Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

SONY เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการถ่ายภาพ “3Krung x Sony Alpha University Camp 2018”

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดประสบการณ์ถ่ายภาพให้กับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจาก โครงการ Alpha University Camp ที่จัดอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ โซนี่ไทย จับมือกับ ศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง เปิดตัว “โครงการ 3Krung x Sony Alpha University Camp 2018″ (โครงการสามกรุง และโซนี่ อัลฟ่า ยูนิเวอร์ซิตี้ แคมป์ 2018)

เพื่อหาสุดยอดนักถ่ายภาพรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษา จาก 14 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมอบรมและเวิร์คช็อป เรียนรู้เทคนิคและฝึกฝนทักษะการถ่ายภาพกับช่างภาพมืออาชีพระดับประเทศของเมืองไทย เพื่อประยุกต์ใช้ในการทำงานและก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพต่อไป โดยนิสิต,นักศึกษาที่ผ่านการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรจากศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง ส่วนผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายจะได้รับ ชุดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสพร้อมเลนส์ และ ถ้วยรางวัลเกียรติยศจากโซนี่ พร้อมโอกาสร่วมจัดแสดงผลงานในงานนิทรรศการภาพถ่ายที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปทุมวัน กรุงเทพฯ ต่อไป

โดยผลงานภาพถ่ายของผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการจัดแสดงใน นิทรรศการภาพถ่าย 3Krung x Sony Alpha University Camp 2018 ซึ่งจะจัดแสดงขึ้นที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปทุมวัน กรุงเทพฯ ด้วย

โครงการ 3Krung x Sony Alpha University Camp 2018 เป็นโครงการส่งเสริมการถ่ายภาพและประกวดภาพถ่ายสำหรับนิสิต,นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบของการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้ด้านการถ่ายภาพแบบจัดเต็มทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในสนามจริง โดยคณะวิทยากรจากทางศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง ซึ่งเป็นช่างภาพมืออาชีพระดับประเทศของเมืองไทย อาทิ เกรียงไกร ไวยกิจ , ทวีพงษ์ ปทุมวงษ์ , กำธร เภาวัฒนาสุข , อลิซ วิชช์โชติ , พญ.วรรนธนี อภิวัฒนเสวี , ฑิฆัมพร เสนีย์วาสน์, สัญชัย ลุงรุ่ง เป็นต้น และในส่วนของคณะกรรมการผู้ตัดสินภาพถ่ายได้รับเกียรติจากช่างภาพผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมตัดสิน ประกอบด้วย อ.รชฎ วิสราญกุล, บุณฐไชย ไชยวิรุณเจริญ, สมศักดิ์ พัฒนพิฑูรย์ และ สุรพล สุคำทัศน์  

การจัดโครงการในปีนี้ ได้รับความร่วมมือและตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากสถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัย 14 แห่ง โดยแต่ละมหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้คณะทำงานเข้าไปดำเนินกิจกรรมแนะนำโครงการ เพื่อให้นิสิต,นักศึกษาที่สนใจได้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมนำเสนอผลงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตัวแทนในสถาบันการศึกษานั้น ๆ  จำนวนสถาบันละ 20 ท่าน เพื่อส่งผลงานเข้าชิงชัยเป็นตัวแทน 3 ท่านสุดท้ายของแต่ละสถาบัน เพื่อเข้ารับการฝึกฝนอบรมด้านการถ่ายภาพทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ โดยคณะผู้สอนจากศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง รวมทั้งเข้ากิจกรรมอบรม เทคนิคการถ่ายภาพอย่างเข้มข้น ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นระยะเวลา 4 วัน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะส่งผลงานเข้าประกวดในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อหาผู้ชนะการแข่งขันจากการประกวดถ่ายภาพใน 3 ประเภทด้วยกันคือ Street, Landscape & Travel และ Creative

สำหรับรายชื่อ 14 มหาวิทยาลัยที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการ 3Krung x Sony Alpha University Camp 2018 มีดังนี้

  1. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. มหาวิทยาลัยรังสิต
  6. มหาวิทยาลัยศิลปากร
  7. มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  8. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  9. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  10. วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
  11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ
  12. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  13. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  14. มหาวิทยาลัยบูรพา

นอกจากองค์ความรู้ และเทคนิคการถ่ายภาพที่นิสิต นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากมืออาชีพผ่าน กล้องฟูลเฟรม มิลเลอร์เลส เลนส์ และอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพของโซนี่แล้วนั้น ผู้ที่ผ่านการอบรมทุกคนยังจะได้รับเกียรติบัตรรับรองผ่านการอบรมด้านการถ่ายภาพจากศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง รวมทั้งผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายในแต่ละประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และผลิตภัณฑ์จากโซนี่ดังนี้

หมวด Street Photo

  1. รางวัลที่ 1 : กล้อง Sony A7M2 พร้อมเลนส์คิท มูลค่า 43,990 บาท
  2. รางวัลที่ 2 : กล้อง Sony RX100M4 มูลค่า 26,990 บาท
  3. รางวัลที่ 3: หูฟัง Extra Bass มูลค่า 4,990 บาท

หมวด Landscape & Travel Photo

  1. รางวัลที่ 1 : กล้อง Sony A7M2 พร้อมเลนส์คิท มูลค่า 43,990 บาท
  2. รางวัลที่ 2 : กล้อง Sony A6300L มูลค่า 31,990 บาท
  3. รางวัลที่ 3: หูฟัง Extra Bass มูลค่า 4,990 บาท

หมวด Creative

  1. รางวัลที่ 1 : กล้อง Sony A7M2 พร้อมเลนส์คิท มูลค่า 43,990 บาท
  2. รางวัลที่ 2 : กล้อง Sony RX0  มูลค่า 24,990 บาท
  3. รางวัลที่ 3: หูฟัง Extra Bass มูลค่า 4,990 บาท

กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ

  • วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561 ประกาศเริ่มโครงการ ณ ศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง
  • ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 จัดอบรมให้ความรู้ทางการถ่ายภาพแก่ 14 มหาวิทยาลัย
  • วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน หมดเขตส่งภาพรอบแรก
  • วันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2561 ตัดสินภาพคัดเลือกตัวแทน 3 คนของแต่ละสถาบัน
  • วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ 3 คน เป็นตัวแทนของแต่ละสถาบัน
  • ภายในเดือนธันวาคม ผู้ผ่านเข้ารอบทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้การใช้งานกล้องฟูลเฟรมมิลเลอร์เลส ของโซนี่ ณ ศูนย์อบรมถ่ายภาพสามกรุง
  • วันที่ 10-13 มกราคม 2562 นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 42 คน จาก 14 สถาบัน เข้าร่วม กิจกรรม “3Krung x Sony Alpha University Camp 2018 ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561  ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • วันที่ 22 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2562 จัดนิทรรศการแสดงผลงานนิสิตนักศึกษา และอาจรย์ที่ปรึกษา ที่เข้าร่วม โครงการ “3Krung x Sony Alpha University Camp 2018” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 3 – 4
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

HONOR เผยเทคนิคถ่ายเซลฟี่…ให้สวย ด้วยสไตล์ “ออเนอร์”

Published

on

ไม่ว่าสถานที่ไหน ๆ ก็มีการตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลทุก ๆ เทศกาล ทั้งตรุษจีน วาเลนไทน์ ไปที่ไหนก็น่าถ่ายรูปแล้วโพสต์โชว์ทั้งนั้น ออเนอร์ มีเทคนิคง่าย ๆ ถ่ายเซลฟี่ยังไงให้ปังกว่าใคร มาแนะนำกันค่ะ!! ให้โพสต์ไหน ๆ ของคุณก็ปังทั้งนั้น

  • ถ่ายในที่แสงไฟเพียงพอ และใช้ทิศทางของแสงให้เป็นประโยชน์

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายรูปอย่างหนึ่งก็คือแสง หากถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย จะทำให้ภาพออกมามืดเกินไป ดูหม่นหมอง แสงที่ดีที่สุด เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ก็คือ แสงจากธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟสีส้มจะช่วยทำให้ผิวออกมาเนียนสวย กลับกันสิ่งที่ไม่แนะนำเลย คือแสงจากแฟลชที่สาดเข้ามาตรง ๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูหลอก แถมยังจะไปเน้นจุดบกพร่องของผิว อย่างเช่นสิว หรือว่าริ้วรอยบนใบหน้าอีกด้วยนะ หรือถ้าต้องการแสงจริง ๆ ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟวงแหวนเซลฟี่ดูรับรองว่าแสงจะออกมาเนียนธรรมชาติแถมทำให้ดวงตาดูมีประกาย โดดเด่น ชวนหลงใหลมากขึ้น

  • มองเหนือกล้องขึ้นไปอีกนิด

เวลาถ่ายรูป ทุก ๆ คนมักจะมองไปที่เลนส์กล้องของสมาร์ทโฟน แต่จริง ๆ แล้วการตั้งใจมองไปที่กล้องมากเกินไป ทำให้ตาเราดูโตเกินไปจนดูปลอม วิธีการที่จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นก็คือ การมองขึ้นไปเหนือบริเวณเลนส์ด้านหน้านิดหนึ่ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงเงาจากขนตาที่จะสะท้อนลงมาบดบังบางส่วนของใบหน้าสำหรับคนที่ขนตายาวอีกด้วย

  • ใช้อวัยวะบางส่วนปิดหน้า

สำหรับคนที่กลัวถ่ายเซลฟี่แล้วหน้าใหญ่ ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการใช้อวัยวะบางส่วนอย่าง มือ เส้นผม หรือแขนมาประกอบท่าโพสต์ เช่น จัดให้บางส่วนของผมปิดจุดที่ต้องการซ่อน หรือทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง  หรืออาจใช้มือ ปิดบางส่วนของหน้า เพื่อพลางส่วนที่ไม่ชอบ

  • ฉากหลังสีอ่อน ดึงความโดดเด่นให้ภาพได้มากขึ้น  

ภาพเซลฟี่จะดูสวย ไม่รกตา และโด่ดเดนมากขึ้นด้วยฉากหลังสีอ่อน เพราะเมื่อแสงจากธรรมชาติสะท้อนเข้ากับฉากหลังแล้ว จะทำให้ภาพดูสว่างมากขึ้น  และยังช่วยลดเงาที่เกิดจากการตกกระทบไม่ทั่วถึงของแสงอีกด้วยนะ แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ที่กำหนดฉากหลังไม่ได้ ฟังก์ชั่นการเบลอฉากหลังของสมาร์ทโฟนก็เป็นสิ่งที่ประโยชน์มาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง

  • หัดใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ให้คล่อง

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นคงมีฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์มาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากสำหรับการเซลฟี่ เพราะช่วยไม่ให้ภาพเบลอจากการถือและกดชัตเตอร์ไปพร้อมกัน  แล้วยิ่งถ้าคุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นเซล์ฟไทม์เมอร์ตั้งเวลาแล้วนำสมาร์ทโฟนไปวางในที่ต่าง ๆ เพื่อถ่ายภาพให้ได้มุมแปลกตาเหมือนมีคนถ่ายให้ หรือ เซล์ฟฟี่แบบเต็มตัวดูบ้าง รับรองว่าต้องได้ภาพที่ออกมาเก๋ เรียกยอดไลค์ได้เยอะสุด ๆ ไปเลย

  • ใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเหมาะกับการเซลฟี่

โทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีกล้องหน้าคมชัด และมีฟังก์ชั่นช่วยปรับแสงและความสว่าง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปภาพเซลฟี่ของคุณดูสวยไม่เหมือนใคร

HONOR 10 lite ซึ่งมีฟังก์ชั่น AI มากับกล้องหน้าความละเอียด 24ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มความสดใส และมีมิติ ให้ผิวของคุณดูเป็นธรรมชาติ ด้วยฟังก์ชั่น AI Beauty ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้ตามสีผิว และอายุของผู้ใช้งาน และยังมี 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพเซลฟี่ของคุณดูสวย มีสเน่ห์ ยังไม่รวมถึงลูกเล่น AR Camera เพิ่มความสนุกสนาน เปลี่ยนภาพเซลฟี่ของคุณให้ไม่เหมือนเดิม

HONOR 10 Lite พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท มีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) ผ่านช่องทาง Lazada และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย CSC และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK Center ชั้น 5

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด SOC รุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ราคาสุดคุ้ม!

Published

on

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด System-On-Chip (SOC) รุ่นใหม่ล่าสุด เลือกใช้ CPU AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz รวมถึงกราฟิกออนบอร์ดที่ยอดเยี่ยม AMD Radeon™ R7 ถึงแม้เมนบอร์ดขนาด Mini-ITX อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การรองรับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรองรับแรม DDR 4 Dual Channel Bus 2133 / M.2 PCI-e 16Gb/s / USB 3.1 Gen 1 / SATA 3 Gb/s อีกทั้งยังพอร์ทต่อภาพ Out Put แบบ HDMI และ VGA และ เสียงคุณภาพด้วย Realtek ALC887 HD 7.1-Channel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Protection+ป้องกันเมนบอร์ดเสียหายทำงานได้คงทนมากยิ่งขึ้น

Biostar A10N-8800E เป็นเมนบอร์ด SOC ขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน มีการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม การทำงานแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยเหมาะสำหรับงานบ้าน สำนักงานออฟฟิศ เกมออนไลน์กราฟิกไม่สูงมาก คอมพิวเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ

Specification

  • AMD Carrizo ชิพเซต
    • AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz
    • AMD Radeon™ R7 กราฟิกออนบอร์ด
  • เชื่อมต่อด้วยความเร็ว Super Fast – USB 3.1 Gen 1, SATA3, PCI-e M.2
    • USB 3.1 Gen 1 โอนถ่ายด้วยความเร็วสูงสุด 5Gbps
    • พอร์ท SATA 3 6Gb/s จำนวน 2 ช่อง
    • PCI-e M.2 16Gb/s จำนวน 1 ช่อง
  • HD Audio
    • ชิพเสียง Realtek ALC887 7.1-Channel เสียงมีรายละเอียดและความเที่ยงตรงสูง
  • HDMI 4K2K
    • แสดงภาพความละเอียดได้สูง 4K2K resolution
    • รองรับเกมที่ใช้ DirectX 12
    • มีพอร์ท HDMI เพื่อแสดงผลกราฟิกด้วยความละเอียดแบบ HD
  • Protection+: Super Anti-Surge Protection, ESD Protection, OV/OT Protection, Super LAN Surge Protection
    • ระบบป้องกัน Anti-Surge พิเศษที่ช่วยปกป้องเมนบอร์ดจากแรงดันไฟเกิน ไฟกระชาก ไฟฟ้าสถิตขั้นสูง ฟ้าผ่า
  • พอร์ทเชื่อต่อด้านหลัง
    • PS/2 Mouse x 1 พอร์ท
    • PS/2 keyboard x 1 พอร์ท
    • USB 3.1 Gen1 x 2 พอร์ท
    • USB2.0 x 2 พอร์ท
    • HDMI x 1 พอร์ท
    • VGA x1 พอร์ท
    • LAN x 1 พอร์ท
    • Audio เขียว ชมพู ฟ้า

Biostar A10N-8800E ราคา 2,390 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามห้างไอทีชั้นนำ และ ร้านค้าออนไลน์ ทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ขึ้นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla

Published

on

Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ได้เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ทาง Ookla ได้จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/)

“เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60 MHz x 2) แบบเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยได้อย่างดี

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest ที่กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือ

สถิติของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลกและของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

  1. ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา
  2. Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store
  3. ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย
  4. มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10 ล้านครั้งต่อวัน
  5. มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers
  6. Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

รางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ใช้เกณฑ์การตัดสินด้วย

  • คะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) มาจากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  • และประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด
  • ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ
  • จากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้น ๆ
  • โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย จะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!