Connect with us

Published

on

เปิดซีรี่ส์ใหม่กับ แบไต๋ใบต่อไป มาเปิดกระเป๋าหนุ่ย พงศ์สุข พกอะไรไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง?

#กระบอกใส่กาแฟต้องมี #หูฟังต้องมา #AISPocketWifi ก็ของจำเป็นในต่างประเทศ ซื้อง่ายกว่า ใช้ได้ทันทีไม่ต้องไปเจรจากับชาวต่างชาติให้ปวดหัว (โดยเฉพาะคนพูดไม่เก่งนี่ยิ่งแล้วใหญ่ !!) เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่า AIS Pocket Wifi ตัวนี้มีอะไรดีบ้าง ?

AIS Pocket Wifi

AIS Pocket Wifi มาพร้อมค่าบริการเริ่มต้นที่ 150 บาทต่อวัน สำหรับประเทศอย่างญี่ปุ่น สูงสุดที่ราคา 350 บาทต่อวันสำหรับประเทศอย่างออสเตรเลีย ดูรายละเอียดประเทศทั้งหมดจากเว็บ AIS ได้เลย

ประเทศที่ใช้ AIS Pocket Wifi ได้

สำหรับใครที่สงสัยอะไรก็สามารถติดต่อได้ที่ AIS CALL CENTER เบอร์ +662-271-9000 ตลอด 24 ชั่วโมงจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อื่นๆ

ทำไมต้องก้มไปหยิบของอร่อย! รีวิวตู้เย็น Samsung 2 ประตูราคาเบาๆ ที่ช่องแช่แข็งไปอยู่ด้านล่าง

Published

on

หนึ่งในนวัตกรรมของตู้เย็นที่เปลี่ยนวงการครั้งสำคัญคือการที่ตู้เย็นตามบ้านจะมี 2 ประตูแยกกันชัดเจนระหว่างช่องแช่เย็นกับช่องแช่แข็งนะครับ ซึ่งรูปแบบมาตรฐานของตู้เย็น 2 ประตูคือช่องแช่แข็งจะอยู่ด้านบน ส่วนช่องแช่เย็นจะอยู่ด้านล่าง เพื่อสอดคล้องกับดีไซน์ของตู้เย็น 1 ประตูแบบเดิมที่ช่องแช่แข็งต้องอยู่ด้านบนเสมอ เพราะอากาศเย็นจะหนักกว่าอากาศร้อน ทำให้ต้องทำความเย็นจากด้านบน ให้ลมเย็นตกไปข้างล่าง แล้วรับอากาศร้อนในตู้มาทำให้เย็นต่อ

 

แต่ Samsung คิดอีกแบบครับ ในเมื่อตู้เย็น 2 ประตูนั้นมีระบบทำความเย็นแยกกันระหว่าง 2 ตู้อยู่แล้ว แล้วคนส่วนใหญ่ก็ใช้ช่องแช่เย็นมากกว่าช่องแช่แข็ง ทำไมจะต้องเอาช่องแช่เย็นไปไว้ข้างล่าง แล้วต้องก้มเยอะเวลาหยิบของในตู้เย็น ก็เอาช่องแช่แข็งไปไว้ด้านล่างแทนเลย (Bottom Freezer) จะได้หยิบของด้านบนถนัดๆ ครับ

ดีไซน์ของตู้เย็น Samsung Bottom Freezer

ตู้เย็น 2 ประตูรุ่นนี้ของซัมซุงนั้นมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อยนะครับซึ่งมีสีสันแตกต่างกันคือ

  • รุ่นความจุ 305 L (10.7Q) รุ่นนี้จะเป็นสีเทาเข้มครับ
  • รุ่นเล็กลงมาหน่อย ความจุ 275 L (9.7Q) รุ่นนี้จะเป็นสีเงิน

แต่ดีไซน์โดยรวมของ 2 รุ่นนี้คือเหมือนกันคือด้านหน้าบริเวณประตูเป็นอลูมิเนียมลายขัดตามแนวนอนทั้งประตูบนและประตูล่าง ซึ่งระหว่าง 2 ประตูนั้นจะมีแถบโคมเมียมสะท้อนแสงเพื่อเป็นสีเน้นขึ้นมาพร้อมคำว่า Digital Invertor เพื่อระบุเทคโนโลยีในตู้เย็น ส่วนตัวตู้ด้านหลังนั้นเป็นโลหะทำพื้นผิวขรุขระแบบหยาบๆ ครับ

ตู้เย็นรุ่นนี้ที่เราได้มารีวิวนั้นประตูเปิดจากด้านซ้ายมาขวานะครับ (มือจับเปิดประตูอยู่ทางซ้ายของตู้เย็น) ก็อาจจะต้องสร้างความคุ้นเคยกันบ้างสำหรับคนที่ใช้ตู้เย็นเปิดขวามาซ้ายโดยตลอดและเวลาวางตู้เย็นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องทิศทางในการเปิดประตูด้วยครับ

ขนาดของตู้เย็น Samsung Bottom Freezer รุ่นใหญ่ 10.7Q ที่เราได้มารีวิวนั้น กว้าง 595 mm x สูง 1700 mm x ลึก 663 mm และหนัก 59 kg นะครับ ซึ่งก็เป็นตู้เย็นทรงผอมที่สามารถติดตั้งในคอนโดพื้นที่จำกัดได้ไม่ยากเย็น

โดยรวมแล้วถือว่าตู้เย็น Samsung Bottom Freezer นั้นดีไซน์ได้เรียบหรูทันสมัยครับ เหมาะสำหรับการแต่งบ้านยุคโมเดิร์นที่เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเน้นความเนียนหรู น้อยแต่มาก ซึ่งความที่ตู้เย็นตัวนี้ดีไซน์เป็นตู้สี่เหลี่ยมพื้นผ้าแนวตั้ง แถมตัดเหลี่ยมชัดเจน ไม่มีการทำขอบมุมโค้ง ก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หนักแน่น เชื่อใจได้ว่าจะทำงานอย่างดีในทุกๆ วันครับ

ว่าด้วยโซนแช่เย็นของตู้เย็น Samsung Bottom Freezer

โซนแช่เย็น

การทำงานพื้นฐานของตู้เย็นซัมซุงรุ่นนี้คือใช้ Compressor แบบ Digital Inverter ครับ ซึ่งปรับการทำงานอัตโนมัติทำให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และรับประกันการทำงานของ Compressor นาน 10 ปี นอกจากนี้ยังมีระบบ All-around Cooling ที่แต่ละชั้นในช่องแช่เย็นจะมีช่องปล่อยลมเย็นออกมา ทำให้ความเย็นกระจายทั่วถึงทั้งตู้ ซึ่งสามารถเลือกระดับความเย็นของส่วนตู้แช่เย็นได้จากสวิทซ์ด้านบนสุดของตู้เย็น ซึ่งจะมีให้เลือก 5 ระดับคือ 1, 2, 3, 5 และ 7 องศาเซลเซียส ซึ่งค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 2 องศาเซสเซียสครับ และยังมีแผ่นขจัดกลิ่น Power Deodorizer อยู่ตรงกลางตู้เย็นด้วย เพื่อจัดการกลิ่นอาหารที่อาจทำให้ผู้ใช้เวียนหัวได้

เก็บเนื้อใน Optimal Fresh Zone จะทำให้เนื้อสดอยู่โดยที่ไม่แข็งเป็นน้ำแข็ง

แต่จุดเด่นของ Samsung Bottom Freezer ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาดคือช่อง Optimal Freezer ที่อยู่ด้านล่างสุดของช่องแช่เย็น มันเป็นโซนสำหรับเก็บอาหารสดโดยเฉพาะ ซึ่งช่องนี้จะให้อุณหภูมิประมาณ -1 องศาเซลเซียสเพื่อเก็บเนื้อสัตว์หรือของสดให้ยังสดอยู่ โดยยังไม่แข็งเป็นน้ำแข็งไปเสียก่อน ซึ่งหลังจากเราลองใช้มาสักพักก็ประทับใจกับช่องนี้ครับ เพราะสามารถเก็บเนื้อได้เหมือนตู้แช่ในห้างเลย ที่ยังดูมีน้ำมีนวล มีสีสันที่ดี เนื้อยังคงอ่อนนุ่ม ไม่แข็งเป็นน้ำแข็งเหมือนเก็บในช่องฟรีซครับ ซึ่งช่องนี้สามารถปรับระดับการทำงานได้ 3 ระดับ ถ้าเปิดลมเย็นสูงสุดก็เหมาะสำหรับเก็บเนื้อ ส่วนถ้าปรับลมเย็นต่ำสุดก็เหมาะสำหรับเก็บผักหรือนมครับ แต่ก็ต้องอ้างอิงการปรับระดับความเย็นจากคู่มือประกอบนะครับ เพราะระดับของช่องแช่เย็นที่แตกต่างกัน ก็ให้ผลกับช่อง Optimal Freezer ที่แตกต่างกันครับ

ส่วนตำแหน่งชั้นวางด้านในช่องแช่เย็นก็มีชั้นวางของอยู่ 3 ชั้นครับที่ปรับตำแหน่งได้ 5 จุดในตู้ ส่วนที่ประตูก็มีชั้นวางขวดน้ำและเก็บไข่ไก่อยู่ 3 ชั้น แต่ไม่สามารถปรับตำแหน่งได้นะครับ และยังมีช่องแช่ผักอยู่แยกกับโซน Optimal Freezer ครับ

โซนแช่แข็งของ Samsung Bottom Freezer

โซนแช่แข็ง

ส่วนช่องแช่แข็งที่เป็นตู้ที่สองด้านล่างของเครื่องนั้นจะปรับความเย็นแยกจากส่วนตู้แช่เย็นด้านบนนะครับ ซึ่งใช้บาร์สไลด์เลือกระดับความเย็น (บาร์ตัวนี้จะอยู่ในส่วนของตู้แช่เย็น ไม่ได้อยู่ในตู้แช่แข็งนะ) ก็ดูรูปแบบการปรับที่เหมาะสมได้จากคู่มือตู้เย็นเลย

ในส่วนของโซนแช่แข็งของตู้เย็นรุ่นนี้นั้นไม่ได้มีลูกเล่นอะไรที่แพรวพราวมาก มันก็คือช่องแช่แข็งที่เชื่อใจได้ว่าเก็บไอติมแล้วมันจะยังแข็ง 555 แต่ซัมซุงก็ให้ตู้ทำน้ำแข็งเล็กๆ มาด้วย ซึ่งก็ใช้งานได้สนุกดี แค่เทน้ำลงด้านบน รอให้แข็ง แล้วก็บิดน้ำแข็งลงมาเก็บไว้ในกล่องด้านล่างครับ แต่ในคู่มือบอกว่าจะมีบางรุ่นที่มีเครื่องจ่ายน้ำด้วยครับ ก็ลองถามจากพนักงานขายดูนะครับ

กล่องทำน้ำแข็งในตู้เย็น

สรุปตู้เย็น Samsung Bottom Freezer คุ้มค่า น่าใช้!

ถ้าติดตามแบไต๋มาตลอด เราคงเห็นตู้เย็นที่มีลูกเล่นแพรวพราวกว่านี้กันมาแล้ว แต่นี่คือตู้เย็นที่คนทั่วไปจะซื้อใช้กันจริงๆ ไม่ได้มีลูกเล่นแพรวพราวล้ำสมัย แต่เป็นความสามารถพื้นฐานที่ทุกคนต้องการจากตู้เย็น ซึ่งตามสเปคของตู้เย็นรุ่นนี้คือกินไฟประมาณ 100 W ซึ่งเราเทสต์โดยใช้เครื่องวัดไฟจริงๆ ก็ออกมาราวๆ 90 W- 110 W สำหรับการใช้งานทั่วไปครับ ก็ตรงตามสเปคไฟ

วัดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณนี้

ส่วนราคา ตู้เย็นซัมซุงตระกูลนี้ก็เปิดตัวมาในราคาไม่แพงเลย ถูกกว่าสมาร์ตโฟนตัวท็อปอีกคือ

  • รุ่นความจุ 10.7Q สีเทาเข้ม ราคา 16,990 บาท
  • รุ่นความจุ 9.7Q สีเงิน ราคา 14,490 บาท

ซึ่งก็น่าจะหาตามท้องตลาดได้ถูกกว่าราคาเปิดตัวอีกครับ สรุปว่าใครที่กำลังหาตู้เย็นความสามารถครบๆ ราคาคุ้มค่า ก็ลองเก็บรุ่นนี้เป็นทางเลือกในใจกันได้นะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

รีวิวสินค้าไอที

ยุคนี้เครื่องดูดฝุ่นก็ต้องไร้สาย แนะนำ Dyson ดิจิทัลมอเตอร์ V10
 เล็กกว่า เร็วกว่า และทรงพลังมากที่สุด

Published

on

เราคุ้นเคยกับเครื่องดูดฝุ่นกันมานาน แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่เห็นความแตกต่างของการออกแบบ เรายังคงเจอปัญหาและข้อจำกัดเดิมๆ ของเครื่องทำความสะอาดแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสายไฟ ที่ส่งผลให้พื้นที่การใช้งานถูกจำกัด น้ำหนักของเครื่องก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ วิธีการทิ้งเศษผงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร และสิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรงดูดของเครื่องก็ยังไม่ดีพอ แต่ตอนนี้ทุกเรื่องที่กล่าวมาจะกลายเป็นเรื่องเล่าในอดีตด้วย Dyson V10 เครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อปจากไดสันตอนนี้!

ไร้สายกวนใจใช้งานคล่องตัว

ด้วยการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง Dyson V10 จึงออกแบบให้กลายเป็นแบบมือถือและไร้สายไฟ ทำให้ปัญหาสายไฟพันกันหมดไป ไม่ต้องเสียบปลั้กทำให้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ใช้งาน ด้วยน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัม คุณสามารถนำไปทำความสะอาดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้น โซฟา บันได หรือแม้แต่เพดาน นอกจากนี้ยังนำไปใช้นอกบ้านทำความสะอาดในรถยนต์ได้อย่างสบาย ด้วยเทคโนโลยีใหม่ทำให้สามารถออกแบบให้ตัวเครื่องมีขนาดพอดีมือ มาพร้อมแท่นชาร์จแบบติดผนังสำหรับเติมพลังงานให้กับ Dyson V10 รุ่นใหม่นี้ พร้อมให้คุณนำไปใช้งานได้ทุกเวลา เมื่อใช้เสร็จก็แค่นำไปเสียบกับแท่นชาร์จเหมือนเดิม

โหมดการดูดฝุ่นที่หลากหลาย

Dyson V10 มีพลังดูดที่ทรงพลังสำหรับจัดการกับจุดที่กำจัดฝุ่นได้ยาก บ้านของคุณมีฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ที่คุณมองไม่เห็นสะสมอยู่ ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (เช่นฝุ่นละเอียด PM2.5) สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปสะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ร่องพื้น และซอกมุมเล็กๆ หากทำความสะอาดด้วยการกวาดถูพื้นอาจจะทำให้พื้นผิวดูสะอาด แต่ไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกขนาดเล็กนี้ออกได้ทั้งหมด โดยเฉพาะบ้านที่มีการเลี้ยงแมวและสุนัขในบ้านยิ่งต้องการเครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณภาพสูง

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายทรงพลังรุ่นล่าสุดจาก Dyson สามารถดูดฝุ่นขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้มากถึง 99.97% (ฝุ่น PM2.5 ก็ยังเอาอยู่) เนื่องจากมีการใช้มอเตอร์ขนาดเล็กที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้สามารถสร้างแรงดูดที่ทรงพลังมากพอที่จะทําความสะอาดทุกพื้นผิวได้อย่างหมดจด และมี HEPA Filter อยู่ที่ท้ายเครื่อง ทำให้สามารถกรองฝุ่นละเอียด PM2.5 ได้ก่อนที่จะฟุ้งไปทั่วบ้าน ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาทำให้สามารถยกไปทำความสะอาดได้ทุกมุมของบ้าน

ใช้ได้ต่อเนื่องสูงสุด 60 นาที

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่พร้อมให้พลังงานเต็มที่สำหรับการใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 60 นาที นั่นหมายถึงคุณสามารถใช้แรงดูดได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องโดยใช้แบตเตอรี่เพียงแค่ก้อนเดียว เพราะแบตเตอรี่ได้รับการออกแบบมาให้มีความจุที่สูงขึ้น โดยทำมาจากแบตเตอรีนิกเกิล-โคบอลท์-อะลูมิเนียมแบบ 7 เซลล์จึงให้พลังงานที่มากกว่า

การทิ้งฝุ่นผงที่ง่ายและสะอาด

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับการออกแบบใหม่ของถังกักผงให้ใหญ่ขึ้น อยู่ด้านหน้าและอยู่ในแนวเดียวกับมอเตอร์ที่สร้างพลังดูด ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกฝุ่นผงจะถูกกักเก็บเอาไว้ได้อย่างหมดจรด นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาการเททิ้งของฝุ่นผง ที่ทำได้สะอาดหมดจรดและง่ายกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ โดยในรุ่นนี้เพียงกดปุ่มทิ้งผง ฝาของถังผงจะเปิดออกพร้อมกับดันเศษผงออกจากเครื่องทันที

อุปกรณ์เสริมขยายประสิทธิภาพการทำความสะอาด

อุปกรณ์เสริมของ Dyson ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดให้กับเครื่องทำความสะอาดของคุณ โดยอุปกรณ์เสริมแต่ละตัวมีความสามารถในการทำความสะอาดแตกต่างกันไป เพื่อให้คุณสามารถขจัดเศษฝุ่นภายในบ้านได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการขจัดฝุ่นสิ่งสกปรกในจุดที่เข้าถึงยากของตัวบ้าน หรือจะเป็นฝุ่นผงในซอกมุมต่างๆ ของตัวรถยนต์ ก็ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้หัวดูดแบบมีมอเตอร์เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ฝังติดแน่น และใช้หัวดูดเสริมเพื่อซอกซอนในจุดที่เข้าถึงได้ยากอย่างที่วางเท้า

หัวดูดทำความสะอาดแบบ direct-drive

สำหรับใช้งานบนพื้นผิวที่นุ่มอย่างเบาะและพรม หัวแปรงเป็นลูกกลิ้งขนาดใหญ่มีเส้นเกลียวไนล่อนสลับกับเกลียวเส้นใยไฟเบอร์ มีมอเตอร์ในตัว และข้อต่อออกแบบมาแบบเปลี่ยนทิศทางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมักจะมีขนติดอยู่ตามพรมบนพื้น ต้องใช้หัวดูดแบบนี้เลยรับรองว่าพรมสะอาดแน่นอน

หัวดูดทำความสะอาดแบบลูกกลิ้งนุ่ม

สำหรับใช้งานพื้นแข็งทั่วไป หัวแปรงเป็นลูกกลิ้งขนาดใหญ่ และมีมอเตอร์ในตัว ห่อหุ้มด้วยแถบไนล่อนสลับกับเส้นใยไฟเบอร์ สามารถดูดเศษผงได้พร้อมกันทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่ว่าพื้นผิวจะสกปรกหรือมีฝุ่นสะสมมากขนาดไหนรับรองสะอาดหมดจรด การเคลื่อนไหวก็คล่องตัวดีไม่มีสะดุด การเปลี่ยนทิศทางก็ทำได้ดี

หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก

อันนี้คือหัวดูดแบบลูกกลิ้งที่ย่อขนาดลงมา มีแปรงไนล่อนหมุนอยู่ด้านใน เหมาะกับเบาะโซฟา ม่านหนาๆ ฟูกที่นอน ต้องลองเอาไปใช้เลย โดยเฉพาะการนำไปใช้ทำความสะอาดในรถยนต์รับรองว่าจากนี้ไปตามเบาะที่นั่งในรถจะไร้ซึ่งฝุ่นผงและขนของสัตว์เลี้ยง

หัวดูด 2-in-1

 

หัวดูดหัวแบนลักษณะเฉียงที่สามารถเลื่อนแปรงปัดลงมาใช้งานร่วมได้ ใช้ทำความสะอาดได้หลายพื้นผิว และเหมาะสำหรับดูดฝุ่นในซอกที่เข้าถึงได้ยาก หัวดูดแบบนี้เป็นหนึ่งในหัวดูดที่นิยมนำไปดูดฝุ่นในมุมต่างๆ ของรถยนต์

หัวดูดปากแคบ

หัวดูดแบบนี้ใช้ดูดตามซอกได้ดี โดยเฉพาะตามขอบเข้ามุมต่างของห้อง ซอกแคบอย่างคิ้วผนัง เหมาะสำหรับใช้เก็บรายละเอียดของการทำความสะอาด ในมุมองศาที่เข้าถึงยาก

แปรงปัดฝุ่นขนนุ่มขนาดเล็ก

อุปกรณ์แปรงปัดขนนุ่มขนาดเล็กนำไปใช้บนพื้นผิวต่างๆ ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับการทำความสะอาดพื้นผิวที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ควรใช้ใช้แปรงแบบนี้เข้าช่วยในการทำความสะอาด

พัฒนาคิดค้นจนนำมาสู่นวัตกรรมเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

Dyson ดิจิทัลมอเตอร์ V10 มีองค์ประกอบชิ้นส่วนที่แตกต่างกันมากถึง 180 ชิ้น ทำการพัฒนามาจากเครื่องต้นแบบ 2,630 เครื่อง เพราะวิศวกรของ Dyson ต้องการคิดค้นสิ่งที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของเครื่องดูดฝุ่นแบบเก่า พวกเขาจึงกลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และหลังจากที่ได้ใช้เวลาถึง 5 ปีในการทดลองคิดค้นร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ของ Dyson อย่างใกล้ชิด แล้วพวกเขาก็พบแนวทางการแก้ปัญหา จึงออกมาเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มี คุณสมบัติ ไร้สาย น้ำหนักเบา มอเตอร์แรงสุด ถังเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ และใช้งานได้นาน 60 นาที

คุณสมบัติหลักของ Dyson V10

  • น้ำหนัก 2.76 กิโลกรัม
  • ระยะเวลาใช้งาน 60 นาที สำหรับโหมด low / 23 นาที สำหรับโหมด Medium / 8 นาที สำหรับโหมด Max
  • ใช้เวลาในการชาร์จต่อครั้ง 3.5 ชั่วโมง
  • อุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย
  • การดูดและการกรองฝุ่นที่เยี่ยมยอด
  • มีแท่นชาร์จติดตั้งกับผนัง

สั่งซื้อเครื่องดูดฝุ่น Dyson V10

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

อื่นๆ

เจาะลึกเลเซอร์โปรเจกเตอร์ธุรกิจ Panasonic MZ670 ต้องเจ๋งขนาดไหนถึงเปิดเร็วใน 10 วิ ฉายจอหลายร้อยนิ้วได้!

Published

on

ทุกบริษัทต้องการโปรเจกเตอร์เพื่อใช้นำเสนองาน หรือใช้ในกิจการของบริษัทนะครับ วันนี้ผมจะแนะนำทุกท่านให้รู้จักโปรเจกเตอร์เพื่อธุรกิจตัวเทพ Panasonic PT-MZ670 ที่พูดไปตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพ เปิดเครื่องเลยครับ แล้วนับไปพร้อมกันว่าภาพจะขึ้นจอในกี่วินาที ไม่ถึง 10 วินาทีภาพก็ขึ้นแล้ว! และนี่คือหนึ่งในข้อดีของ Panasonic PT-MZ670 ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ในกลุ่ม Panasonic Solid Shine หรือเลเซอร์โปรเจกเตอร์นั้นเอง ที่สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้ได้เร็วกว่าโปรเจกเตอร์ที่ใช้หลอดแบบเดิมเยอะ

Laser Projector นั้นแตกต่างจากโปรเจกเตอร์ทั่วไปตรงแหล่งกำเนิดแสงครับ โปรเจคเตอร์แบบเดิมนั้นจะสร้างแสงสว่างจากหลอดไฟที่เป็นชนิดหลอดไส้จึงต้องใช้เวลาพักหนึ่งในการเผาหลอด จนทำให้ได้ปริมาณแสงที่ต้องการหรือแม้กระทั่งตอนปิดเครื่องก็ยังต้องรอให้เครื่อง Cooldown จนเสร็จเราจึงจะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ Laser projector จะใช้แสงเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสง ทำให้เครื่องเปิดภาพขึ้นมาได้เร็วกว่า กินไฟน้อยกว่าและยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าด้วย

ในขณะที่เครื่องโปรเจกเตอร์ทั่วไปที่ใช้หลอดไฟแบบเก่า ก็รับประกันอายุการใช้งานหลอดกันแค่หลักพันชั่วโมง แถมใช้ไปไม่กี่ร้อยชั่วโมงก็รู้สึกว่าแสงอ่อนลงแล้ว แต่ Panasonic Solid Shine Laser Projector รับประกันหลอดที่ 20,000 ชั่วโมงครับ เครื่องอึด ถึก ทน ไม่ต้องเรียกช่างมาดูแลตลอดอายุการใช้งานเลย สมมุติเราเปิดใช้งานอย่างหนักเลยนะ ใช้โปรเจกเตอร์วันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน นับวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย หารออกมา อายุการใช้งานหลอดยาวนานเกือบ 7 ปี ไม่ต้องเจอหน้าช่างนานขนาดนั้น ซึ่งแสงจาก Laser Projector จะอ่อนลงอย่างช้าๆ เมื่อถึง 20,000 ชั่วโมงจะยังให้ความสว่างได้ประมาณ 50% ของความสว่างเริ่มต้นครับ ซึ่งก็ยังใช้งานเครื่องต่อจากนั้นได้นะ ไม่ใช่ถึง 20,000 ชั่วโมงแล้วหลอดขาด ใช้ต่อไม่ได้

สำหรับ Panasonic PT-MZ670 ตัวที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ คนที่ไม่คุ้นเคยกับโปรเจกเตอร์ธุรกิจคงร้อง โอ้โห้เครื่องใหญ่จัง แหมนี่โปรเจกเตอร์สำหรับติดตั้งในห้องนะครับ ไม่ใช่โปรเจกเตอร์พกพา ความสว่างและ Contrast สูงกว่าเครื่องเล็กเยอะ! ซึ่งเครื่องรุ่น MZ670 ตัวนี้ให้ความสว่างได้ถึง 6,500 lm ความละเอียด WUXGA หรือ 1920 x 1200 pixel ให้ Dynamic Contrast 3,000,000 : 1

ผมขอให้ทีมงานเปิดวิดีโอขึ้นจอเพื่อให้เห็นคุณภาพภาพชัดๆ นะครับ Panasonic PT-MZ670 ให้ความสว่าง 6,500 lm ก็สว่างพอที่จะฉายภาพในห้องที่เปิดไฟอยู่ ได้ถึงขนาดจอประมาณ 200 นิ้ว ซึ่งการที่โปรเจกเตอร์สว่างมากจนไม่ต้องปิดไฟในห้อง ผู้ชมการนำเสนอก็ยังสามารถจดเนื้อหาลงสมุดได้ ไม่ใช่มืดจนจดอะไรไม่ได้ ส่วนถ้าปิดไฟก็สามารถฉายได้ถึง 300 นิ้วครับ จอใหญ่ขนาดนี้ใช้ในห้องประชุมหรือห้องสัมมนาสบายๆ คุณภาพภาพก็ชัดเจนจนสามารถถ่ายวิดีโอเห็นแบบนี้ครับ

อีกไฮไลท์สำคัญสำหรับโปรเจกเตอร์ธุรกิจจาก Panasonic คือมันเปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยครับคุณผู้โชมม เอ๊ะ นี่ก็ไม่ใช่กล้องถ่ายรูปทำไมต้องเปลี่ยนเลนส์ด้วย คือปกติในชุดของ Panasonic PT-MZ670 จะมีเลนส์โปรเจกเตอร์ติดมาให้แล้ว ซึ่งเลนส์ตัวนี้ก็สามารถซูมปรับขนาดภาพเล็ก-ใหญ่ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่สำหรับบางสถานที่ เช่น เราต้องการวางเครื่องในระยะที่ใกล้จอมากขึ้นแต่ต้องการภาพใหญ่เท่าการวางเครื่องห่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะสมกับระยะการวางเครื่องเพื่อให้ได้ขนาดภาพตามที่ต้องการครับ เจ๋งไหมล่ะ

โปรเจกเตอร์ทุกตัวก็ต้องต่อภาพผ่านพอร์ตได้ทั้งนั้นนะครับ ซึ่ง Panasonic PT-MZ670 ก็ให้พอร์ตมาครบทั้ง HDMI 2 พอร์ต, VGA 1 พอร์ต, ช่องเสียงเข้า-เสียงออก พอร์ต LAN เชื่อมต่อเครือข่าย มีช่อง USB เอาไว้เปิดไฟล์โดยตรง ส่วนอุปกรณ์ใช้งาน Wireless เพื่อเชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ตัวนี้ต้องซื้อเพิ่มนะ ไม่ได้แถมมาในชุด ก็เผื่อไม่ใช้ไร้สายไง จะได้ไม่ต้องซื้อ แต่ผมก็แนะนำให้ซื้อนะ เพราะการเชื่อมต่อภาพไร้สายมันลดความวุ่นวายในการใช้สาย ย้ายสาย เปลี่ยนสายต่อเครื่องนำเสนอได้เยอะ

เมื่อโปรเจกเตอร์เชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ก็สามารถใช้แอป Panasonic Wireless Projector ในมือถือเพื่อเปิดเอกสาร เปิดรูป หรือเปิดภาพจากกล้องสดส่งขึ้นจอได้เลย แถมยังแสดงภาพแบบแบ่ง 4 จอเล็กโชว์พร้อมกันก็ได้ หรือจะส่งภาพขึ้นจอแบบ Mirror จากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาขึ้นที่โปรเจกเตอร์ได้เลยนะ รองรับมาตรฐาน WiDi บน Windows และ Miracast บน Android ส่วนอุปกรณ์ Apple ไม่คุยกับใคร ก็ต้องหาวิธีต่อเอาเองจ้า

เห็นความสามารถของ Panasonic PT-MZ670 เลเซอร์โปรเจกเตอร์กันมาขนาดนี้แล้ว ราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันหน่อยครับ MZ670 รุ่นนี้ราคากลางอยู่ที่ 270,000 บาท ฟังดูเหมือนแพง แต่ถ้าคิดว่าใช้งานได้ยาวๆ 7 ปีไม่ต้องซ่อมบำรุงบ่อยๆ ก็ตกค่าใช้วันละ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ถือเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องเสียแล้วรอเปลี่ยนอะไหล่กันบ่อยๆ แล้ว Panasonic ยังมีทีมงาน Survey สถานที่เพื่อแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับระดับแสงในห้อง และขนาดจอที่ต้องการด้วยนะครับ เผื่อจะได้ไม่ต้องซื้อรุ่นที่แพงจนเกินไปไงครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!