Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Corporate Innovation Summit 2019 งานประชุมขมวดนวัตกรรมอนาคตเข้าสู่องค์กรระดับภูมิภาค SEA!

ในโลกของธุรกิจ การปรับตัวสู่เบื้องหน้าเป็นคือสิ่งที่สำคัญ เพราะต่อให้ในอดีตคุณจะเคยใหญ่ค้ำฟ้ามาจากแห่งหนใดก็ตาม แต่การเพิกเฉยต่ออนาคตเพียงหนึ่งถึงสองครั้ง ก็มากพอที่จะทำให้ยืนของคุณสั่นคลอน

RISE (Regional Corporate Innovation Accelerator) องค์กรผู้หมายมั่นให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพและกลายเป็นหนึ่งในศูนย์รวมของนวัตกรรม จึงได้จัดทำ Corporate Innovation Summit 2019 งานสัมนารูปแบบใหม่ครั้งแรกในเอเชีย ที่จะเน้นทุกกระบวนการให้พร้อมเปลี่ยนแนวความคิดที่มีต่อนวัตกรรมให้เป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กรไม่ว่าจะด้วยการรับฟังประสบการณ์และแนวเหล่าสปีกเกอร์ผู้ให้ความรู้ด้าน Innovation, มีเวิร์คช๊อปพร้อมให้ทำ เพื่อที่ทั้งหมดทั้งมวลสิ่งที่ได้ในงานครั้งนี้จะถูกนำกลับไปใช้ได้จริง

We’re not Afraid to the Crazy idea. (พวกเราไม่หวั่นเกรงแนวคิดบ้าบอ) นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RISE – Regional Corporate Innovation Accelerator กล่าวในงาน Corporate Innovation Summit 2019

นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RISE ได้กล่าวเปิดงานไว้อย่างน่าสนใจว่า นวัตกรรมองค์กรจะเกิดขึ้นได้นั้นบุคคลที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญก็คือผู้นำองค์กร ต้องมีแนวคิดสำคัญ 3 สิ่ง ได้แก่

  1. องค์กรนั้นต้องเน้นความเร็วมากกว่าขนาด (Speed over Scale) หมดแล้วซึ่งยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไป แต่ยุคของปลาเร็วกินปลาช้า ซึ่งองค์กรขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มักจะช้าในการสร้างนวัตกรรม แต่ความจริงของทุกวันนี้คือ วันหนึ่งปลาเร็วจะตัวใหญ่ขึ้น และมาทดแทนปลาใหญ่ที่ช้าคำถามคือทำอย่างไรให้องค์กรใหญ่และหน่วยงานภาครัฐเป็นปลาใหญ่ที่เร็วด้วย ผ่านการสร้างนวัตกรรมองค์กร
  2. ความเสี่ยงควรมองว่าเป็นโอกาส (Risk over Safety) เพราะนวัตกรรมในยุคนี้สามารถสร้างได้ในต้นทุนที่ต่ำลงกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง
  3. เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี (Practice over Theory) เพราะทฤษฎีหรือประสบการณ์ที่องค์กรเคยมีหรือใช้มานานอาจจะไม่ได้เหมาะกับโลกในยุคใหม่ที่มีองค์ความรู้หรือวิธีปฏิบัติใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาอีกต่อไป ดังนั้นองค์กรควรลงมือทำให้ไวขึ้น เพื่อเรียนรู้จากการลงมือทำให้ได้เร็วที่สุด”

Alexander Osterwalder ผู้คิดค้นโมเดลธุรกิจ Canvas

คุณหนุ่ย พงศ์สุข พิธีกรไอทีชื่อดังนั่งทำเวิร์คช๊อปพร้อมรับฟังสปีกเกอร์บนเวทีหลักกำลังนำเสนอไปพร้อม ๆ กัน

จุดเด่นที่สุดในงาน คือการที่เหล่าสปีกเกอร์ผู้เชี่ยวชาญและแนวหน้าของโลกในด้านประสบการณ์ของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมบนเวที Main Stage ของงาน โดยคนแรก คือ คุณ Alexander Osterwalder ผู้คิดค้นโมเดลธุรกิจ Canvas ได้อธิบายและถึงเหตุผลที่ควรมีและสิ่งที่ควรต้องรับรู้และตระหนักถึงการนำนวัตกรรมเข้าสู่องค์กร โดยข้อคิดน่าสนใจเขานั้น มีดังนี้ครับ

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า คือสิ่งที่ใครหลายคนเคยต่อต้าน ไม่เชื่อถือถึงคุณสมบัติของมัน (จะขับไปได้นานสักเท่าไหร่? แรงม้า? ฯลฯ) แต่ในปัจจุบัน ประเทศจีนโดยเฉพาะมณฑลเซี่ยงไฮ้ได้มีการนำรถไฟฟ้ามาใช้ได้โดยมีป้ายทะเบียนปกติ

  • ไอเดียนั้นอยู่ทุกที่และราคาของการได้มามันถูก เพียงแต่คุณต้องเลือกที่จะเปิดหูเปิดตาและพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัว
  • คุณต้องไม่ใช่แค่คนที่นำนวัตกรรมปัจจุบันมาใช้งาน หากแต่ต้องเป็นผู้สร้างนวัตกรรมขึ้นมาเองเพื่อองค์กรของตัวเองและเพื่อกลไกของโลก
  • ต้องกล้าที่จะเสี่ยงกับนวัตกรรมและสิ่งที่อยู่บนกระแสอย่างมีสติ ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมในการเข้าหานวัตกรรมอย่าเทหมดหน้าตัก
  • สิ่งสำคัญที่สุดของการนำนวัตกรรมมาใช้คือคุณต้องกล้าที่จะยอมรับความเสี่ยง กล้าที่จะน้อมรับความเสี่ยงและนำมาเป็นประสบการณ์เพื่อให้ความเสี่ยงในครั้งถัดไปถูกลดทอนจนประสบความสำเร็จในที่สุด

Richard B. Dasher ผู้มีตำแหน่งกำกับและบริหารจัดการเทคโนโลยีของสหรัฐ-อเมริกาจากมหาวิทาลัยสแตนฟอร์ด

คนต่อมาก็มีดีกรีที่น่าสนใจไม่แพ้กันสำหรับคุณ Richard B. Dasher ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้กำกับและจัดการด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ-อเมริกาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยเขาได้นำเสนอข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมาว่าทำไมเราถึงต้องการนวัตกรรม

  • ภาครวมของประเทศจีนจะแบ่งงบประมาณในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งผลที่ได้กลับมาที่เห็นได้ชัดเจนคือมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างสามารถออกไปสู่ตลาดโลกได้ด้วยการใช้ระยะเวลาไม่กี่ปี โดยภาครัฐได้สนับสนุนในส่วนนี้ด้วยอีกแรง
  • กลุ่มบริษัท Startups ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพราะสิ่งเหล่านี้สามารถลดต้นทุนด้านต่าง ๆ (คลังเก็บสินค้า, พนักงาน, ระบบจัดการอื่น ๆ เป็นต้น) และเพื่อความเข้มข้นในความสร้างสรรค์ของรูปแบบธุรกิจเพื่อเข้าใกล้องค์ระบยักษ์ใหญ่ได้

ทั้งสองท่านที่ยกตัวอย่างไป เป็นเพียง 2 จาก 40 ผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านนวัตกรรมเท่านั้น ซึ่งนอกจากกาลับสมองและแนวคิดที่เป็นประโยชน์จากพวกเขาแล้ว ภายในงานก็ยังได้มีโซนจัดบูธบริษัทพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ ให้ผู้บริหารหรือผู้ที่ดูแลองค์กรและบริษัททั้งหลายได้แลกเปลี่ยนทำความรู้จักซึ่งกันและกันอีกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น