ในวงการเกม FPS บ้านเรานั้น ชื่อของเกม Rainbow Six ก็อาจจะเป็นเกมที่ใครหลายๆคนเคยได้ยินชื่อกันอยู่บ้าง แต่จะมีใครบ้างที่เคยสัมผัสกับเจ้าเกมนี้อย่างโดยตรงโดยที่ไม่ผ่านปาก หรือการบอกเล่าจากใครหลายๆ คนที่ได้ลองเล่นมันมา ที่เห็นบ่อยก็น่าจะเป็นช่วงลดราคา ที่จะมีคำถามมากมายว่าไอ่เกมนี้มันเป็นยังไงบ้าง

ผมขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า “brb”

ในวันนี้ผมเองก็จะหยิบเอาเจ้า Rainbow Six Siege มาบอกเล่าอีกครั้งล่ะครับ เนื่องจากว่าส่วนตัวผมเริ่มคิดว่าวงการเกม FPS บ้านเรา น่าจะเบื่อหรือเอียนกับเกมแนว Battle Royale กันบ้างแล้ว (อย่างน้อยผมล่ะคนนึง) ผมคิดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาของเกมแนว Tactical Shooter กันบ้างล่ะ

Tom Clancy เจ้าของนวนิยาย Rainbow Six

Tom Clancy’s Rainbow Six เป็นเกม First Person Shooting ที่อยู่ในชุดแฟรนไชส์ของ Tom Clancy โดยผู้สร้างที่มีชื่อเดียวกันได้สร้างจักรวาล Tom Clancy ออกมาเยอะมากมายไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Ghost Recon, Splinter Cell โดยทั้งหมดนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกัน ซึ่ง Rainbow Six เองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย (นึกถึง The Avenger)

Tom Clancy Universe

สำหรับ Rainbow Six ตัวเกมจะพูดถึง Team Rainbow หน่วยต่อต้านผู้ก่อการร้าย (Counter-Terrorist) จาก NATO มีหน้าที่ส่งไปทำภารกิจรอบโลก โดยลักษณะการปฏิบัติการของ Team Rainbow มักจะเป็นรูปแบบปฏิบัติการในที่แคบเช่น การช่วยเหลือตัวประกัน การกอบกู้ระเบิด หรือต่อต้านการก่อการร้ายเช่น การปล้นธนาคาร เป็นต้น

Rainbow Six ภาคแรกในปี 1998

โดยตัวเกมจะให้เรารับบทเป็น Team Leader ในการหยุดยั้งการก่อการร้ายพวกนี้ ตั้งแต่การเลือกอาวุธ จัดการเลือกสมาชิกเข้าทีม ออกแบบและวางแผนปฏิบัติการทุกอย่าง ตัวเกมวางขายครั้งแรกในปี 1998 จนตอนนี้ก็ปาเข้าไป 14 ภาคแล้ว (ไม่รวมภาคเสริม)

Tactical Board ภายในเกม R6 ภาคแรก

แน่นอนครับว่าตัวเกมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับคำชมจากสำนักวิจารณ์เกมต่างๆมากมาย สิ่งนึงที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ก็น่าจะเป็นรูปแบบการเล่น ที่บังคับให้ผู้เล่นต้องใช้การวางแผนเป็นอย่างดี มีการใช้แทคติคทีมเวิร์คเป็นอย่างสูง แตกต่างจากในยุคที่เต็มไปด้วยเกมอย่าง Doom, Wolfenstein, Soldier of Fortune

แต่วันนี้ผมจะหยิบเอาภาคล่าสุดที่วางขายไปในปี 2015 มาพูดถึงครับ เนื่องจากว่าเป็นครั้งแรกของซีรี่ส์ที่ได้หันมาจริงจังกับโหมด Multiplayer ที่ถึงขั้นตัดโหมด Single Player ที่เป็นโหมดชูโรงของเกมออกไปเลยทีเดียว ตั้งแต่ช่วงประกาศเกมแรกๆ และช่วงวางจำหน่ายแรกๆ ก็ต่างมีกระแสไม่พอใจเป็นจำนวนมาก บางคนถึงขั้นสาปส่ง และได้พูดเลยว่า Rainbow Six มันตายไปแล้ว

FPS เหมือนกัน แต่ก็เล่นไม่เหมือนกัน ??

จากตอนนั้น นี่ก็ผ่านมาแล้ว 3 ปี และต้องบอกเลยว่า Ubisoft ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม Rainbow Six Siege เป็นเกมที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่น และการแข่งขันแบบ Tactical Shooter ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากเราจะพูดถึงเกมแนวๆ เดียวกัน ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน เราคงจะนึกถึงเกมอย่าง Counter Strike แต่จริงๆแล้ว 2 เกมนี้มีความแตกต่างกันมากครับ


The Operator


มีให้เลือกโคตรเยอะ

Rainbow Six Siege เป็นเกม FPS ที่กฎการเล่นโคตร Classic ตัวเกมจะแบ่งทีมผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย รุกและป้องกัน โดยแต่ละทีมจะมีผู้เล่น 5 คน แต่ละคนจะต้องเลือก Operator หรือตัวละครมา แน่นอนว่าทั้ง 2 ฝ่ายก็จะมี Operator ที่แตกต่างกันออกไปครับ

Jackal สามารถ Scan รอยเท้าของศัตรูได้

จุดแรกเลยก็คือเจ้า Operator พวกนี้มันจะมีความสามารถที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด ยกตัวอย่างเช่นในฝ่ายรุก Operator แต่ละตัวก็มีความสามารถประเภทเจาะ ทำลายกำแพง หรือระเบิด EMP ที่ทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าของฝ่ายตรงข้าม

Alibi สามารถสร้าง Holagram ออกมาหลอกล่อศัตรูได้

ในส่วนของ Operator ฝ่ายป้องกันเองก็จะมีความสามารถประเภทตั้งรับเช่น ตัว Block สัญญาน ทำให้ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ประเภทสั่งการระยะไกลได้ ระเบิดควันพิษ กับดักชนิดต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำเอาฝ่ายรุกต้องใช้ความรอบคอบในการเล่นให้ดีๆ

IQ ตัวละครที่สามารถ Scan อุปกรณ์ไฟฟ้าได้

แน่นอนว่าพวก Operator เหล่านี้จะสร้างความแตกต่างในการเล่นตามสไตล์ของผู้เล่นทุกคนได้อย่างแน่นอนครับ ในแง่ของการแข่งขัน มันก็จะไม่ต่างอะไรกับเกมแนว MOBA ที่ต้องมีการเลือก Operator มาเล่นให้ถูกด่าน และมีการแก้ทางกันและกัน ที่สำคัญตัวเกมจะมีการปรับเปลี่ยน META ตลอดเวลา ทำให้ตัวเกมไม่มีความเบื่อเลย

ทำลายได้ ก็เสริมกำแพงเหล็กได้เช่นกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ตัวเกมได้ชูโรงถึงขั้นเอามาตั้งชื่อภาค ก็คือพวกสิ่งก่อสร้างภายในเกมที่สามารถทำลายได้ล่ะครับ ตรงนี้เราอาจจะนึกถึงเกมอย่าง Battlefield ยุคที่เปลี่ยนมาใช้ Frostbite Engine จริงๆก็คล้ายๆกันในแง่ของคำว่าทำลาย

หรือจะเขียนอะไรบนกำแพงก็ได้เช่นกัน ….

แต่สำหรับ Rainbow Six Siege การทำลายสิ่งก่อสร้างในเกมนี้ค่อนข้างจะมีเหตุผล และมีความสมจริงมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นกำแพงไม้ภายในฉากที่ผู้เล่นสามารถทำลายแค่เฉพาะส่วนที่ต้องการได้ ไม่เหมือนใน Battlefield ที่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ครับ

ตรงจุดนี้ทำให้ตัวเกมมีความ Dynamic สูงมากๆ และอย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า Style ของผู้เล่นแต่ละคนแตกต่างกัน ไอ่การทำลายสิ่งก่อสร้างแบบ Dynamic ได้นี่แหล่ะ คือสิ่งที่จะทำให้ตัวเกมมี Meta หรือรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนกันแน่นอน

กล้องพวกนี้แหล่ะ คือกุญแจสู่ชัยชนะ

นอกจากนั้นแล้วอีกสิ่งนึงที่ตัวผมเองค่อนข้างชอบเกี่ยวกับเกมนี้มากๆ ก็น่าจะเป็นระบบ Observation Tool หรือ เครื่องมือสังเกตการณ์ครับ โดยฉากภายในเกมจะมีพวกกล้องวงจรปิด CCTV ติดอยู่ตามฉาก ตรงนี้ผู้เล่นฝ่ายป้องกันสามารถดูกล้องเหล่านี้ได้ และรู้ตำแหน่งของฝ่ายรุก สร้างความได้เปรียบ ในขณะเดียวกัน ฝ่ายรุกก็จะมี Drone ติดกล้องขนาดเล็ก ที่สามารถบังคับได้เองส่งไปสำรวจฉากก่อนเข้าโจมตีได้เช่นกัน

การใช้ Drone สอดส่องก็เป็นเรื่องที่ควรทำ

ตรงจุดนี้เองก็จะช่วยทวีคูณความเป็นแทคติกเข้าไปอีก เพราะอย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่าตัวเกมมี Operator หลายแบบมาก ในฝ่ายป้องกันก็จะมี Operator ตัวหนึ่งที่สามารถโยนกล้อง CCTV พวกนี้ไปติดไว้ตรงไหนก็ได้ตามฉาก และในฝ่ายรุกก็จะมี Operator ที่สามารถ Scan อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือกล้องพวกนี้ได้ในระยะ 10 เมตร

ไอ่ที่เห็นดำๆ นั่นก็คือกับดัก !!

และสำหรับผู้เล่นที่ตายไปในเกมก่อนจะจบรอบนั้นๆ ก็สามารถใช้กล้องพวกนี้บอกตำแหน่งให้เพื่อนๆที่ยังไม่ตายได้อีกด้วย และแน่นอนครับว่าฝ่ายรุกก็สามารถทำลายกล้องพวกนี้ได้โดยวิธีง่ายๆ อย่างการยิงมันทิ้งไปซะล่ะครับ แต่การทำแบบนี้ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีซักเท่าไร เพราะในเกมก็มี Operator ฝ่ายรุกอยู่ตัวหนึ่งที่สามารถ Hack กล้องของฝ่ายป้องกันได้ ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีอีกด้วย

ซุ่มจากระยะไกล ก็เป็นความคิดที่ดี

มาพูดถึงเรื่องอาวุธภายในเกมกันบ้าง สำหรับ Rainbow Six Siege อาวุธภายในเกมก็มีความสมดุลย์อยู่มาก โดยฝ่ายรุกปืนส่วนใหญ่จะเป็นพวก AR, DMR, หรือ LMG ในขณะเดียวกันฝ่ายป้องกันก็จะเป็นปืนพวก SMG, Shotgun เสียส่วนใหญ่ ผู้เล่นอาจจะมองว่ามันไม่สมดุลย์ แต่อย่าลืมว่าปัจจัยหลักๆ ของเกมคือการรุกและรับ

ปืนโคตร Classic อย่าง MP5 ก็มีให้ใช้

ฝ่ายป้องกันนอกจากจะมีปืน SMG, Shotgun ที่ทำหน้าที่ของมันได้ดีในระยะประชิดแล้ว ก็ยังมีสารพัดกับดัก และการ Setup การวางแผนตั้งรับฝ่ายรุกที่จะบุกเข้ามาตามจุดต่างๆ ที่ยังไงๆฝ่ายป้องกันก็ต้องเตรียมตัวรับไว้อยู่แล้ว หากเราลองนึกภาพฝ่ายป้องกันที่มี Sniper Rifle หรือปืนชนิด DMR ใช้ งานนี้ฝ่ายรุกคงไม่ต้องทำอะไรกันแล้วล่ะ


Downloadable Content


Rodemap การ Update ของตัวเกมทุกๆ Season

มาพูดถึงในส่วนของ DLC กันบ้างครับ แน่นอนว่าเกมยุคนี้มันอยู่ได้เพราะ DLC ทั้งหลาย สำหรับ MMORPG ก็คงจะเป็นพวก Expension Pack ที่ต่ออายุเกมไปเรื่อยๆ และเจ้า Rainbow Six Siege มันก็ต่ออายุตัวเองด้วย DLC

แต่เดี้ยวก่อน เรามาดูวิธีการต่ออายุของเกมแนวๆ เดียวกันก่อนครับ เริ่มต้นจากเกมอย่าง CSGO,PUBG ที่ต่ออายุด้วยฐานผู้เล่นพร้อมกับ Loot Box ภายในเกมที่จะเต็มไปด้วยของแต่งแฟชั่นทั้งหลายที่ไม่ส่งผลต่อการเล่น แต่ส่งผลต่อจิตใจของผู้เล่น

สำหรับ Rainbow Six Siege เองก็มาพร้อมกับ Microtransactions ที่ผู้เล่นสามารถชื้อของตบแต่งปืน หรือตัวละคร Operator ของตัวเองได้แบบจัดเต็มเช่นกัน และที่ขาดไม่ได้คือการปลดล็อคตัวละครใหม่ๆ ด้วยนั่นเองครับ

ถึงจุดนี้ผู้อ่านก็คงจะรู้สึกได้กลิ่นแปลกๆแล้ว เมื่อเกมที่เน้นการเล่นเป็นทีม มีการเลือก Operator ตามสถานการณ์ต่างๆ ยังต้องจ่ายเงินเพื่อปลดล็อค Operator ด้วยหรอ คำตอบคือ ใช่ครับ

สิ่งที่จะได้จากการชื้อ Year Pass คุ้มไหม คิดกันเอง

และนั้นก็คือ DLC ของเกมที่จะแบ่งเป็น Year Pass หรือก็คือ Season Pass ที่เมื่อผู้เล่นจ่ายทีเดียวแล้ว ทุกๆ Update Season ใหม่ ผู้เล่นก็จะได้รับตัวละครไปเล่นได้ทันที แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ชื้อ ก็ยังสามารถเล่นตัวละครใหม่ๆได้ โดยการปลดล็อคก็มี 2 วิธี คือการเก็บเงินภายในเกม หรือเติมเงินชื้อภายในเกม ที่ตกแล้วตัวละ 4.99 USD ต่อ 1 ตัวละครครับ

Ash เป็นตัวละครเริ่มต้นที่โคตรฮิตที่สุดในเกม

แต่อย่าเพิ่งส่ายหน้าหนีไปครับ เพราะคุณรู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้ตัวละครที่มี Pick Rate สูงๆ หรือตัวละครที่มีความสามารถพื้นฐานที่โคตรจำเป็นต่อการเล่นทุกๆครั้ง ก็คือตัวละครเริ่มต้นที่มีมากับเกมทั้งหมด 20 ตัวไม่ต้องปลดล็อคอะไรเพิ่มเลย ตัวผมเองที่มี Year Pass ทุกปี ก็ยังเล่นแต่ตัวละครเดิมๆที่มาจากตัวเกมเริ่มต้นเลย

แต่ความสามารถของ Year Pass ก็ยังไม่หมดแค่นี้ครับ จากที่ผมได้บอกไปในตอนแรกว่าตัวเกมมีแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม สกินปืนต่างๆมากมาย สำหรับคนที่มี Year Pass ก็จะได้ส่วนลด 10% ทุกครั้งที่ชื้อของพวกนี้ไปตลอดปี จนกว่าจะมี Pass ใหม่ในปีหน้าครับ

เกมนี้ก็มี Loot Box นะเออ

และแน่นอนว่าตัวเกมเองก็ยังมี Loot Box กับเขาด้วยเช่นกัน โดยไอ่ Loot Box พวกนี้จะมาเป็นรูปแบบ Pack ที่จะสุ่มได้เรื่อยๆหลังเล่นจบเกม โดยเปอร์เซ็นต์การได้ Pack มันจะเพิ่มไปเรื่อยๆ ยิ่งเล่นเยอะ โอกาสได้ก็ยิ่งสูง แน่นอนว่าหากมี Year Pass เราก็จะได้เปอร์เซ็นต์เพิ่มอีกด้วย

Rainbow Six ก็กลายเป็นเกมแต่งตัวได้เช่นกัน ..

และทั้งหมดนี้ก็คือ DLC หรือ Microtransaction ภายในเกม ที่ส่วนตัวผมเองก็ไม่ชอบไอ่ระบบแบบนี้เลย แต่ก็ต้องบอกว่ามันก็ไม่ได้แย่จนน่าเกลียด ในทางกลับกันมันทำให้เรามีจุดมุ่งหมายภายในเกม นอกจากจะเล่นเพื่อชนะอย่างเดียว แต่เอาเวลามาเก็บตัง (ภายในเกม)ชื้อของแต่งตัวสวยๆเท่ๆ ใส่โชว์ก็เป็นอะไรที่ฟินได้เหมือนกันนะ


E-SPORT Ready ?


Team G2 แชมป์โลก R6 ที่เพิ่งแข่งไปในงาน Six Major Paris 2018 ที่ผ่านมา

มาพูดถึงในแง่ของ E-SPORT Pro League กันบ้าง สำหรับเกม Rainbow Six Siege ก็เพิ่งจะเข้ามามีบทบาทหลักๆในวงการ E-SPORT ได้ไม่นานมากนัก ซึ่งถ้าหากเรานำตัวเลขผู้เข้าชมการถ่ายทอดสดในปัจจุบันมาวัด ก็จะแสดงให้เห็นเลยว่า Rainbow Six Siege ได้มีเวทีขนาดใหญ่พอๆ กับเกมอย่าง Counter Strike เข้าไปแล้ว

ภาพจาก APAC Qualifiers ปี 2017

แต่ถึงแบบนั้นความนิยมของเกมนี้ก็ถือว่ายังต่ำมากๆ หากเรานำเอามาเปรียบเทียบกับทวีป Asia บ้านเรา ที่ส่วนมากจะเล่นเกมอย่าง CSGO,PUBG กันเสียส่วนใหญ่ ในระยะหลังๆมา Ubisoft ได้พยายามลดราคาตัวเกมบ่อยมากๆ และมีการจัด Pro League Asia อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากเกมเมอร์ฝั่ง Asia สักเท่าไร

หากพูดถึงในบ้านเรา ชื่อของ Rainbow Six Siege อาจจะเป็นชื่อที่ดูแปลกไปเลย หากนำเอาไปพูดถึง เนื่องด้วยทุกวันนี้มองไปทางไหนก็จะเจอแต่ PUBG และ CSGO เต็มไปหมด เพราะด้วยการที่ตัวเกมมันเข้าถึงได้ง่ายมากๆ ใครๆก็เล่นได้ แตกต่างจาก Rainbow Six Siege ที่ต้องใช้การศึกษา และ แทคติกในการเล่นเป็นอย่างสูง

35 ล้านคนแล้ว !! ภาพจาก E3 2018

มาจนถึงวันนี้ Rainbow Six Siege มีผู้เล่น 35 ล้านคนทั่วโลก แต่มีผู้เล่นเฉลี่ยรายวันสูงสุดอยู่ที่ 120,000 คนต่อวัน ข้อมูลนี้วัดจาก Steam แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีผู้เล่นที่อยู่ใน uPlay, PS4, Xbox One อีกมากที่ไม่ได้นำมารวบรวม หากดูจากตัวเลขแล้วก็ยังถือว่าน้อย หากเรานำไปเปรียบเทียบกับเกมแนวคล้ายๆกันอย่าง CSGO ที่มีผู้เล่นกว่า 450,000 คนต่อวันครับ

Ela อีกหนึ่ง Operator ที่ทำให้ผมชอบเกมนี้ …

สำหรับส่วนตัวผมแล้ว Rainbow Six Siege เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ด้วยระบบการเล่นที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Teamwork โดยเฉพาะ และการดูแล การจัดการบริหารตัวเกมของ Ubisoft ที่ค่อนข้างดี ทำให้ตัวเกมมีอะไรใหม่ๆมาเสนอผู้เล่นอยู่ตลอดเวลา ด้วยการที่ตัวเกมเน้นการเล่นแบบ Multiplayer เพียงอย่างเดียว รับประกันได้เลยว่าเราจะได้เห็นชื่อของเกมนี้ไปอีกนานหลายปีแน่นอนครับ


สุดท้ายนี้ ผมเขียนบทความนี้ขึ้นเนื่องในหลายโอกาส อย่างแรกเลยก็คือการที่ผมเบื่อและเอียนกับเกมแนว Battle Royale อย่างสุดๆ รวมไปถึงเบื่อเกมแบ่งทีมยิงเดิมๆอย่าง CSGO, Battlefield ที่วนลูปอยู่กับการเล่นเดิมๆมาตลอดหลายปี

และที่ยิ่งไปกว่านั้น คือการที่ตัวเกม Rainbow Six Siege กำลังจะมี Update ครั้งใหญ่ Year 3 Season 3 “Operation Grim Sky” ที่จะเข้าในวันที่ 4 กันยายนนี้ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับที่ใครอยากจะลองทำความรู้จักกับ Rainbow Six Siege ครับ

Operation Grim Sky 4 กันยายน 2018 นี้