Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Synology® เปิดตัว FlashStation รุ่น FS1018 และ DiskStation รุ่น DS218 โซลูชั่นขนาดย่อมแต่ประสิทธิภาพล้น

Published

on

Synology® เปิดตัว ยูนิตสำรองข้อมูล (Network Attached Storage หรือ NAS) ถึง 2 รุ่น ได้แก่ FS1018 และ DS21 ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับทั้ง ไฟล์สตรีมมิ่ง, แบ่งปันข้อมูล และสำรองข้อมูลในรูปแบบตั้งโต๊ะ

FS1018 ยูนิตสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูงขนาด 12 เบย์

  • ที่มาพร้อมความสามารถการส่งข้อมูลความเร็วสูง
  • และรองรับฮาร์ดดิสแบบ SSD ทั้งหมด
  • ทำงานบนหน่วยประมวลผล Intel® Pentium® แบบ D1508 dual-core
  • และ 8GB DDR4 EEC RAM ที่สามารถเพิ่มขนาด RAM ได้สูงถึง 32GB
  • มีพอร์ตแบบ Gigabit Ethernet LAN จำนวน 4 พอร์ต
  • นอกจากนี้ FS1018 ยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง โดยสามารถติดตั้ง Network add-on cards ได้บน FS1018 ผ่านช่อง PCIe 3.0 จำนวน 8 สล็อต เพื่อประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลได้เร็วกว่า 40K 4K IPOS (อินพุต/เอาต์พุต ต่อวินาที)

This slideshow requires JavaScript.

ฮาร์ดแวร์ สมรรถนะสูงรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานที่หนักหน่วงไม่ว่าจะเป็นการรองรับงานทำงานหลาย ๆ โปรเจคต์พร้อมกัน รวมถึงการรองรับโฮสได้จำนวนหลายคน ซึ่งโปรแกรมช่วยจัดการไฟล์เสมือนจริงนี้ จะช่วยให้คุณสามารถทดลองซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ในแซนด์บ็อกซ์ แยกส่วนไฟล์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเซิร์ฟเวอร์ของคุณมากขึ้น

โดย เจสัน แฟน, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด กล่าวว่า “การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพการทำงานหรือการเพิ่มความจุที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา แฟลชสเตชั่น รุ่น FS1018 มาพร้อมกับที่ใส่ฮาร์ดดิสแบบ SSD จำนวนกว่า 12 ไดร์ฟ ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ความจุสูง ขนาดกะทัดรัด ที่เหมาะกับทุกๆ ที่ทำงาน”

DS218 ยูนิตเก็บขนาด 2 เบย์

  • ที่ทำงานบนโปรเซสเซอร์ Quad-core ขนาด 64 บิต
  • ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงด้วยความสามารถในการอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า 112 MB/s
  • มาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4 ขนาด 2 GB ซึ่งมีความจุมากกว่า 4 เท่าของรุ่นก่อน
  • นอกจากนี้ DS218 ยังรองรับการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ผ่าน Video Station อีกด้วย

This slideshow requires JavaScript.

ไมเคิล หวัง, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันวีดีโอคอนเทนท์ขนาด 4K กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ยูนิตสำรองข้อมูล DS218 จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ด้วยความสามารถการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ซึ่งถ้าอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถรองรับการเล่นวีดีโอขนาด 4K ได้ DS218 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารกแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K ให้เป็น 1080p แบบออนไลน์ได้อย่างลื่นไหล เล่นวีดีโอได้โดยไม่ติดขัด มอบประสบการณ์สตรีมมิ่งอัดยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้งาน”

FS1018 และ DS218 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager (DSM) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการขั้นสูงและใช้งานง่ายที่สุดสำหรับอุปกรณ์สำรองข้อมูลจาก Synology และยังมีแอพพลิเคชั่นหลากหลาย ครอบคลุมทั้งมัลติมีเดีย และการแชร์ไฟล์ เพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ สำหรับ NAS โดยเฉพาะ นอกจากนี้ Synology ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากสื่อต่างๆ อาทิ เช่น รางวัลสุดยอด NAS ขนาดกลาง (topping the mid-range NAS category) จาก TechTarget’s และ รางวัล PC Mag Readers’ Choice ติดต่อกันถึง 7 ปี

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FS1018 ได้ที่ https://www.synology.com/products/FS1018

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DS218 ได้ที่ https://www.synology.com/products/DS218

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ETDA เร่งสปีดโครงการ National Digital ID จับมือโอมิเซะลงนามพัฒนาระบบยืนยันตัวตน

Published

on

ETDA เดินหน้า โครงการ National Digital ID เผยเอกชนตบเท้าเข้าหารือหลายราย เตรียมทําความร่วมมือพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หนุนการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อํานวยความสะดวกประชาชน ด้านโอมิเซะหลังลงนามจะเป็นเอกชนรายแรกของไทยที่นําร่องให้ บริการ IDP

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อํานวยการ สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่า “ในวันนี้ ETDA ได้จัดพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล กับ บริษัท โอมิเซะ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการระบบรับชําระเงินทางออนไลน์ โดยการลง นามครั้งนี้เพื่อจะร่วมกันพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลในการให้บริการ ธุรกรรมออนไลน์ของภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยตามที่ ETDA กําหนด และให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการทําธุรกรรมออนไลน์ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการอํานวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการให้บริการแก่สังคมและประชาชนของรัฐบาล

ความร่วมมือกับเอกชนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ National Digital ID สําหรับให้บริการยืนยันตัวตน ทั้งของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในการรับบริการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน ซึ่งขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ ETDA จะทํา หน่าที่บริหารจัดการการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล และส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่จําเป็น เพื่อให้การดําเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย และเกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน โดยทั้ง โอมิเซะ และ ETDA จะแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทางวิชาการ และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานร่วมกัน

“ในการทำธุรกรรมที่สำคัญหรือที่มีมูลค่าสูง กฎหมายกำหนดให้ลูกค้าต้องมาแสดงตนต่อหน้า การร่วมกันพัฒนาระบบการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าออนไลน์ โดยไม่ต้องมาแสดงตน เป็นการพัฒนาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง ปัจจัยสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการมีโครงสร้างพื้นฐานในการทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ คือ ประชาชนสามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งในการ MOU กับ โอมิเซะ ในครั้งนี้ ถือเป็นเอกชนรายแรกที่มีความร่วมมือกับ ETDA อย่างเป็นทางการ ในเรื่อง National Digital ID และเร็ว ๆ นี้อาจจะมีเอกชนเข้ามาร่วมมือในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกภาคส่วนพยายามผลักดันในเรื่องนี้”

แม้ โครงการ National Digital ID มุ่งเป้าพัฒนาภาครัฐที่ให้บริการแก่ประชาชนในด้านการประกอบธุรกิจ เพื่อสนับสนุนโครงการการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจร (Doing Business Portal) หากแต่ภาคเอกชนก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการทำให้ภาคเอกชนที่มีข้อกำหนดทางกฎหมายให้ลูกค้าต้องมาแสดงตนทุกครั้งก่อนการทำธุรกรรมสามารถลดขั้นตอนนี้ได้ จะช่วยให้เกิดการบริการที่สะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลา เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต ผูู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเครดิต ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของภาคเอกชน ETDA จึงจำ เป็นต้องดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้าน HardInfrastructure และ Soft Infrastructure ที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ด้าน นายอิศราดร หะริณสุต ประธานเจ้าหน่าที่บริหารฝายปฏิบัติการ บริษัท โอมิเซะ จำกัด กล่าวว่า “โอมิเซะ เป็นผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินแบบครบวงจร ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับชำระเงินจากผู้บริโภคผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ผ่านหลากหลายช่องทาง จุดเด่นคือบริการที่เต็มรูปแบบซึ่งช่วยลดความซับซ่อนในการทำธุรกรรมออนไลน์ ระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและป้องกันการทุจริตที่ทันสมัย รวมไปถึงความพร้อมใช้งานระบบสูง (service availability) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ

สำหรับความร่วมมือกับทาง ETDA นั้น ในฐานะผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจของ โอมิเซะ มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินซึ่งมีความละเอียดอ่อนค่อนข้างมาก ดังนั้นการยืนยันตัวตนของผู้ใช้จึงเป็นขั้นตอนแรกในการลงทะเบียนใช้งาน และเป็นขั้นตอนที่โอมิเซะให้ความสำคัญและเข้มงวดมากเป็นพิเศษเพราะถือเป็นการคัดกรองบุคคล/ ธุรกิจ/ หน่วยงานที่จะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ยังเป็นการปdองกันการนำระบบไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยยับยั้งการกระทำการทุจริตและช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายขึ้นได้

“จากความร่วมมือในครั้งนี้ โอมิเซะ จะเป็นผู้ให้บริการระบบยืนยันตัวตน (Identity provider – IDP) รายแรกของประเทศไทย ที่มีการเชื่อมต่อตรงเข้ากับ ETDA ผ่านทาง federated proxy ซึ่งทางทีมงานของโอมิเซะมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อความร่วมมือในครั้งนี้ และคาดหวังที่จะเห็นความร่วมมือลักษณะนี้จากองค์กรอื่น ๆ อีกเช่นกัน เชื่อว่าหากได้ผู้ที่มีความชำนาญการ และเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำงานร่วมกัน จะสามารถเห็นการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

โครงการ AIS SMART GEN 2018 by CLEO กิจกรรมเพื่อหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ก้าวทันเทคโนโลยี

Published

on

ที่มาของโครงการ

โครงการ AIS SMART GEN 2018 by CLEO เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อ เปิดโอกาสให้กับหนุ่มสาว รุ่นใหม่ไฟแรง บุคลิกภาพดี มีความสามารถ ก้าวทันเทคโนโลยีและสนใจการวางแผนการตลาด เพื่อดำรง ตำแหน่ง Brand Representative ของ AIS เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมได้เรียนรู้วิธีการ พัฒนาบุคลิกภาพ เสริมทักษะด้านการประชาสัมพันธ์ และการวางแผน ทางการตลาด ร่วมกับทีมงาน AIS ได้เรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม มากมาย พร้อมพัฒนาศักยภาพ โดย AIS SMART GEN นั้น เปิดโอกาสให้กับหนุ่มหล่อ และสาวสวย มากความสามารถทั้งหมด 10 คน

คุณสมบัติผู้สมัครที่ AIS ต้องการ

  • เพศหญิง – เพศชาย
  • อายุระหว่าง 20 – 25 ปี
  • ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร
  • อยู่ระหว่าง หรือ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
  • มีทักษะการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • มีบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก มีความสนใจเทคโนโลยี
  • สามารถปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้

หน้าที่ของ AIS SMART GEN

  • เป็น Brand Representative นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัท
  • เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการ ในช่องการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ของบริษัท
  • ร่วมกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ ทางการตลาด และกิจกรรมสาธารณะกุศล ต่างๆ ที่บริษัทมีส่วนร่วม

AIS SMART GEN ได้อะไรตอบแทน

  • ค่าตอบแทนตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 250,000 บาท
  • ค่าบริการโทรศัพท์เคลี่อนที่ฟรีระยะเวลา 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตและอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพในระยะเวลาการปฎิบัติหน้าที่ 1 ปี
  • โอกาสการไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ
  • หลักสูตรอบรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาบุคลิกภาพด้านการประชาสัมพันธ์
  • **เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนข้างต้น เป็นไปตามสัญญาว่าจ้างที่จะได้มีการลงนามระหว่างบริษัท**

ขั้นตอนการสมัคร

  • กรอกข้อมูลลงในเวปไซต์ให้ครบถ้วน
  • อัพโหลดรูปภาพ 2 รูป ทั้งภาพครึ่งตัวที่เห็นใบหน้าชัดเจนและภาพเต็มตัว
  • อัพโหลดคลิปวิดิโอแนะนำตัว
  • อย่าลืมกดปุ่มยืนยันในการลงทะเบียนด้วยนะจ๊ะ

**หนุ่มสาวที่สนใจก็สามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้ที่ Email : cleopromotion@postintermedia.com ได้ตั้งแต่ วันที่ 8 ก.พ.- 8 มี.ค. 2561

**หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cleothailand.com และ facebook https://www.facebook.com/CLEOThailand/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ร่วมมือ เทิร์นเนอร์ เปิดตัว 2 คอนเท็นต์ “CNN และ การ์ตูน เน็ตเวิร์ค”

Published

on

เอไอเอส  ผนึกกำลัง เทิร์นเนอร์ เอเชีย แปซิฟิค เปิดตัว 2 ช่องชั้นนำระดับโลกจาก สหรัฐอเมริกาเพื่อคนไทย

  • ประเดิมด้วยสถานีข่าวอันดับหนึ่งของโลก “ซีเอ็นเอ็น” ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการรายงานสดจากทุกมุมโลก ให้คนไทยไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานพิเศษ และการวิเคราะห์เจาะลึก นอกจากนี้ยังเปิดโลกความบันเทิง เสริมจินตนาการสุดสร้างสรรค์แก่เยาวชนไทย กับ “ช่องการ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ที่รวมเหล่าการ์ตูนชื่อดัง อาทิ Ben 10 , The Amazing World of Gumball , Adventure Time , Powerpuff Girls , OK K.O.! Let’s Be Heroes and We Bare Bears มาให้เยาวชนได้ติดตามแบบเต็มอิ่ม
  • สุดยอดคอนเท็นต์ทั้ง 2 ช่อง จะมาเติมเต็มให้ภาพรวมของคอนเท็นต์บน แอปฯ AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX มีความครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม โดยล่าสุดเอไอเอสมีจำนวนคอนเท็นต์ทั้งหมดถึง 42 ช่อง และทำให้ปัจจุบันเทิร์นเนอร์มีช่องฮิตบน AIS PLAY ถึง 6 ช่อง คือ  Warner TV, HLN , Boomerang โดยล่าสุดคือ ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวิร์ค
  • พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสดู 2 ช่องใหม่ “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ได้ฟรี 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.พ. 61 ผ่านทาง
  • แอปฯ AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับค่ายเทิร์นเนอร์ นำสุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลกทีเดียวถึง 2 ช่อง มอบให้แก่ชาวไทย คือ

  1. ซีเอ็นเอ็น ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานีข่าวอันดับ 1 ของโลก เข้าถึงประชากรกว่า 425 ครัวเรือนทั่วโลก และด้วยทีมข่าวมืออาชีพที่ประจำอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ซีเอ็นเอ็น สามารถพาเราเข้าถึงทุกความเคลื่อนไหว ทุกเหตุการณ์สำคัญจากทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรายงานข่าวสดจากเทคโนโลยีทันสมัย เจาะลึกยิ่งกว่าใคร และ
  2. การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ช่องความบันเทิงสุดน่ารัก ที่มอบทั้งความสุข เสียงหัวเราะ พร้อมเปิดโลกทัศน์ เสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนไทยได้อย่างดี โดยเราต้องขอบคุณค่ายเทิร์นเนอร์ที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของวีดีโอแพล็ทฟอร์ม และเครือข่ายจากเอไอเอส ว่าพร้อมจะเข้าถึงคนไทย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบถ้วนให้แก่คนไทยได้ตามที่ตั้งใจไว้”

ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวอร์ค พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ ที่แอป AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX สำหรับช่อง

  • ซีเอ็นเอ็น สามารถรับชมได้ที่ แอป AIS PLAY ผ่าน แพ็กเกจ Premier Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่าน แพ็กเกจ Platinum Full  HD 
  • ส่วนช่อง การ์ตูนเน็ตเวอร์ค Cartoon Network สามารถรับชมได้ที่ แอป AIS PLAY ผ่าน แพ็กเกจ Premier Full HD และ Sportainment Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่าน แพ็กเกจ Platinum Full HD และ Family Full HD

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/aisplay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!