Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

ตื่นถูกเวลา ตื่นมาแล้วไม่งัวเงีย ด้วยแอป “Sleep cycle”

เพราะการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ!

มาจัดเวลาการนอนหลับให้ถูกต้องกันเถอะ

หลายครั้งที่เราตื่นมาแล้วพบว่าเรายังงัวเงียและอยากนอนต่อ แม้ว่าเราจะนอนมา 8 ชั่วโมงเต็มๆ แล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็ทำให้การตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและทำกิจวัตรประจำวันได้เต็มที่เป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมกันนะ? ทำไมฉันยังรู้สึกง่วงอีก ขนาดนอนทั้งวันทั้งคืนแบบนี้แล้ว! แท้จริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์ได้มีคำอธิบายไว้ว่า การนอนของคนเราแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือช่วง REM (Rapid Eye Movement) และช่วง NON REM (Non Rapid Eye Movement)

NON REM

เป็นช่วงของการนอนตั้งแต่เริ่มหลับ โดยทั่วไปจะไม่ค่อยฝัน หรือหากฝันมักจะเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ลำดับขั้น คือ

  1. ช่วงที่เราเพิ่งเริ่มหลับหรือประมาณ 5-10 นาทีแรกหลังหลับตาลง ช่วงนี้สมองจะเริ่มทำงานช้าลง แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้ จะไม่ค่อยงัวเงีย
  2. ช่วงรอยต่อระหว่างการเริ่มหลับไปยังหลับลึก ช่วงนี้หัวใจจะเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มลดลงเล็กน้อย โดยช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 20 นาที การนอนมาถึงช่วงนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความจำระยะสั้นและการเพิ่มสมาธิ การตื่นในช่วงนี้ยังทำให้เราไม่รู้สึกงัวเงียด้วย นั่นหมายความว่าหากเรานอน 30-40 นาที สมองในส่วนของการเก็บข้อมูลก็จะได้รับการกระตุ้นการทำงานแล้ว
  3. มาถึงช่วงที่หลับลึกแล้ว ช่วงนี้หากเราถูกปลุกขึ้นมาจะทำให้เรารู้สึกงัวเงียได้ ช่วงนี้ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ มีการหลั่ง Growth Hormone ออกมา ทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซม การนอนมาถึงช่วงนี้จึงเป็นการชาร์จแบตร่างกายแบบเต็มพลัง

RTBF.be

REM

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองจะทำงานใกล้เคียงกับตอนที่เราตื่น ช่วงนี้ร่างกายจะสามารถเปลี่ยนจากช่วงหลับ ไปยังช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่นได้ การนอนหลับช่วง REM จะช่วยเรื่องการเรียนรู้ถาวร และการสร้างจินตนาการ

เหตุผลที่เรานอนมาหลายชั่วโมง แต่ตื่นมายังรู้สึกงัวเงีย

เรื่องนี้ได้ถูกอธิบายไว้ว่า เกิดจากการที่เราถูกปลุกอยู่เรื่อยๆ ในการนอนระดับตื้นๆ หรือถูกปลุกให้ตื่นในช่วง Non REM ช่วง 3 นั่นเอง

ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่าการตื่นให้ถูกช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ จนมีเรื่องของกฎ 90 นาทีเกิดขึ้น นั่นคือ NON REM ประมาณ 80 นาที และ REM อีก 10 นาที และเข้าสู่ระยะ REM โดยจะวนในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ หากเราตื่นในช่วงหลับลึกก็จะทำให้เรารู้สึกงัวเงียเมื่อเราตื่นขึ้น ตรงกันข้ามหากเราตื่นในช่วงหลับตื้น (ช่วงที่จบวงจรพอดี) เราก็จะตื่นมาแบบสดใสสุดๆ

ซึ่งก็มีโปรแกรมที่ช่วยคำนวณเวลาในการนอนหลับ-ตื่นนอนให้เราอยู่ นั่นคือ https://sleepyti.me ซึ่งมีวิธีการใช้งานง่ายๆ คือ กรอกเวลาที่เราต้องการตื่นนอนลงไป แล้วโปรแกรมจะบอกเวลาที่เราควรเข้านอน ซึ่งเราก็ควรแพลนดีๆ เนื่องจากต้องเผื่อเวลาสำหรับการง่วงนอนและหลับไปในที่สุด (โดยมีค่าเฉลี่ยการเริ่มง่วงจนถึงนอนหลับประมาณ 14 นาที)

หรือกดเลือกฟีเจอร์นอนตอนนี้ ตัวโปรแกรมก็จะบอกเวลาที่เราควรตื่นนอน

นอกจากนี้หากเราต้องการความแม่นยำมากอีกขั้น ก็สามารถใช้แอปที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการนอนหลับ เช่น “Sleep cycle” ได้
โดยหลังจากที่เราได้เวลาการตื่นนอนจาก https://sleepyti.me แล้ว ก็นำมาตั้งต่อที่ sleep cycle โดยวิธีใช้งานก็คือให้เรานำโทรศัพท์มาไว้ใกล้ตัวเราตอนนอน (อย่าลืมชาร์จแบตไปด้วย) จากนั้นแอปจะทำการจับการเคลื่อนไหวเรา แล้วประมวลผลว่าช่วงที่เราหลับตื้น สมควรโดนปลุกคือช่วงไหน ซึ่งเวลาที่เราตั้งไว้ ก็อาจไม่ตรงกับที่เราโดนปลุก แต่จะเป็นเวลาประมาณ เช่น เราตั้งไว้ 11.30 แอปอาจจะปลุกเราได้ตั้งแต่ 11.00-11.30 เป็นต้น

ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าอยากให้ปลุกเร็วที่สุดได้กี่นาที

เลือกเสียง เลือกการตั้งสั่น และระยะเวลาในการปลุกได้ด้วย

ตั้งค่าได้ว่าเราต้องการให้ปลุกในวันใดบ้าง

ดาวน์โหลด

จากผลการทดสอบก็พบว่าตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดใส ตื่นง่าย ไม่งัวเงียจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวที่คิดไปเองหรือเปล่า คุณผู้อ่านท่านไหนใช้แล้วรู้สึกว่ามันช่วยในเรื่องการตื่นนอนจริงๆ มาบอกฟีดแบคให้ฟังด้วยนะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ bangkokhealth.com

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

งมแอปในมหาสมุทร

แต่งรูปให้หน้าสวยเป๊ะ ด้วยแอป “Ulike” แอปแต่งรูปที่ใช้งานง่ายมาก

Published

on

มาอีกแล้ว แอปที่จะละลายใจสาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะวันนี้แบไต๋จะมาแนะนำแอปแต่งรูป ที่ทำให้สาวๆ ทุกคนดูสวยไม่หยุด ฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว! ซึ่งก็คือแอป “Ulike” นั่นเอง

จริงๆ แล้ว Ulike ก็คล้ายคลึงกับแอปแต่งรูป ที่มีฟีเจอร์แต่งหน้าเหมือนแอปอื่นๆ เช่น Meitu, Snow หรือ Youcammakeup แต่ข้อดีของ Ulike เห็นจะเป็นการเพิ่มความละเอียดในการตกแต่งใบหน้าที่มากกว่าแอปอื่นๆ และมีฟีเจอร์เสริมต่างๆ ที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ ในแอปแต่งรูป เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ Ulike สามารถเลือกตกแต่งใบหน้าอย่างละเอียดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายรูปเลย ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า จมูก ตา ปาก ฯลฯ นั่นทำให้เราสามารถเลือกถ่ายภาพที่ดีที่สุดได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย

สามารถปรับแต่งอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าได้ทั้งหมด

และในขณะที่แอปอื่นๆ สามารถปรับโครงหน้าได้เพียงลด-เพิ่มขนาดเท่านั้น แต่ Ulike สามารถปรับโครงหน้าแบบสำเร็จรูปได้อย่างหลากหลาย เช่น โครงหน้าดูมีแก้มด้วย “Baby” หรือโครงหน้าเป๊ะๆ แบบ “Beauty” เป็นต้น

ภาพแต่ละโหมด จะมีการเพิม-ลด ทรงของโครงหน้าที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ยังสามารถปรับเพิ่ม-ลด ขนาดโหนกแก้มและกรามได้ด้วย

ภาพเปรียบเทียบการปรับแต่งลดกราม

ภาพด้านขวาถูกปรับลดโหนกแก้มแล้ว

ปรับขนาดของปากก็สามารถทำได้ในขณะถ่ายรูปด้วย

หลังจากเลือกปรับอวัยวะพื้นฐานไปแล้ว ก็ถึงเวลาเลือกแต่งหน้าได้แบบตามใจตัวเอง เหมือนใช้เครื่องสำอางจริงละเลงลงบนใบหน้าแล้วล่ะ

ฟีเจอร์ “แต่งหน้า” ก็สามารถเลือกเครื่องสำอางต่างๆ ได้เลย ทั้งลิปสติก บรัชออน เขียนทรงคิ้ว ฯลฯ ซึ่งก็มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว

ตัวอย่างการปรับแต่งสีลิปสติก

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ เมคอัพของ Ulike ทำออกมาได้อย่างแนบเนียนมากๆ

สีแก้มเหมือนแต่งหน้าด้วยบรัชออนจริงๆ

นอกจากนี้ใครที่โพสต์ท่าไม่เก่งหรือไอเดียหมดว่าจะโพสต์ท่าถ่ายรูปยังไง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “Pose” เพื่อดูไอเดียการโพสต์ได้ โดยฟีเจอร์นี้แบ่งออกเป็นหมวดหมู่การถ่ายภาพในแต่ละแบบด้วย ซึ่งก็ใช้งานได้ดีจริงๆ  

โดย Pose จะมาในลักษณะโครงท่า วิธีการใช้งานก็เพียงไปยืนทับตามรอยโครงต่างๆ ก็จะได้องศาและท่าทางที่เหมาะสม ทำให้ภาพออกมาดูสวยงาม

ดาวน์โหลด

หืมมม เป็นไงบ้างคะสาวๆ เป็นอีกหนึ่งแอปที่น่าดาวน์โหลดมาใช้ใช่มั้ยล่ะ แบไต๋แนะนำเลยว่าแอปนี้เด็ด ใช้งานได้ดี แต่งภาพออกมาได้สวยไม่แพ้แอปอื่นๆ เลย แถมยังมีลูกเล่นเสริมอื่นๆ ที่แอปอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีกันด้วย และแบไต๋เองก็เชื่อว่าหากสาวๆ ได้ลองใช้กัน น่าจะถูกใจแอปนี้กันไม่น้อย จนเป็นแอปติดเครื่องแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

รวมเทคนิคเล่น “ZEPETO” แอปสร้างอวตารยอดฮิต ยังไงให้สนุก

Published

on

กลายเป็นอีกแอปที่ฮอตฮิตติดลมบนไปโดยปริยาย สำหรับแอปอวตารเก๋ๆ อย่าง “ZEPETO” เพราะนอกจากจะสามารถอวตารรูปร่างหน้าตาของเรา และจับแต่งกายสวยๆ งามๆ ได้แล้ว ยังมีลูกเล่นดีๆ อย่างการ “แชท” ด้วย เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า ว่าแอป ZEPETO ที่อยู่ดีๆ ก็ดังขึ้นมาในขณะนี้นั้น เราจะเล่นกันยังไงดี ให้สุนทรีและสนุกสุดๆ

แต่งหน้า แต่งตัว แต่งบ้านให้สุด ให้เหมือนหลุดมาจาก The sims!

แอป ZEPETO มีลักษณะการใช้งานเบื้องต้นที่คล้ายกับแอปอวตารและสร้างสติกเกอร์ทั่วไป คือสามารถเลือกภาพถ่ายของเรา หรือถ่ายรูปเรามาทำเป็นตัวการ์ตูนอวตารนั้นๆ แต่ดูจะพิเศษกว่าหน่อย ตรงที่นอกจากจะแต่งหน้า แต่งตัวได้แล้ว ยังสามารถแต่งห้องได้อีก! ใช่ค่ะ! อย่างนี้ก็จำลองตัวเราได้อย่างเต็มที่เลย

ดังนั้นจะเล่นให้สนุก ก็ต้องจับแต่งตัว ลงทุนด้วยการใช้ coins บ้าง เล่นแบบนี้จะสนุกและมีสีสัน ได้แต่งตัว ได้แต่งบ้าน และเคลื่อนไหวได้อย่างหลากหลาย

เอาสติกเกอร์ไปใช้ในแอปอื่นๆ ให้คุ้ม

สร้างเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมเอาสติกเกอร์ที่ได้ไปใช้ในแอปอื่นๆ ด้วยนะ บอกเลยว่าแอปนี้เค้าทำสติกเกอร์ออกมาได้ดีเลย

แถมยังสร้างสติกเกอร์ใหม่ๆ เองได้อย่างเต็มที่ด้วย

เล่นเกมและ Daily Quest ให้ครบ

ข้อดีของ ZEPETO คือมีเกมให้เราเล่นเก็บ Coins (จะได้ไม่ต้องนั่งดูวิดีโอโฆษณาอย่างเดียว) และสามารถเล่น Quest ต่างๆ ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระบบ Daily Quest ของแอปก็ยังไม่เสถียรนัก และกำลังปิดปรับปรุงอยู่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าแอปจะมีลูกเล่นของ Quest แบบไหนบ้าง

แต่งตัวแข่งกัน แล้วลากเพื่อนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ความที่ ZEPETO มีฟีเจอร์ Photobooth ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สามารถถ่ายรูปรวมกับเพื่อนๆ ซึ่งวิธีการใช้งานก็ไม่ยาก หลังจากเรา Follow เพื่อนไปแล้ว (โดยการใส่โค้ดของเพื่อนในช่องค้นหา ซึ่งเป็นตัวเลข 6 หลัก สามารถดูได้ในหน้าโปรไฟล์ของตัวเอง) เราสามารถดึงร่างอวตารของเพื่อนมาถ่ายรูปได้เลย โดยกดเข้าที่ฟีเจอร์ Photobooth แล้วกดเลือกแอคชั่นท่าทางต่างๆ ได้เลย


ทำให้เราสามารถแต่งตัวสวยๆ ไปประชันกับเพื่อนได้แบบเต็มที่ แถมยังถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึกได้อีกด้วย!

ลากเพื่อนมาแชทกัน จะได้ไม่เหงา

แอป ZEPETO ไม่ใช่แอปที่สร้างมาสวยๆ งามๆ เล่นสนุกไปอย่างเดียว เพราะสามารถแชทพูดคุยกับเพื่อนๆ ของเราได้ด้วย จะเล่นให้สนุกก็สามารถลากเพื่อนมาเม้าส์กันให้สนั่นได้

Discover คนอื่นๆ จะได้แนวแต่งตัวเก๋ๆ

ถ้าคิดว่าเรายังแต่งตัวได้ไม่ดีพอ ลองหาไอเดียใหม่ๆ จากฟีเจอร์ Discover ก็ได้ แล้วจะได้ไอเดียดีๆ เยอะเลย แถมยังเอามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้ด้วยนะ

ดาวน์โหลด

ใครอยากเล่นแอปอวตารสนุกๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่สร้างสติกเกอร์ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสังคมออนไลน์ในแอปด้วย แอป ZEPETO ก็ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว แถมยังมีลูกเล่นอีกเพียบที่กำลังพัฒนาอยู่ ใครสนใจก็ลองไปดาวน์โหลดมาเล่นฆ่าเวลาดู อาจจะติดใจจนต้องเข้าไปเล่นบ่อยๆ เลยก็ได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!