ต้อนรับวันฮาโลวีนด้วยหลากหลายเนบิวลาผี ที่หลอกหลอนอยู่ในอวกาศ!

ใกล้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมเข้ามาทุกที เพื่อร่วมฉลองเทศกาลนี้ เราจึงรวมภาพผี ๆ ชวนขนหัวลุกจากอวกาศมาให้ชมกัน จะชมหรือจะให้หลอก ก็กดเลื่อนลงไปอ่านดูกันได้เลย

‘เนบิวลา’ ความฟุ้งฝันเสริมจินตนาการจากอวกาศ

แม้จะบอกว่าเป็นภาพผี ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ภาพเหล่านี้เป็นภาพของเนบิวลาหรือกลุ่มแก๊สที่สวยงามตระการตา แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันเกิดจากอะไร ก่อนจะไปเข้าถึง เข้าใจกันทีละภาพ เราเลยขออธิบายความรู้เกี่ยวกับเจ้าเนบิวลา เพื่อความเข้าใจที่แจ่มแจ้งยิ่งขึ้นกันสักหน่อย

ดวงดาว (ในกรณีนี้หมายถึงดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง) นั้นมี ‘อายุขัย’ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิต หลายคนคงเคยได้ยินข้อสังเกตง่าย ๆ เกี่ยวกับดวงดาวว่า ดาวอายุน้อยมักมีแสงเป็นสีออกน้ำเงิน ส่วนดาวที่อายุมากหน่อยมักมีสีเหลือง ส่วนดาวชรามักมีสีออกไปทางแดง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะดวงดาวในแต่ละช่วงจะปลดปล่อยพลังงานออกมาแตกต่างกัน เมื่อแรกเริ่มจึงมีสีออกไปทางขาวน้ำเงิน เช่นเดียวกับเปลวเพลิงนั่นเอง (สังเกตดู เปลวไฟจากฟืนที่ร้อนน้อยกว่าจะเป็นสีแดง ส่วนไฟเตาแก๊สบ้านที่แรงกว่าเป็นสีฟ้า)

แผนผังแสดงค่าพลังงานและสีของดาว

เนบิวลา ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากกระบวนการดังกล่าว มันเป็นชื่อเรียกของกลุ่มเมฆของฝุ่นและแก๊สในอวกาศ มีต้นกำเนิดอยู่สองประเภทด้วยกันคือ เนบิวลาที่มาจากการระเบิดของดาวฤกษ์ที่ตายแล้ว และเนบิวลาที่อยู่ในพื้นที่ที่เหล่าดวงดาวกำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ซึ่งในกรณีหลังนี้เนบิวลาบางอันจึงถูกเรียกว่าเป็นแหล่ง ‘อนุบาลดวงดาว (Star nurseries)’ (ฟังดูน่ารักสุด ๆ ไปเลยแหะ)

เนบิวลาประกอบด้วยฝุ่นและแก๊สซึ่งส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม ฝุ่นและแก๊สเหล่านี้กระจายออกไปในบริเวณกว้างด้วยแรงระเบิด แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงของวัตถุในอวกาศทำให้กลุ่มฝุ่นและแก๊สเหล่านี้ค่อย ๆ รวมกันด้วยกันอย่างช้า ๆ เกิดเป็น ‘กระจุก’ หรือ ‘กลุ่มก้อน’ ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นก็ทำให้แรงโน้มถ่วงของมันเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน

ในที่สุด กลุ่มฝุ่นและแก๊สก็มีขนาดใหญ่มากจนยุบลงจากแรงโน้มถ่วงของมันเอง การยุบตัวทำให้วัสดุที่ใจกลางเมฆร้อนขึ้น และแกนกลางที่ร้อนขึ้นนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของดาว หากจะพูดว่าความตายของดวงดาวอาจเป็นเหตุให้เกิดดาวดวงใหม่ก็อาจจะไม่ผิดนัก นี่ ‘อาจจะ’ เป็นวัฏสงสารของดวงดาวก็เป็นได้

ดังนั้นถ้าถามว่าเนบิวลาคืออะไร ก็น่าจะหมายถึงดวงดาวในรูปแบบหนึ่งนั่นเอง

สำหรับที่อยู่ของเนบิวลาที่ใกล้โลกที่สุดอยู่ห่างไปถึง 700 ปีแสง คือเนบิวลาเฮลิกซ์ (Helix Nebula) ดังนั้นการเก็บข้อมูลเนบิวลาเพื่อนำมาประมวลเป็นภาพสวย ๆ ให้เราชมกัน จึงต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอย่างกล้องโทรทรรศน์อวกาศคุณภาพสูง หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่รับสัญญาณช่วงคลื่นได้หลากหลายมากกว่าคลื่นแสงในช่วงที่ตาเราเห็น

เนบิวลาศีรษะแม่มด

Credit: NASA/STScI Digitized Sky Survey/Noel Carboni

ที่เห็นอยู่นี้คือ เนบิวลาสะท้อนแสง ที่ดูคล้ายหญิงชราใบหน้าเหี่ยวย่น มีจมูกง้องุ้ม ชวนให้นึกถึงแม่มดในนิทานปรัมปรา จึงมีชื่อเรียกตามลักษณะว่า ‘เนบิวลาศีรษะแม่มด (Witch Head Nebula)’ ชื่ออย่างเป็นทางการคือ IC 2118 มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวนายพราน (Orion constellation) แสงเรืองที่เห็นอยู่นี้เกิดจากการสะท้อนแสงของดวงดาว ซึ่งมีดาวหลักคือดาวไรเจล (Rigel) ที่เป็นดาวสีน้ำเงินสุกสกาวที่สุดในภาพ 

สีน้ำเงินจัดของเนบิวลาเกิดจากทั้งสีฟ้าของดาว และเป็นเพราะเม็ดฝุ่นสามารถสะท้อนแสงสีน้ำเงินได้ดีกว่าสีแดง ซึ่งกระบวนการทางกายภาพที่คล้ายคลึงกันนี้เองที่ทำให้ท้องฟ้าในเวลากลางวันของโลกเป็นสีน้ำเงิน

ทั้งไรเจล เนบิวลาศีรษะแม่มด และกลุ่มแก๊สและฝุ่นทั้งหลายเหล่านี้อยู่ห่างจากโลกประมาณ 800 ปีแสง

(ชมภาพและเรื่องราวหลอกหลอนจากอวกาศต่อ คลิกหน้า 2 ด้านล่างเลย)