Read
| People
07/09/2026
Worawalan | 3 days ago
โดนัลด์ ทรัมป์ เอานโยบายมาทำเป็นเกม ! เปิดให้เล่นฟรี
ทำเนียบขาวมีเกมให้เล่นแล้วนะ ล่าสุดเว็บไซต์ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดตัว “Arcade” ที่รวมเกมออนไลน์ให้คนเข้าไปเล่นได้ฟรี แถมแต่ละเกมไม่ได้ทำมาเล่น ๆ แต่เอานโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มาดัดแปลงเป็นเกมแบบย้อนยุคอีกด้วย ตอนนี้มีเกมทั้งหมด 5 เกม โดยใช้กราฟิกแบบเกม Arcade เก่า ๆ ที่ดูเหมือนหลุดมาจากยุค 80s-90s แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นเรื่องการเมืองเต็ม ๆ เกมที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ “Build the Wall” ที่เอาไอเดียจากเกม Tetris มาปรับใหม่ ให้ผู้เล่นสร้างกำแพงตามแนวชายแดนเพื่อรับมือกับสิ่งที่เกมเรียกว่า ฝูงคนที่กำลังเข้ามา อีกเกมคือ “Rio Run” ที่หยิบรูปแบบการเล่นคล้ายเกม Snake มาใช้ แต่เปลี่ยนจากการเก็บสิ่งของมาเป็นการไล่จับผู้อพยพที่พยายามข้ามแม่น้ำริโอแกรนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการควบคุมชายแดนของรัฐบาลทรัมป์ นอกจากเรื่องชายแดนแล้ว ยังมีเกมที่หยิบเรื่องอื่น ๆ ในแนวนโยบายของรัฐบาลมาทำเป็นเกมด้วย อย่าง “Freedom 250” ที่เกี่ยวกับการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ และเกมที่เกี่ยวกับโครงการเงินออมสำหรับเด็ก รวมถึงนโยบายอาหารกลางวันในโรงเรียน ฟังดูเหมือนเกมเล่นสนุก ๆ แต่จริง…04/09/2026
สวนกระแสโลก ! นิวยอร์กสั่งเบรก AI ในโรงเรียนรัฐ กระทบเด็กกว่า 6 แสนคน
ในยุคที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI แต่ที่นิวยอร์กกลับสั่งห้ามใช้ เพราะล่าสุดนิวยอร์กประกาศพักการใช้ Generative AI สำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2-K ไปจนถึงเกรด 8 (มัธยมศึกษาตอนต้น)เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2026-2027 โดยนโยบายนี้จะกระทบนักเรียนโรงเรียนรัฐเกือบ 600,000 คน หรือประมาณ 2 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมดในระบบการศึกษาของเมือง ก็คือต่อให้มี AI อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ก็เอามาใช้ช่วยทำการบ้าน ช่วยตอบคำถาม หรือคุยกับแชตบอตในห้องเรียนไม่ได้เหมือนเดิม เหตุผลหลัก ๆ ก็เพราะทางเมืองมองว่า AI เข้ามาอยู่ในชีวิตเด็กเร็วมาก จนต้องหันมามองว่าเทคโนโลยีนี้กำลังช่วยให้เด็กเรียนรู้จริง ๆ หรือกำลังทำให้เด็กพึ่งพามันมากเกินไปกันแน่ ที่น่าสนใจคือนี่ไม่ใช่การแบน AI แบบห้ามโรงเรียนแตะ AI ทุกอย่าง แต่เป็นการห้าม AI ที่นักเรียนใช้โดยตรง โดยครูและโรงเรียนยังสามารถใช้ AI ในบางอย่างเพื่อช่วยเรื่องการสอนได้ และนโยบายนี้ก็ถูกกำหนดไว้เป็นการพักการใช้งาน 1 ปี ไม่ใช่การแบนถาวร สิ่งที่ขัดกันคืออีกด้านหนึ่งผู้ใหญ่ทั่วโลกกำลังบอกเด็กว่าอนาคตต้องใช้…04/09/2026
เช็กรายชื่อ 15 ทีมที่เข้ารอบประกวดหนังสั้นวันแม่ “จำได้มั้ย…ว่าแม่ชอบกินอะไร”
ต้องยอมรับเลยว่า เด็กไทยทุกวันนี้มีฝีมือด้านการถ่ายทำและเล่าเรื่องที่เก่งกาจก้าวหน้าไปมากจริง ๆ จนแม้แต่ผู้กำกับชื่อดังระดับแนวหน้าอย่างพี่เต๋อและพี่เติ้ลยังต้องออกปากชื่นชมและยอมรับในความสามารถ เมื่อ CP ได้มอบโจทย์ที่ทัชใจใครหลายคนอย่าง 'จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?' เพื่อให้น้อง ๆ นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศได้นำไปถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นหนังสั้นแนวตั้ง ผลงานที่ส่งเข้าประกวดแต่ละเรื่องนั้นทำถึง และซึ้งกินใจกันมาก ๆ สามารถดึงอารมณ์และถ่ายทอดความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูกออกมาได้อย่างดี และนี่คือหนังสั้นของทั้ง 15 ทีมที่สามารถผ่านเข้ารอบมาได้สำเร็จ ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนจากสถานศึกษาทั่วประเทศ ได้แก่ Thungsong Hometown จาก โรงเรียนทุ่งสง KidLens จาก โรงเรียนสวนแตงวิทยา EduVengerS จาก โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย Asc production จาก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ก่อนมะลิบาน จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร Comarts Prakan จาก โรงเรียนสมุทรปราการ CSU.CORE จาก โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ กองโจรโปรดักชั่น จาก โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 18 Films จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ F22 STUDIO จาก…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 6 days ago
Read More28/08/2026
ชนะคดีฟ้องชู้ แต่ต้องติดคุกเอง ! เพราะใช้ ‘หุ่นยนต์ดูดฝุ่น’ แอบถ่าย
เรื่องนี้พีกในพีก เริ่มจากชายชาวไต้หวันคนหนึ่งชนะคดีแพ่งในการฟ้องร้องภรรยาและชายชู้ คำพิพากษาของศาลระบุว่า ชายคนนี้แต่งงานในปี 2021 ทั้งคู่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ของฝ่ายชาย และจะไปพักที่บ้านพักตากอากาศเฉพาะช่วงวันหยุดเท่านั้น ในเดือนกันยายนปี 2023 เขาพบแปรงสีฟันที่ถูกใช้งานแล้วในบ้านพักตากอากาศ ทำให้เริ่มสงสัย หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากลานจอดรถ เขาก็พบชายแปลกหน้าคนหนึ่งขับรถมาส่งภรรยาของตัวเอง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเป็นเหตุ สามเดือนต่อมา เขาเปิดใช้งาน 'หุ่นยนต์ดูดฝุ่น' ที่บ้านจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ โดยตั้งใจจะใช้ฟีเจอร์ไมโครโฟนของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเพื่อส่งเสียงคุยกับภรรยา แต่ภาพที่เห็นคือภรรยากำลังทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายคนอื่นอยู่ เขาจึงบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี สามีก็ใช้วิดีโอนี้เป็นหลักฐานฟ้องร้องภรรยาและชายชู้ฐานละเมิดสิทธิสมรส โดยเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งศาลแพ่งตัดสินว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเกินเลยกว่าความเป็นเพื่อน และสั่งให้คู่กรณีจ่ายเงินชดเชยให้สามี 500,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 5.4 แสนบาท) พันธะสมรสไม่ได้อยู่เหนือสิทธิความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ชัยชนะทางคดีแพ่งนี้ไม่ได้ปกป้องเขาจากความผิดเรื่องวิธีการได้มาซึ่งหลักฐาน ภรรยาของเขาฟ้องกลับในข้อหาแอบบันทึกภาพส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม ฝ่ายชายโต้แย้งว่าวิดีโอดังกล่าวได้รับการยอมรับจากศาลแพ่งแล้ว และการกระทำของเขานั้น 'ชอบด้วยกฎหมาย' แต่ศาลปฏิเสธคำแก้ต่างนี้ โดยชี้ว่าพันธะสมรสไม่ได้อยู่เหนือสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล นอกจากนี้ แสงไฟหรือเสียงเตือนจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ก็ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าภรรยารู้ตัวหรือยินยอมให้ถูกบันทึกภาพ ทำให้ชายคนนี้ถูกตัดสินจำคุก 5 เดือน และปรับเงิน 150,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ฐานบันทึกภาพส่วนตัวอย่างผิดกฎหมาย เพราะภายใต้กฎหมายไต้หวัน การแอบบันทึกหรือเปิดเผยกิจกรรมส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 13 days ago
Read More28/08/2026
ยาโยอิ คุซามะ ราชินีลายจุดผู้เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นศิลปะระดับโลก
ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ถูกขนานนามว่าเป็น "ราชินีแห่งลายจุด" เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 97 ปี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 แต่สิ่งที่เธอทิ้งไว้คือผลงานศิลปะอันน่าจดจำ และเรื่องราวชีวิตที่แสดงให้เห็นว่าศิลปะสามารถเป็นได้ทั้งภาษา ที่พักพิง และเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ คุซามะ เกิดที่เมืองมัตสึโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1929 เธอเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่ง แต่วัยเด็กกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเจ็บปวด จากแม่ที่ชอบทำร้ายและพ่อที่ไม่ซื่อสัตย์ ทำให้คุซามะเริ่มมีอาการเห็นภาพหลอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งเธอรับมือกับมันด้วยการวาดมันออกมา จนลายจุดและดอกไม้กลายเป็นลายเซ็นติดตัวเธอมาตลอดชีวิต คุซามะเดินทางออกจากญี่ปุ่นไปยังนิวยอร์กช่วงปี 1958 ทำให้เธอรู้จักกับโดนัลด์ จัดด์ (Donald Judd) ศิลปินและนักทฤษฎี และทำให้เธอวาดภาพ “ตาข่ายไร้พรมแดน” (infinity nets) ซึ่งเป็นผืนแผ่นลายจุดหนาแน่นที่แผ่ขยายเต็มผืนผ้าใบ จนกระทั่งปี 1962 คุซามะได้ขายชิ้นงานนี้ให้กับ จัดด์ และแฟรงก์ สเตลลา (Frank Stella) ในราคา 75 เหรียญสหรัฐฯ…รัชนี สังข์แก้ว | 13 days ago
Read More11/08/2026
ทรู สนับสนุนน้องเนเน่ลุยเวที AGT สนับสนุน iPhone พร้อมแพ็กเกจเชื่อมไทย – อเมริกา
'เนเน่ รอยัล' หรือ 'แพรว–รัตติการ อัมลอย' สาวน้อยวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ที่ล่าสุดได้ปล่อยของโชว์ความสามารถในรอบ Judges’ Callbacks บนเวที AMERICA’S GOT TALENT ซีซัน 21 โดยเนเน่ได้หยิบเพลงร็อกสุดหินอย่าง 'Hysteria' ของวง Muse มาโชว์พลังเสียงและลีลาการโซโล่กีตาร์ที่ดุดันจนสะกดผู้ชมทั้งสตูดิโอ เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือจากกรรมการ และส่งความสนุกออกมาได้อย่างเลิศ ๆ เลย แน่นอนว่าการเดินทางไปแข่งขันในต่างแดน ย่อมเต็มไปด้วยความท้าทายและความกดดัน การมีแรงสนับสนุนและกำลังใจที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงได้เข้ามาสนับสนุนน้องเนเน่ โดยทรูได้เข้ามาดูแลเรื่องการสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างไทยและอเมริกา เพื่อให้น้องเนเน่และครอบครัวยังคงติดต่อพูดคุยกันได้เสมอ ทำให้สาวน้อยวัย 16 ปีคนนี้ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว และสามารถรับรู้ถึงทุกพลังใจรวมถึงเสียงเชียร์จากคนไทย ที่ส่งตรงข้ามทวีปไปถึงลอสแอนเจลิสได้ คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงความตั้งใจในการผลักดันเยาวชนไทยในครั้งนี้ว่า "ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง 'เนเน่ รอยัล' บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 30 days ago
Read More04/08/2026
อีก 5 ปี AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ และมนุษย์สามารถ ‘เลือก’ ที่จะทำงานได้
ถ้าพูดถึงบุคคลที่เหมือนตัวละครจากหนังสือหรือภาพยนตร์ไซไฟ (Sci-Fi) มีแนวคิดที่ล้ำและไม่เหมือนใคร แต่กลับคาดการณ์โลกอนาคตได้อย่างน่าสนใจ วินาทีนี้ต้องยกให้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในบทสัมภาษณ์ที่ปล่อยออกมาล่าสุดจาก The Economist เป็นพอดแคสต์สัมภาษณ์มัสก์ยาวหนึ่งชั่วโมงกว่า มีการพูดคุยถึงประเด็นของ AI, แรงงานมนุษย์, แนวคิดการเป็นผู้นำในองค์กร และการเมืองฝั่งยุโรป อย่างไรก็ตาม ทีม bt beartai ได้ฟังและเก็บประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวเราทุกคนมาให้ลองอ่านกัน อีกไม่กี่ปี AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ มัสก์มองว่ามนุษย์ไม่มีทางหนีพ้น AI เขามองภาพรวมเป็น ‘AI Singularity’ คือเปรียบเทียบ AI เป็นเหมือนหลุมดำที่จะดึงทุกคนลงไป ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งมันได้ มัสก์คาดการณ์ว่าในอีกราว 10 ปีข้างหน้า (ประมาณปี 2036) ผลลัพธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือ ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อ (The Age of Amazing Abundance) โดยทุกคนจะได้รับทุกสิ่งที่ตนเองคิดหรือต้องการ (ยกเว้นแต่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกหรือสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาก่อน) AI ในปัจจุบันก้าวหน้าเร็วมากในโลกดิจิทัล แต่จำเป็นต้องมีส่วนเชื่อมต่อกับโลกกายภาพด้วย…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 37 days ago
Read More27/07/2026
ถ้าคนทั้งโลกหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ อาจช่วยลดโลกร้อนได้มากกว่าที่คิด
หลายคนอาจคิดว่าการเลือกรับประทานอาหารส่งผลแค่ต่อสุขภาพของตัวเอง แต่ผลการศึกษาฉบับใหม่ชี้ว่า การเปลี่ยนอาหารบนจานของคนทั้งโลก อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าที่ใครจะคิด ปัจจุบัน ระบบอาหารทั่วโลกมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 1 ใน 3 ของการปล่อยทั้งหมด และยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้น้ำจืดในปริมาณมาก และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน นักวิจัยจึงมองว่าการปรับเปลี่ยนระบบอาหารเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักวิจัยจาก London School of Hygiene & Tropical Medicine และเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ ได้จำลองสถานการณ์ว่าหากประชากรโลกหันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ภายในปี 2050 โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แค่เปลี่ยนการกิน โลกก็เปลี่ยน ผลการศึกษาพบว่า ถ้าคนทั่วโลกหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเน้นที่ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่ว ลดการกินเนื้อแดง อาหารแปรรูป และน้ำตาล พร้อมช่วยกันลดอาหารเหลือทิ้ง ก็อาจช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบอาหารได้ถึง 85% ภายในปี 2050 อีกทั้งยังลดความจำเป็นในการขยายพื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ เปิดโอกาสให้พื้นที่บางส่วนฟื้นกลับเป็นธรรมชาติ และเพิ่มการผลิตอาหารจากพืชที่ดีต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ทำไม "อาหาร" ถึงเกี่ยวกับโลกร้อน ? ระบบอาหารของโลก ตั้งแต่การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ แปรรูป ขนส่ง…27/07/2026
Medical Bias คืออะไร ? เมื่ออคติอาจกระทบการรักษา
ช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มพูดถึงคำว่า Medical Bias หรือ "อคติในการรักษา" มากขึ้น หลังเกิดกระแสจากข่าวที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า หากบุคลากรทางการแพทย์มีอคติต่อผู้ป่วย จะส่งผลต่อการรักษาหรือไม่ Bias คืออะไร ? ต้องเข้าใจก่อนว่า Bias หรือ “อคติ” คือแนวโน้มในการมอง ประเมิน หรือตัดสินบุคคลและสถานการณ์ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยอาจเกิดขึ้นทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวอคติเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในอดีต ความเชื่อ ค่านิยม สภาพแวดล้อม หรือข้อมูลที่แต่ละคนเคยได้รับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสองคนจะมองเหตุการณ์เดียวกันแตกต่างกันเราอาจเชื่อใจคนที่มีบุคลิกคล้ายกับตัวเองมากกว่า หรือประเมินคนจากรูปลักษณ์ อาชีพ อายุ หรือฐานะ ก่อนที่จะได้รู้จักข้อมูลทั้งหมด บางครั้งอคติเหล่านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึก แต่บางครั้งก็อาจส่งผลต่อวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่นต่างไปจากที่ควรจะเป็น ผิดจากมาตรฐานหรือขั้นตอนที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในอาชีพบุคลากรทางการแพทย์ที่การตัดสินใจส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่น แล้ว Medical Bias คืออะไร ? Medical Bias คือ อคติหรือความลำเอียงที่เกิดขึ้นในการดูแลรักษาทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยบางกลุ่มได้รับการประเมิน วินิจฉัย หรือรักษาแตกต่างจากผู้อื่น แม้จะมีอาการคล้ายกันก็ตาม เพราะบุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นมนุษย์ จึงอาจได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ความเชื่อ หรือข้อมูลที่เคยพบ แม้อคติเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่หากส่งผลต่อการรับฟังผู้ป่วย…27/07/2026
ทำไมคนดังถึงขายของแพง แต่คนก็ยังยอมซื้อ ?
หลายครั้งที่สินค้าเดียวกัน หากติดชื่อคนดังราคากลับสูงขึ้นหลายเท่า แต่สินค้าเหล่านั้นก็ยังขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน อาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือสินค้าคอลแลบ หลายคนอาจตั้งคำถามว่า คนซื้อเพราะของดี หรือซื้อเพราะเป็นของคนดัง ? คำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่าง เพราะงานวิจัยด้านจิตวิทยาและการตลาดพบว่า การตัดสินใจซื้อของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจาก "ความรู้สึก" ที่มีต่อคนขายด้วย เมื่อก่อนคนดูทีวี วันนี้คนดูมือถือ การใช้คนดังขายของไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะแบรนด์ใช้ดาราและคนมีชื่อเสียงเป็นพรีเซนเตอร์มานานแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในยุคโซเชียลคือ จากเดิมที่เราเห็นคนดังผ่านโฆษณาไม่กี่นาที วันนี้เรากลับติดตามชีวิตของพวกเขาแทบทุกวัน ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อใจมากกว่าในอดีต สมองสร้าง "ความรู้สึกสนิท" ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน หลายคนอาจเคยรู้สึกว่า อินฟลูเอนเซอร์หรือคนดังบางคนเหมือนเป็นเพื่อน ทั้งที่ไม่เคยพูดคุยกันจริง ๆ เพราะเราเห็นเขาใช้ชีวิตผ่านคลิป วิดีโอ หรือไลฟ์อยู่แทบทุกวัน จนเกิดความรู้สึกคุ้นเคยและไว้ใจ นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Parasocial Relationship หรือ "ความสัมพันธ์ทางเดียว" คือความรู้สึกผูกพันที่ผู้ชมมีต่อคนดัง แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้จักเราเลยก็ตาม เมื่อคนที่เรารู้สึกไว้ใจแนะนำสินค้าสักชิ้น เราจึงมักรู้สึกเหมือนกำลังฟังคำแนะนำจากคนรู้จัก มากกว่าการดูโฆษณาทั่วไป ทำให้มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อได้มากกว่า เมื่อชอบคน ก็มีแนวโน้มจะชอบของที่เขาขาย อีกเหตุผลหนึ่งคือหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Halo Effect พูดง่าย…27/07/2026
เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในอนาคตมนุษย์จะอยู่อย่างไร ?
ทุกวันนี้ โลกกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากกว่าเดิม ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า รวมถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป มนุษย์จะใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างไรในอนาคต รายงานล่าสุดจาก IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ได้ระบุว่า ถึงเราจะยังสามารถลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ แต่ผลกระทบบางส่วนได้เกิดขึ้นแล้วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้น นอกจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว มนุษย์ยังต้องเร่ง "ปรับตัว" เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงต่อไปได้ เมืองอาจต้องถูกออกแบบใหม่ ถ้าหากในอนาคตอุณหภูมิยังคงที่สูงขึ้น เมืองต่าง ๆ อาจต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อให้ผู้คนยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดความร้อน สร้างระบบกักเก็บน้ำเพื่อรับมือน้ำท่วม ใช้วัสดุสะท้อนความร้อนกับอาคาร รวมถึงออกแบบบ้านและสิ่งปลูกสร้างให้รองรับคลื่นความร้อนและสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น IPCC ได้มองว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวเหล่านี้ไม่ใช่เพียง "ทางเลือก" แต่เป็นสิ่งที่หลายประเทศจำเป็นต้องทำ หากต้องการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว วิธีทำงานและการใช้ชีวิตอาจเปลี่ยนไป เมื่อวันที่อากาศร้อนจัดเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม หลายประเทศอาจต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น เปลี่ยนเวลาทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน พัฒนาระบบเตือนภัยคลื่นความร้อน เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่มีร่มเงาหรือเครื่องปรับอากาศ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยลดการใช้พลังงานในบ้านและอาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารและน้ำจะยิ่งมีความสำคัญ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้การเพาะปลูกทำได้ยากขึ้น หลายพื้นที่อาจต้องปลูกพืชที่ทนแล้งมากกว่าเดิม เพื่อช่วยให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้มากขึ้น…24/07/2026
ทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่กับกว่า 60 ประเทศ รวมไทย อ้างปม ‘แรงงานบังคับ’
รัฐบาลสหรัฐฯ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่ในอัตรา 10% หรือ 12.5% จากประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงไทย สหภาพยุโรป (EU) และจีน โดยอ้างเหตุผลว่าประเทศเหล่านี้หย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายแบนสินค้าที่มาจาก 'แรงงานบังคับ' (Forced labor) การประกาศนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับที่มาตรการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% แบบชั่วคราวกำลังจะหมดอายุลงพอดี นี่ถือเป็นความพยายามล่าสุดของทำเนียบขาว ที่จะรื้อฟื้นนโยบายการเก็บภาษีจากเกือบทุกประเทศทั่วโลกตามที่ทรัมป์เคยหาเสียงไว้ หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เพิ่งตีตกมาตรการเก็บภาษี 'ต่างตอบแทน' ในอัตรา 10% ถึง 50% ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมาตรการที่ทรัมป์งัดกฎหมายฉุกเฉินแห่งชาติมาใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อหวังลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ครอบคลุมสินค้านำเข้าสหรัฐฯ 99.4% กำแพงภาษีใหม่นี้ถูกประกาศในเอกสารของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยครอบคลุมสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ถึง 99.4% แต่ก็ยังมีการยกเว้นให้กับสินค้าหลายประเภท เช่น น้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย และอาหารบางชนิด อำนาจตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 48 days ago
Read More22/07/2026
เปิดประวัติไผ่ทองไอสครีม ที่คนไทยหลาย ๆ คนรู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง
จำได้ไหมว่าสมัยเด็ก ๆ รถอะไรที่มักมาพร้อมเสียงกระดิ่งเรียกคนออกจากบ้านมาซื้อของท่ามกลางอากาศร้อน ๆ ? รถไอศกรีมคันสีเขียวพ่วงข้างอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับถังไอศกรีมสีเขียวนีออนที่มีมากมายหลายรสข้างใน และกรวยไอศกรีมที่ช้อนเรียงกันสูงเกือบชนร่มที่ติดตั้งมากับรถพ่วง มาพร้อมกระปุกถั่วและขวดช็อกโกแลต ภาพของรถไอศกรีม ‘ไผ่ทอง’ ยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน บทความวันนี้เราจะพาคุณมาแบไต๋ ‘ไผ่ทองไอสครีม’ ร้านไอศกรีมแฟรนไชส์ที่อยู่คู่คนไทยมาหลายสิบปี จุดตั้งต้นของไผ่ทองไอสครีม จุดเริ่มต้นของ ‘ไผ่ทองไอสครีม’ มาจากความมุ่งมั่นของ ‘กิมเซ้ง แซ่ซี’ ชาวจีนอพยพที่เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างในโรงงานไอติม ยุคที่ไอติมยังตักใส่กระบอกไม้ไผ่และมีรสชาติไม่คงที่ เขาจึงตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยเลือกทำไอติมกะทิวัตถุดิบพื้นบ้านที่เข้าถึงง่ายและถูกปากคนไทยมากที่สุด อันที่จริงไผ่ทองไอสครีมไม่ได้มีคอนเซปต์อะไรมาก คุณรตา ชัยผาติกุล ทายาท ‘ไผ่ทองไอสครีม’ เจเนอเรชันที่ 2 เล่าว่าเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว พ่อ-แม่ของเธอเป็นคนคิดค้นสูตรไอศกรีม โดยอาศัยสิ่งที่มี ณ ตอนนั้นในการผลิต อย่างถ้วยตราไก่ธรรมดา ๆ แล้วจดเอาไว้ว่าใส่สัดส่วนไปเท่าไหร่ จากนั้นก็เริ่มขายอย่างจริงจัง 70 ปี แห่งประสบการณ์ : กว่าจะเป็นไผ่ทอง เคยใช้ชื่อ ‘ไอสครีมหมีบิน’ มาก่อน ย้อนกลับไปเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว กิมเซ้ง…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 51 days ago
Read More21/07/2026
Multitasking ได้ เพราะสมองดีกว่าจริงไหม ?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงสามารถประชุมไปด้วย ตอบแชตไปด้วย และทำงานไปด้วยได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กับบางคนแค่มีข้อความเด้งขึ้นมา ก็ทำให้เสียสมาธิจนกลับมาทำงานต่อได้ยาก ความจริงแล้ว นักประสาทวิทยาระบุว่า สมองของคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานหลายอย่างที่ต้องใช้ความคิดหนัก ๆ พร้อมกัน แต่สิ่งที่เราเรียกว่า "Multitasking" หรือการทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่คือการสลับความสนใจไปมาระหว่างงานอย่างรวดเร็วมากกว่า แล้วทำไมบางคนถึงดูเหมือนทำหลายอย่างได้พร้อมกัน ? แม้เราจะเห็นว่าบางคนสามารถทำงานหลายอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสมองของพวกเขาสามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้จริง ๆ นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้ว่า คนกลุ่มนี้มักมีความสามารถในการสลับความสนใจ หรือ Task Switching ได้รวดเร็ว ทำให้เปลี่ยนจากงานหนึ่งไปสู่อีกงานหนึ่งและสามารถกลับมาโฟกัสงานเดิมได้ นอกจากนี้ หากงานบางอย่างทำจนชำนาญอย่างเช่น การพิมพ์ การอ่าน หรือการเขียน สมองจะใช้พลังงานในการประมวลผลน้อยลง เลยสามารถทำงานควบคู่กันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บางคนยังสามารถมีสมาธิกับงานได้ดีกว่า ทำให้ดูเหมือนทำหลายอย่างพร้อมกันได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว สมองกำลังสลับโฟกัสระหว่างแต่ละงานอย่างรวดเร็ว แล้วการทำหลายอย่างพร้อมกันดีจริงไหม ? แม้หลายคนจะรู้สึกว่าการทำหลายอย่างพร้อมกันช่วยประหยัดเวลา แต่งานวิจัยจำนวนมากกลับพบว่า หากเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดหรือสมาธิ สมองจะต้องคอยสลับไปมาระหว่างแต่ละงานอยู่ตลอด ส่งผลให้ใช้เวลาทำงานนานขึ้น มีโอกาสผิดพลาดมากขึ้น และรู้สึกเหนื่อยล้าทางสมองได้ง่ายกว่าเดิม นักวิทยาศาสตร์เรียกผลกระทบนี้ว่า Switch Cost หรือ "ต้นทุนของการสลับงาน" ซึ่งหมายถึงเวลาที่สมองต้องเสียไปทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปทำอีกงานหนึ่ง แม้จะเป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาที…17/07/2026
ถนัดซ้ายหรือขวาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ? ถอดรหัสลับการเลือกข้างเพื่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมกว่า 90% ของมนุษย์ทั่วโลกถึงถนัดขวา และเพียง 10% เท่านั้นที่ถนัดซ้าย ? บางคนอาจคิดว่ามันเกิดขึ้นจากการฝึกสอนตั้งแต่ยังเด็ก ๆ บางคนก็เชื่อว่าอาจจะส่งผ่านมาทางพันธุกรรม หรือบางคนก็มองว่ามันเกิดจากการวิวัฒนาการ ซึ่งดูเหมือนว่าอย่างหลังจะถูกพิสูจน์ว่าจริง เพราะล่าสุดนักวิจัยค้นพบสัตว์ตัวแรก ๆ ของโลกที่มีการแบ่งส่วนร่างกายสมมาตรซ้ายขวา (Bilateral Symmetry) สมดุลคล้ายกับมนุษย์ และที่น่าสนใจคือสัตว์ชนิดนี้มีแนวโน้ม ‘ถนัดขวา’ มากกว่าอีกฝั่ง คล้ายกับมนุษย์ด้วย นักวิจัยค้นพบว่า ‘Spriggina flounders’ สิ่งมีชีวิตในทะเลโบราณยุคอีดีแอคารัน (Ediacaran) ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ล้านปี และเป็นหนึ่งในสัตว์ชนิดแรก ๆ ของโลกที่มีโครงสร้างร่างกายแบบสมมาตรสองด้าน รวมถึงมีส่วนหัว มีพฤติกรรม ‘ถนัดขวา’ จากการศึกษาฟอสซิลจำนวน 76 ชิ้นในประเทศออสเตรเลีย พบว่าโครงสร้างร่างกายของเจ้าหนอนชนิดนี้มีรอยโค้งงอไปทางซ้ายมากกว่าทางขวาถึงสองเท่า ซึ่งพอพิจารณาจากการเป็นภาพสะท้อนกระจกของฟอสซิลแล้ว ก็จะสรุปผลได้ว่าตอนที่มันมีชีวิตอยู่ พวกมันมักเลือกที่จะเลี้ยวหรือหันไปทางขวามากกว่าทางซ้าย พฤติกรรมการเลือกทิศทางสะท้อนถึง ‘ระบบประสาทที่มีการแบ่งหน้าที่การทำงานของสมอง’ แยกตามฝั่งร่างกายอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพฤติกรรมการเลือกใช้ร่างกายข้างที่ถนัดเช่นเดียวกับสัตว์ในปัจจุบัน มนุษย์กับวิวัฒนาการ ‘ถนัดขวา’ การค้นพบนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า การที่มนุษย์ทั่วโลกกว่า 90% ถนัดขวา ไม่ใช่พฤติกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคหลัง แต่เป็นผลจากวิวัฒนาการที่มีรากฐานฝังลึกยาวนานมาตั้งแต่สัตว์ยุคดึกดำบรรพ์…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 55 days ago
Read More17/07/2026
นักวิจัยพบ “น้ำตาล” ครั้งแรกในอวกาศ อาจเป็นเบาะแสต้นกำเนิดของชีวิต
เวลาเราพูดถึง "น้ำตาล" หลายคนอาจนึกถึงของหวานหรืออาหาร แต่ล่าสุดนักดาราศาสตร์กลับพบ "โมเลกุลน้ำตาล" อยู่ในอวกาศระหว่างดวงดาวเป็นครั้งแรก ซึ่งอาจช่วยไขปริศนาว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร น้ำตาลที่ตรวจพบคือ อีริทรูโลส (Erythrulose) ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลขนาดเล็กที่พบได้ตามธรรมชาติในผลไม้บางชนิด เช่น ราสป์เบอร์รี โดยพบอยู่ภายในกลุ่มเมฆก๊าซและฝุ่นใกล้ใจกลางทางช้างเผือก ถือเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบ "น้ำตาลแท้" ในอวกาศระหว่างดวงดาว แล้วทำไมการพบ “น้ำตาล” ถึงสำคัญ น้ำตาลไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิต แต่ยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของชีวิตเพราะเกี่ยวข้องกับการสร้าง DNA และ RNA ซึ่งเป็นสารที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต แม้น้ำตาลที่พบในครั้งนี้ จะไม่ใช่น้ำตาลที่ใช้สร้าง DNA หรือ RNA โดยตรง แต่การค้นพบนี้บ่งชี้ว่า วัตถุดิบสำคัญของชีวิตอาจก่อตัวขึ้นได้เองในอวกาศก่อนที่โลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ จะถือกำเนิดขึ้นด้วยซ้ำ วัตถุดิบของชีวิตอาจไม่ได้เริ่มต้นบนโลก ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยพบสารอินทรีย์และน้ำตาลบางชนิดในอุกกาบาต รวมถึงตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย แต่การค้นพบครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะเป็นการตรวจพบน้ำตาลที่ก่อตัวอยู่ในอวกาศระหว่างดวงดาวโดยตรง แม้การค้นพบครั้งนี้จะไม่ได้หมายความว่าพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่มันช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นว่าวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการกำเนิดชีวิตอาจมีอยู่ในอวกาศมาตั้งแต่แรก และอาจเดินทางมายังโลกยุคแรกผ่านดาวหางหรืออุกกาบาต ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน15/07/2026
ออสเตรเลียให้ใช้ไฟฟรีวันละ 3 ชั่วโมง เพราะโซลาร์ผลิตไฟเกิน
ในหลายประเทศ ปัญหาอาจเป็นการผลิตไฟฟ้าไม่พอใช้ แต่สำหรับออสเตรเลีย ปัญหากลับตรงกันข้าม เพราะช่วงเวลากลางวันมีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากจนบางช่วงผลิตได้เกินความต้องการ ล่าสุด รัฐบาลออสเตรเลียจึงออกมาตรการ Solar Sharer Offer (SSO) กำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าในบางพื้นที่ต้องมีแพ็กเกจที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ไฟฟ้า ฟรีอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง ในช่วงกลางวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป โครงการนี้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) และพื้นที่เซาท์อีสต์ควีนส์แลนด์ (South East Queensland) ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของระบบกำหนดราคาค่าไฟมาตรฐาน (Default Market Offer: DMO) และมีการติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ผู้ใช้ต้องสมัครแพ็กเกจที่เข้าร่วมโครงการก่อนจึงจะได้รับสิทธิ์ ขณะที่รัฐวิกตอเรีย (Victoria) เตรียมเปิดโครงการลักษณะเดียวกันในเดือนตุลาคมนี้ ทำไมถึง “แจกฟรี” เหตุผลสำคัญคือ ออสเตรเลียมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ช่วงสายถึงบ่ายมีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ระบบจำนวนมาก จนราคาค่าไฟในตลาดค้าส่งบางช่วงลดลงเหลือศูนย์ หรือแม้แต่ติดลบ แทนที่จะปล่อยให้พลังงานส่วนเกินสูญเปล่า รัฐบาลจึงต้องการจูงใจให้ประชาชนย้ายการใช้ไฟฟ้ามาอยู่ช่วงกลางวัน เช่น…14/07/2026
ถอดคำพูด Jonny Kim อดีตหน่วย Navy SEAL, แพทย์ และนักบินอวกาศ NASA ในงาน Harvard Alumni Day 2026
หากต้องยกตัวอย่างบุคคลที่ไปสุดทุกทาง และทำสิ่งหนึ่งได้ดีจนน่าอิจฉา หนึ่งในบุคคลที่น่าสนใจคือ จอนนี่ คิม (Jonny Kim) ชายเกาหลีใต้-อเมริกัน อายุ 42 ปี ที่แม้จะอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับมีโอกาสได้ทำอาชีพเจ๋ง ๆ หลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสมัคร สัมภาษณ์ แล้วเข้าไปทำได้เลย แต่เป็นอาชีพที่ต้องอาศัยการศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยซีลสหรัฐฯ แพทย์ หรือนักบินอวกาศ NASA BT Source Code คัมแบ็กอีกครั้งพร้อมบุคคลน่าสนใจคนนี้ เราจะพาผู้อ่านมาสำรวจแนวคิด ไอเดีย และมุมมองต่อโลกของผู้ชายที่ผ่าน 3 อาชีพสุดโหดจากการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Harvard Alumni Day 2026 (งานศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) ‘ฮีโร’ ไม่ได้เกิดจากตัวคนเดียว แต่มาจากการยอมรับว่าเราไม่สามารถทำได้ตามลำพัง คิมเล่าว่าเหตุผลเดียวที่เขาเลือกทำงานในหน่วยซีล คือความคิดที่อยากจะเป็น ‘ซูเปอร์ฮีโร’ เขาอยากช่วยชีวิตคนด้วยพละกำลังของเขาคนเดียว แต่สิ่งที่เขาคิดผิดที่สุดคือ ‘เราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว’ จากประสบการณ์ในสมรภูมิ ห้องฉุกเฉิน และในอวกาศ สอนให้รู้ว่าความอยู่รอดต้องการ ‘ความเชื่อใจ’ ในผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ และความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือการยอมรับว่าเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ความผิดพลาด อาจนำไปสู่เป้าหมายใหม่…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 59 days ago
Read More14/07/2026
เมื่อมหาสมุทรกำลัง “มืดลง” อาจกระทบสิ่งมีชีวิตกว่า 90% ใต้ทะเล
แสงจากดวงอาทิตย์คือจุดเริ่มต้นของทุกชีวิตรวมถึงในมหาสมุทร เพราะสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก ตั้งแต่แพลงก์ตอนพืชไปจนถึงสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ ต่างพึ่งพาพลังงานจากแสงในการดำรงชีวิต แต่วันนี้ นักวิจัยกลับพบว่าแสงที่ส่องลงสู่มหาสมุทรกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายคนคนอาจคิดว่าปัญหาของมหาสมุทรในวันนี้มีแค่โลกร้อน ขยะพลาสติก หรือปะการังฟอกขาว แต่ล่าสุดนักวิจัยกำลังจับตามองปรากฏการณ์หนึ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน นั่นคือ “Ocean Darkening” หรือการที่มหาสมุทรกำลังได้รับแสงน้อยลง งานวิจัยจาก University of Plymouth และ Plymouth Marine Laboratory พบว่า ในช่วงปี 2003–2022 มหาสมุทรทั่วโลกกว่า 21% มีความลึกของชั้นน้ำที่แสงสามารถส่องถึงลดลง ทำให้พื้นที่ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์ในการดำรงชีวิตค่อย ๆ หดตัวลง มหาสมุทรไม่ได้มืดเพราะสีของน้ำ แต่เพราะแสงส่องลงไปได้น้อยลง นักวิจัยอธิบายว่า Ocean Darkening ไม่ได้หมายความว่าน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่หมายถึงคุณสมบัติของน้ำทะเลเปลี่ยนไปจนทำให้แสงทะลุผ่านลงไปได้ไม่ลึกเหมือนเดิม ส่งผลให้ Photic Zone หรือชั้นน้ำที่มีแสงส่องถึงค่อย ๆ ตื้นลง ชั้นน้ำนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเลกว่า 90% รวมถึงแพลงก์ตอนพืชที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสภาพภูมิอากาศของโลก ผลกระทบอาจมากกว่าที่คิด ผลการศึกษาพบว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรมากกว่า 1…10/07/2026
ทำไม ‘Solo Living Vlog’ ถึงฮิตระเบิด ? ดูคนอื่นใช้ชีวิตคนเดียวมันฮีลใจยังไง
ยุคที่ไถฟีดไปก็เจอแต่ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์กันหลากหลายรูปแบบตั้งแต่สุขภาพ การทำอาหาร และการใช้ชีวิต แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าลักษณะการถ่ายนั้นจะอยู่ภายในคอนโดฯ หรือบ้าน และเป็นการตั้งกล้องถ่ายแบบให้เห็นเต็มตัว มีการถ่ายให้เห็นสิ่งที่กำลังทำอยู่ อย่างการวาดภาพ หรือชงมัตจะ และไอเดียหลักจะเป็นการถ่ายแบบเห็นแค่คนคนเดียว คอนเทนต์แนวนี้เรียกว่า 'Solo Living Vlog' หรือคลิปถ่ายชีวิตคนเดียวแบบเงียบ ๆ ฟีลแบบไม่ได้ทำอะไรมาก แค่จัดห้อง ทำกับข้าว หรือชงกาแฟ แต่ทำไมคลิปที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแบบนี้บางคลิปถึงมีคนดูเป็นล้าน ? สรุปแล้วคลิปพวกนี้มีอะไรดี ทำไมถึงตกคนดูได้ขนาดนี้ เกาหลีเกาใจ จุดเริ่มต้นความชิล ต้องเล่าก่อนว่าเทรนด์คลิปแบบ 'Silent Vlog' เริ่มฮิตมาจากเกาหลีใต้ช่วงโควิด หลายคนอาจจะสงสัยว่า Silent Vlog คืออะไร ? ย้อนกลับไปในหมวดหมู่คอนเทนต์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคนเดียวหรือ 'Solo Living Vlog' นั้น ครีเอเตอร์สามารถเลือกนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ บางคนอาจจะพูดคุยเล่าเรื่องราวกับกล้องเหมือนมีเพื่อนมานั่งเล่นอยู่ในห้องด้วย แต่รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดและกลายเป็นเทรนด์ฮีลใจไปทั่วโลก กลับเป็นการผสมผสานไลฟ์สไตล์การอยู่คนเดียวเข้ากับรูปแบบการนำเสนอแบบ 'Silent Vlog' หรือ Vlog แบบไร้เสียงพูด เสน่ห์ของเทรนด์นี้คือความ 'Slow Living' ที่ช่วยให้เราได้พักสมองจากโลกความจริงที่แสนวุ่นวาย…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 62 days ago
Read MorePR Partners
See All11/09/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 hours ago
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 21 hours ago
Read More10/09/2026
จากไทยสู่เวทีโลก Venture Spark Cohort 2 เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพศักยภาพสูงใน Techsauce Global Summit 2026
Venture Spark Demo Day ที่จัดขึ้นบนเวที Muay Thai Stage ในงาน Techsauce Global Summit 2026 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เวทีปิดโครงการ Accelerator ธรรมดา แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับผู้ก่อตั้ง 14 ทีมจาก Venture Spark Cohort 2 ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสตาร์ทอัพไทยไม่ได้มีศักยภาพแค่ในประเทศ แต่พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดงาน ผู้ก่อตั้งแต่ละทีมขึ้นเวทีเพื่อเล่าให้ฟังว่ากำลังสร้างอะไร เพราะอะไรถึงสำคัญ และก้าวต่อไปจะไปทางไหน สั้น กระชับ แต่แน่นด้วยข้อมูลและวิสัยทัศน์ เวทีที่รวมพลัง Ecosystem ไว้ในที่เดียว Demo Day ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าการเติบโตของสตาร์ทอัพไม่ได้อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนใน Ecosystem ผ่านพันธมิตรอย่าง LINE SCALE UP, A2D Ventures, ExpresSo NB, depa และ InnoSpace (Thailand)…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 22 hours ago
Read More


































