รีวิวเกม Ori and the Will of the Wisps เกม 2D กราฟิกเทพบน Nintendo Switch โดยไมโครซอฟท์

จุดเด่น
ภาพในเกมที่ดูดีมาก เทียบเท่าต้นฉบับ
เฟรมเรตลื่นสุด ๆ
เกมเพลย์ สนุกมาก ตามมาตรฐานเกม 2D ดี ๆ ควรจะมี
มีอะไรให้สำรวจมากมายเล่นได้ยาว ๆ
จุดสังเกต
มี Bug ในเกม
9

ความสัมพันธ์ระหว่าง นินเทนโด และ ไมโครซอฟท์ ถือว่าดีมาก ทำให้มีการสร้างเกมลงเครื่องคอนโซลของนินเทนโด อย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ก็มีทั้งเกม Cup Head และรวมทั้งยอดขายของเกม Minecraft ที่บน Nintendo Switch ขายดีอย่างมาก ทำให้ไม่น่าแปลกใจกับการมาของเกม Ori and the Will of the Wisps ภาคต่อ บน Switch ที่เพิ่งจะวางขายไป หลังจากออกไปเมื่อต้นปีบน Xboxone และ PC

โดยเกม Ori and the Will of the Wisps เป็นอีกหนึ่งเกมอินดี้จากค่าย Xbox Game Studios ที่ประสบความสำเร็จมาก ต้นฉบับออกบน Xboxone และ PC ไปแล้วเมื่อต้นปี ส่วนการย้ายบ้านบน Nintendo Switch ถือว่าสร้างความประหลาดใจพอสมควรเพราะว่าเกม Ori and the Will of the Wisps ถือว่าเป็นเกม 2D ที่ภาพสวยงามมาก จนไม่น่าจะย้ายมาลงเครื่องพกพาลูกผสมอย่าง Switch ได้ง่ายดายนัก แต่ในที่สุดมันก็มาจนได้ และถือว่าทีมงานสร้างทำได้ดีเกินคาดเสียด้วย

กราฟิกดูดี เฟรมเรตลื่นไหลมาก แต่มีข้อเสียอยู่

Ori and the Will of the Wisps บน Nintendo Switch ถือว่าเป็นการสร้างแบบตั้งใจจากทีมงาน Moon Studios ค่ายในเครือของ Microsoft Studios เพราะนอกจากรายละเอียดของภาพที่จัดเต็มทั้งแสงสีแล้ว ยังมาพร้อมกับเฟรมเรตที่ลื่นไหลในระดับ 60 FPS ต้องชมทีมงานเพราะต่อให้เป็นเกมสองมิติแต่ก็มีภาพที่มีคุณภาพสูงมาก ๆ และเป็นอีกหนึ่งในเกมที่ย้ายมาจากเครื่องอื่น บน Nintendo Switch ที่ดีที่สุดเกมหนึ่ง แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างเพราะเกมเพลย์มีความเร็วสูงมากและแทบไม่มีจุดให้รอโหลดเข้าฉาก ทำให้เกิดอาการไปต่อไปไม่ได้เพราะรอโหลด และโหลดรายละเอียดฉากไม่ทันอยู่ และยังมี BUG ใหญ่ ๆ อยู่หลายจุดเพราะบางครั้งผู้เล่นก็พบอาการเด้งออกมาจากเกมแบบงง ๆ อยู่บ้าง

ส่วนเพลงประกอบในเกม อาจจะมีทั้งข้อดีที่มีความไพเราะเสนาะหูของดนตรีบรรเลงแบบคลาสสิกที่ฟังเพลิน ๆ และเข้ากับตัวเกมที่เน้นฉากหลังเป็นโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม แม้จะดูเรียบ ๆ และชวนหลับอยู่บ้างก็ตาม แต่เมื่อมารวมกับกราฟิกในเกมแล้วถือว่าดูดีและเข้ากันอย่างลงตัวที่เน้นความสวยงามของธรรมชาติ และเมื่อถึงจุดที่ตื่นเต้นเร้าใจเกมก็ทำได้ดีด้วย

รูปแบบ แอ็กชัน 2D แบบเน้นสำรวจ

เกม Ori and the Will of the Wisps ไม่ได้มาแบบแอ็กชันสองมิติธรรมดา แต่มาพร้อมแนวทางที่เปิดให้ผู้เล่นได้ต่อสู้ไปพร้อมกับการสำรวจฉากอันกว้างใหญ่สำหรับเกม 2D ที่มีรูปแบบของเกมเหมือนกับตำนานอย่าง Metroid หรือ Castlevania Symphony of the Night ที่ผู้เล่นต้องค่อย ๆ เพิ่มค่าพลังความสามารถของตัวละคร แล้วเอาท่าใหม่ ๆ ไปปลดล็อกฉาก หรือทำให้เราสามารถเดินทางไปยังจุดที่เราไปไม่ได้ก่อนหน้านี้ เรียกว่าเป็นแนวทางคลาสสิกของเกมสองมิติที่ได้รับความนิยมจนถึงตอนนี้ที่เรียกว่าแนว Metroidvania

ฉากออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม

สิ่งที่ต้องชมทีมงานสร้างอย่างมากคือ เกมมีการออกแบบฉากในเกมที่สุดยอดไม่แพ้ต้นฉบับที่นำเสนอ และเผลอ ๆ จะดีกว่าในบางจุดด้วยซ้ำ เพราะทั้งอุปสรรคหรือกับดักเกมทำออกมาดีมากจนแทบไม่เชื่อว่ามันจะเป็นทีมงานอินดี้ โดยในเกมผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Ori ผู้พิทักษ์สีขาวที่มาในรูปแบบสัตว์ที่ดูน่ารัก และมาพร้อมพลังพิเศษที่หลากหลายมาก โดยในช่วงแรกจะทำอะไรได้ไม่มาก แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ จะปลดล็อกพลังใหม่ได้ ที่มีทั้งความสามารถใหม่ รวมทั้งท่าโจมตีและอาวุธเพิ่มเติมที่ช่วยให้ไปในฉากที่เคยไปไม่ได้เหมือนเกมแนว Metroid

โดยเกมจะมีฉากเป็น 2 มิติมุมมองด้านข้างที่มีแผนที่ขนาดใหญ่มาก ๆ และยังมีหลายโซนผู้เล่นจะค่อย ๆ ปลดล็อกและหาทางไปต่อ โดยระหว่างทางจะเจอศัตรูหลากหลายรูปแบบทั้งตัวเล็กแต่รวดเร็ว และมีทั้งแบบบินได้ รวมทั้งบอสขนาดยักษ์ที่ออกแบบมาได้น่ากลัวและสวยงามอย่างน่าประหลาด นอกจากนี้ยังมาพร้อมฉากที่มีความเร็วสูง เช่นฉากหลบหนีที่เราต้องเอาตัวรอดด้วยการปีนป่ายเพื่อหนีจากความตาย ทำให้โดยรวมตัวเกมทำออกมาได้สนุกในแง่ของ แอ็กชัน 2D มาตรฐานสูง

ระบบอัปเกรดตัวละครที่โดดเด่นมาก

เนื่องจากเกม Ori and the Will of the Wisps แอ็กชันที่เน้นสำรวจ ที่เน้นไปที่การอัปเกรดเพิ่มค่าพลังของตัวละครหลักอย่าง Ori ที่ในตอนแรกตามที่บอกไปว่าจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่เมื่อสำรวจในฉากกว้าง ๆ จะพบกับความลับและไอเทมใหม่ที่จะค่อย ๆ เพิ่มค่าพลังชีวิต พลังวิญญาณ และเพิ่มความสามารถใหม่เข้าไปจนตัวเอกเก่งขึ้น และสามารถไปยังจุดที่ไปไม่ได้ เช่นการกระโดดได้หลายจังหวะ , การเกาะกำแพง หรือกระโดดพุ่งตัว ที่หากคุณเคยเล่นเกมแนวนี้ในอดีตคงจะคุ้นเคยว่ามันสามารถเพิ่มการสำรวจฉากเพิ่มเติมได้

และนอกจากท่าใหม่ ๆ แล้วยังมาพร้อมกับอาวุธที่หลากหลายแม้ว่าตัวเกมจะไม่ได้เน้นแอ็กชันเต็มสูบ แต่ศัตรูในเกมก็มีหลายประเภท ทำให้ Ori ของเราต้องใช้อาวุธหลายรูปแบบเพื่อต่อสู้เช่นกัน และก็มีแบบเรียบ ๆ เช่นดาบไว้โจมตีระยะใกล้ หรือธนูเพื่อยิงไกล รวมทั้งอาวุธพลังทำลายสูงอย่างค้อน ที่นอกจากอาวุธจะใช้ต่อสู้ยังใช้แก้ปริศนาเพื่อเปิดทางไปต่อเช่นยิงธนูไปให้โดนเป้าเพื่อเปิดประตู หรือใช้ค้อนทุบท่อนไม้แล้วจะเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ได้เรียกได้ว่าผู้เล่นต้องเรียนรู้การใช้อาวุธแต่ละประเภทให้ดีเพราะมันจำเป็นมาก โดยเราจะสามารถปรับแต่งอาวุธให้เข้ากับปุ่มกดได้ตามความถนัดด้วย ส่วนระบบอัปเกรดตัวละครจะมีทั้งการค้นหาไอเทมที่ซ่อนอยู่ในฉาก และมีการใช้พลังวิญญาณที่เก็บได้มาเพิ่มค่าพลังตามจุดในเกมด้วย

ฉากกว้าง ๆ ที่เต็มไปด้วยปริศนา

นอกจากนี้ตัวเกมไม่ได้มีอะไรบอกตรง ๆ แต่มีการบอกเพียงแค่จุดที่ควรจะไปบนแผนที่ พร้อมข่าวลือ หรือคำบอกใบ้ที่เราต้องตีความ และแก้ปริศนากันเอาเองทำให้มีความท้าทายกว่าเกมยุคใหม่บางเกมที่แทบจะบอกทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปหากตีความดี ๆ ก็จะผ่านไปได้และเกมออกมาสักพักแล้วบน Xboxone และ PC ทำให้มีบทสรุปโดยละเอียดออกมาพักใหญ่แล้ว ใครเล่นติดขัดจุดไหนก็ไปหามาดูได้

Ori and the Will of the Wisps ถือว่าเป็นเกม 2 มิติที่มีความยากพอสมควร แต่ผู้เล่นมือใหม่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะมีการใส่โหมด ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ปรับระดับในเกม และมีโหมดง่ายให้มือใหม่ได้เล่นกัน และสำหรับมืออาชีพจะเพิ่มโหมดยากมาให้เล่นแน่นอน โดยรวมแล้วมันเหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรที่ท้าทายเหมือนกับเกมยุคเก่า

สรุปแล้วเกม Ori and the Will of the Wisps บน Nintendo Switch แม้จะไม่ได้เป็นเกมใหม่ แต่ของเดิมก็ถือว่าสุดยอดอยู่แล้ว ทำให้การย้ายมาสู่คอนโซลของนินเทนโด ครั้งนี้ดูไม่เชยและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมาก ใครชอบเกมแอ็กชัน 2D ที่เน้นสำรวจแก้ปริศนาแบบเกมดังในอดีตรับประกันไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากเกมเพลย์จะสนุกระดับขึ้นหิ้งแล้ว ยังมาพร้อมกับกราฟิกระดับดีเยี่ยมที่อยากให้มีภาคใหม่ออกมาอีก