ในวันที่ 25 มีนาคม 2024 ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องของผู้บริโภค 5 รายที่ขอให้เพิกถอนมติรับทราบการควบรวม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (true) และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ซึ่งแม้การยื่นฟ้องจะพ้นกำหนดระยะเวลาฟ้องคดีแล้ว แต่ศาลปกครองเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจึงนำมาสู่การรับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาในที่สุด ด้านทรู คอร์ปอเรชั่นยืนยันเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 และการรับฟ้องคดีครั้งนี้ไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจใด ๆ ของบริษัท

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 กสทช. มีมติรับทราบการรวมธุรกิจระหว่าง 2 บริษัท ซึ่งทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ กสทช. จึงขอให้ศาลออกคำสั่งเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดี

ผู้ฟ้องอ้างว่า การควบรวมกิจการของ true และ DTAC นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ true กลายเป็นผู้ดำเนินกิจการที่อยู่เหนือตลาด สามารถกำหนดอัตราค่าบริการให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ผู้บริโภคก็ไม่สามารถเลือกรับหรือตัดสินใจในการรับบริการโทรคมนาคมได้ ถือว่า ผู้ฟ้องอาจเดือดร้อนหรือเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการประกาศรับคำฟ้องของศาลปกครองสูงสุดไม่นาน ล่าสุดทาง true ก็ออกเอกสารมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยแสดงความมั่นใจว่า การฟ้องคดีจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และการควบรวมก็เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่เพียงเท่านั้นมติรับทราบการควบรวมบริษัทของ กสทช. ก็อาศัยอำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่มีเหตุรับฟังได้ว่ามติดังกล่าวนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แถลงการณ์จากทรู

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดกรณีรับผู้บริโภค 5 ราย ฟ้อง กสทช. ไว้พิจารณา มั่นใจไม่มีผลกระทบกับทรู หลังควบรวมสมบูรณ์ตามกฎหมาย

กรุงเทพ ฯ 25 มีนาคม 2567 : ตามที่วันนี้ (25 มีนาคม 2567) มีการนำเสนอข่าวในบางสื่อ ว่า ศาลรับคำฟ้องกรณีผู้บริโภค 5 ราย ขอเพิกถอนมติบอร์ดกสทช. รับทราบการรวมธุรกิจ TRUE-DTAC นั้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ขอเรียนชี้แจงว่าคดีนี้เป็นเรื่องเดิมที่ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์  2567 ที่ผ่านมา โดยมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องกรณีพิพาทระหว่างผู้บริโภค 5 ราย (ผู้ฟ้องคดี) กับ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งคำสั่งศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวเป็นเพียงการสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องข้างต้นของผู้บริโภคดังกล่าว ไว้พิจารณาต่อไปตามรูปคดีเท่านั้น  

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การฟ้องคดีดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภค  5 ราย  (ผู้ฟ้องคดี) กับ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งมั่นใจว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจใดๆ ของบริษัทฯ ซึ่งการควบรวมระหว่างทรูดีแทคได้เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์แล้ว และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและเหมือนกับกระบวนการควบรวมธุรกิจที่ผ่านมาของบริษัทมหาชนซึ่งประกอบธุรกิจโทรคมนาคม

ทั้งนี้  คดีที่ผู้บริโภค  5 ราย ได้ยื่นฟ้อง กสทช. ดังกล่าวเป็นคดีที่มีประเด็นเดียวกันกับคดีที่ศาลปกครองชั้นต้นได้เคยมีคำสั่งยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวโดยศาลเห็นว่า มติรับทราบการควบรวมบริษัทของ กสทช. ได้อาศัยอำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว จีงไม่มีเหตุรับฟังได้ว่ามติรับทราบการควบรวมธุรกิจของกสทช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย