ทีมงาน #beartai ได้มีโอกาสเดินทางไปกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA) เพื่อนั่งรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปัจจุบันนี้ไม่มีสายไฟฟ้ามากวนตากวนใจในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป

คณะของเราเริ่มต้นที่ตลาด ‘บ้านข้างวัด’ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ แสนสงบและสดชื่นในบรรยากาศสบาย ๆ มีไอศกรีมอร่อยและของแฮนด์เมดสไตล์ล้านนามาวางจำหน่าย หลังจากเดินชอปปิงกันสักพักก็ได้เวลาเดินทางต่อ ซึ่งคราวนี้จะเป็นการเดินทางด้วย ‘รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า’ ที่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเชียงใหม่ที่ได้ช่วยกันลดมลพิษทางอากาศ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่ทีมงานกำลังจะโดยสารไปยังประตูท่าแพ

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้านี้สามารถเรียกใช้บริการได้จากหลากหลายที่ เช่น ตลาดบ้านข้างวัด ประตูท่าแพ หรือจะเรียกผ่านแอปพลิเคชัน Grab ก็สามารถทำได้ จะเรียกให้ไปรับถึงสนามบินเชียงใหม่ก็ทำได้ด้วยนะ แถมเป็น Grab EV Tuk Tuk ที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้านี้ก็มีสเปกกับเขาด้วยเหมือนกัน ดังต่อไปนี้เลย

  • ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% จึงไม่ก่อให้เกิดควันพิษ
  • ใช้มอเตอร์เป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อน จึงไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวน
  • สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 66 กม./ชม.
  • บรรทุกน้ำหนักได้ 300 กก.
  • สามารถชาร์จจากไฟบ้านได้
  • ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ 1 ครั้ง ประมาณ 45 บาท ทำให้วิ่งได้ 80-120 กม.

ความรู้สึกขณะที่โดยสารไปกับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าต้องบอกว่าไม่แตกต่างจากรถตุ๊กตุ๊กปกติเท่าไร แต่ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือไม่ต้องตะโกนคุยกันกับเพื่อนข้าง ๆ เพราะเสียงที่เงียบมากของมอเตอร์ไฟฟ้าและไม่ต้องทนกลิ่นควันรถและเขม่ามาเปื้อนหน้าอีกด้วย ลงไปถ่ายรูปสวย ๆ ต่อได้เลย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

รถตุ๊กตุ๊กกำลังซิ่งไป แต่ไม่มีเสียงเลย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

อยากนั่งตุ๊กตุ๊กอีวีก็เรียกผ่านแอป Grab ได้เลย

เมื่อเดินทางใกล้ถึง ‘ประตูท่าแพ’ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของจังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนสังเกตว่าทิวทัศน์เมื่อเงยหน้ามองดูโล่งสะอาดตาผิดกับจุดอื่น ๆ เนื่องจากเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการนำสายไฟฟ้าลงดิน ตั้งแต่บริเวณถนนท่าแพไปจนถึงถนนช้างคลานรวมระยะทาง 1.96 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนรวม 260 ล้านบาท ซึ่งโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบริเวณถนนท่าแพ-ถนนช้างคลานนี้ ถือเป็นโครงการต้นแบบของจังหวัดเชียงใหม่ที่จะขยายต่อเนื่องไปยังจุดอื่น ๆ ของจังหวัด จนกลายเป็น ‘เชียงใหม่ไร้สาย’ ในที่สุด

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

ถนนท่าแพที่ท้องฟ้าสดใส ไม่มีสายไฟฟ้ามารบกวนสายตา

นอกจากนี้ ในช่วงกลางคืน คณะของเราเดินทางต่อไปยัง ‘วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร’ เพื่อเยี่ยมชม ‘วิหารลายคำ’ ซึ่งด้านข้างของวิหารนี้มีเจดีย์สีทองที่ดูพุ่งออกมาจากฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีดำ ทำให้เกิดเป็นมิติที่ดูแปลกตา ด้วยความที่ไม่มีเงาใด ๆ ลงมาทาบบนเจดีย์นี้เลย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

วิหารลายคำยามค่ำคืน (ขวา)

จากการสอบถามทีมงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วพบว่า ทาง กฟภ. ได้ดำเนินโครงการ ‘PEA LED เพื่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทย’ โดยมีการออกแบบและปรับปรุงระบบไฟฟ้าของวัดให้มีความปลอดภัย ประหยัดพลังงานและเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ โดยได้ทำการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเดิมให้เป็นหลอดประหยัดพลังงาน LED จำนวน 28 ดวงโคม ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 3,706 หน่วยต่อปี คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดได้ 14,826 บาทต่อปี ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามมากขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย

โครงการ ‘PEA LED เพื่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทย’ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบันมีการปรับปรุงไปแล้ว 39 แห่ง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority: PEA)

เสาไฟฟ้า LED ที่มีการปรับองศาเพื่อลบการเกิดเงาบนเจดีย์

หากใครที่ยังคิดไม่ออกว่าช่วงสิ้นปีนี้จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนดี อย่าลืมแวะเวียนไปชมเชียงใหม่แบบไร้สายกันนะคะ

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส