Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Mentagram เปิดตัว GoPro Fusion , GoPro Hero มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ ประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

Published

on

ณัฐพล ปัทมพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกล้องโกโปรรายเดียวในประเทศไทย เตรียมวางจำหน่ายกล้องโกโปร 2 รุ่นล่าสุด อย่าง “โกโปร ฟิวชั่น(GoPro Fusion)”  และ “โกโปรฮีโร่ (GoPro Hero)” มาพร้อมฟังก์ชั่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมในการถ่ายภาพและวิดีโอ ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาด้วยความใส่ใจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ตรงจุด โดย GoPro Fusion มีเอกลักษณ์ในเรื่องของภาพวิดีโอที่มีค่าความละเอียดสูงถึง 5.2K30 ให้ทุกความทรงจำของคุณคมชัดยิ่งขึ้น สามารถถ่ายภาพได้แบบ 360 องศา ที่จะทำให้คุณไม่พลาดทุกช่วงเวลาที่สำคัญ นอกจากนั้น GoPro HERO ได้รวบรวมฟังก์ชันอย่างที่คุณต้องการและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งโกโปรทั้งสองรุ่นนี้เตรียมพร้อมให้เหล่าผู้รักการถ่ายภาพเป็นเจ้าของได้แล้ว โดยจะเริ่มจัดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

GoPro ได้อัพเกรดประสิทธิภาพกล้องทั้ง 2 รุ่นให้เหมาะแก่การใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาอุปกรณ์เสริมเพื่อรองรับการถ่ายภาพและวิดีโอให้ลื่นไหลได้ดีกว่าเดิม เตรียมพบกับ โกโปรฟิวชั่น และ โกโปร ฮีโร่ ที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับคุณ ได้สัมผัสกับฟีเจอร์ล้ำ ๆ เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเหนือชั้นมากกว่าใครได้พร้อมกัน 2 เม.ย.นี้

GoPro Fusion ราคาเปิดตัวที่ 26,900 บาท

หากคุณต้องการเก็บภาพให้ครบทุกความประทับใจ GoPro Fusion พร้อมทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยมให้คุณด้วยประสิทธิภาพที่อัดแน่นในการบันทึกวิดีโอและภาพถ่าย 360 องศา บันทึกเรื่องราวทุกสิ่งรอบตัวให้คุณและให้คุณสามารถกลับมาค้นหาช่วงที่ดีที่สุดในภายหลังได้ เล่นในแบบ VR หรือใช้ OverCapture จาก GoPro Application เพื่อสร้างวีดีโอแบบมุมมองปกติ รวมถึงภาพถ่ายนิ่งที่คุณสามารถแชร์ผ่านโทรศัพท์ได้ทันที ด้วยระบบลดการสั่นไหวที่ราบรื่นเป็นพิเศษและวิดีโอ ความละเอียดสูงถึง 5.2K ที่เก็บรายละเอียดที่คมขัด ทำให้ Fusion เสมือนเป็นทีมงานถ่ายทำมืออาชีพที่สามารถไปกับคุณทุกที

คุณสมบัติและประโยชน์

  • วิดีโอแบบ360 องศา– บันทึกวิดีโอทรงกลมรอบตัวคุณแบบ 360 องศา โดยการถ่ายทุกทิศทางพร้อมกัน
  • OverCapture – ให้คุณเลือกมุมมองและช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อนำมาสร้างเป็นวิดีโอบนโทรศัพท์ของคุณ
    ได้ทันที
  • ลดการสั่นไหวขณะถ่ายวีดีโอเหมือนมีกิมบอล(อุปกรณ์กันสั่น)
  • การเชื่อมต่อภาพวิดีโอแบบไร้รอยต่อ – ดื่มด่ำกับเนื้อหา VR ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • ภาพวิดีโอที่มีความละเอียดสูงถึง 5.2K30fps
  • ภาพถ่าย 18 MP – ถ่ายภาพแบบ 360 องศา คุณภาพระดับมืออาชีพไม่ว่าจะเป็น โหมดถ่ายรูปเดี่ยว ถ่ายรัว ไทม์แล็ปส์ โหมดกลางคืนและไนท์แลปส์
  • ระบบเสียงแบบ 360 องศา – สามารถบันทึกเสียงแบบ 360 องศารอบตัวของคุณ ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศเสมือนจริง
  • กันน้ำได้ลึกถึง 5 เมตรโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
  • คำสั่งเสียง – ควบคุม GoPro Fusion ได้อย่างง่ายดายด้วยคำสั่ง เช่น “GoPro Take a Photo”
  • มี GPS ในตัว – บันทึกเส้นทางด้วย GPS, และมีระบบจับความเร็ว
  • พร้อมสำหรับการชาร์จเร็ว – เพิ่มประสิทธิภาพระยะเวลาในการชาร์จได้อย่างสมบูรณ์กับอะแดปเตอร์ Supercharger ที่จำหน่ายแยกต่างหาก
  • มีที่จับ Fusion – ที่จับอเนกประสงค์ ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการถ่ายภาพ VR ที่ได้มุมและระยะที่เหมาะสม ขายืดสามขาและด้ามต่อในตัวช่วยให้เปลี่ยนช็อตได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถใช้กับขายืดกล้อง GoPro ได้เกือบทุกรูปแบบเพื่อช่วยให้คุณได้ภาพในมุมที่ไม่เหมือนใคร
  • GoPro Fusion Studio – สร้างวิดีโอระดับมืออาชีพและซิงค์กับ Adobe Premiere และ After Effects

GoPro Hero ราคาเปิดตัวที่ 7,200 บาท (จำหน่ายเฉพาะที่ Lazada เท่านั้น)

GoPro HERO มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบครันในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ หน้าจอสัมผัสได้และมีการออกแบบให้กันน้ำลึกถึง 10 เมตร สามารถเชื่อมต่อบันทึกเรื่องราวของคุณผ่านตรงไปยัง GoPro App และสร้างวิดีโออันน่าทึ่งโดยอัตโนมัติได้จาก Quik Application บันทึกและแชร์เรื่องราวของคุณได้ทันที นอกจากนี้ GoPro HERO ได้พัฒนาฟังก์ชั่นอีกมากมายเพื่อช่วยซัพพอร์ตผู้ใช้ให้สนุกกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติและประโยชน์หลัก

  • บันทึกวิดีโอแบบ Full HD (1440p60และ1080p60) และภาพถ่ายคุณภาพสูง (10MP)
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 2 นิ้ว – สลับระหว่างโหมดได้อย่างรวดเร็ว จัดเฟรมได้อย่างลงตัว
  • กันน้ำลึกได้ถึง 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส
  • ควบคุมด้วยเสียง – สามารถใช้คำสั่งเสียงในการสั่งเริ่มหรือหยุดอัดวิดีโอ, ถ่ายรูป, ปิดGoPro  และอื่นๆ  แต่ไม่สามารถใช้คำสั่งเสียงในการเปิด GoPro Hero ได้
  • Wifi+Bluetooth – เชื่อมต่อกับ GoPro App เพื่อควบคุมกล้องจากระยะไกลและสามารถแชร์ภาพของคุณได้ทันที
  • ดึงข้อมูลไปยังโทรศัพท์ของคุณอัตโนมัติโดยผ่าน GoPro App
  • สร้าง Quikstories ได้ง่าย ๆ  – GoPro HERO ยังทำงานร่วมกับ Quik Application ที่ทำให้คุณสร้างเองราววีดีโอของคุณเองได้ง่าย ๆ พร้อมทั้งสามารถแชร์ไปที่สังคมออนไลน์ได้ทันทีทั้งFacebook , Instagram
  • สามารถสำรองข้อมูลบนคลาวด์โดยอัตโนมัติเมื่อคุณเป็นสมาชิก GoPro plus

โกโปรจึงเดินหน้าต่อกับ แคมเปญ #MyGoProMoment  ซึ่งครั้งนี้มีความพิเศษจากเดิมเพราะโกโปรจับมือร่วมกับ “คลับเมด คานิ( Club Med Kani )” “1 ในรีสอร์ทที่ดีที่สุดของมัลดีฟส์”  ที่จะพาคุณมาเปิดประสบการณ์ความสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย เต็มอิ่มกับอาหารและเครื่องดื่มแบบไม่มีอั้น และดื่มด่ำไปกับวิวทะเลมัลดีฟส์และแสงดาวในเวลากลางคืน พร้อมเวิร์คช็อป สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ทางโกโปรจัดให้ผู้หลงรักในการถ่ายภาพได้ร่วมสนุกระหว่างทริป รวมมูลค่ารางวัลรวมกว่า 848,600 บาท ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันQuik จาก Apple Store หรือ Google Play
  2. ตัดต่อคลิปวีดีโอจาก GoPro ผ่านทาง Quik แอปพลิเคชัน
  3. แชร์คลิปของคุณลง Facebook หรือ Instagram พร้อมติด #MyGoProMoment , #GoProThailand และ #ExperienceDifferent พร้อทแท็กเพจ @GoPro ใน Facebook หรือ @GoProThailand ใน Instagram
  4. เพียงเท่านี้คุณก็มีสิทธิลุ้นรางวัลทริปสุดพิเศษไปกับ GoPro ทันที!
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ATSI ปักหมุดเป็น Change Agent ขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต!!

Published

on

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมดิจิทัล สู่ ATSI Change Agent ที่มุ่งเน้น Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce ยกระดับการขับเคลื่อนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาในระดับชาติให้มากขึ้น โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

จุดประสงค์การจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” เพื่อแสดงผลงานซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายของภาครัฐ และอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ให้มีข้อมูลเพื่อการใช้ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการธุรกิจเพื่อเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้มีเวทีนำเสนอผลงานต่อกลุ่มเป้าหมาย และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

ในวันจัดงานที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “พลังซอฟต์แวร์ไทย ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” ร่วมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ

  • คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนและประธานโรงเรียนมีชัยพัฒนา กล่าวถึง “เส้นทางสายใหม่ของการศึกษาไทยในชนบท และความร่วมมือของ ATSI ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ประยุกต์”
  • คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และประธานมูลนิธิอมตะ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ อมตะ คอร์ปอเรชั่น ต่ออุตสาหกรรม 4.0”
  • ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวถึง “depa กับการพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อรองรับศตวรรษ21”
  • คุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ Head of Enterprise Marketing Management Unit Enterprise Marketing Management บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวถึง “SME Digital Transformation by AIS”
  • คุณเจษฎา วานิชสัมพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง “บทบาท E-Tax Invoice กับ Business Transformation –  ของ SMEs ไทย” และ
  • คุณเกรียงไกร สุทธินราธร กรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวถึง “การเลือกและลงทุนด้านซอฟต์แวร์แบบเจาะลึก !! (ROI/TCO) พร้อม Business ROI Showcase in action”

งาน “Thailand Software Fair 2018” ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวบรวมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์พื้นฐานเพื่อธุรกิจทุกระดับ และนวัตกรรมเด่น ผลงานโดยคนไทย มาแสดงในงาน อาทิ

  • Digital Transformation Solution สำหรับ SMEs by AIS
  • บทบาท E-TAX Invoice กับ Business Transformation ของ SMEs ไทย โดยบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด
  • ทางออกเรื่องเงินทุนสำหรับ SME ด้วยโครงการเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเป้ารวม 100 ล้านบาท จาก ธพว. หรือเอสเอ็มอี ดีแบงค์
  • SMEs รับสิทธิส่วนลดสำหรับการซื้อซอฟต์แวร์มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ในโครงการ depa Mini-Transformation Voucher จำนวน 400 ทุน มูลค่ารวม 4 ล้านบาท
  • ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัวเข้าสู่การเป็น Leadership Digital Entrepreneur อีกด้วย

นับจากนี้ไป ATSI  จะทำงานอย่างมุ่งมั่น ในทิศทางของการก้าวไปสู่การเป็น Change Agent ที่มุ่งสร้าง Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce เพื่อขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ในระดับชาติมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับสมาชิก และพันธมิตรภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผนวกกับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ทุกธุรกิจเปลี่ยนตนเองเป็นธุรกิจดิจิทัล ให้สำเร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า”

พบกันในงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม , สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“MVL , โอมิเซะโก” ร่วมมือ ดัน “เทคโนโลยีบล็อกเชน” สู่การคมนาคมขนส่งและการชำระเงิน

Published

on

บริษัท MVL Foundation จํากัด  และ บริษัท โอมิเซะโก จํากัด (OmiseGO) ประกาศความร่วมมือพัฒนา Proof of Concept (POC) รวมถึงร่วมพัฒนาในเชิงเทคนิค และการค้นคว้าวิจัยเกียวกับบล็อกเชน

MVL เป็นโปรโตคอลบล็อกเชนซึ่งพัฒนาขึนเพือสนับสนุนธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการใช้โปรโตคอลกับ TADA ธุรกิจที่ให้บริการแบบร่วมเดินทางหรือ ride hailing ทีมีการนําเอาบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เข้ากับแพลตฟอร์มเป็นรายแรกในสิงคโปร์ ส่วนโอมิเซะโกเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการชําระเงินบนอีทีเรียม (Ethereum)

ทั้งสองมีแผนที่จะนําเทคโนโลยีมาประสานและประยุกต์ใช้ร่วมกันเพือพัฒนาเป็น Proof of Concept การทํา Proof of Concept นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพการทํางานของ OMG Network ซึ่งทาง MVL มีแผนที่จะนําไปใช้เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูล สําหรับจัดเก็บข้อมูลสําคัญต่าง ๆ ของบริการร่วมเดินทาง TADA

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง MVL และ โอมิเซะโก ครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคด้วย รวมไปถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการนําบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจของ TADA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการร่วมเดินทางที่กําลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านบล็อกเชน รวมถึงฐานธุรกิจในประเทศไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ คาดว่าจะสามารถสร้างกรณีศึกษาจากธุรกิจของ TADA ซึ่งจะอนุญาตการชําระเงินด้วยสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มโอมิเซะโก

โอมิเซะโก มีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะผลักดัน นําเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้กับธุรกิจในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมและแพร่หลายยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากรณีศึกษา เพื่อสร้างความรู้รวมถึงแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่โอมิเซะโกกําลังพัฒนาขึ้น และยังจะได้ร่วมงานกับองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ความโปร่งใส่ ผ่านโครงสร้างการทํางานแบบ incentive-based ที่จะทําให้เกิดระบบนิเวศน์ที่มีการร่วมจัดเก็บข้อมูลและแชร์ทรัพยากรระหว่างกัน”

TADA ถือเป็นธุรกิจรายแรก ๆ ของโลกที่มีระบบซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยบล็อกเชน ที่เปิดให้บริการแก่มวลชนหมายความว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและเรียกใช้บริการได้ นอกจากจะช่วยยกระดับการทํางานของระบบและส่งเสริมธุรกิจ TADA ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดทางและช่วยสร้างการยอมรับในผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนบล็อกเชนด้วย!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!