคิดว่าเหมาะกับการอ่านวันละบทสองบท หรือเปิดเข้าไปอ่านเวลาเครียดๆ ได้

บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอนกล่าวอีกว่า ปกติหนังสือของสำนักพิมพ์แซลมอนจะมี extra content หรือเนื้อหาเพิ่มเติมจากในหนังสือเล่มอยู่แล้ว ซึ่งให้ผู้อ่านนำโค้ดที่มีอยู่ในหนังสือเข้าไปอ่านบนเว็บไซต์ของทางมินิมอร์ เมื่อมีแอปพลิเคชั่นขึ้นมา เนื้อหาเหล่านั้นก็จะถูกนำมารวมไว้ในแอปฯ โดยอัตโนมัติ และในอนาคตหนังสือบางเล่มก็อาจจะมีรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลายขึ้น อาจมีวิดีโอ รูปภาพ หรือไฟล์เสียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอ่าน อย่างหนังสือ  NEW YORK 1ST TIME นิวยอร์กตอนแรกๆ ผู้เขียน เบ๊น ธนชาติ ศิริภัทราชัย ได้กลับมาอ่านหนังสือของตัวเอง แล้วเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ทางสำนักพิมพ์จึงชวนเขามาบันทึกความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากเรื่องราวในหนังสือจบไป ด้วยการเพิ่มเนื้อหาเหล่านั้นเข้าไปในฉบับ e-book ด้วยรูปแบบไฟล์เสียง

ด้านสำนักพิมพ์บันมีหนังสืออยู่ในเฟสแรกด้วยกัน 4 เล่ม ได้แก่

  1. เราไม่ได้อยู่คนเดียว อยู่คนเดียว
  2. The Boy Who Never Grows: เด็กไม่รู้จักโต
  3. “FAIRYTALES CAN’T TELL EVERYTHING” —เจ้าชาย, ไม่ได้กล่าว
  4. HOW I LIVE MY LIFE

นางสาว ศิษฏา ดาราวลี  (หนุงหนิง) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์บัน

นางสาว ศิษฏา ดาราวลี  (หนุงหนิง) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์บัน บอกถึงเหตุผลที่เลือกหนังสือสี่เล่มนี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็น หนังสือใหม่ที่ขายดี หรือถูกถามหาในงานหนังสือบ่อยมาก และมักขาดสต๊อกหรือบางเล่มยังไม่ได้ตีพิมพ์เพิ่มเป็นหนังสือหายาก เลยคิดว่าเอามาทำเป็น e-book จะทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งในอนาคตก็อยากทำให้มีหนังสือทุกเล่มของสำนักพิมพ์ เพราะหลายเล่มอาจจะหาซื้อไม่ได้แล้ว หรือหนังสือมีสภาพเก่ามากจนไม่น่าซื้อแต่เนื้อหาในหนังสือมันอยู่ได้นานกว่านั้น ถ้ามองข้ามเรื่องรูปแบบไป e-book จะทำให้คนเข้าถึงหนังสือที่ตัวเองต้องการได้ ถึงหนังสือเล่มนั้นอาจจะไม่มีขายตามแผงหนังสือแล้วก็ตาม

เราว่า e-book ตอบโจทย์แง่ของความสะดวกในการเข้าถึงหนังสือ สมมติเกิดอยากอ่านหนังสือขึ้นมาเล่มนึง ถ้าปกติก็ต้องไปซื้อที่ร้าน หรือสั่งออนไลน์ ซึ่งมันต้องรอการจัดส่งเราอาจจะเลิกอยากอ่านแล้ว แต่ถ้าคิดแล้วซื้อ อ่านได้เลยจบในมือถือ ทุกอย่างมันก็ง่ายขึ้น ถึงในไทย e-book อาจจะไม่ได้เติบโตเท่าที่ควร อาจเพราะจริงๆ e-book ก็ไม่ได้เหมาะกับการอ่านในมือถือขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกัน e-book ก็ตอบโจทย์คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีเวลาออกไปหาซื้อ หรือหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีตีพิมพ์แล้ว หรือคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งเรามองว่าการจัดทำ e-book ขึ้นมาของทั้งสองสำนักพิมพ์คือการตอบโจทย์ในส่วนนี้ และความท้าทายของมันคือการพัฒนารูปแบบอย่างไรให้  e-book ของสำนักพิมพ์ตอบโจทย์การอ่านบนหน้าจอได้มากที่สุด

นาย ปฏิญญา เสงี่ยมจิตร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มินิมอร์ จำกัด

นาย ปฏิญญา เสงี่ยมจิตร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มินิมอร์ จำกัดกล่าวว่า แอปพลิเคชั่นของทั้งสองสำนักพิมพ์ ถูกดีไซน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอ่านบนสมาร์ตโฟนมากที่สุด หนังสือแต่ละเล่มในแอปฯ จะต่างกับ e-book ส่วนใหญ่ในไทยที่จะนำเลย์เอาท์แบบหนังสือฉบับกระดาษมาให้อ่านเป็นหน้าๆ ในแง่หนึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเหมือนหนังสือจริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนาดหน้าจอที่ไม่เท่ากับหน้ากระดาษมันก็อาจสร้างปัญหาได้เช่นกันซึ่งปัจจุบันทางมินิมอร์เองรับงานพัฒนารูปแบบแอปพลิเคชั่นต่างๆ แก่องค์กรที่สนใจจะขยับขยายแพลตฟอร์มใหม่ๆ อยู่แล้ว

เราจึงเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-book ของทั้งสองสนพ.ให้อ่านง่าย ปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ตามความสะดวกของบุคคล  โดย ศึกษารูปแบบจากแอปพลิเคชั่นของต่างประเทศ เช่น iBook หรือ Kindle คือมีการแยกส่วนของภาพ กับข้อความออกจากกัน สามารถทำ text reflow หรือการปล่อยข้อความให้ไหลตามหน้าจอขนาดต่างๆ ได้ ทำให้เวลาขยายขนาดฟ้อนต์ ไม่ต้องขยายไปทั้งหน้าจนเกินจอแล้วเลื่อนอ่านซ้ายขวาทุกบรรทัด นอกจากนี้ยังสามารถรวมสื่อมัลติมีเดียเข้าไปในเล่มได้  ตัวอย่างเช่นในเล่ม NEW YORK 1ST TIME ได้มีการเพิ่มคลิปเสียงของเบ๊นเข้าไปเป็นโบนัสในทุกๆ บทของหนังสือ และนอกจากนั้นหนังสือทุกเล่มยังสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาตัวอย่าง 1-2 บทแรกของหนังสือให้ทดลองอ่านฟรี ก่อน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักอ่านให้ลองอ่านก่อนว่าตรงกับใจของเขาไหมถ้าชอบค่อยซื้อทั้งเล่ม

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น SALMON. และ BUNBOOKS ได้ที่ App Store หรือ Google Play Store  หรือลิงก์ minimore.com/e

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

บราเดอร์เผยโฉมสแกนเนอร์ 2 รุ่นล่าสุด เสริมความเหนือชั้นกลุ่มธุรกิจโซลูชั่น

Published

on

บราเดอร์ เดินเกมรุกกลุ่มธุรกิจโซลูชั่นอีกครั้ง หลังตัดสินใจส่ง สแกนเนอร์ อัจฉริยะ 2 รุ่นล่าสุด ADS-2200 และ ADS-2700W เป็นหัวหอกหลักในการขยายส่วนแบ่งการตลาดในปี 61  เสริมแกร่งด้วยนวัตกรรม Network และ WIFI ความใหม่ของธุรกิจสแกนเนอร์เมืองไทยที่พร้อมจะเติมเต็มความต้องการของตลาดยุค Digital Transformation 4.0 อย่างลงตัว

นายกฤษฏภพ ศรีขาว ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์-เครื่องสแกนเนอร์ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บราเดอร์ ได้สร้างการเติบโตอย่างมากแก่ กลุ่มธุรกิจสแกนเนอร์ในไทย โดยปัจจุบันสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้สูงถึง 10% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดรวมที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 5% ของกลุ่มตลาดเครื่องสแกนเนอร์แบบ Feed กระดาษขนาด A4 อย่างรวดเร็ว ทำให้สแกนเนอร์ของบราเดอร์ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำตลาดอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ตลาดสแกนเนอร์ยังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะการขยับขึ้นไปขยายส่วนแบ่งในกลุ่มลูกค้าองค์กรด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานและเติมเต็มความต้องการในยุคเครือข่ายดังเช่นปัจจุบัน ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริงดังกล่าวนี้ ทำให้บราเดอร์ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้า และล่าสุดสามารถพัฒนาสแกนเนอร์ที่โดดเด่นและแตกต่างด้าน Network และ ระบบ WIFI เพิ่มความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ในการทำงานที่ดียิ่งกว่า”

“จากการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ บราเดอร์ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์รุ่นล่าสุดให้เหมาะต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างลงตัว โดยเริ่มแนะนำสแกนเนอร์ 2 รุ่นใหม่เข้ามาแทนที่โมเดลเดิม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าที่มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ โดยบราเดอร์พร้อมจะนำผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์เข้าไปเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในแบบโซลูชั่น ต่อยอดการทำงานที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ สแกนเนอร์ของบราเดอร์ 2 รุ่นใหม่ ประกอบด้วย

  • รุ่น ADS-2200
    • สแกนเนอร์ความเร็วสูง
    • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการสแกน Dual CIS
    • รองรับการสแกนเอกสารตั้งแต่ขนาดนามบัตรไปจนถึงกระดาษจดหมายขนาดยาว
    • สามารถสแกนแบบ 2 หน้าได้จากการฟีดกระดาษเพียงครั้งเดียว
    • ความเร็วในการสแกนสูงสุด 35 แผ่นต่อนาที (Simplex) และ 70 หน้าต่อนาที (Duplex)
    • ความละเอียดสูงสุดในการสแกนเท่ากับ 1200×1200 dpi
    • สามารถเลือกเก็บเอกสารที่สแกนไว้ใน USB แฟลชไดรฟ์ โดยไม่จำเป็นต้องต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์
    • จำหน่ายในราคา 18,900 บาท

  • และ ADS-2700W
    • สแกนเนอร์ความเร็วสูง ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับรุ่น ADS-2200
    • แต่เพิ่ม การรองรับการเชื่อมต่อผ่านเน็ตเวิร์ค
    • และระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบองค์กรได้มากยิ่งขึ้น
    • จำหน่ายในราคา 22,900 บาท

บราเดอร์ เชื่อมั่นว่าตลาดสแกนเนอร์ยังเติบโตได้อีกมาก สังเกตุจากการเติบโตของ กลุ่มธุรกิจ Outsourcing ด้านการจัดการเอกสารที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงกับการเติบโตของกลุ่มสแกนเนอร์ และแน่นอนว่าจากนี้ไปเราจะเห็นการแข่งขันด้านนวัตกรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะหัวใจสู่ความสำเร็จของธุรกิจสแกนเนอร์คือ ความแม่นยำ ความคมชัด ที่มาพร้อมกับความรวดเร็ว ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในสแกนเนอร์ของบราเดอร์ และเราพร้อมจะปูรากฐานที่มั่นคง ขยายตลาดกลุ่มนี้ในไทย เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจในอนาคตอันใกล้”

ด้านบริการหลังการขายปัจจุบัน บราเดอร์ มีศูนย์บริการทั่วประเทศรวม 141 แห่ง โดยแบ่งเป็นศูนย์บริการที่บริหารโดยบราเดอร์ในแต่ละภูมิภาคจำนวน 5 แห่ง และศูนย์บริการแต่งตั้งซึ่งบริหารงานโดยตัวแทนแต่งตั้งจำนวน 136 แห่ง ลูกค้าจึงมั่นใจได้ด้านงานบริการ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว AsianMoneyGuide.com เว็บไซต์สาระด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง

Published

on

เปิดตัวเว็บไซต์ AsianMoneyGuide.com  หรือ AMG อย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลังจากที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจาก สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์  เป็นเว็บไซต์ที่เน้นเนื้อหาสาระด้านการบริหารจัดการด้านการเงิน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงโดยเฉพาะเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเรื่องเงินอย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซับซ้อน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ผู้หญิงได้อย่างดี

นางสาว โรชนิ ชูกานิ (Roshni Chugani)  ผู้อำนวยการเว็บไซต์เอเชี่ยนมันนี่ไกด  (AMG) เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า “จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  ประเทศไทยมีประชากรกว่า 65 ล้านคน แบ่งเป็น ประชากรหญิงร้อยละ 51 และชายร้อยละ 49 หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพศ ชาย 96.2 คนต่อหญิง 100 คน  โครงสร้างประชากรของสังคมไทยมีประชากรผู้หญิงเพิ่มขึ้น พลังทางสังคมของผู้หญิงมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น จากผลสำรวจจาก พบว่ามีเพียง 27% ของคนไทยที่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการเงิน และในจำนวนผู้หญิงทั่วโลกมีถึง 70% ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการด้านการเงิน (S&P Ratings Services Global Financial Literacy Survey) โดย 38% ของผู้หญิงมีความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการและวางแผนด้านการเงินเมื่อยามเกษียณ (HSBC Global Report on The Future of Retirement) ดังนั้นการทำการตลาดโดยคำนึงถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวจึงเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ”

AsianMoneyGuide.com ที่เป็นแหล่งความรู้ทางการเงิน โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง  เพื่อที่จะช่วยผู้หญิงให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลตัวเองได้ และมีความเป็นอิสระในด้านความคิดในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

โครงสร้างของเว็บไซต์ Asian Money Guide (AMG) ได้ถูถออกแบบมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ “การเงินเป็นเรื่องง่ายดาย” ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องความจำเป็นด้านการเงินของผู้หญิง  เราแตกต่างจากหนังสือ หรือเวปไซต์ที่มีแต่คำศัพท์วิชาการ ซึ่งล้วนเข้าใจยากและไม่เหมาะกับผู้อ่านที่ไม่พื้นฐานเรื่องการเงิน  AMG เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน แม้คุณจะอยู่ต่างสถานการณ์หรือมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่เราจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้คุณในการตัดสินใจและสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด

เว็บไซต์ AMG ได้ถูกก่อตั้งขึ้นใน 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และ ฟิลิปปินส์ โดย บริษัท ทิคเคิลด์ มีเดีย จำกัด โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ให้ผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้นด้วยคำแนะนำทางด้านการเงินและการทำงาน โดยข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างเหมาะสมแล้วจะถูกนำเสนออย่างถูกที่ถูกเวลา AsianMoneyGuide.com เรามีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ AMG อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาจำนวนหลายร้อยบทความ เรื่องจริงจากประสบการณ์ วิดีโอ รายการ และเนื้อหาในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งถูกแบ่งตามหมวดหมู่ ดังนี้ การออม, บัตรเครดิต/บัตรเดบิต, การลงทุน, การเกษียณอายุ, คริปโตเคอเรนซี่และฟินเทค, เรื่องของภาษี, ประกันชีวิตและประกันภัย, อสังหาริมทรัพย์, ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ, กิจกรรมทางสังคมและอีเว้นท์, หางาน, ท่องเที่ยว, บ้านและที่อยู่อาศัยรอบรู้เรื่องสุขภาพ และสมดุลในชีวิตการทำงาน เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ยังมี แอพพลิชั่น นำเสนอเครื่องมือทางด้านการเงิน ที่เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของ ผู้หญิงในวัยต่าง ๆ อาทิ

  • การบริหารการเงินในวัยเกษียณ (retirement)
  • การบริหารเงินในการกู้ยืม (Loan and Morgate)
  • หรือการออม  (Saving) เป็นต้น

เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์คำนวนได้ด้วยตนเองก่อนการตัดสินใจด้านการเงิน

ปัจจุบันสถาบันการเงินได้ปรับการให้บริการมาในแนวการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน  เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้หญิงที่ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่ง ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดทำ SCB Investment Center หรือศูนย์บริหารความมั่งคั่ง เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในเรื่องของการเงินและการลงทุนไว้ อย่างครบวงจร

คุณศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย First และ ผู้บริหารสาย Segment  Management ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม “การลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณผู้หญิงที่สามารถสร้าง ความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิตได้ด้วยเช่นกัน คุณณัฐธนธร ฟอร์ด กรรมการผู้จัดการ Dot Property Portals กล่าวเพิ่มเติม”

จุดแข็งของเราคือ “การที่เรามีนักเขียนผู้หญิงและ Influencer ที่มาจากหลากหลายวงการใน ภูมิภาคนี้ เพราะเราเข้าใจผู้หญิง   ที่สำคัญคือเราทำโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง AsianMoneyGuide.com.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!