ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| universe
Read More

ทลายทฤษฎีเดิม เมื่อ “Big Bang” อาจไม่ใช่จุดกำเนิดของเอกภพอีกต่อไป!

การศึกษาล่าสุดกลับมีหลายสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ หรือว่านี่อาจจะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเอกภพของที่เราคิด!
02/02/2021

เข้าใกล้ ‘จุดกำเนิดเอกภพ’ ไปอีกนิด เมื่อนักวิทย์พบ ‘กองทัพกาแล็กซีขนาดยักษ์รุ่นแรก’ !

นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการดาราศาสตร์เมื่อนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบกระจุกกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นหลังการกำเนิกเอกภพตามทฤษฎีบิ๊กแบงเพียง 770 ล้านปี ซึ่งนับเป็นอายุเพียง 5.5% ของอายุเอกภพในปัจจุบัน! กล่าวแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ งั้นเราไปทำความรู้จักเจ้ากระจุกกาแล็กซีที่ว่ากันดีกว่า สวัสดี...กระจุกกาแล็กซีอันไกลโพ้น หลังกำเนิดเอกภพ ตามทฤษฎีบิ๊กแบงแล้ว จะเกิดการก่อตัวของกระจุกกาแล็กซีขนาดยักษ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกลายมาเป็นเอกภพดังเช่นปัจจุบัน เพื่อศึกษาย้อนไปให้เข้าใจถึงจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ นักดาราศาสตร์จึงสังเกตเข้าไปในห้วงลึกอวกาศ และทำการตรวจจับแสง รังสี หรือคลื่นต่าง ๆ ที่เดินทางมายังโลก ซึ่งล้วนบ่งชี้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘ปีแสง’ หน่วยวัดระยะทางที่มักสับสนว่าหมายถึงความยาวนานของเวลา ความหมายของปีแสงนั้นแท้จริงคือ ระยะทางที่แสงใช้ในการเดินทาง เวลาที่นักดาราศาสตร์กล่าวว่า ดาวที่เรามองเห็นอยู่ ความจริงอาจจะไม่มีอยู่แล้ว นั่นก็เพราะหากดวงดาวนั่นอยู่ไกลจากเรามาก ๆ หลายปีแสง กว่าที่แสงจากดวงนั้นจะเดินทางมาถึงยังโลกให้เราได้เห็น ดาวที่ปลดปล่อยแสงนั้นออกมาก็อาจจะดับสูญหรือสิ้นอายุไขไปแล้วก็ได้ และนั่นก็เป็นที่มาของการศึกษาดาราศาสตร์ด้วยการสังเกตการณ์เข้าไปในอวกาศห้วงลึก ยิ่งนักดาราศาสตร์จับคลื่น แสง หรือรังสีจากที่ไกล ๆ ได้เท่าไหร่ นั่นก็อาจจะหมายถึงการศึกษาอดีตอันไกลโพ้นของเอกภพมากเท่านั้น การค้นพบครั้งนี้ก็เช่นกัน มันคือการค้นพบ ‘LAGER-z7OD1’ ด้วยกล้องตรวจจับพลังงานมืด (Dark Energy Camera) ที่ติดตั้งอยู่ในกล้องโทรทรรศน์บลังโก (Víctor M. Blanco Telescope) ขนาด 4…
20/12/2020

นาซาปล่อยภาพ 30 อัญมณีอวกาศ ฉลองครบรอบ 30 ปี กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

เพราะกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) มีอายุครบ 30 ปีในปีนี้ นาซาจึงเลือกนำภาพไปประมวลผลใหม่ เพื่อเป็นของขวัญในวาระครบรอบ โดยแต่ละภาพนั้นมีความพิเศษคือ เป็นอัญมณีแห่งห้วงอวกาศที่สามารถมองเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลังบ้าน หรือกระทั่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Space Shuttle Discovery) ในเดือนเมษายนปี 1990 หลังนักบินอวกาศออกไปเดินในอวกาศ (Spacewalk) เพื่ออัปเกรดและบำรุงดูแลถึง 5 ครั้ง ปัจจุบัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่มีอายุเข้าสู่ปีที่ 30 สามารถปฏิบัติงานได้ดีกว่าเมื่อครั้งถูกส่งขึ้นไปในขวบปีแรก และยังคงค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งพัฒนาความเข้าใจพื้นฐานของเราเกี่ยวกับเอกภพอยู่เรื่อย ๆ  ในชุดภาพใหม่ล่าสุดที่เป็นผลงานของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมีจำนวนกว่า 50 ภาพ และมีวัตถุท้องฟ้าถึง 30 ภาพ มาจากในแคตตาล็อกคาลด์เวล (Caldwell) อันที่จริงแล้ว กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถ่ายภาพเหล่านี้เรื่อยมาตั้งแต่แรกเริ่มปฏิบัติภารกิจ แต่จนถึงขณะนี้ นาซาก็ยังประมวลผลภาพทั้งหมดเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะไม่เสร็จสิ้น  เนื่องจากมุมมองที่ละเอียดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ทำให้มันไม่สามารถจับภาพวัตถุคาลด์เวลได้ครบทั้งวัตถุในบางภาพ บางครั้ง กล้องซูมเข้าไปที่กระจุกดาวอายุน้อยในแขนของกาแล็กซีก้นหอยหรือดวงดาวที่อยู่รอบนอกกระจุกดาว หรือดวงดาวที่สิ้นอายุแล้วใจกลางเนบิวลาแทน แต่ในกรณีกลับกันบางกรณี การสังเกตของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กลับให้รายละเอียดเป็นภาพที่นำมาปะติดปะต่อกันแล้วรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์หรือเกือบสมบูรณ์ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เราได้เห็นความมหัศจรรย์หรือความน่าตื่นตาของวัตถุท้องฟ้านั้น ๆ อย่างยิ่ง แคตตาล็อกคาลด์เวลรวบรวมโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ นามว่า…
29/10/2020

หลากหลายเนบิวลาผี ที่หลอกหลอนอยู่ในอวกาศ!

ท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นสวยเสมอ แต่ถ้าเรามองให้มันหลอนล่ะ! เราจึงรวมภาพผี ๆ ชวนขนหัวลุกจากอวกาศมาให้ชมกัน จะชมหรือจะให้หลอก ก็กดเลื่อนลงไปอ่านดูกันได้เลย ‘เนบิวลา’ ความฟุ้งฝันเสริมจินตนาการจากอวกาศ แม้จะบอกว่าเป็นภาพผี ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ภาพเหล่านี้เป็นภาพของเนบิวลาหรือกลุ่มแก๊สที่สวยงามตระการตา แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันเกิดจากอะไร ก่อนจะไปเข้าถึง เข้าใจกันทีละภาพ เราเลยขออธิบายความรู้เกี่ยวกับเจ้าเนบิวลา เพื่อความเข้าใจที่แจ่มแจ้งยิ่งขึ้นกันสักหน่อย ดวงดาว (ในกรณีนี้หมายถึงดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง) นั้นมี ‘อายุขัย’ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิต หลายคนคงเคยได้ยินข้อสังเกตง่าย ๆ เกี่ยวกับดวงดาวว่า ดาวอายุน้อยมักมีแสงเป็นสีออกน้ำเงิน ส่วนดาวที่อายุมากหน่อยมักมีสีเหลือง ส่วนดาวชรามักมีสีออกไปทางแดง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะดวงดาวในแต่ละช่วงจะปลดปล่อยพลังงานออกมาแตกต่างกัน เมื่อแรกเริ่มจึงมีสีออกไปทางขาวน้ำเงิน เช่นเดียวกับเปลวเพลิงนั่นเอง (สังเกตดู เปลวไฟจากฟืนที่ร้อนน้อยกว่าจะเป็นสีแดง ส่วนไฟเตาแก๊สบ้านที่แรงกว่าเป็นสีฟ้า) เนบิวลา ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากกระบวนการดังกล่าว มันเป็นชื่อเรียกของกลุ่มเมฆของฝุ่นและแก๊สในอวกาศ มีต้นกำเนิดอยู่สองประเภทด้วยกันคือ เนบิวลาที่มาจากการระเบิดของดาวฤกษ์ที่ตายแล้ว และเนบิวลาที่อยู่ในพื้นที่ที่เหล่าดวงดาวกำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ซึ่งในกรณีหลังนี้เนบิวลาบางอันจึงถูกเรียกว่าเป็นแหล่ง ‘อนุบาลดวงดาว (Star nurseries)’ (ฟังดูน่ารักสุด ๆ ไปเลยแหะ) เนบิวลาประกอบด้วยฝุ่นและแก๊สซึ่งส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม ฝุ่นและแก๊สเหล่านี้กระจายออกไปในบริเวณกว้างด้วยแรงระเบิด แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงของวัตถุในอวกาศทำให้กลุ่มฝุ่นและแก๊สเหล่านี้ค่อย ๆ รวมกันด้วยกันอย่างช้า…
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
25/09/2020

นักวิทย์พบวิธีส่อง ‘สสารมืด’ ได้ผลลัพธ์เกินคาด นำมาสู่ปริศนาใหม่!

‘กระจุกกาแล็กซี (Galaxy clusters)’ เป็นโครงสร้างที่มีแรงโน้มถ่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งยังมีมวลมหาศาลสุด ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะประกอบด้วยดวงดาวและก๊าซของหลายร้อยกาแล็กซีที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง ‘สสารมืด (Dark matter)’ ทั้งภายในและรอบ ๆ กระจุกกาแล็กซีอีกต่างหาก 11 กันยายน 2563 - มาสสิโม เมเนกเฮตติ (Massimo Meneghetti) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลีและคาลเทค (National Institute of Astrophysics, Italy, and Caltech) และคณะได้นำเสนอ ‘วิธีใหม่’ ที่ช่วยให้สังเกตเห็นสสารมืดได้ ในงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Science และด้วยวิธีการนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ตั้งสมมุติฐานคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง สสารมืดและวิธีค้นหา เพื่อให้เข้าใจความน่าตื่นเต้นของการค้นพบนี้ เราต้องมาทำความรู้จักกับสสารมืดก่อน หลายคนได้ยินคำว่า ‘มืด’ ก็มักเชื่อมโยงกับความมืดดำ แต่แท้จริงแล้ว ‘ความมืด’ นี้ไม่ใช่สี แต่เป็นภาวะที่ทำให้เรามองเห็นได้ลดลงหรือไม่เห็นเลย ดังนั้น ‘สสารมืด’ จึงหมายถึงวัตถุหรือสสารในจักรวาลที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่นั่นเอง ฟังแบบนี้อาจจะงงไปอีกว่าไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ได้อย่างไร นอกจากมองไม่เห็น สสารมืดยังไม่แผ่พลังงานเพียงพอที่จะตรวจจับได้โดยตรงด้วย…
09/06/2020

เปิดโลกทัศน์ด้วยศาสตร์แห่งอนาคต! รวม 28 คอร์สดาราศาสตร์เรียนฟรี รู้ทันก่อนเข้าสู่ยุคอวกาศ (ภาค 2)

หลังจากเต็มอิ่มไปกับคอร์สดาราศาสตร์ออนไลน์ถึง 16 คอร์สในบทความภาคแรก ก็ถึงคราวขยับเนื้อหาดาราศาสตร์ให้ยากขึ้นเชื่อมโยงไปยังศาสตร์และองค์ความรู้อื่น ๆ กันบ้าง ใครที่พอมีพื้นฐานบ้างแล้ว และรู้สึกว่าคอร์สก่อนหน้าง่ายเกินไป มาลองดูรายละเอียดของ 12 คอร์สที่เหลือในครั้งนี้ จากเว็บไซต์ Coursera กันบ้างครับ  Coursera เป็นเว็บไซต์เรียนออนไลน์ของสหรัฐฯ ริเริ่มโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในปี พ.ศ. 2555 และได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันครับ 1. ดาราศาสตร์: การสำรวจเวลาและอวกาศ (ASTRONOMY: Exploring Time and Space) หน่วยงาน - มหาวิทยาลัยแอริโซนา สหรัฐฯ คอร์สนี้ออกแบบมาให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก็ได้สามารถเรียนได้ เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับดาราศาสตร์พื้นฐาน ดาราศาสตร์สมัยใหม่ เรียนรู้เกี่ยวกับการค้นหาและพบทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน  2. เผชิญหน้ากับคำถามสำคัญ ในประเด็นเด่นของดาราศาสตร์สมัยใหม่ (CONFRONTING THE BIG QUESTIONS: Highlights of Modern Astronomy) หน่วยงาน - มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ สหรัฐฯ ใครสนใจ…
03/01/2016

มาดู “เอกภพของเราทั้งหมด” รวมอยู่ในภาพเดียว

นักดนตรีนามว่า Pablo Carlos Budassi ได้จัดการรวมเอา "แผนที่ลอการิทึมของจักรวาล" ของมหาวิทยาลัย Princeton เข้ากับภาพจาก NASA จนทำให้เขาสามารถสร้างภาพดังที่เห็นด้านล่างได้ มันคือจักรวาลของเราทั้งหมดรวมอยู่ในภาพเพียงภาพเดียว

PR Partners

See All
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)