Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

G-Able มอบรางวัลผู้ชนะ “ค้นหาสุดยอดฝีมือโทรคมนาคมและไอซีทีเทิดพระเกียรติ ครั้งที่ 11”

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ผู้นำด้านระบบไอที และโซลูชันดิจิทัล ร่วมกับ คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, คณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างโทรคมนาคม, มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) และ สถาบันวิชาการทีโอที บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะจากโครงการ “ค้นหาสุดยอดฝีมือโทรคมนาคมและไอซีทีเทิดพระเกียรติ ครั้งที่ 11” สาขา Internet of Things และ สาขา Cyber Security เป็นเงินรางวัลรวมกว่า 160,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจาก มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช

ทั้งนี้ โครงการค้นหาสุดยอดฝีมือโทรคมนาคมและไอซีทีเทิดพระเกียรติ นับเป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 เพื่อเดินหน้าส่งเสริมและยกระดับวิชาชีพด้านโทรคมนาคมและไอซีที ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในมาตรฐานวิชาชีพ และยกระดับมาตรฐานของวิชาชีพในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บุคคลในภาพเรียงตามดังนี้ :

  • ศ.ดร.ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ ประธานอนุกรรมการฝ่ายวิชาการเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช (ที่ 4 จากขวา)
  • อ.พรศิลป์ จันทรังสิกุล ผู้จัดการศูนย์พัฒนาและจัดฝึกอบรม Access Services ส่วนพัฒนาองค์ความรู้ และอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สถาบันวิชาการทีโอที (ที่ 4 จากซ้าย)
  • คุณสุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (ที่ 1 จากขวา)
  • คุณชนัญญา ชูศักดิ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 สาขา ICT l Cyber Security (ที่ 2 จากซ้าย)
  • คุณศรัณยู จันทร์คง รองชนะเลิศอันดับ 1 สาขา ICT l Cyber Security (ที่ 1 จากซ้าย)
  • คุณนภัส รุ่งเรืองบางชัน ชนะเลิศอันดับ 1 สาขา IoT (Internet of Things) (ที่ 2 จากซ้าย)
  • คุณจิณณวัตร มีชีพกิจ รองชนะเลิศอันดับ1 สาขา IoT (Internet of Things) (ที่ 3 จากขวา)
  • คุณวชิรวิชญ์ ศรีคำ รองชนะเลิศอันดับ2 สาขา IoT (Internet of Things) (ที่ 2 จากขวา)
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด SOC รุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ราคาสุดคุ้ม!

Published

on

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด System-On-Chip (SOC) รุ่นใหม่ล่าสุด เลือกใช้ CPU AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz รวมถึงกราฟิกออนบอร์ดที่ยอดเยี่ยม AMD Radeon™ R7 ถึงแม้เมนบอร์ดขนาด Mini-ITX อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การรองรับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรองรับแรม DDR 4 Dual Channel Bus 2133 / M.2 PCI-e 16Gb/s / USB 3.1 Gen 1 / SATA 3 Gb/s อีกทั้งยังพอร์ทต่อภาพ Out Put แบบ HDMI และ VGA และ เสียงคุณภาพด้วย Realtek ALC887 HD 7.1-Channel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Protection+ป้องกันเมนบอร์ดเสียหายทำงานได้คงทนมากยิ่งขึ้น

Biostar A10N-8800E เป็นเมนบอร์ด SOC ขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน มีการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม การทำงานแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยเหมาะสำหรับงานบ้าน สำนักงานออฟฟิศ เกมออนไลน์กราฟิกไม่สูงมาก คอมพิวเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ

Specification

  • AMD Carrizo ชิพเซต
    • AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz
    • AMD Radeon™ R7 กราฟิกออนบอร์ด
  • เชื่อมต่อด้วยความเร็ว Super Fast – USB 3.1 Gen 1, SATA3, PCI-e M.2
    • USB 3.1 Gen 1 โอนถ่ายด้วยความเร็วสูงสุด 5Gbps
    • พอร์ท SATA 3 6Gb/s จำนวน 2 ช่อง
    • PCI-e M.2 16Gb/s จำนวน 1 ช่อง
  • HD Audio
    • ชิพเสียง Realtek ALC887 7.1-Channel เสียงมีรายละเอียดและความเที่ยงตรงสูง
  • HDMI 4K2K
    • แสดงภาพความละเอียดได้สูง 4K2K resolution
    • รองรับเกมที่ใช้ DirectX 12
    • มีพอร์ท HDMI เพื่อแสดงผลกราฟิกด้วยความละเอียดแบบ HD
  • Protection+: Super Anti-Surge Protection, ESD Protection, OV/OT Protection, Super LAN Surge Protection
    • ระบบป้องกกัน Anti-Surge พิเศษที่ช่วยปกป้องเมนบอร์ดจากแรงดันไฟเกิน ไฟกระชาก ไฟฟ้าสถิตขั้นสูง ฟ้าผ่า
  • พอร์ทเชื่อต่อด้านหลัง
    • PS/2 Mouse x 1 พอร์ท
    • PS/2 keyboard x 1 พอร์ท
    • USB 3.1 Gen1 x 2 พอร์ท
    • USB2.0 x 2 พอร์ท
    • HDMI x 1 พอร์ท
    • VGA x1 พอร์ท
    • LAN x 1 พอร์ท
    • Audio เขียว ชมพู ฟ้า

Biostar A10N-8800E ราคา 2,390 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามห้างไอทีชั้นนำ และ ร้านค้าออนไลน์ ทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ขึ้นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla

Published

on

Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ได้เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ทาง Ookla ได้จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/)

“เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60 MHz x 2) แบบเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยได้อย่างดี

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest ที่กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือ

สถิติของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลกและของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

  1. ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา
  2. Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store
  3. ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย
  4. มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10 ล้านครั้งต่อวัน
  5. มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers
  6. Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

รางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ใช้เกณฑ์การตัดสินด้วย

  • คะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) มาจากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  • และประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด
  • ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ
  • จากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้น ๆ
  • โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย จะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

YDM ไทย จับมือ RMS เปิด “แจ่มจรัส” เอเจนซี่สายพันธุ์ “Phutorn Marketing” บุกตลาดภูธรเต็มรูปแบบ

Published

on

บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งรายใหญ่ไทย ในเครือ Yello Digital Marketing (YDM) จากเกาหลีใต้ เปิดตัว “แจ่มจรัส” เอเจนซี่น้องใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน “Phutorn Marketing” พร้อมเทคโนโลยีด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งครบวงจร สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคแบบเชิงลึก ตอบโจทย์แบรนด์บุกตลาดภูธร ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 70 ล้านบาท ประกาศความร่วมมือกับ “RMS” บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงลูกทุ่งมากที่สุดในประเทศ และมีสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับศิลปินกว่า 200 ชีวิต

ปัจจุบันตลาดภูธร เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และครอบครองเม็ดเงินด้านการจับจ่ายใช้สอยของประเทศไว้มากกว่า 60% หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่สามารถบุกตลาดภูธรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะผู้บริโภคในตลาดภูธรมีการเข้าถึงสื่อและการใช้สื่อที่แตกต่างกัน ดังนั้นแบรนด์ที่ต้องการบุกตลาดภูธรจึงต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคภูธรอย่างลึกซึ้ง จึงจะสามารถสร้างความแตกต่างได้

ปัจจุบันการเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลพิสูจน์แล้วว่า สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้เช่นกัน รวมถึงประสิทธิภาพที่มากกว่า เพราะสื่อดิจิทัลสามารถสร้างคอนเทนต์ได้หลากหลาย และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดภูธร ให้มีโอกาสในการเสพสื่อที่ตัวเองชอบ และมีทางเลือกที่หลากหลายในส่วนของช่องทางออนไลน์ เราพบว่า คนภูธรใช้เวลาอยู่บนออนไลน์ไม่ต่างจากคนในเมืองมากนัก แต่เนื้อหาที่คนภูธรชอบจะแตกต่างออกไปกับคนเมือง เช่น ฟังเพลงในสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน มีนักร้อง หรือศิลปินคนโปรดที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งละคร หรือรายการที่เลือกดูก็มีความแตกต่างกัน

จุดแข็งของแจ่มจรัสคือ การเป็นเอเจนซี่ที่มีความเข้าใจ insight ของตลาดภูธรที่แท้จริง เนื่องจากเรามีเครื่องมือทางดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่แข็งแกร่งจาก YDM Thailand ในการวิเคราะห์ insight ของคนภูธร ทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ RMS ซึ่งมีคอนเน็คชั่นกับศิลปินลูกทุ่งชื่อดังมากมาย ซึ่งศิลปินเหล่านี้คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับแนวหน้าที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำ Phutorn Marketing นั่นเอง

ทุกวันนี้ แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคให้ความสำคัญกับตลาดภูธร และต้องการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผู้บริโภคในตลาดภูธรเอง จากนโยบาย Thailand 4.0 ก็ทำให้พวกเขาเข้าถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากคนเมืองเช่นกัน ดังนั้นการที่นักการตลาดสามารถเชื่อมโยงสินค้าและบริการที่เจาะเข้าตลาดภูธรโดยตรง ไม่ใช่เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์เท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมและการเชื่อมโยงแบรนด์ ผ่านความชอบและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในภูมิภาคนั้น ๆ ด้วย ซึ่งแจ่มจรัสสามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางการตลาดของแบรนด์ได้ทั้งหมด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!