Connect with us

Published

on

นอกจากหนุ่ย พงศ์สุขจะทำสารพัดคลิปให้ความรู้ปรนเปรอสมาชิกแบไต๋แล้ว ยังแอบเปิดร้านตู้มือถือสำรวจตลาดอีกด้วย คราวนี้มาแนะนำ AIS The One Sim ซิมเติมเงินแบบใบเดียวจบ ซื้อไปก่อน ค่อยไปเลือกโปรที่ใช่ทีหลัง ไม่ต้องเหนื่อยตามหาซิมโปรที่ต้องการแล้ว!

AIS The One Sim

เพราะ AIS รู้ใจปัญหาผู้ใช้ ที่เหนื่อยตามหาซิมประเภทที่ต้องการ ต้องเดินไปถามหลายร้านกว่าจะได้ซิมที่ใช่ เลยออก AIS The One Sim ซิมเดียวจบ เลือกเบอร์เสร็จก็ซื้อไปเลย แล้วค่อยไปเลือกโปรโมชั่นที่ต้องการด้วยตัวเอง จะเน้นโทร เน้นอินเทอร์เน็ต เน้นความบันเทิง หรือเน้นโซเซียล ก็มีแพ็กเกจให้เลือกได้ทุกความต้องการ แถมให้มาเป็นซิม 3 ขนาด ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นด้วยนะ AIS The One Sim ง่ายและสะดวกจริงๆ

Package เริ่มต้น

แพ็กเกจเริ่มต้นของ AIS The One Sim นั้นก็แจ่มไม่ใช่เล่นนะ เล่นโซเซียลพวก facebook, line, twitter, instagram และอื่นๆ ฟรี 2 GB, ดู AIS Play ฟรี 2 GB ใช้ AIS Super Wifi ฟรี 3 GB ได้เน็ต 4G/3G 1 GB และเน็ตสามารถมือถือที่รองรับ 4G เพิ่มอีก 1 GB ค่าโทรนาทีละ 64 สตางค์ แค่เติมเงินอย่างน้อยเดือนละ 150 บาทเท่านั้นเอง

โปรฯ อื่น ๆ ที่มี

แต่ถ้าไม่อยากใช้แพ็กเริ่มต้นแล้ว ก็สามารถเลือกแพ็กเกจใหม่ได้อีกหลากหลาย เช่นถ้าอยากให้โซเซียลเยอะๆ ใช้ facebook, line, twitter และเครือข่ายอื่นๆ ได้ไม่อั้นก็เลือกแพ็กเกจหลักของ AIS The One Sim เป็น Super Social, หรืออยากฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ดูทีวีเยอะๆ ก็เลือกแพ็กหลักเป็น Super Play, หรือถ้าอยากได้ซิมราคาประหยัด ค่าโทรถูก ใช้แล้วเน็ตไม่รั่วก็เลือกแพ็กเป็น Easy Net Sim ก็ได้

ก็เรียกได้ว่าทำออกมาให้ครบจริง ๆ สำหรับซิมเติมเงิน AIS The One Sim ตัวนี้ บอกเลยว่าใช้ซิมเดียวจบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

Mobile Lab

รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเว่อ 2,790 บาท!

าดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้

Published

on

ตลาดมือถือราคาระดับล่างต้องสะเทือน เมื่อ Xiaomi ก้าวเข้ามาทำมือถือราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่ไม่ธรรมดา และความสามารถที่โดดเด่นมาก ๆ ที่มือถือค่ายอื่นไม่มีอย่างแน่นอนในราคาเท่านี้ จะมีอะไรบ้าง เรามาแบไต๋ให้คุณอ่านกันที่นี่

สเปค XIAOMI REDMI 5A

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • CPU : Snapdragon 425
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB
  • กล้องหลัง : 13MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • แบตเตอรี่ : 3000 mAh
  • ระบบ Android 7.1.2 ครอบด้วย MIUI 9

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • มือถือ Xiaomi Redmi 5A
  • คู่มือ
  • ปลั๊ก / สายชาร์จ Micro USB
  • เข็มสำหรับจิ้ม SIM

รูปลักษณ์ภายนอก/ Sensor

ก็เรียกได้ว่าตัวมือถือ Redmi 5A ออกแบบมาสวยงามตามมาตรฐานของ Xiaomi สัมผัสเรียบเนียน ขอบมนไม่บาดมือ มี Infrared สำหรับใช้งานเป็นรีโมทพ่วงกับแอป Mi Remote แต่ไม่มี Gyroscope, Temperature และ Pressure Sensor

Redmi 5A มาพร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวน เรียกได้ว่ามาเต็มสุด ๆ เสียงโทรเข้า – รับสายค่อนข้างชัด สามารถบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาได้ด้วย

ซึ่ง 2 Sim สามารถใช้งาน 4G 1 ซิมและ 3G อีก 1 ซิมได้ด้วย (ระบบนี้ไม่ใช่ Full Netcom 3.0 นะ)

ลำโพงอยู่ด้านหลังเสียงค่อนข้างดัง แต่คุณภาพไม่ได้ดีมาก เสียงเบสน้อยมาไม่เต็ม ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เสียงออกมาค่อนข้างดีตามคุณภาพของหูฟัง

หน้าจอ,กราฟิก

มาพูดถึงในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมความละเอียดระดับ HD ขนาด 5 นิ้ว คุณภาพของเม็ด Pixel ของหน้าจอค่อนข้างดี ไม่เห็นเป็นเส้น ทำให้มองแล้วสบายตา เล่นโซเชียลลื่นไหลด้วย Ram ที่ให้มาถึง 2GB มีระบบปรับแสงอัตโนมัติที่ค่อนข้างฉลาด ไม่ปรับแสงวูบวาบ ในส่วนของกราฟิก Snapdragon 425 ตอบโจทย์คนหามือถือระดับ Minimum Price ที่สามารถเล่น ROV ได้ลื่น ๆ เพราะตัวนี้เล่นได้ค่อนข้างลื่นไม่มีสะดุดตลอดทั้งเกม (ตบยับเลยทีเดียว) แต่มีจุดสังเกตที่โหลดก่อนเข้าเกมค่อนข้างช้า อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมหงุดหงิดได้

และทางเราได้ลองเทสอีก 1 เกมที่กินสเปคสูงกว่า RoV คือเกม Honkai Impact 3rd เกมนี้เป็นเกมรูปแบบ 3RD Action RPG พอเล่นไหวแต่ค่อนข้างกระตุกอยู่พอสมควร เฟรมหล่นไปอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 fps ในระหว่างการเล่น

Antutu Test

จากการทดสอบโดยใช้แอป Antutu ซึ่งเป็นแอปเทสความเร็วมือถือที่เราคุ้นเคยกันดีก็บอกได้เลยว่า คะแนนออกมาไม่ขี้เหร่ สูงถึง 43,770 เลยทีเดียว ส่วนการทดสอบ Stress Test 15 นาที CPU Performance มีความเสถียรสูง วิ่งอยู่ในช่วง 80 – 100% ไม่มีตก

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ของ Redmi 5A ตัวนี้จากที่ใช้งานก็เรียกได้ว่าสามารถอยู่ได้เกิน 1 วันหลังจากชาร์จเต็ม ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวันอย่างแน่นอน

กล้อง

สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ Redmi 5A ตัวนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป ด้วยกล้องหลังขนาด 13 ล้าน ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่องทั้งถ่ายปกติ ถ่าย HDR และถ่าย Panorama และกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (แต่ภาพออกมาอาจจะขาวเนียนเว่อนิด ๆ ตามสเปคของมือถือฝั่งจีน) และในส่วนของวีดิโอ ไม่มีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายออกมาถ้าไม่มี OSMO หรือตัวช่วยกันสั่น ภาพจะสั่นไหวมาก ๆ จนมึนเลยทีเดียว

ภาพกล้องหลัง

กล้องหน้า

รีโมท Mi

อีก 1 แอปที่แนะนำสำหรับคนที่ซื้อมือถือให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ เพราะแอปนี้จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่ เปิดทีวี เปิดแอร์ ได้โดยไม่ต้องหารีโมตอีกต่อไป ใช้งานง่ายมาก เข้าไปเลือกที่ เพิ่มรีโมต แล้วเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในนั้นเรียกได้ว่ามีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของทั้งโลกให้คุณได้เลือกเลยก็ว่าได้ (เยอะมาก)

วิธีตั้งค่าเพียงแค่เลือกว่าเราจะเชื่อมกับอะไร แล้วเลือกแบรนด์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจะให้เราทดสอบปุ่มว่าปุ่มนี้ควบคุมได้หรือไม่ ถ้ากดไว้ซักพักแล้วเจออันที่ใช่ก็ให้ปล่อยแล้วเลือกใช่

หลังจากเลือกเรียบร้อยก็ให้เลือกจับคู่ เป็นอันเสร็จพิธี สามารถใช้งานได้เหมือนรีโมตบ้านเราเลย


ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่ธรรมดากับ Flash Sale ครั้งใหญ่ของ Redmi 5A ครั้งที่ 2 บน LAZADA จะเกิดขึ้นในวันเเห่งความรัก 14 ก.พ นี้ เวลา 12:00 น. (เที่ยงวัน) มีโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เบาเว่อ!!” เพียงแค่ 2,790 บาท แถมสามารถใส่ Code ลดราคาได้อีก 5% เหลือเพียง 2,650.50 บาเท่านั้น เทียบราคากับมือถือค่ายอื่น ก็บอกได้เลยว่า

“สเปคแรง คุ้มด้วยราคาสุด ๆ”

สรุป

มือถือ Xiaomi Redmi 5A ตัวนี้เป็น 1 ในมือถือราคาระดับกลาง – ระดับล่างที่ออกมาตอบโจทย์คนหามือถือเครื่องที่ 2 หรือซื้อให้ที่บ้านใช้ ด้วยคุณภาพของมือถือที่ค่อนข้างดีกว่าราคาที่ต้องจ่ายและ ROM ที่ค่อนข้างเสถียร ใช้งานได้ลื่นไม่มีสะดุด

และที่สำคัญ Redmi 5A ตัวนี้เล่น ROV ได้แน่นอน ฟันธง!!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Published

on

ห่างหายไปนานกับ “แบไต๋ Battle” ที่จับเอา Gadget เทคโนโลยีมาสู้กัน เหตุผลง่ายๆ เพราะไม่มีสปอนเซอร์ครับ จะไปขอสปอนเซอร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ไม่ยอมให้เอามาสู้กับแบรนด์อื่น แต่วันนี้ แบไต๋ Battle กลับมาแล้ว! ก็เพราะเราได้สปอนเซอร์ที่การันตีว่า Beartai Battle ครั้งนี้เป็นกลางแน่ๆ คือ “ฟิล์มและกระจกกันรอยโฟกัส” ที่เชียร์มือถือทุกค่ายอย่างเท่าเทียมมานานแล้ว เอาแหละ สมาร์ทโฟนก็พร้อมแล้ว เริ่มต้น Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

ประสิทธิภาพเครื่อง

iPhone X ใช้ชิปตัวแรง Apple A11 Bionic ส่วน Samsung Galaxy Note 8 เครื่องในไทยใช้ชิป Exynos 8895

  • ผลคะแนน Geekbench 4
    • Note 8 ได้ Single-core: 2019 และ Multi-core 6753
    • iPhone X ได้ Single-core: 4270 และ Multi-core 10447
    • ตัวเลขเร็วกว่าเกือบเท่าตัว!
  • วัด 3Dmark Sling Shot Extreme
    • Note 8 ได้คะแนน 2644 คะแนน
    • iPhone X ได้คะแนน 2886 คะแนน
    • iPhone X เร็วกว่านิดหนึ่ง

แต่การใช้งานจริง ความเร็วในการโหลดเว็บ ความเร็วในการเปิดแอปก็พอๆ กัน iPhone X จึงชนะไปเพราะให้ตัวเลขดีกว่า แต่ใช้จริงๆ มันก็ถือว่าเครื่องแรงทั้งคู่ ไม่ต่างกัน

คุณภาพหน้าจอ

ตามสเปกจอของทั้งคู่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน

  • iPhone X เป็นจอ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 px ซึ่งเป็นจอที่ละเอียดที่สุดตั้งแต่ใช้ใน iPhone
  • Note 8 เป็นจอ AMOLED 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2960 x 1440 px

เมื่อเทสการเปิดคลิปทั่วไป เช่นคลิปจาก Youtube หรือหนัง HD ของ Netflix Note 8 จะให้ภาพสีสดกว่า สดแบบฝรั่งหน้าขาวๆ ก็แดงได้ Contrast สูงกว่า แต่เมื่อเปิดหนัง HDR ของ Netflix เทียบกัน จอ iPhone ให้สีสันและความเข้มของแสงที่สมบูรณ์กว่า จอ Note 8 ให้สีจืดลงไปเลย

แต่ iPhone ก็มีปัญหารอยบากด้านบน ทำให้ไม่สามารถขยายภาพใหญ่สุดได้เต็มตานักเมื่อเทียบกับ Note 8 เพราะติดบาก ซึ่งถ้าเป็น Youtube จะสามารถขยายภาพได้เองจนติดบาก แต่ถ้าเป็น Netflix แอปจะคำนวณภาพที่ดีที่สุดมาให้แล้ว ทำให้บางครั้งภาพเล็กกว่ามากๆ

สรุป จอ iPhone X ดีกว่า Note 8 เพราะสีสันเป็นธรรมชาติกว่า แสดงวิดีโอ HDR ได้ดีกว่า แต่จอ Note 8 ใหญ่กว่าและใช้พื้นที่ได้เต็มที่กว่า

งั้นให้เสมอกันแล้วกัน

รูปลักษณ์และดีไซน์

เรื่องดีไซน์คงต้องแล้วแต่คนชอบ แต่ดีไซน์ของ Note 8 นั้นดูใหญ่แบบยังถือได้ถนัดอยู่เพราะความกว้างของเครื่องมีไม่มาก และใช้พื้นที่จอได้เต็มที่กว่า ทำให้การใช้งานจริงจอของ Note 8 ดูไม่ขัดตา ที่สำคัญกล้อง iPhone X นั้นนูนมาก ในขณะที่กล้อง Note 8 เรียบไปกับเครื่องเลย

Note 8 จึงชนะไปในเรื่องรูปลักษณ์และดีไซน์

กล้อง

ผมไปถ่ายภาพเทียบมาให้แล้ว กล้อง iPhone ยังไงก็คือ iPhone นะครับ เน้นความ Real สีสันไม่ได้สดเกินจริง ถ่าย Selfie ก็ได้หน้าที่จริงมากๆ (แต่ก็สามารถปรับโหมดแสง Studio ได้นะ)

ถ่ายยามเย็นนอกสถานที่

ถ่ายภาพเปรียบเทียบสี

ถ่ายภาพกลางคืน

เทียบภาพถ่ายกล้องหน้า

กล้องหลังโหมด Portait

สีสันวิดีโอ Note 8 ก็ทำได้น่าดูกว่า ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวพอๆ กัน แต่ Slow Motion ของ iPhone ทำได้มีรายละเอียดมากกว่า ภาพไม่แตก

สรุปเรื่องกล้อง หนักใจมาก iPhone X ก็ถ่ายแล้วจริงมาก (สมจริงเกิ้น สิวเห็นหมด) ส่วน Note 8 ก็สวยเลย แต่สรุปให้ iPhone X ชนะไป เพราะเราชอบความสมจริง

เสียง

ลำโพงของ iPhone ดีกว่าชัดเจน ให้เสียงครบกว่า แถมยังเป็นลำโพงสเตอริโอ แยกซ้ายขวาได้ ในขณะที่ Note 8 เป็นลำโพงโมโน ออกด้านล่างอย่างเดียว ส่วนเสียงออกจากสายฟังด้วยหูฟังเดียวกัน iPhone ก็ดีกว่า แต่ที่ต่างคือ Note 8 มีช่องหูฟัง ส่วน iPhone X ไม่มีแล้วจ้า

สรุป iPhone X ชนะเรื่องเสียงด้วยลำโพงตัวเครื่องที่ดีกว่า

ระบบปฎิบัติการและแอป

iOS เด่นกว่าที่เรื่องแอป แอปตัวเดียวกันฝั่ง iOS ยังเก่งกว่า เช่นแอป facebook ของ Android เลือกบัญชีผู้โพสต์ไม่ได้ จะโพสต์ในนามเพจก็เลือกไม่ได้ นอกจากนี้ Android ยังมีแอปที่เกี่ยวกับงาน Production น้อยกว่า เช่นแอปตัดต่อวิดีโอมีทางเลือกน้อย แอปไลฟ์ facebook ก็ไม่ค่อยมี เกม AR ที่ละเอียดจริงๆ ฝั่ง Android ก็มีน้อยกว่ามาก

แต่ Android เด่นที่ความยืดหยุ่นและการแชร์ แอปแบบสาย Dev เช่นใช้ GPS ภายนอกผ่าน Bluetooth ก็ต้องมองที่ Android นี้แหละ

สรุป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป iPhone X มีระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า Note 8 จ้า

ความสามารถพิเศษ

  • iPhone X เรามีกล้อง True Depth และ Animoji เล่นได้สนุกๆ ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้
  • ส่วน Note 8 มีปากกาที่จดบันทึกได้จริงจัง

ไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้ยากเลยครับ ปากกาของ Note 8 คือที่สุดแล้วในสมาร์ทโฟน เป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ใช้ได้จริงจังกว่า True Depth และ Animoji ด้านความสามารถพิเศษ Note 8 จึงชนะไป

ราคา

  • iPhone X เริ่มต้น 40,500 บาท สำหรับรุ่น 64 GB
  • Note 8 ราคา 33,900 บาท 64 GB
  • ถ้าเทียบราคาแล้ว Note 8 คุ้มกว่าเห็นๆ

สรุป Samsung Galaxy Note 8 ชนะ iPhone X ไป 4 ต่อ 3 ยก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile Lab

รีวิว Asus Zenfone Max Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่ จอยาว ราคาอย่างถูก

สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ Asus หวังดีตลาดไทย ด้วยราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ แต่มันจะใช้แล้วดีจริงไหม แบไต๋ทดลองให้แล้ว

Published

on

หลังจากที่ Asus ดูเงียบๆ ไปพักหนึ่งในไทย ตอนนี้ Zenfone กลับมาตีตลาดครั้งใหม่รับต้นปีด้วย Zenfone Max Plus สมาร์ทโฟนในตระกูล Max ที่ให้แบตจุถึง 4130 mAh ในราคาไม่ถึง 7,000 บาท และวันนี้แบไต๋จะมารีวิวกันว่ามันคุ้มค่าจริงไหมครับ

สเปกของ Zenfone Max Plus

  • CPU: MediaTek MT6750T 1.5 GHz
  • RAM: 4 GB
  • ROM: 32 GB
  • หน้าจอ: ขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด 1440 x 720 pixel แบบ IPS สัดส่วน 18:9 รองรับการสัมผัส 5 จุดพร้อมกัน
  • กล้องหลัง: กล้องมุมกว้างปกติ 16 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อม PDAF, กล้องมุมกว้างมาก 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า: 8 ล้านพิกเซล f/2.0
  • รองรับ nano-sim 2 ตัว พร้อมใส่ MicroSD ได้พร้อมกัน ความจุสูงสุด 256 GB
  • Android 7.0
  • มี 3 สีคือ ดำ, ทอง และเงิน
  • ราคาเปิดตัว 6,990 บาท ขายจริงอาจจะถูกกว่านี้อีก

Zenfone Max Plus มี 3 สีให้เลือก ส่วนที่เราได้มารีวิวคือสีดำ

รูปลักษณ์และการออกแบบ Zenfone Max Plus

  • เครื่องขนาดกระทัดรัด จับถนัดมือ แต่จอใหญ่
  • หน้าจอคมชัดสดใส ใช้งานแอปต่างๆ แล้วรู้สึกภาพคมแม้จะละเอียดแค่ HD
  • หน้าจอดันติดฟ้า (ไปมาก) ทำให้ภาพถ่ายออกมาดูหมอง

Zenfone Max Plus เมื่อใส่เคสแถม

ดีไซน์ของ Zenfone Max Plus นั้นค่อนข้างกระทัดรัดเมื่อเทียบกับขนาดจอ 5.7 นิ้วของเครื่อง เพราะเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้จอแบบ Full View สัดส่วน 18:9 ทำให้ขยายจอได้ใหญ่โดยที่ไม่ต้องขยายความกว้างของเครื่อง ขอบจอก็บาง จึงยังถือและใช้งานมือเดียวได้สบายๆ

ด้านหน้าของเครื่องเรียบมาก มีแค่กล้องหน้า ไฟ LED แสดงสถานะเล็กๆ ช่องหูฟังและหน้าจอเท่านั้น ด้านล่างก็ปล่อยโล่งเรียบๆ (ถ้าเป็นหัวเว่ยต้องมีโลโก้อยู่ด้านหน้าด้วยแล้ว :P)

Asus Zenfone Max Plus มีหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว

ตัวหน้าจอ IPS ขนาด 5.7 นิ้วมีความละเอียด 1440 x 720 พิกเซล ยังไม่ถึงระดับ Full HD 1080p ก็สมเหตุสมผลกับเครื่องที่วางราคาไว้เกินครึ่งหมื่นไปนิดเดียว จอตัวนี้ให้ Contrast ได้ดีนะครับ เวลาใช้แอปหน้าจอขาวๆ จะรู้สึกว่ามันน่าใช้งานเพราะตัวอักษรสีดำคมตัดกับพื้นหลังสีขาว ตรงมุมขอบจอก็ทำเป็นมุมโค้ง จอโดยรวมเลยกลายเป็นสี่เหลี่ยมมุมมน ให้ความรู้สึกพรี่เมี่ยมได้เหมือนกัน

จอให้ภาพโทนเย็น ดูเมนูแล้วสบายตา แต่ดูรูปแล้วแอบเคือง

แต่ที่ไม่ชอบใจคือจอมันอมฟ้าครับ (ใครที่เกลียดจออมเหลือง มาใช้ Zenfone ตัวนี้เลยครับให้ภาพโทนเย็น) พอดูรูปถ่ายในเครื่องแล้วรู้สึกสีมันช้ำๆ ดูม่นๆ ตอนแรกเราก็นึกว่ากล้องของ Zenfone Max Plus นั้น White Balance ไม่ดี แต่พอเอารูปออกมาดูในสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆ หรือดูบนจอ MacBook สีมันก็โอเคนี่ ก็เลยเป็นจุดที่ต้องพิจารณาเมื่อเห็นภาพถ่ายจากจอรุ่นนี้ครับ (ไม่แน่ใจว่าเป็นกับทุกตัว หรือเฉพาะเครื่องรีวิวนี้นะครับ ยังไงก็ลองดูที่หน้าร้านก่อนได้)

ดีไซน์กล้องหลังคู่ของ Zenfone Max Plus

ส่วนด้านหลังก็เรียบๆ มีกล้องหลัง 2 ตัว ตัวแรกเป็นกล้องมุมกว้างปกติที่เราใช้กันในสมาร์ทโฟนทั่วไป และอีกตัวคือกล้องมุมกว้างมาก 120 องศา ก็เป็นดีไซน์กล้องที่ได้ใช้งานจริง นอกจากนี้ก็มีแฟลชและเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมืออยู่ด้านหลัง

ด้านล่างของ Zenfone Max Plus เป็นพอร์ต MicroUSB เพื่อชาร์จไฟและต่อ OTG ครับ ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm อยู่ด้านบน และลำโพงมีแค่ตัวเดียวอยู่ด้านล่างครับ

พอร์ต MicroUSB ของ Zenfone Max Plus

ประสิทธิภาพของ Zenfone Max Plus

  • ทดสอบ Geekbench 4.1 ได้คะแนน Single-core 618, Multi-core 2531 และ Compute ได้ 1774 คะแนน ถือว่าเป็นคะแนนที่ไม่เลวสำหรับระดับราคานี้
  • ทดสอบ 3DMark Sling Shot Extreme ได้ 305 คะแนน
  • ประสิทธิภาพถือว่าดีเมื่อเทียบกับราคา แต่อย่าไปหวังว่าเครื่องจะลื่นแบบเรือธง

ประสิทธิภาพของ Zenfone Max Plus อยู่ในกลุ่มดีเกินหน้าสมาร์ทโฟนราคา 6,990 บาททั่วไปนะครับ คือใช้งานปกติได้โอเค เล่นเฟซบุ๊ก ใช้ไลน์ได้สะดวก แต่ถ้าหวังใช้งานลื่นระดับมือถือเรือนหมื่นก็คงหวังถึงขั้นนั้นไม่ไหว เวลาใช้งานไลน์กรุ๊ปที่มีข้อความมากๆ ก็มีอาการหน่วง อาการกระตุกพอให้คิดถึง

ส่วนการเล่นเกม ถ้าเป็นเกมที่กราฟิกระดับกลางๆ ก็เล่นได้ลื่นอยู่ครับ แต่ถ้ามีกราฟิกเทพๆ ก็ต้องปรับระดับภาพของเกมให้ซับซ้อนน้อยลงมา แทนที่จะเป็น High ก็เหลือสัก medium หรือ low ก็เล่นได้ครับ

กล้องของ Asus Zenfone Max Plus

ภาพจาก Asus Zenfone Max Plus ความละเอียด เส้นขน สีสันของแมวถือว่าดีเลย

ในเรื่องกล้องนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเลยเมื่อเทียบกับราคานะครับ (เราเน้นว่าเทียบกับราคาบ่อยๆ เพราะถ้าเอาไปสู้สมาร์ทโฟนตัวท็อปมันก็ห่างชั้น แต่กับราคาเท่านี้ถือว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ) คือกล้องหลังตัวหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ก็ให้ภาพถ่ายตอนกลางวันที่สวยงาม สีสันสดใส ส่วนกล้องหลังตัวรองเลนส์มุมกว้าง 120 องศา 8 ล้านพิกเซล f/2.4 ก็ให้ภาพที่แปลกตาใช้งานได้จริง โดยเฉพาะเวลาอยู่ในห้องแคบๆ ก็สามารถถ่ายภาพเก็บได้หมดแบบที่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ทำไม่ได้

แต่ฝั่งของเลนส์มุมกว้าง ประสิทธิภาพจะสู้เลนส์ปกติไม่ได้นะครับ ทั้งความละเอียดและขนาดรูรับแสง โดยเฉพาะเวลาถ่ายกลางคืนที่จะเห็นผลชัด

ส่วนโหมดถ่ายภาพก็มีหลายโหมดที่น่าสนใจ เช่นโหมดโปรที่เลือกความเร็วซัตเตอร์ได้ ปรับ ISO, White Balance ได้ แล้วก็โหมดถ่ายภาพแนวยาว panorama, โหมด Super Resolution สำหรับถ่ายภาพความละเอียดสูง และสามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอหรือ Portrait Mode ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังครับ แต่ยังเบลอไม่เนียนเท่าไหร่

จุดอ่อนของกล้องจาก Zenfone Max Plus คือเรื่องการโฟกัสภาพ

แม้สเปกจะบอกว่าใช้ระบบโฟกัสแบบ Phase Detect (PDAF) แต่ไม่ค่อยจะแอคทีฟหาโฟกัสให้เท่าไหร่ครับ หลายครั้งที่ผู้ใช้ต้องแตะเลือกจุดโฟกัสก่อน ไม่งั้นภาพเบลอแบบไม่ได้โฟกัส ซึ่งต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปที่พยายามจะทำให้ภาพชัดไว้ก่อน นอกจากนี้การถ่ายภาพในพื้นที่ที่แสงต่างกันเยอะๆ เช่นตอนเย็นยามพระอาทิตย์จะตก กล้องจะเก็บส่วนสว่างโดยส่วนมืดแทบจะจมทิ้งไปเลย ก็ต้องเลือกจุดวัดแสงให้ดีๆ

แล้วก็หน้าจอที่อมฟ้าเกินไป (ไม่รู้เป็นเหมือนกันทุกเครื่องรึเปล่า) ก็ทำให้เวลาดูภาพจากกล้อง Zenfone Max Plus รู้สึกสีตุ่นๆ ไม่สวย ยังไงก็ลองแชร์ไปดูในหน้าจออื่นดูนะครับ บางทีเราอาจจะมีภาพที่สวยแล้ว แต่แสดงผลเพี๊ยนก็ได้

 

ในส่วนของกล้องหน้า

กล้องหน้าของ Zenfone Max Plus นั้นมีทั้งโหมดถ่ายสวย และถ่ายฉากหลังละลายนะครับ สามารถเลือกเปิด-ปิดปรับจูนให้ถูกใจได้ ซึ่งก็ถือว่าคุณภาพกล้องหน้านั้นใช้ได้ ถ่ายมีแสงพอก็ถ่ายสวยได้ครับ

คุณภาพการถ่ายวิดีโอ

ความพิเศษของวิดีโอจาก Zenfone Max Plus คือสามารถเลือกถ่ายได้ทั้งจากเลนส์มุมกว้างและเลนส์ธรรมดานะครับ ก็ทำให้เราถ่ายวิดีโอมุมกว้างกว่ากล้องปกติได้ แต่การเลือกเลนส์ถ่ายภาพจะต้องเลือกก่อนถ่ายเท่านั้นนะครับ ไม่สามารถถ่ายแล้วซูมเข้าซูมออก เปลี่ยนเลนส์ระหว่างถ่ายได้ ซึ่งการถ่ายภาพซีนกลางวันก็ทำได้สวยงามดีด้วยความละเอียดสูงสุด 1080p Full HD ครับ

ส่วนการถ่ายวิดีโอกลางคืน จะเห็นชัดเจนว่าเลนส์มุมกว้างนั้นมีประสิทธิภาพด้อยกว่า เห็น Noise ชัดเจนตลอดทั้งคลิปเลย

สรุปประสบการณ์การใช้งาน Zenfone Max Plus

มาถึงช่วงยำใหญ่ประสบการณ์การใช้ Asus Zenfone Max Plus หลังจากทีมงานเว็บแบไต๋ได้ใช้เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องหลังมาหลายวันครับ

จุดเด่นคือเอา Zenfone Max Plus ไปชาร์จเครื่องอื่นได้ด้วย นี่ชาร์จ iPhone ซะเลย

  • แบตเตอรี่ของ Zenfone Max Plus นั้นอึดจริง สามารถใช้งานในระดับ 2 วันได้ และถ้าใช้หนัก ก็มั่นใจได้ว่ามันจะอยู่ครบวัน หัวชาร์จที่ให้มาก็สามารถชาร์จไฟเข้าเครื่องในระดับ 2A ได้ ก็ถือว่าใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องพก Power Bank ครับ
  • ในกล่องมีสาย OTG มาด้วย ก็สามารถใช้อ่านอุปกรณ์ USB พวกแฟลชไดรฟ์ได้ แถมยังใช้ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย
  • เซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือของเครื่องทำงานได้ดีมาก แม้นิ้วชื้นก็ยังสแกนได้อย่างรวดเร็ว
  • มีความสามารถในการปลดล็อกด้วยใบหน้าด้วย แต่ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะทำงานเร็วเกินไป มองจอก็ปลดล็อกให้แล้ว (ยังไม่ทันอ่าน Noti เลย) และไม่ปลอดภัยเท่าลายนิ้วมือ
  • เสียงลำโพงเครื่องดังดี มีลำโพงเดียวด้านล่าง แถมมี Outdoor Mode ปรับเสียงให้กว้างขึ้น สำหรับการใช้งานนอกบ้าน แต่คุณภาพเสียงก็กลางๆ นะครับ ไม่ได้ดีเยี่ยม แต่ไม่ได้แย่ ทั้งลำโพงจากตัวเครื่องและการต่อหูฟัง
  • ฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยอย่างการบันทึกหน้าจอตามแนวยาว หรือการแบ่งครึ่งจอใช้ 2 แอปพร้อมกัน และการบันทึกเสียงสนทนาก็มีในรุ่นนี้

Zenfone Max Plus ใส่ได้ 2 ซิมพร้อม MicroSD คืิอดีงาม

  • Zenfone Max Plus สามารถใส่ได้ 2 Nano-sim พร้อมกับ MicroSD ก็ถือเป็นเรื่องดีงาม
  • รองรับ VoLTE ทำให้คุยโทรศัพท์ได้คมชัด โทรติดเร็ว
  • ใช้ๆ ไปแอบขัดใจที่ปุ่มด้านล่างมันใหญ่จัง (ปุ่ม recent, home, back) มันน่าจะทำให้บางกว่านี้ได้นะ แต่คิดว่าใช้สักพักก็น่าจะชิน

ลองเอา Zenfone Max Plus ไปใช้นำทาง เกือบหลง! วิ่งเข้าใต้ทางด่วนหน่อย ตำแหน่งมั่วไปหมด (และช่องหูฟังอยู่ด้านบน ทำให้สายจะยุ่งๆ หน่อย)

  • GPS ใช้งานได้ แต่ไม่เหมาะเอาไปนำทางขับรถ เพราะเมื่อวิ่งใต้ทางด่วน หรือมีอะไรบังสัญญาณจากท้องฟ้า ตำแหน่งของเราจะกระโดดไปมา จนการนำทางมั่วไปหมด
  • ยังใช้ MicroUSB อยู่ ไม่ใช่ USB-C ก็ทำให้ไม่รองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ
  • ไม่รองรับ Wifi 5 GHz ทำให้มีปัญหาความเร็วอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่สัญญาณไวไฟหนาแน่นเช่นบนคอนโด (ตอนทดลองดู Netflix ก็สงสัยว่าทำไมภาพไม่ชัดสักที เลยกดดาวน์โหลดทั้งคลิปลงมาก่อนแล้วค่อยดู ปรากฎว่าภาพชัด สรุปว่าเป็นเพราะเชื่อมต่อ wifi ได้ไม่เร็วพอ อาจจะเพราะสัญญาณรบกวนในช่อง 2.4 GHz เยอะ)

Zenfone Max Plus ชาร์จไฟเข้าเครื่องด้วยกระแสเกือบ 2A ก็ถือว่าโอเค

จบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ สงสัยตรงไหนคอมเมนต์ถามได้นะครับ ถ้านึกออกจะตอบได้ แต่ถ้าต้องค้นจากเครื่อง อาจจะตอบไม่ได้เพราะคืนเครื่องรีวิวไปแล้ว ฮาา

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!