Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ซอฟต์แวร์พาร์คจับมือผู้จัด CommunicAsia 2017 นำ Startup ไอทีไทยไปเวทีระดับโลกที่สิงคโปร์

Published

on

เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) , กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะนำตัวแทนนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ไอทีและซอฟต์แวร์ของประเทศไทยเข้าร่วมงาน CommunicAsia 2017 ซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรมด้านไอทีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 23-25 พ.ค. นี้ โดยพาวิลเลียนของประเทศไทยจะนำเสนองานของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ 12 บริษัท ที่นำเสนอโซลูชั่นสำหรับองค์กร ด้านการศึกษา สื่อ โลจิสติกส์และเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร จะมี 16 องค์กรจากประเทศไทยร่วมแสดงงานในงาน CommunicAsia207

“จากนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทย ที่มุ่งหมายให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้ที่สูง การพัฒนาไปสู่ digital Thailand ในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญ นักพัฒนาซอฟต์แวร์คือ ผู้ที่เป็นพลังสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ประเทศไทยเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ ในบทบาทของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสนับสนุนและส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทย ผลักดันและเปิดโอกาสให้นักธุรกิจกลุ่มสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์หน้าใหม่ได้แสดงผลงานธุรกิจของตนในต่างประเทศระดับสากล เพื่อทำให้เกิดการตกลงซื้อขายและจับคู่ธุรกิจในด้านต่างๆ อันจะนำไปสู่การเติบโต การเรียนรู้และการสร้างรายได้ และก่อให้เกิดการขยายอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในระดับสากล” นายเฉลิมพล  ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย กล่าว

ในงาน CommunicAsia2017 องค์กรด้านการสื่อสารชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ บริษัทไทยคม และบริษัททรูเวฟ จะขึ้นนำเสนอบนเวทีในช่วง CommunicAsia Summit นอกจากนี้ จะมีผู้บรรยายจากประเทศไทย ได้แก่ นายไพบูลย์ พูลสวัสดิ์วัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม และดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง IMC Institute ประเทศไทย โดย ดร.ธนชาติ จะนำเสนอแนวโน้มด้านความปลอดภัยด้านไอทีในประเทศไทย ในหัวข้อ : “มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 – เทคโนโลยีเกิดใหม่ คลาวด์ อินเทอร์เนต ออฟ ธิงส์ และ บิ๊ก ดาต้า จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในประเทศไทยอย่างไร” เพราะเหตุไรจึงมีความจำเป็นในการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวกับไอทีในด้านต่างๆ เช่น ด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์และประเทศไทยจะต้องปรับตัวและพัฒนาอย่างไรในบริบทเช่นนี้

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าร่วมงานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี  ด้วยเหตุที่อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยมีการขยายตัวข้ามพรมแดนประเทศ  CommunicAsia จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยให้ก้าวสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ นำไปสู่การเติบโต การยอมรับ และการนำเทคโนโลยีของไทยไปใช้” นายวิคเตอร์ หว่อง ผู้อำนวยการโครงการด้านการสื่อสาร UBM Singapore Exhibition Services กล่าว

ในงาน CommunicAsia และ BroadcastAsia 2017 จะมีผู้เข้าร่วมแสดงงาน 1700 ราย จาก 58 ประเทศ และ 38  พาวิลเลียนนานาชาติ นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดของบริษัท และรัฐบาลที่ต้องการก้าวทันยุคดิจิทัล  เนื้อที่แสดงงานครอบคลุมเต็ม 65,000 ตารางเมตร ของ Marina Bay Sands และ Suntec Singapore คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงาน  48,000 ราย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

K Bank – Chang เตรียมเปิด “Virtual Stadium” สนามเชียร์บอลเสมือนจริง ยกมาไว้ใจกลางเมือง

Published

on

แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย – น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ ซีพีเอ็น เอาใจคอลูกหนังชาวไทย  ประกาศจัดอีเวนท์ต่อยอดการเป็นผู้สนับสนุนหลักถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 พลิกโฉม ลานเซ็นทรัลเวิลด์ และ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ให้กลายเป็น “Virtual Stadium” สนามเชียร์บอลเสมือนจริงขนาดยักษ์ที่ยกมาไว้ใจกลางเมือง ในคอนเซ็ปต์ “เพื่อนซี้พลัสกันเชียร์” ปรากฎการณ์ของพื้นที่ส่งพลังเชียร์ให้ทีมโปรด ที่บรรดาเพื่อนซี้จะมา “พลัส” พลังเชียร์ข้ามโลกให้ดังกระหึ่ม ดูสด เชียร์มันส์สะใจกับ แมทช์ถ่ายทอดสดบอลโลกนัดหยุดโลกตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจนถึงรอบชิงชนะเลิศ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดสำหรับมหกรรมฟุตบอลโลกนี้โดยเฉพาะ

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า “ธนาคารกสิกรไทย เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 ทั้ง 64 แมทช์ฟรีผ่านทรูวิชั่นส์ ได้ต่อยอดจัดกิจกรรมให้ให้คอบอลชาวไทยรวมพลัง “พลัส” กันเชียร์บอลโลกได้มันและอินยิ่งขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง สร้าง “Virtual Stadium” โดยซีพีเอ็นได้เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน ในคอนเซปต์  “เพื่อนซี้พลัสกันเชียร์” เชิญชวนบรรดาแฟนบอลรวมตัวชวนเพื่อน ๆ มาร่วมเชียร์บอลสนุก ๆ ที่ Virtual Stadium โดยจะเปิดให้เข้ามาร่วมสนุกกันตั้งแต่ 5 โมงเย็น จนจบการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล เริ่มตั้งแต่ประมาณ 1 ทุ่ม การมาร่วมกันเชียร์บอลกับเพื่อน ๆ ในบรรยากาศครึกครื้นกระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์ จะเป็นช่วงเวลาความสุขสนุกที่ธนาคารกสิกรไทยตั้งใจมอบให้ นอกจากนี้  ยังมีกิจกรรมที่ธนาคารจัดขึ้นทั้งช่องทางออนไลน์คือ Facebook และ Twitter “KBank Live” และ ช่องทางออฟไลน์ ทั้งการเจาะลึกเกร็ดต่าง ๆ ในฟุตบอลโลกทุกแง่มุม วิเคราะห์เกมบอลแมตช์ต่อแมตช์ และไลฟ์ติดขอบสนามส่งตรงจากรัสเซีย โดยกูรูและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงฟุตบอล พร้อมทั้งแจกตารางการแข่งขันและจดสกอร์ทั่วประเทศ รวมถึงจัดเต็มโปรโมชั่นรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทให้ลูกค้าที่ใช้บริการแอป K PLUS , บัตรเครดิตกสิกรไทย และบัตรเดบิตกสิกรไทยได้ร่วมสนุก”

มร.เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ช้าง ให้ความสำคัญกับกีฬาฟุตบอลมาตลอด เพราะเรารู้ว่าคนไทยชื่นชอบกีฬาฟุตบอลขนาดไหน ในฐานะที่เราเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคจึงได้สนับสนุนสิ่งที่คนไทยสนใจ เราจึงเป็นผู้สนับสนุนวงการฟุตบอลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลีกเยาวชน สโมสร จนถึงทีมชาติ และมาถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้ ที่น้ำแร่ธรรมชาติตราช้างได้ร่วมสนับสนุนการถ่ายทอดสดเทศกาลครั้งยิ่งใหญ่ของคนทั่วโลกที่ต่างรอคอยกันมาถึง 4 ปี จึงเกิดกิจกรรม Virtual Stadium สนามเชียร์บอลเสมือนจริงที่จะเป็นแลนด์มาร์คหลัก ให้คนไทยได้สนุกยิ่งขึ้นกับการดูบอลโลกกับเพื่อนซี้ ในสถานที่ที่สามารถลุ้นและส่งเสียงเชียร์ทีมโปรดแบบสุดแรงกับแมทช์สำคัญ พร้อมกิจกรรมต่างๆที่เตรียมไว้แบบจัดเต็ม นอกจากนี้สามารถติดตามความสนุกในช่วงบอลโลกได้ที่ Facebook Chang World ที่ ช้าง ได้ร่วมมือกับ Goal.com และ สยามสปอร์ต เพื่ออัพเดทข้อมูลกันแบบเรียลไทม์

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความเป็น “Center of Life” ในทุกโลเคชั่นที่เราไปตั้งศูนย์การค้า ด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับแนวหน้า คือ ธนาคารกสิกรไทย และ น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ใช้พื้นที่ภายใน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ให้เป็นจุดรวมพลของคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบแฮงเอาท์ ออกมาใช้ชีวิตสนุกสนานกับเพื่อนฝูง โดยไม่อยากจะพลาดการชมการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดสำคัญๆ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของศูนย์การค้าที่มีการจัดให้ชมกันแบบสดๆ เช่นนี้ ในบรรยากาศที่เหมือนกับการนั่งชมอยู่ข้างสนาม”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ไมโครซอฟท์ เผยภัยคุกคามทางไซเบอร์ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้องค์กรไทย!!!

Published

on

รายงานวิจัยของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ภายใต้ความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ เผยว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในประเทศไทยที่เป็นผลกระทบมาจากความปลอดภัยทางไซเบอร์สามารถส่งผลถึง 2.86 แสนล้านบาท หรือ เท่ากับ 2.2 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 14,360 ล้านล้านบาท  

รายงานวิจัย “ภาพรวมภัยคุกคามทางไซเบอร์ในเอเชีย แปซิฟิก : การปกป้ององค์กรในโลกยุคดิจิทัล” มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกกับผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและไอทีขององค์กร เกี่ยวกับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั่วภูมิภาค และชี้ให้เห็นช่องโหว่ในกลยุทธ์เชิงความปลอดภัยด้านไซเบอร์ขององค์กร โดยทำการสำรวจกับผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและไอทีในองค์กรจำนวน 1,300 คน จากองค์กรธุรกิจขนาดกลาง (พนักงาน 250 – 499 คน) และองค์กรขนาดใหญ่ (พนักงาน 500 คนขึ้นไป)

รายงานวิจัยพบว่า 3 ใน 5 ขององค์กรในประเทศไทยเคยได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ (15 เปอร์เซ็นต์) หรือไม่แน่ใจว่าเคยถูกโจมตีหรือไม่ เพราะยังขาดกระบวนการตรวจสอบหรือวิเคราะห์การคุกคามระบบอย่างเหมาะสม (47 เปอร์เซ็นต์)

“ในยุคที่ คลาวด์ และ โมบายล์คอมพิวติ้ง มีบทบาทในการทำหน้าที่เชื่อมต่อธุรกิจกับลูกค้า และช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ทุกองค์กรจึงต้องเผชิญกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน” นายโอม ศิวะดิตถ์ ผู้บริหารด้านนโยบายภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อขอบเขตของระบบไอทีแบบดั้งเดิมหายไป ผู้ประสงค์ร้ายก็มีช่องทางและเป้าหมายใหม่ๆ สำหรับการจู่โจมมากขึ้น ส่วนองค์กรที่ตกเป็นเป้าก็อาจประสบความเสียหายทางการเงินเป็นมูลค่ามหาศาล และยังสูญเสียความพึงพอใจของลูกค้าและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ดังจะเห็นได้จากกรณีการรั่วไหลของข้อมูลของบางองค์กรที่อาจเป็นข่าวผ่านตาใครหลายคนไปในระยะหลัง”

ความเสียหายที่แท้จริงจากภัยอันตรายบนโลกไซเบอร์ ครอบคลุมทั้งเชิงเศรษฐกิจ โอกาสทางธุรกิจ และการตกงาน

รายงานวิจัยพบว่า

  • องค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยอาจประสบความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าสูงถึง 408 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าความเสียหายขององค์กรธุรกิจขนาดกลางถึง 450 เท่า (ราว 900,000 บาท)
  • ใน 12 เดือนที่ผ่านมา ราว 3 ใน 5 ขององค์กรทั้งหมด (60 เปอร์เซ็นต์) ต้องมีการปลดพนักงานออกในหลายตำแหน่งเนื่องจากผลกระทบของภัยคุกคามทางไซเบอร์

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ได้สร้างแบบจำลองขึ้นเพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมไซเบอร์ โดยนำปัจจัยเชิงเศรษฐกิจองค์รวมและข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าร่วมการสำรวจมาพิจารณา แบบจำลองดังกล่าวนี้แบ่งผลกระทบที่สามารถเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ออกเป็น 3 แบบ ได้แก่

  1. ผลกระทบทางตรง : ความเสียหายทางด้านการเงินที่เกิดขึ้นโดยตรงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งรวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง ระยะเวลาในการฟื้นฟู และค่าเสียหายที่ต้องชดใช้
  2. ผลกระทบทางอ้อม : การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ เช่น การสูญเสียลูกค้าเพราะขาดความเชื่อมั่น
  3. ผลกระทบวงกว้าง : ผลกระทบมวลรวมเชิงเศรษฐกิจ เช่น สภาพคล่องทางการใช้จ่ายขององค์กรและผู้บริโภคลดลง

ผลกระทบของภัยคุกคามทางไซเบอร์ นั้นเปรียบได้กับภูเขาน้ำแข็ง โดยผลกระทบทางตรงจะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดมากที่สุด แต่ส่วนนี้กลับเปรียบเสมือนยอดเล็ก ๆ ของภูเขา ที่ยังมีส่วนที่มองไม่เห็นยังจมอยู่ใต้น้ำอีกมาก” นายณัฐชัย จารุศิลาวงศ์ Consultant, Mobility Practice บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การจู่โจมทางไซเบอร์สามารถก่อความเสียหายอีกมากมายที่อาจมองไม่เห็นในทันที ทั้งในทางอ้อมและในวงกว้าง จึงทำให้โดยทั่วไปแล้ว มูลค่าความเสียหายที่แท้จริงของภัยร้ายเหล่านี้มักถูกประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอ”

นอกจากความสูญเสียด้านการเงินแล้ว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังทำลายความสามารถขององค์กรไทยในการคว้าโอกาสทางธุรกิจในยุคแห่งเศรษฐกิจดิจิทัล โดยผลสำรวจเผยว่ากว่า 73 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมการสำรวจพบว่าองค์กรของตนได้หยุดแผนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปฏิรูปธุรกิจ เนื่องจากความกังวลด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์

ภัยร้ายที่ต้องจับตาและช่องโหว่ที่ต้องจัดการ ในกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรไทย

ถึงแม้ว่าการจู่โจมจากอาชญากรไซเบอร์ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่จะเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจในหมู่องค์กรต่างๆ ได้ไม่น้อย แต่ผลวิจัยระบุว่าสำหรับองค์กรในประเทศไทยแล้ว ภัยร้ายในโลกไซเบอร์ที่มีผลกระทบสูงสุด และใช้เวลาในการแก้ไขฟื้นฟูนานที่สุด คือการเลียนแบบตัวตนของแบรนด์ในโลกออนไลน์ การขโมยข้อมูล และการทำลายข้อมูล นอกจากความเสี่ยงจากภายนอกองค์กรแล้ว รายงานวิจัยฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงช่องว่างเชิงกลยุทธ์ขององค์กรต่างๆ ในการปกป้องระบบและข้อมูลให้ปลอดภัย

  • อย่าให้ความปลอดภัยเป็นแค่เรื่องทีหลัง : ถึงแม้ว่าองค์กรจำนวนมากจะผ่านการถูกจู่โจมมาแล้ว แต่กลับมีองค์กรเพียง 26% เท่านั้นที่นำประเด็นด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มาพิจารณาก่อนที่จะเริ่มดำเนินงานในโครงการดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ขณะที่องค์กรที่ยังไม่เคยถูกจู่โจมนั้น มีอัตราส่วนการนำปัจจัยด้านความปลอดภัยมาพิจารณาก่อนเริ่มดำเนินงานคิดเป็น 37% ส่วนองค์กรที่เหลือนั้น จะเริ่มพิจารณาเรื่องความปลอดภัยหลังจากที่เริ่มดำเนินงานไปแล้ว หรืออาจไม่พิจารณาถึงเลยก็เป็นได้ ซึ่งองค์กรในกลุ่มหลังนี้จะไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือโซลูชั่นที่มีรากฐานอยู่บนความปลอดภัยอย่างแท้จริง (“secure-by-design”) ขึ้นมาได้ จึงอาจทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ขาดความปลอดภัยหลุดออกไปสู่ตลาดได้
  • การมีระบบซับซ้อน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย : โดยทั่วไปแล้ว เป็นที่เชื่อกันว่าการนำโซลูชั่นด้านความปลอดภัยจำนวนมากมาใช้งานร่วมกันจะช่วยให้ระบบในภาพรวมมีความปลอดภัยสูงขึ้น แต่ผลวิจัยในครั้งนี้กลับเผยให้เห็นว่าในกลุ่มองค์กรที่ใช้โซลูชั่นด้านความปลอดภัยรวม 26-50 โซลูชั่น มีเพียง 15% เท่านั้นที่สามารถแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูจากผลกระทบของการจู่โจมได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง ขณะที่องค์กรที่ใช้โซลูชั่นด้านดังกล่าวน้อยกว่า 10 โซลูชั่น มีอัตราส่วนการแก้ไขปัญหาภายในหนึ่งชั่วโมงสูงกว่าที่ 22%
  • ยังขาดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ : องค์กรจำนวนมากเริ่มหันมาปฏิรูปธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลกันแล้ว เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่งานวิจัยครั้งนี้ก็ยังชี้ให้เห็นว่าองค์กรถึง 33% ยังมองความปลอดภัยเป็นเพียงแค่ปัจจัยในการปกป้ององค์กรจากผู้ประสงค์ร้าย โดยมีเพียง 28% ที่เล็งเห็นว่ากลยุทธ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน

“ภัยร้ายในโลกออนไลน์ยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง แต่การผสมผสานทั้งเทคโนโลยี กลยุทธ์ภาคปฏิบัติ และความรู้ความเข้าใจเข้าด้วยกันอย่างลงตัวจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คุณโอมกล่าวเสริม “ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าเสริมศักยภาพให้ภาคธุรกิจในประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสจากกระบวนการดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม สนับสนุนด้วยแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความปลอดภัยสูง ผสมผสานกับความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในภัยร้ายและปัจจัยเสี่ยง และเครือข่ายความร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วน”

AI พร้อมเป็นแนวหน้าในการปกป้ององค์กรจากผู้ประสงค์ร้าย

  • เมื่อโลกดิจิทัลเป็นเสมือนสนามรบที่อาวุธของผู้จู่โจมพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง ขณะที่ช่องทางการโจมตียังคงเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว AI จึงเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการยับยั้งการโจมตีด้วยศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับและหยุดยั้งการจู่โจมได้ โดยจากการสำรวจพบว่า 4 ใน 5 ขององค์กรในประเทศไทย (84%) ได้นำ AI มาใช้เสริมความแข็งแกร่งของระบบด้านความปลอดภัยแล้ว หรือมีแผนที่จะนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้
  • สถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยที่มี AI เป็นองค์ประกอบหลักจะสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด และอาจมองเห็นถึงจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรได้ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นจริง นอกจากนี้ องค์กรที่ใช้งาน AI ในการปกป้องระบบของตนยังสามารถทำงานได้รวดเร็วและคล่องตัวกว่าองค์กรที่พึ่งพาความสามารถของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการระบุชนิดและช่องทางการจู่โจม การกำจัดภัยร้ายที่เข้าจู่โจมอย่างต่อเนื่อง และการแก้ไขปัญหาในระบบ จึงทำให้ AI มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยเชิงดิจิทัลของทุกองค์กร

ข้อแนะนำในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกดิจิทัล

AI เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งที่องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องนำมาผสมผสานหรือผนึกรวมเป็นแกนหลักของแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง โดยการปกป้องให้ระบบขององค์กรปลอดภัยอย่างแท้จริงนั้น จะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น บุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี รวมถึงบทบาทและผลกระทบของปัจจัยเหล่านี้ที่มีต่อความปลอดภัยโดยรวมขององค์กรด้วย

เพื่อที่จะช่วยให้องค์กรสามารถต้านทานและตอบโต้กับการโจมตีทางไซเบอร์และมัลแวร์ได้ดียิ่งขึ้น องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ 5 หลักปฏิบัตินี้มาปรับใช้ เพื่อช่วยยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีให้ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล : ความไม่เชื่อมโยงกันระหว่างกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กับแนวทางการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลอาจสร้างความสับสนวุ่นวายให้พนักงานในองค์กรอย่างมาก ทั้งนี้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล โดยมีบทบาทในการกำหนดแนวทางและรักษาความปลอดภัยขององค์กร ขณะเดียวกัน การปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลก็ยังเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถพลิกรูปแบบและแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ ในปัจจุบัน
  • ลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างรากฐานด้านความปลอดภัยให้แข็งแกร่ง : ร้อยละ 90 ของการโจมตีทางไซเบอร์สามารถป้องกันได้ โดยนำวิธีปฏิบัติที่ได้มาตรฐานเข้ามาปรับใช้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก ใช้การยืนยันตัวตนหลากหลายรูปแบบในสถานการณ์ที่น่าสงสัย รวมถึงคอยอัปเดตระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์และโปรแกรมป้องกันมัลแวร์ต่างๆ ให้ทันสมัย และเลือกใช้ของแท้เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที การเตรียมความพร้อมไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่อุปกรณ์หรือระบบเท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงการฝึกอบรมและกำหนดนโยบายเพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านความปลอดภัยด้วย
  • ยกระดับทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือต่าง ๆ โดยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่มีให้คุ้มค่า : เครื่องมือที่ดีก็อาจไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในมือของผู้ที่ขาดทักษะ หากลดจำนวนโซลูชั่นและความซับซ้อนในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยลง ก็จะสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ ส่วนการจัดลำดับความสำคัญของโซลูชั่นที่ใช้งานอยู่นั้น เป็นวิธีที่ดีที่เข้ามาช่วยเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงได้มากขึ้น โดยไม่ต้องนำเครื่องมือจำนวนมากมาใช้ และไม่ทำให้เกิดความซับซ้อนเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อโซลูชั่นที่เลือกใช้ได้รวบรวมเครื่องมือต่างๆ มาไว้ด้วยกันอย่างเหมาะสมและเอื้อประโยชน์ซึ่งกัน
  • ประเมิน ตรวจสอบ และปฏิบัติตามกรอบข้อบังคับอย่างต่อเนื่อง : การยอมรับและปฏิบัติตามข้อบังคับหรือมาตรฐานต่าง ๆ ควรเป็นหน้าที่ประการหนึ่งขององค์กร ขณะเดียวกัน ตัวองค์กรเองก็ควรให้มีการประเมินและตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อป้องกันช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้สามารถอุดช่องโหว่เหล่านั้นได้ ในขณะที่องค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารขององค์กรเองก็ควรดูแลให้องค์กรดำเนินงานตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมนั้น ๆ พร้อมนำแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่ดีมาปรับใช้อยู่เสมอ
  • ใช้ประโยชน์จาก AI และระบบอัตโนมัติ (automation) เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพ : เมื่อองค์กรขาดความสามารถในการรักษาความปลอดภัย ระบบอัตโนมัติและ AI ควรถูกนำมาพิจารณาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความก้าวหน้าของ AI ในปัจจุบันถือเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงศักยภาพอันมหาศาลของเทคโนโลยีนี้ในอนาคต โดยนอกจากการตรวจหาภัยคุกคามที่อาจถูกมองข้ามไปแล้ว นวัตกรรมเหล่านี้ยังสามารถช่วยวิเคราะห์และตีความมาเป็นสัญญาณเตือนภัยก่อนเกิดการโจมตี และแนะนำแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมได้ ระบบในลักษณะนี้ได้พิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในกรณีของระบบคลาวด์ที่ประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติและ AI ยังช่วยให้บุคลากรผู้มีความสามารถด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้มุ่งให้ความสำคัญกับเนื้องานในระดับสูงได้อย่างเต็มที่

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AMD แจกโชค 3 ชั้น กับโปรฯกลางปี ตั้งแต่ 21-24 มิ.ย. 61 ที่งานคอมมาร์ทเท่านั้น!!!

Published

on

  • เมื่อซื้อ Notebook Acer รุ่น Acer Swift 3 (RYZEN 5, VEGA 8) มูลค่า 22,990 บาท
    • รับฟรี SSD 120 GB มูลค่า 1,790 บาท และ เก้าอี้พับสนาม มูลค่า 590 บาท
  • เมื่อซื้อ Notebook Acer รุ่น Acer Nitro 5 (RYZEN 5, VEGA 8, RX-5610x4GB) มูลค่า 22,990 บาท
    • รับฟรี CashBack มูลค่า 1,000 บาท และ เก้าอี้พับสนาม มูลค่า 590 บาท
  • เมื่อซื้อ Notebook HP รุ่น HP ENVY x360 (RYZEN 5, VEGA 8) มูลค่า 22,990 บาท
    • รับฟรี หูฟังบูลทูธ in Ear มูลค่า 890 บาท และ เก้าอี้พับสนาม มูลค่า 590 บาท
  • เมื่อซื้อ Notebook Lenovo รุ่น Lenovo IdeaPad720s (RYZEN 7, VEGA 10) มูลค่า 31,990 บาท
    • รับฟรี หูฟังบูลทูธ JBL มูลค่า 2,490 บาท และ เก้าอี้พับสนาม มูลค่า 590 บาท

พร้อมลุ้นรับโชคต่อกับ AMD ประกอบด้วย

โปรโมชั่นที่ 1

  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC branded คู่กับ RYZEN 7
    • รับทันที เสื้อแจ็คเก็ต AMD Limited พร้อมลุ้นรับทองคำ และบัตรกำนัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC branded คู่กับ RYZEN 5
    • รับทันที เก้าอี้พับนั่งสบาย พร้อมลุ้นรับทองคำ และ บัตรกำนัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC branded คู่กับ RYZEN 3
  • รับทันที เสื้อยืดเท่ๆ พร้อมลุ้นรับทองคำ และบัตรกำนัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท
  • และเมื่อซื้อ Notebook, All in one, PC ที่ใช้ CPU AMD รุ่น FX, A12, A10 และ A9
    • ลุ้นรับทองคำ และ บัตรกำนัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท

การรับของพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นรับทองคำ และบัตรกำนัล สามารถรับได้ ณ จุดแลกของรางวัล AMD โซนด้านนอกห้อง Plenary Hall

สินค้าพรีเมียมมีจำนวนจำกัด

โปรโมชั่นที่ 2

  • รับทันทีเกมส์ FarCry® 5 เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC branded ที่มี CPU AMD RYZEN รุ่นใดก็ได้ + การ์ดจอ AMD Radeon™ RX580

วิธีการรับเกมส์

  • เข้าไปที่ www.amd.com/gamepromo
  • ลงทะเบียนโดยการสมัคร Account และ Login เข้าระบบเพื่อ  ตรวจสอบสิทธิ์
  • เลือกเกมส์ที่ต้องการดาวน์โหลด

โปรโมชั่นเฉพาะในงานคอมมาร์ท ตั้งแต่วันที่ 21 – 24 มิถุนายน นี้เท่านั้น

  • ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Notebook / Desktop Brand / All in one PC เท่านั้น
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่นโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!