Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Synology® เปิดตัว FlashStation รุ่น FS1018 และ DiskStation รุ่น DS218 โซลูชั่นขนาดย่อมแต่ประสิทธิภาพล้น

Published

on

Synology® เปิดตัว ยูนิตสำรองข้อมูล (Network Attached Storage หรือ NAS) ถึง 2 รุ่น ได้แก่ FS1018 และ DS21 ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับทั้ง ไฟล์สตรีมมิ่ง, แบ่งปันข้อมูล และสำรองข้อมูลในรูปแบบตั้งโต๊ะ

FS1018 ยูนิตสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูงขนาด 12 เบย์

  • ที่มาพร้อมความสามารถการส่งข้อมูลความเร็วสูง
  • และรองรับฮาร์ดดิสแบบ SSD ทั้งหมด
  • ทำงานบนหน่วยประมวลผล Intel® Pentium® แบบ D1508 dual-core
  • และ 8GB DDR4 EEC RAM ที่สามารถเพิ่มขนาด RAM ได้สูงถึง 32GB
  • มีพอร์ตแบบ Gigabit Ethernet LAN จำนวน 4 พอร์ต
  • นอกจากนี้ FS1018 ยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง โดยสามารถติดตั้ง Network add-on cards ได้บน FS1018 ผ่านช่อง PCIe 3.0 จำนวน 8 สล็อต เพื่อประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลได้เร็วกว่า 40K 4K IPOS (อินพุต/เอาต์พุต ต่อวินาที)

This slideshow requires JavaScript.

ฮาร์ดแวร์ สมรรถนะสูงรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานที่หนักหน่วงไม่ว่าจะเป็นการรองรับงานทำงานหลาย ๆ โปรเจคต์พร้อมกัน รวมถึงการรองรับโฮสได้จำนวนหลายคน ซึ่งโปรแกรมช่วยจัดการไฟล์เสมือนจริงนี้ จะช่วยให้คุณสามารถทดลองซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ในแซนด์บ็อกซ์ แยกส่วนไฟล์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเซิร์ฟเวอร์ของคุณมากขึ้น

โดย เจสัน แฟน, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด กล่าวว่า “การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพการทำงานหรือการเพิ่มความจุที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา แฟลชสเตชั่น รุ่น FS1018 มาพร้อมกับที่ใส่ฮาร์ดดิสแบบ SSD จำนวนกว่า 12 ไดร์ฟ ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ความจุสูง ขนาดกะทัดรัด ที่เหมาะกับทุกๆ ที่ทำงาน”

DS218 ยูนิตเก็บขนาด 2 เบย์

  • ที่ทำงานบนโปรเซสเซอร์ Quad-core ขนาด 64 บิต
  • ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงด้วยความสามารถในการอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า 112 MB/s
  • มาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4 ขนาด 2 GB ซึ่งมีความจุมากกว่า 4 เท่าของรุ่นก่อน
  • นอกจากนี้ DS218 ยังรองรับการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ผ่าน Video Station อีกด้วย

This slideshow requires JavaScript.

ไมเคิล หวัง, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันวีดีโอคอนเทนท์ขนาด 4K กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ยูนิตสำรองข้อมูล DS218 จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ด้วยความสามารถการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ซึ่งถ้าอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถรองรับการเล่นวีดีโอขนาด 4K ได้ DS218 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารกแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K ให้เป็น 1080p แบบออนไลน์ได้อย่างลื่นไหล เล่นวีดีโอได้โดยไม่ติดขัด มอบประสบการณ์สตรีมมิ่งอัดยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้งาน”

FS1018 และ DS218 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager (DSM) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการขั้นสูงและใช้งานง่ายที่สุดสำหรับอุปกรณ์สำรองข้อมูลจาก Synology และยังมีแอพพลิเคชั่นหลากหลาย ครอบคลุมทั้งมัลติมีเดีย และการแชร์ไฟล์ เพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ สำหรับ NAS โดยเฉพาะ นอกจากนี้ Synology ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากสื่อต่างๆ อาทิ เช่น รางวัลสุดยอด NAS ขนาดกลาง (topping the mid-range NAS category) จาก TechTarget’s และ รางวัล PC Mag Readers’ Choice ติดต่อกันถึง 7 ปี

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FS1018 ได้ที่ https://www.synology.com/products/FS1018

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DS218 ได้ที่ https://www.synology.com/products/DS218

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Dell เปิดตัวจอมอนิเตอร์ “UltraSharp” ขุมพลังแห่งนวัตกรรม รองรับการทำงานคนยุคใหม่

Published

on

ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ในการมอบประสบการณ์ให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า  เพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น รวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดีขึ้น ส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน

เดลล์ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงาน ด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการดังนี้

  • ด้านการเงิน และการประกัน
  • ห้องค้าหลักทรัพย์
  • ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี
  • ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production
  • ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ Dell UltraSharp 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมายทั้ง

  • Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2 เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว
  • สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่
  • พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล

จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้  

  • ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
  • มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7  (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
  • บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา

Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี  สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม

จอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง หน้าจอโค้งแบบ ultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อม ๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง ประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบ

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 37,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 34,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 18,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Facebook หาคู่ให้!! เปิดตัวฟีเจอร์ “Dating” ฟีเจอร์จับคู่กับคนที่มีความชอบและความสนใจคล้ายกัน!!

Published

on

Facebook Dating ฟีเจอร์จับคู่จาก Facebook เปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และแห่งที่สองในโลก ที่สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ได้แล้ว

Facebook Dating ฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน ได้พบและพูดคุยกันบนแพลตฟอร์มที่สามารถควบคุมได้ มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น Facebook Dating คือฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ที่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้คนสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายด้วยตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถจับคู่กับบุคคลที่มีความชื่นชอบและความสนใจคล้ายกัน ผ่านหน้าโปรไฟล์ Dating ซึ่งอยู่ในแอป Facebook

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

Facebook Dating ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดผ่าน 4 องค์ประกอบหลัก :

  1. จับคู่จากสิ่งที่สนใจตรงกัน : คุณจะเห็นรายชื่อแนะนำซึ่งคัดเลือกมาจากความชอบและความสนใจของคุณ รวมถึงกิจกรรมของคุณบน Facebook ซึ่งจะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับผู้อื่นที่มีความสนใจ ตรงกันกับคุณ
  2. เลือกคนที่จะเห็นโปรไฟล์ Dating ของคุณได้ : ภายในฟีเจอร์ Facebook Dating จะมีเพียง ผู้ที่อยู่ในรายชื่อแนะนำของคุณและผู้ที่มีคุณอยู่ในรายชื่อแนะนำเท่านั้น ที่สามารถเข้าดูโปรไฟล์ Dating ของคุณ เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันที่อยู่บน Facebook ของคุณและคนที่คุณบล็อคบน Facebook ให้แก่คุณ
  3. เลือกเข้าร่วม Events หรือ Groups เพื่อดูบุคคลที่ใช้งาน Facebook Dating คนอื่น ๆ (ซึ่งเลือกเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้) : คุณสามารถเลือกเข้าดูโปรไฟล์ Facebook Dating ของผู้อื่น ซึ่งมีความสนใจในกิจกรรม (Events) เดียวกันหรือเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ (Groups) เหมือนกัน และเมื่อ คุณเลือกที่จะดูว่ามีใครอยู่ในกิจกรรมหรือกลุ่มเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถมองเห็นคุณได้เช่นกัน
  4. ควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น : คุณสามารถเลือกที่จะให้ระบบแสดงหรือซ่อนเพื่อนของเพื่อนจากรายชื่อแนะนำได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานหรือบล็อคโปรไฟล์อื่น ๆ ได้ทุกเมื่อ หากคุณรู้สึกไม่สบายใจ

การทำงานของฟีเจอร์

  • คุณสามารถเลือกเปิดใช้งาน Facebook Dating ได้ ซึ่งมีอยู่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ปกติ และเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย

การสร้างโปรไฟล์ Dating

  • เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Facebook เวอร์ชั่นล่าสุด จากนั้นไปที่เมนู “ดูเพิ่มเติม” (More) และมองหา “เครื่องหมายรูปหัวใจ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Facebook Dating ในลิสต์ “สำรวจ” (Explore) และเริ่มสร้าง โปรไฟล์ของคุณด้วยการเพิ่มรูป เลือกความต้องการในการมองหาคู่เดทของคุณ และอื่น ๆ อีกมากมาย

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

จัดการโปรไฟล์และความเป็นส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย

  • ฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ผู้คนได้สร้างบทสนทนาและพูดคุยกันได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง และอยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือมากที่สุด
  • ด้วยเหตุนี้โปรไฟล์ของ Dating และ Facebook จึงเชื่อมโยงกัน แต่เพื่อความเป็นส่วนตัว เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันและบุคคลที่คุณบล็อคบน Facebook แก่คุณ
  • นอกจากนี้ Facebook Dating ยังออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมได้ดีมากกว่าเดิม รวมถึงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว โดยสามารถเลือกให้เห็นเฉพาะรายชื่อบุคคลที่คุณไม่ได้มีเพื่อนร่วมกันเท่านั้น 3
  • และหากคุณรู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถรายงานหรือบล็อกคู่สนทนาได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับ การใช้งานบน Facebook ปกติ

เริ่มบทสนทนา

  • ผู้คนสามารถเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่สนใจบน Dating ด้วยการแตะที่ปุ่ม “สนใจ” (Interested) เพื่อส่งข้อความ โดยจะสามารถส่งได้เพียงหนึ่งข้อความเท่านั้น ในการเริ่มบทสนทนา เมื่อคู่สนทนาตอบข้อความกลับมา ทั้งคู่จะสามารถพูดคุยกันต่อได้ผ่านทางกล่องข้อความ
  • หากไม่สนใจบุคคลในรายชื่อแนะนำ คุณสามารถกดปุ่ม “ผ่าน” (Pass) และโปรไฟล์ของบุคคลนั้นจะไม่ปรากฏในรายชื่อแนะนำอีก
  • ฟีเจอร์ Dating เริ่มเปิดให้ใช้งานบนระบบ Android ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นต้นไป และจะทยอยติดตั้งบนระบบ iOS โดยฟีเจอร์นี้จำกัดให้สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ดิจิทัล เวนเจอร์ส พัฒนาแพลตฟอร์ม B.VER ตรวจสอบเอกสารการศึกษาผ่าน Blockchain รายแรกในไทย!!

Published

on

บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณค่าสู่ภาคเศรษฐกิจ การเงิน และสังคมไทย ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและองค์กรชั้นนำของประเทศ ร่วมเปิดตัว “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบเอกสารทางการศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ครั้งแรกของไทย ป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา ที่สร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันให้ B.VER เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การประยุกต์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blockchain มาพัฒนาเป็น แพลตฟอร์ม “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อาทิ

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มหาวิทยาลัยรังสิต
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด

รวมถึงองค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่

  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ยังมีเป้าหมายให้ B.VERเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานของประเทศสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้ และในอนาคตเราได้วางแผนพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มนี้ ให้สามารถเป็นช่องทางในการแนะนำงานที่เหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้สมัครงานและองค์กรไปพร้อมกันได้ โดยใช้เทคโนโลยี Big Data และ Artificial Intelligence ในการจัดการข้อมูลและประมวลผล

การนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์ม B.VER ครั้งนี้ ได้เลือกแพลตฟอร์ม Ethereum ซึ่งเป็น Public Blockchain เก็บข้อมูลสำคัญอย่างถาวรในลักษณะกระจายข้อมูล (Decentralized Ledger of Information) โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ มีศักยภาพด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ Ethereum เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเก็บและตรวจสอบข้อมูลสำคัญนี้

แพลตฟอร์ม B.VER ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบว่าในแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะได้รับคำขอ Transcript ย้อนหลังจากศิษย์เก่าที่อาจทำเอกสารสูญหาย หรือต้องการเอกสารตัวจริงหลายฉบับเพื่อนำไปสมัครงานหลายแห่ง ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องยื่นคำขอกับแต่ละมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัครงาน เพื่อให้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษาของผู้สมัครงานเป็นจำนวนมาก ขั้นตอนการทำงานของ B.VER ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

  • ส่วนแรกคือ : การอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย
    • จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ใน Blockchain ในรูปแบบที่เรียกว่า Fingerprint ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละเอกสาร เปรียบเสมือนลายนิ้วมือที่ไม่ซ้ำกันของคน
    • ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถทำได้ทันทีด้วยการอัพโหลดเอกสารที่ต้องการตรวจสอบเข้าสู่แพลตฟอร์ม
  • จากนั้นระบบจะเข้ารหัสเอกสารนั้นในรูปแบบ Fingerprint เช่นกัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Fingerprint ของเอกสารต้นฉบับที่ถูกเก็บไว้ใน Blockchain ว่าเหมือนกันหรือไม่
    • ซึ่งสามารถแสดงผลการตรวจสอบได้ทันที หาก Fingerprint ตรงกันแสดงว่าเอกสารนั้นถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกัน แสดงว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบนั้นเป็นเอกสารปลอม
    • ทั้งนี้ การเก็บและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Blockchain นี้ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบ
    • และในอนาคตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยังสามารถขอเอกสารทางการศึกษาจากสถาบันต้นสังกัด หรือส่งต่อเอกสารให้กับผู้ว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรงอีกด้วย

แพลตฟอร์ม B.VER สามารถเข้ามาช่วยลดภาระให้กับทุกฝ่าย 

  • การยืนยันเอกสารของมหาวิทยาลัย เพราะองค์กรสามารถตรวจสอบเอกสารโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที
  • แพลตฟอร์ม B.VER ยังเปิด API ไว้ให้แต่ละองค์กรสามารถเชื่อมต่อให้สามารถใช้งาน B.VER ร่วมกับระบบ HR เดิมที่มีอยู่ได้
  • แพลตฟอร์ม B.VER จะเปิดให้บริการตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่ มกราคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะทยอยอัพโหลด Transcript ของปีการศึกษา 2560 ไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!