[รีวิวเกม] Resident Evil Revelations (PS4) การขุดของเก่ามาขายใหม่อีกครั้งของ Capcom

78

ในยุคนี้การขุดเอาเกมเก่ามาขายใหม่เป็นรูปแบบที่หลายค่ายเกมนิยมใช้ เพราะไม่ต้องลงทุนมาก และต่อให้ขายได้น้อยก็ไม่เจ็บตัวมากนัก และถ้าเกิดขายดีก็รับเงินเต็มๆทำให้ล่าสุด Capcom ได้นำเกม Resident Evil Revelations คืนชีพกลับมาขายใหม่อีกครั้งบน PS4 (และ Xboxone)

โดยต้นกำเนิดของเกม Resident Evil Revelations ใครจะเชื่อว่าอยู่บนเครื่องพกพาสเปกไม่ได้แรงอย่าง 3DS ที่ในตอนแรกที่ออกวางขายถือว่าเรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควร เพราะมันสามารถทำกราฟิกออกมาได้เกินหน้าเกินตาเกมบน 3DS และรูปแบบการเล่นถือว่าสนุกไม่แพ้ภาคหลัก และด้วยความยอดเยี่ยมของตัวเกมจึงมีการทำเวอร์ชั่นโฮมคอนโซลอย่าง PS3 , Xbox360 และ WiiU โดยมีการปรับภาพให้เข้ากับหน้าจอทีวีและอยู่ในระดับ HD ทำให้การมาของภาคนี้ถือว่าเป็นการนำเวอร์ชั่น PS3 มาพอร์ตลง PS4

ในส่วนของกราฟิกของเกม แทบจะไม่ได้แตกต่างจาก PS3 มากนักเพราะทาง Capcom ไม่ได้ลงแรงเพิ่มอะไรมากมาย อย่างไรก็ตามต้นฉบับก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นการกลับมาอยู่บนหน้าจอ Full HD ถือว่าสอบผ่าน และอย่างน้อยๆเฟรมเรตในเกมก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น รวมทั้งระยะเวลาการโหลดในหลายส่วนในเกมทำได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะไปหามาเล่นแล้ว ส่วนเพลงและเสียงประกอบถือเป็นไฮไลท์ เนื่องด้วยภาคนี้เป็นการนำรูปแบบการเล่นที่เน้นความสยองมาใช้ ทำให้เสียงประกอบในเกมมีหลายส่วนชวนให้ระทึกขวัญ และถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาคนี้สมบูรณ์แบบ แม้โดยรวมอาจจะไม่มีเพลงธีมติดหูเท่าไรก็ตาม

เรื่องราวในภาคนี้ยังคงเหมือนกับต้นฉบับที่จะเกิดก่อน Resident Evil ภาค 5 ที่นำทีมโดย 2 ตัวละครในตำนานของซีรีส์อย่าง จิล วาเลนไทน์ และ คริส เรดฟิลด์ และยังเสริมทัพด้วย สวย เจสสิก้า และ ปาร์คเกอร์ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเล่นได้พอสมควร โดยหลักๆแล้วภาคนี้จะมีฉากหลังเป็นเรือขนาดยักษ์ แต่ก็มีการตัดสลับไปเล่าเรื่องราวในส่วนอื่นของเกมด้วย โดยการนำเสนอจะคล้ายกับทีวีซีรีส์ ที่แบ่งออกเป็นตอนๆ มีการเล่าย้อนอดีตไปมา ทำให้มันดูหลากหลายมาก

รูปแบบการเล่นอย่างที่บอกว่ามันคือการนำ Resident Evil คืนสู่ความสยองทำให้เกมเพลย์ เน้นไปที่การเดินสำรวจในสถานที่จำกัด โดยเหตุการณ์ในภาคนี้จะเกิดในเรือเสียส่วนใหญ่ ทำให้การเล่นเหมือนเป็นการเอาตัวรอด ที่ต้องออกค้นหาอาวุธ หรือกุญแจเพื่อเปิดทางไปต่อ และแน่นอนว่าต้องมีการเล่นมินิเกมเพื่อแก้ปริศนา แม้จะไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากเท่าที่ควร แต่มันทำให้โดยรวมภาคนี้มีความคล้ายกับเกมเพลย์ของ Resident Evil ต้นฉบับอยู่พอสมควร

ส่วนมุมกล้องของภาคนี้นำเสนอแบบภาค 4 คือมุมมองบุคคลที่ 3 แบบมองข้ามไหล่เวลาเล็งยิง ทำให้สะดวกและทำให้เล็งได้ง่าย แถมในภาคนี้เราสามารถเดินไปพร้อมกับยิงไปได้แล้วแบบเดียวกับต้นฉบับบน 3DS ทำให้การเล่นไม่เชยแม้ว่ามันจะมีต้นแบบมาจากเกมที่ออกวางขายมาหลายปีแล้วก็ตาม และแม้ว่าตัวเกมจะย้อนคืนไปสู่ความเป็นเกมสยอง แต่ก็มีบางฉากที่จะเน้นไปที่เกมยิงอย่างเดียวคล้ายกับภาค 6 หรือบางฉากก็เป็นการหลบหนีจากสัตว์ประหลาดที่เต็มไปด้วยความสยอง ส่วนนี้เรียกว่ามาพบกันครึ่งทางเพราะมีทั้งแอ็คชั่น และเอาตัวรอดมาผสมกันได้ลงตัว

ส่วนระบบเก่าๆอย่างช่องรับฝากของ ก็ยังคงมีในภาคนี้ แต่จุด Save ที่แต่เดิมจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดในภาคคลาสสิก มาในภาคนี้เปลี่ยนมาเป็นจุดเช็คพอยท์ แทนทำให้ไม่ต้องกังวลว่าต้องหาจุด Save และหาหมึกมาเพื่อ Save ส่วนของใหม่ในภาคนี้คือเครื่องสแกน ที่ช่วยค้นหาไอเทมที่ซุกซ่อนอยู่ในฉากได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันจะเป็นอย่างมากเพราะไอเทมในภาคนี้บางครั้งก็ไปซ่อนอยู่ในจุดที่คาดไม่ถึง

และหากคุณไม่เคยเล่นบน PS3 มาก่อน การควบคุมบังคับบนจอยคอนโซลแท้ๆที่มีปุ่มครบ ถือว่าเป็นความยอดเยี่ยม เพราะต้นฉบับบน 3DS มีปุ่มไม่ครบ ทำให้การเล่นต้องใช้หน้าจอสัมผัสในการเล่นด้วย หรือใช้ Circle Pad Pro ส่วนหากคุณเล่นบน PS3 หรือ Xbox360 มาก่อนคงจะไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างเท่าไรนักในส่วนของการควบคุมบังคับ ทุกอย่างทำได้ยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว

สำหรับการกลับมาของ Resident Evil Revelations บน PS4 , XboxOne แม้ว่าภายนอกอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไรเพราะแทบไม่ได้อัพเดทอะไรเพิ่มเติมเข้าไป แต่ด้วยราคาขายที่ถือว่าถูกมากๆและด้วยความสนุกของเกมที่มีมาตั้งแต่ต้นฉบับแล้วถือว่าคุ้มค่าอยู่ ยิ่งหากคุณยังไม่เคยเล่นมาก่อนเป็นโอกาสอันดีเพราะได้เกมสนุกในราคาที่ไม่แพง

Resident Evil Revelations
กราฟิกและงานออกแบบ
80
เกมเพลย์
80
ความคุ้มค่า
75
ความแปลกใหม่
75
ภาพรวม
80
จุดเด่น
ราคาเกมถูกมาก
ความสนุกของผีชีวะต้นฉบับกลับมาครบ
จุดสังเกต
ไม่มีอะไรอัพเดทเพิ่มเติมมา
78