Read
| Health
10/08/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 10 days ago
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…04/08/2026
ซาวน่า 30 นาที อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ชั่วคราว
หลายคนมักชอบเข้าซาวน่าเพื่อผ่อนคลายร่างกายหลังออกกำลังกายหรือหลังเลิกงาน แต่ล่าสุด งานวิจัยจากประเทศฟินแลนด์กลับพบว่า การอบซาวน่าเพียง 30 นาที อาจช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ชั่วคราว โดยจะทำให้เม็ดเลือดขาวหลายชนิดเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญที่ช่วยป้องกันและต่อสู้กับเชื้อโรค ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมทดลองอบซาวน่าแห้งแบบฟินแลนด์ (Finnish Sauna) เป็นเวลา 30 นาที ก่อนจะอาบน้ำเย็นช่วงสั้น ๆ แล้วตรวจเลือดเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง ผลที่ได้คือ เม็ดเลือดขาวหลายชนิดในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนิวโทรฟิล (Neutrophils) ลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) หรือโมโนไซต์ (Monocytes) โดยทั้งหมดนี้มีหน้าที่ในการตรวจจับและกำจัดเชื้อโรค นักวิจัยยังอธิบายอีกว่า เมื่อร่างกายได้รับความร้อนจากซาวน่า จะเกิดการตอบสนองคล้ายกับตอนออกกำลังกาย คือร่างกายจะระดมเม็ดเลือดขาวออกมาหมุนเวียนในกระแสเลือดมากขึ้น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในภาวะ "ตื่นตัว" ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ก็พบว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ในขณะที่สารที่ใช้สื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cytokines) ส่วนใหญ่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แม้ผลการศึกษาจะดูน่าสนใจ แต่นักวิจัยก็ย้ำว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการอบซาวน่าช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นได้ในระยะยาว เพราะการศึกษานี้แสดงให้เห็นเพียงผลที่เกิดขึ้นหลังการอบซาวน่าเพียงครั้งเดียว และยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อติดตามผลในระยะยาว สำหรับคนทั่วไป การอบซาวน่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ หากทำอย่างเหมาะสม เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ และไม่อยู่ในซาวน่านานเกินไปจนร่างกายขาดน้ำ ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ หรือมีโรคประจำตัว…31/07/2026
BDMS คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศแห่งเอเชีย Asia Excellence Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาล นักลงทุนสัมพันธ์ และความยั่งยืน
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้รับ 6 รางวัลความเป็นเลิศแห่งเอเชียประจำปี 2569 (Asian Excellence Awards) จากเวทีงาน “16 th Asian Excellence Award and Sustainable Award 2026” ซึ่งจัดขึ้นโดย Corporate Governance Asia นิตยสารที่เป็นสื่อชั้นนำด้านการเงินและธรรมาภิบาลของฮ่องกงและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงความโดดเด่นด้านการบริหารองค์กร การกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และการสื่อสารกับผู้มือส่วนได้เสียอย่างโปร่งใส ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้ BDMS ได้รับการยกย่องรวม 6 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CEO) ได้แก่ แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส กลุ่ม 1 BDMS 2. รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 20 days ago
Read More30/07/2026
งานวิจัยชี้ กาแฟอาจดีต่อหัวใจ แต่เครื่องดื่มชูกำลังอาจให้ผลตรงกันข้าม
หลายคนชอบดื่มกาแฟเพื่อเพิ่มความสดชื่นในแต่ละวัน แต่บางคนก็เลือกเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อเติมพลังเวลาอ่อนล้า ถึงทั้งสองอย่างจะมีคาเฟอีนเหมือนกัน แต่ผลต่อสุขภาพหัวใจอาจไม่เหมือนกัน สมาคมโรคหัวใจอเมริกัน (American Heart Association : AHA) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ทางวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่ โดยเขาได้ทบทวนหลักฐานจากงานวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับคาเฟอีนและสุขภาพหัวใจ กลับพบว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟขนาด 8 ออนซ์ 3–5 แก้ว ถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และการดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่นักวิจัยก็ระบุว่า แหล่งที่มาของคาเฟอีนสำคัญไม่แพ้ปริมาณ เพราะคาเฟอีนที่เราได้ในแต่ละวันไม่ได้มาจากกาแฟเท่านั้น แต่ยังมาจากเครื่องดื่มอื่น อย่างเช่น ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง เขาได้กล่าวถึงเครื่องดื่มชูกำลังว่ามีคาเฟอีนในปริมาณสูง แล้วก็ยังมีส่วนผสมอย่างอื่น เช่น ทอรีน (Taurine) และน้ำตาล ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดแตกต่างจากกาแฟ แล้วผลการทบทวนงานวิจัยยังบอกด้วยว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอาจมีความดันโลหิตสูงขึ้น และในบางเคสยังมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะคนที่ดื่มในปริมาณมากหรือมีโรคหัวใจอยู่แล้ว นักวิจัยจึงย้ำว่า ไม่ควรนำผลดีของการดื่มกาแฟมาใช้กับเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะแม้ทั้งสองชนิดจะมีคาเฟอีน แต่ก็มีส่วนผสมอื่นที่ส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกัน นักวิจัยยังอธิบายเพิ่มด้วยว่า ประโยชน์ของกาแฟอาจไม่ได้มาจากคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากสารประกอบอื่นในเมล็ดกาแฟ เช่น…27/07/2026
Medical Bias คืออะไร ? เมื่ออคติอาจกระทบการรักษา
ช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มพูดถึงคำว่า Medical Bias หรือ "อคติในการรักษา" มากขึ้น หลังเกิดกระแสจากข่าวที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า หากบุคลากรทางการแพทย์มีอคติต่อผู้ป่วย จะส่งผลต่อการรักษาหรือไม่ Bias คืออะไร ? ต้องเข้าใจก่อนว่า Bias หรือ “อคติ” คือแนวโน้มในการมอง ประเมิน หรือตัดสินบุคคลและสถานการณ์ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยอาจเกิดขึ้นทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวอคติเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในอดีต ความเชื่อ ค่านิยม สภาพแวดล้อม หรือข้อมูลที่แต่ละคนเคยได้รับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสองคนจะมองเหตุการณ์เดียวกันแตกต่างกันเราอาจเชื่อใจคนที่มีบุคลิกคล้ายกับตัวเองมากกว่า หรือประเมินคนจากรูปลักษณ์ อาชีพ อายุ หรือฐานะ ก่อนที่จะได้รู้จักข้อมูลทั้งหมด บางครั้งอคติเหล่านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึก แต่บางครั้งก็อาจส่งผลต่อวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่นต่างไปจากที่ควรจะเป็น ผิดจากมาตรฐานหรือขั้นตอนที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในอาชีพบุคลากรทางการแพทย์ที่การตัดสินใจส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่น แล้ว Medical Bias คืออะไร ? Medical Bias คือ อคติหรือความลำเอียงที่เกิดขึ้นในการดูแลรักษาทางการแพทย์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยบางกลุ่มได้รับการประเมิน วินิจฉัย หรือรักษาแตกต่างจากผู้อื่น แม้จะมีอาการคล้ายกันก็ตาม เพราะบุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นมนุษย์ จึงอาจได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ความเชื่อ หรือข้อมูลที่เคยพบ แม้อคติเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่หากส่งผลต่อการรับฟังผู้ป่วย…24/07/2026
นักวิจัยพบ ยาลดน้ำหนักอาจชะลอความแก่ในผู้ป่วย
หลายคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักยอดฮิต ผ่านกระแส "การปักปากกา" ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่จริง ๆ แล้วเป็นยารักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และยาควบคุมน้ำหนักที่ใช้ตัวยาเดียวกันคือ เซมากลูไทด์ (Semaglutide) ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้อิ่มนาน จึงถูกนำมาใช้รักษาโรคอ้วนและควบคุมน้ำหนักอย่างแพร่หลาย ล่าสุดมีงานวิจัยใหม่ที่ชวนสนใจ เมื่อพบว่าตัวยานี้อาจไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องน้ำหนัก แต่อาจจะช่วยให้ร่างกายเสื่อมช้าลงในระดับเซลล์ได้อีกด้วย นักวิจัยจาก University of California San Diego ได้ศึกษาผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อ HIV จำนวน 108 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับ “ยาเซมากลูไทด์” ติดต่อกัน 32 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มได้รับ “ยาหลอก” เพื่อใช้เปรียบเทียบผล เพราะคนกลุ่มนี้มักมีการอักเสบเรื้อรังและมีแนวโน้มที่ร่างกายจะเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวบ่งชี้ความแก่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจบการทดลองนักวิจัยนำตัวอย่างเลือดมาตรวจสิ่งที่เรียกว่า ตัวบ่งชี้ความแก่ทางชีวภาพซึ่งเปรียบเสมือน "นาฬิกาของร่างกาย" ที่ช่วยบอกว่าเซลล์ในร่างกายกำลังเสื่อมเร็วหรือช้ากว่าอายุจริงของเรา ความแก่ทางชีวภาพ คืออะไร ? อายุบนบัตรประชาชนบอกแค่ว่าเราเกิดมาแล้วกี่ปี แต่ไม่ได้บอกว่าร่างกายของเรา "แก่" แค่ไหน เพราะคนอายุเท่ากันอาจมีสุขภาพและการเสื่อมของเซลล์แตกต่างกันได้ นักวิทยาศาสตร์จึงใช้แนวคิดที่เรียกว่า ความแก่ทางชีวภาพ (Biological…23/07/2026
เมลาโทนินช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรังได้ ?
อาการปวดหลัง ปวดข้อ ปวดตามร่างกายของหลาย ๆ คน ไม่ได้แก้ด้วยการนวดแล้วจบ และหลาย ๆ ครั้งอาการปวดเหล่านี้ก็กลายมาเป็น ‘อาการปวดเรื้อรัง’ ที่พยายามแก้เท่าไหร่ก็ยังไม่หาย แต่เหล่านักปวดทั้งหลายอาจจะสบายใจขึ้นถ้าได้รู้ว่าสารง่าย ๆ อย่าง ‘เมลาโทนิน’ ที่นอกจากจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดได้ด้วย Melatonin คืออะไร ? เมลาโทนินสร้างขึ้นตามธรรมชาติโดยต่อมไพเนียลในสมองยามค่ำคืน ช่วยปรับวงจรการนอนและการตื่นของร่างกาย ด้วยเหตุนี้ ฮอร์โมนชนิดนี้จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาอาการนอนไม่หลับและภาวะเจ็ตแลก (Jet Lag) หลาย ๆ คนรู้ว่าฮอร์โมนตัวนี้ว่ามันมีส่วนทำให้เรานอนหลับสบาย แต่อาจจะยังนึกไม่ถึงว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ถ้าลองมองในมุมที่ว่า ‘การนอน’ และ ‘ความเจ็บปวด’ จริง ๆ มีความเกี่ยวข้องกัน ก็จะเข้าใจได้มากขึ้น เพราะเมื่อเรานอนไม่ดี ความรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายก็จะหายยาก ซึ่งพอไม่หายเจ็บ ก็จะนอนไม่หลับซักที การมีตัวช่วยให้หลับได้ง่ายมากขึ้นก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้เช่นกัน เมลาโทนิน ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้จริง ? โดยพื้นฐานแล้วฮอร์โมนตัวนี้สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ ‘โดยตรง’ อยู่แล้ว โดยงานวิจัยชี้ว่าสารชนิดนี้ช่วยระงับสัญญาณความเจ็บปวดในระบบประสาทส่วนกลาง บรรเทาอาการอักเสบ คลายความตึงเครียดของเส้นประสาทที่ทำงานหนักเกินไป พร้อมช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระและภาวะเครียดออกซิเดชัน ผลการศึกษาเชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 2,028…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 28 days ago
Read More23/07/2026
เพื่อนบ้านสูบบุหรี่ ควันลอยเข้าบ้าน แก้ปัญหาอย่างไรเมื่อ “สิทธิส่วนบุคคล” รบกวนผู้อื่น
เคยไหม ? พักผ่อนอยู่ในบ้านของตัวเองแท้ ๆ แต่กลับต้องทนสูดกลิ่นควันบุหรี่ที่ลอยมาจากบ้านข้าง ๆ ทั้งที่เราไม่ได้สูบ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ผู้สูบจะอ้างว่าเป็นสิทธิที่ทำได้เพราะสูบในรั้วบ้านตนเอง แต่ควันบุหรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเขตบ้านของเขา ลมสามารถพัดพาควัน มลพิษ และกลิ่นเหม็นเข้ามาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นรบกวนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เพราะควันบุหรี่มือสองเป็นภัยเงียบที่ทำให้ผู้สูดดมป่วยสะสม มีสารพิษสะสมในร่างกายจนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดและโรคอื่น ๆ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าในแต่ละปี ยาสูบเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกมากกว่า 7 ล้านคน รวมถึงผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองด้วย สูบบุหรี่ในบ้านตัวเองผิดไหม ? บางคนอาจจะมีคำถามหรือเคยเจอข้ออ้างของคนสูบที่มักจะบอกว่าการสูบเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล แต่จริง ๆ แล้วใช่หรือไม่กันแน่ “การสูบบุหรี่ในบ้านตัวเอง ถือเป็นสิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์หรือไม่ ?” คำตอบคือ ไม่ใช่สิทธิที่ทำได้โดยสมบูรณ์ หากการกระทำนั้นไปละเมิดหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ได้นิยามคำว่า "เหตุรำคาญ" ไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 25 (4) ว่า "การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 28 days ago
Read More21/07/2026
วิจัยชี้คนกรุ๊ปเลือด A อาจเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ากรุ๊ปอื่น
กรุ๊ปเลือดไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลที่ใช้ตอนบริจาคหรือรับเลือด แต่จริง ๆ แล้วกรุ๊ปเลือดอาจบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้มากกว่าที่เรารู้ งานวิจัยพบว่า คนแต่ละกรุ๊ปเลือด อาจมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดก่อนอายุ 60 ปี ไม่เท่ากัน แม้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ระดับไม่มาก แต่ก็ช่วยให้นักวิจัยสามารถเข้าใจปัจจัยของโรคนี้ได้มากขึ้น งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neurology วิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมจากการศึกษากว่า 48 งานวิจัย โดยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 17,000 คน และกลุ่มเปรียบเทียบเกือบ 600,000 คน อายุระหว่าง 18–59 ปี เพื่อตรวจสอบว่า พันธุกรรมแบบใดอาจทำให้บางคนเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่อายุน้อยมากกว่าคนอื่น แต่ละกรุ๊ปเลือดมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน ผลการศึกษาพบว่า คนที่มีกรุ๊ปเลือดย่อย A1 มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองก่อนอายุ 60 ปี สูงขึ้นประมาณ 16% เมื่อเทียบกับกรุ๊ปเลือดอื่น ขณะที่ผู้ที่มียีนของกรุ๊ปเลือด O1 มีความเสี่ยงลดลงประมาณ 12% โดย A1 ไม่ใช่กรุ๊ปเลือดใหม่ แต่เป็นกรุ๊ปเลือดย่อยของกรุ๊ป A และเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 80% ของผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด A ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปย่อย A2 ขณะที่กรุ๊ปย่อยอื่น…21/07/2026
เวลานอนหายไปแค่วันละ 80 นาที ก็ทำให้อ้วนขึ้นได้
หลาย ๆ คนอาจคิดว่า "น้ำหนักขึ้น" เกิดจากการกินที่มากไปหรือการออกกำลังกายที่น้อยไป แต่ล่าสุด งานวิจัยใหม่กลับพบว่า การนอนน้อยลงเพียงวันละประมาณ 80 นาที ก็อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ของวิทยาลัย Columbia University ได้ศึกษาผู้ใหญ่จำนวน 95 คน ที่ปกตินอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองเข้านอนช้าลงประมาณ 90 นาที ทำให้เวลานอนเฉลี่ยลดลงราว 80 นาทีต่อคืน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนเปรียบเทียบกับช่วงที่นอนตามปกติ ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.45 กิโลกรัม และใช้เวลาไปกับการนั่งหรือทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานน้อยมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่นอนหลับเพียงพอ ที่ผ่านมา งานวิจัยส่วนใหญ่มักศึกษาผลของ การอดนอนอย่างหนัก เช่น นอนเพียง 4 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ แต่การศึกษาครั้งนี้ต้องการจำลองสถานการณ์ที่พบได้จริง เพราะปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่นอนเพียง 5-6 ชั่วโมงต่อคืน เป็นประจำ นักวิจัยยังระบุว่า หากนอนน้อยในลักษณะนี้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้…17/07/2026
เจาะลึก “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์” พร้อมเทคโนโลยี “True SkyBridge” พลิกโฉมโลจิสติกส์สาธารณสุขไทย ประเดิมบินโดรนส่งเลือด-เวชภัณฑ์ อ. ปัว จ. น่าน
ท่ามกลางภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนของประเทศไทย "ระยะทางและเวลา" มักกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่พรากโอกาสในการรักษาชีวิตของผู้คนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ตัดขาดการสัญจรทางบกไร้ทางเข้าถึง BT จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังปฏิบัติการสำคัญด้านสาธารณสุขไทยครั้งประวัติศาสตร์ใน “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาพญาผานอง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โครงการนี้คือความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายระดับประเทศอย่างสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT), สำนักงาน กสทช. และ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (AEROTHAI) เพื่อปูทางสู่การปฏิรูประบบโลจิสติกส์สาธารณสุขไทยทั่วประเทศ ทำไมต้องเริ่มที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน อุปสรรคทางภูมิศาสตร์ที่เทคโนโลยีต้องเอาชนะ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่คิกออฟปฏิบัติการจริงครั้งแรก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศมีความท้าทายสูงมาก รายล้อมด้วยภูเขาสูงชัน เส้นทางสัญจรทางบกคดเคี้ยวเลาะตามไหล่เขาและหน้าผา ยิ่งในช่วงฤดูมรสุม พื้นที่แห่งนี้จะมีความเสี่ยงสูงจากดินสไลด์ น้ำป่าไหลหลาก หรือฝนตกหนักจนทำให้ถนนหนทางภาคพื้นดินถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ การนำส่งยา เวชภัณฑ์ หรือแม้แต่การส่งสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 33 days ago
Read More17/07/2026
เทียบชัด ! ‘ของสด’ vs ‘แช่แข็ง’ แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า ?
ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น การซื้อผักและผลไม้สดมาตุนไว้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าสักเท่าไหร่ หากเหลือทิ้งก็อาจเป็น Food Waste ได้ นั่นทำให้ใครหลาย ๆ คนจึงเริ่มหันมามองทางเลือกอย่างผักผลไม้ 'แช่แข็ง' และ 'บรรจุกระป๋อง' ด้วยจุดเด่นที่ราคาถูกกว่าและเก็บรักษาได้นานกว่าของสด คำถามสำคัญคือ ทางเลือกเหล่านี้ดีต่อสุขภาพของเราจริงหรือ ? ลองมาเจาะลึกข้อเท็จจริงจากงานวิจัยกัน ของสด vs ของเแช่แข็ง อย่างที่ทุกคนก็รู้กันดีว่าผักและผลไม้เป็นแหล่งรวมวิตามิน แร่ธาตุ และกากใยอาหารที่สำคัญ ช่วยบำรุงสุขภาพองค์รวม และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจรวมถึงมะเร็งบางชนิด ข่าวดีก็คือ ผักผลไม้แช่แข็งและกระป๋องส่วนใหญ่ สามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี เผลอ ๆ อาจมีคุณค่ามากกว่าผักผลไม้สดที่ถูกแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นนานนับสัปดาห์ด้วยซ้ำ หลายคนอาจจะมองว่าใช่เหรอ เวอร์ไปมั้ย ? งานวิจัยของ University of Georgia พบว่า การนำผักผลไม้ไปเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็วหลังเก็บเกี่ยว จะเปรียบเสมือนการ 'ล็อก' สารอาหารเอาไว้ ทำให้ผักอย่างบรอกโคลีหรือผักโขมแช่แข็ง มีปริมาณวิตามินและสารอาหารหลงเหลืออยู่สูงกว่าผักสดชนิดเดียวกันที่ถูกเก็บทิ้งไว้ในตู้เย็นนานเกิน 5 วันขึ้นไป ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการถนอมอาหารบางวิธียังช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น แอพริคอตแช่แข็งจะมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าแบบสดมาก เนื่องจากมีการนำวิตามินซีมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการถนอมผลไม้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม แต่ละกระบวนการก็มีรายละเอียดและข้อควรระวังที่ต่างกันไป ต้องเล่าแบบนี้ก่อนว่าการแช่แข็ง…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 34 days ago
Read More17/07/2026
กระแสวิ่งแลกของ การตลาดที่อาจจุดประกายประเทศสุขภาพดี ?
ช่วง 2-3 ปีมานี้ เทรนด์สุขภาพในบ้านเราและทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นแบบสุด ๆ ไม่ว่าจะฝั่งโภชนาการ Longevity และการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง ที่กลายเป็นการออกกำลังกายยอดฮิตของคนไทย ส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการวิ่งในบ้านเราหนีไม่พ้นโซเชียลมีเดีย ที่อินฟลูเอนเซอร์ได้ Influence หรือมีอิทธิพลต่อคนดูสมคำเรียก และหลายเดือนมานี้เราต่างเห็นการตลาด "การวิ่งแลกของ" ไม่ว่าจะวิ่งแลกแว่น วิ่งแลกไก่ทอด วิ่งแลกออนเซน หรือแม้แต่การวิ่งแลกส่วนลดซิลิโคนเสริมหน้าอก BT beartai เลยมานั่งคิดว่าหรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสังคม-ประเทศสุขภาพดีของไทยได้รึเปล่านะ จากข้อมูลปัจจุบันคนอ้วนในไทย ทั้งโรคอ้วนและน้ำหนักเกินมีเพิ่มขึ้นมาก ไหนจะเบาหวานชนิดที่ 2 และ NCDs อีกหลายโรคก็เพิ่มขึ้น กระแสการวิ่งแลกที่สามารถเปลี่ยนความน่าเบื่อของการออกกำลังกายให้กลายมาเป็นความท้าทายที่จับต้องได้ผ่านของรางวัลก็อาจเป็นการจุดประกายให้คนเข้าใจความสำคัญและประโยชน์ของการออกกำลังกายมากขึ้นและง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับการบอกว่าวิ่งแล้ว “สุขภาพดีในอนาคต” ซึ่งเป็นนามธรรมและเห็นผลช้ากว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต่าง ๆ จับทางจิตวิทยาผู้บริโภคในกระแสการวิ่งได้อย่างเฉียบคม เพราะแม้คนทั้งหลายจะรู้ว่านี่เป็นแคมเปญการตลาดแบบโต้ง ๆ แต่ก็พร้อมกระโจนเข้าไป ต่างจากการตลาดแบบเดิมที่พอคนรู้ว่าเป็นแคมเปญก็มักจะเซย์โนส่ายหน้าหนีไว้ก่อน เพราะนอกจากรางวัลที่ได้แล้ว การเข้าร่วมแคมเปญตามเทรนด์เหล่านี้ ยังทำให้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ วิ่งแลกของ "แฟชั่นชั่วคราว" สู่การสร้าง "นิสัยใหม่" ถ้าจะบอกว่าคนไทยชอบอะไรแมส ๆ ตามกระแส ก็ต้องบอกว่าไม่เกินจริง หากมองย้อนไปในอดีต คนไทยเราสู้ตายเมื่อสังคมเกิดความนิยมอะไรบางอย่างขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 34 days ago
Read More15/07/2026
แทร็กอาหารด้วยแอปฯ ดีจริงไหม ?
ทุกวันนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งคนที่ตั้งใจลดน้ำหนัก คุมอาหาร หรือเพราะโรคประจำตัวที่รุมเร้าจนต้องเข้มงวดกับอาหารการกิน ซึ่งแน่นอนว่าการแทร็กอาหารหรือโภชนาการโดยส่วนมากไม่ได้เกิดจากคลังความรู้ของตัวเองแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้นการใช้โมเดล AI ส่วนตัว หรือแอปฯ คุมอาหาร แอปฯ Yuka เป็นอีกหนึ่งแอปฯ จากผู้สร้างชาวฝรั่งเศสที่กำลังเป็นที่นิยมสูงในสหรัฐฯ โดยแอปฯ นี้มีหลักการใช้งานง่าย ๆ คือเราเปิดแอปฯ สแกนไปที่บาร์โคดสินค้า แล้วระบบจะแสดงผลขึ้นมาว่าเป็นสีแดง สีเขียว หรือสีส้ม พร้อมอธิบายว่าในสินค้าชิ้นนี้มีสารอาหารที่จำเป็นและไม่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการคำนวณอ้างอิงจากหลักโภชนาการ และค่าอาหารที่บริษัทผลิตอาหารระบุไว้ในสินค้าชิ้นนั้นอีกที ที่น่าสนใจคือผู้ใช้หลายรายที่ใช้แอปฯ นี้ พอเห็นสีแดง (อันตราย สารอาหารไม่มีประโยชน์) ก็จะวางคืนชั้นวางทันที และเลือกซื้อสินค้าที่มีค่าสีเขียวแทน ซึ่งแน่นอนว่าสินค้า ‘ค่าสีเขียว’ ที่ได้มามักจะมีราคาสูงขึ้นมาอีกนิด เนื่องจากเป็นสินค้าออร์แกนิก Open Food Facts ก็เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มจากฝรั่งเศสที่เปิดให้คนทั่วไปถ่ายรูปลง เพื่อให้แพลตฟอร์มเก็บข้อมูลโภชนาการ เมื่อคนอื่นเข้ามาดูก็จะเห็นว่าอาหารชิ้นที่อยากกินมีค่าโภชนาการอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ยังมีโมเดล AI ที่ใครต่อใครต่างพากันใช้แทร็กมื้ออาหารและของกินต่าง ๆ นานา โดยคนส่วนใหญ่มักจะสร้างพรอมต์ใน AI เอาไว้ พร้อมบอกเงื่อนไข เช่น ต้องการลดน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ หรือลดหวาน…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 36 days ago
Read More10/07/2026
ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง ผลิตเซลล์รักษาได้ไม่จำกัด
ทุกวันนี้การรักษามะเร็งไม่ได้มีแค่การผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัดเท่านั้น แต่ยังมีอีกวิธีที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ซึ่งอาศัยเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับไปต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แม้วิธีนี้จะช่วยรักษามะเร็งบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำได้ยาก ใช้เวลานาน มีจำนวนจำกัด และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันบำบัดยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทุกคน ล่าสุด ทีมนักวิจัยจาก University of Southern California (USC) ค้นพบแนวทางที่อาจช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการพัฒนาเทคนิคที่ทำให้สามารถสร้าง "ต้นแบบ" ของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้แบ่งตัวและผลิตเซลล์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจปูทางไปสู่การผลิตเซลล์สำหรับรักษามะเร็งในปริมาณที่มากขึ้นในอนาคต โดยจุดสำคัญของงานวิจัยครั้งนี้ ไม่ใช่การค้นพบเซลล์ชนิดใหม่ แต่เป็นการพัฒนาเทคนิคที่ทำให้ เซลล์ตั้งต้นของระบบภูมิคุ้มกัน สามารถแบ่งตัวและเพาะเลี้ยงต่อได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจช่วยให้ผลิตเซลล์สำหรับการรักษาได้มากกว่าวิธีเดิม จาก "ผลิตทีละชุด" สู่การสร้างแหล่งผลิต หากเปรียบเทียบระบบภูมิคุ้มกันเป็นกองทัพ เซลล์ภูมิคุ้มกันก็เปรียบเสมือนทหารที่คอยตรวจจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอมอย่างเซลล์มะเร็ง ที่ผ่านมา นักวิจัยต้องนำเซลล์ของผู้ป่วยมาปรับแต่งในห้องปฏิบัติการ ก่อนส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย แม้วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่เซลล์ผลิตได้อย่างจำกัด และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ งานวิจัยใหม่นี้จึงเลือกแก้ปัญหาที่ต้นทาง แทนที่จะต้องสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง นักวิจัยกลับพบวิธีเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้สามารถแบ่งตัวและผลิตเซลล์รุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือ จากเดิมที่ต้อง "ฝึกทหารใหม่" ทุกครั้ง งานวิจัยนี้กำลังพยายามสร้าง "ศูนย์ฝึก" ที่สามารถผลิตทหารได้เรื่อย ๆ แทน…06/07/2026
ความหวังใหม่ ! ร่างกายมนุษย์อาจงอกอวัยวะใหม่ได้ หลังนักวิจัยพบวิธีเปลี่ยน ‘แผลเป็น’ เป็น ‘เนื้อเยื่อเจริญ’
ที่ผ่านมา การงอกอวัยวะใหม่ ทั้งนิ้ว แขน ขา หรือแม้แต่สมอง ดูเหมือนจะเป็นความสามารถตามธรรมชาติที่มีแค่ในสัตว์บางชนิด อย่างซาลาแมนเดอร์ ดาวทะเล รวมถึงหมาน้ำ (Axolotl) เท่านั้น ในขณะที่สัตว์ส่วนใหญ่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างมนุษย์เราต้องยอมรับการสูญเสียอวัยวะอย่างถาวรมาตลอด แต่จากข้อมูลล่าสุด มนุษย์อาจไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ในความสามารถนี้ไปซะทีเดียว เพราะจริง ๆ แล้วเราอาจจะแค่ยังหาวิธีเปิดสวิตช์มันไม่เจอ ? งานวิจัยล่าสุดจากทีมมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็ม (Texas A&M University) พบว่าระบบเยียวยาบาดแผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถถูกกระตุ้นให้สร้าง 'โครงสร้างกระดูก' ที่สูญเสียไปขึ้นมาใหม่ได้ ถึงผลลัพธ์ในการทดลองกับหนูจะยังไม่เพอร์เฟกต์ 100% แต่นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจระบบฟื้นฟูร่างกายตัวเองได้ลึกซึ้งขึ้น เคน มูเนโอกะ (Ken Muneoka) นักชีววิทยาด้านพัฒนาการจากทีมวิจัย เผยว่า "เราควรเริ่มหันมาโฟกัสการใช้สัญญาณทางเคมีเหล่านี้ในกระบวนการรักษาแผล เพราะแค่เราเปลี่ยนกลไกการตอบสนองของร่างกายนิดหน่อยเพื่อลดการเกิดแผลเป็น มันก็สร้างประโยชน์ได้มหาศาลแล้ว" ทางแยกของบาดแผล 'แผลเป็น' หรือ 'งอกใหม่' ? ปกติแล้วถ้าเวลาเนื้อเยื่อเราฉีกขาด ร่างกายจะเปิดโหมดซ่อมแซมฉุกเฉินทันที เกล็ดเลือดจะสร้างลิ่มเลือด เม็ดเลือดขาวก็จะรีบมาเคลียร์เซลล์ที่ตาย และร่างกายจะส่งสัญญาณเรียกเซลล์ที่ชื่อ 'ไฟโบรบลาสต์' (Fibroblasts) เข้ามาจัดการ เซลล์พวกนี้จะรีบปิดแผลให้ไวที่สุดเพื่อกันเชื้อโรค โดยดึงคอลลาเจนมาสานกันจนแน่น…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 44 days ago
Read More19/06/2026
รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism
ในยุคที่เทรนด์สุขภาพมาแรงก็อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจเรื่องการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และเทรนด์นี้ก็ส่งผลให้มีแกดเจตมากมายขึ้นมา เพื่อเก็บสถิติพร้อมตัวเลขชี้วัดที่แม่นยำขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การออกกำลังกาย ไปจนถึงอาหารการกิน สถิติหรือข้อมูลพวกนี้มีคนนิยามคำใหม่เพื่อเรียกคนที่ติดมัน โดยมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Dataism Dataism คืออะไร ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Dataism คืออะไร ? Dataism หรือ 'ลัทธิข้อมูล' เป็นแนวคิดที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางโดยนักประวัติศาสตร์ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ในหนังสือ 'Homo Deus: A Brief History of Tomorrow' โดยมีแก่นความเชื่อที่ว่า จักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากการไหลเวียนของข้อมูล หรือ Data flows คุณค่าของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ หรือเครื่องจักร ล้วนถูกกำหนดโดยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลไว้แล้ว ตามแนวคิด Dataism สิ่งมีชีวิตรวมถึงตัวมนุษย์เองก็เป็นเพียง 'อัลกอริทึมทางชีวเคมี' และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ระบบคอมพิวเตอร์และ AI ก็สามารถที่จะประมวลผลข้อมูลได้เหนือกว่าสมองของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล และกลายเป็นสิ่งสูงสุดที่ทรงคุณค่า…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 61 days ago
Read More08/06/2026
เดจาวู ! ‘เอริกเซน’ วูบกลางสนามซ้ำสอง ปลุกคำถาม เป็นโรคหัวใจ ทำไมยังเตะบอลได้ ?
ภาพข่าวที่เผยให้เห็นอาการหมดสติของคริสเตียน เอริกเซน (Christian Eriksen) นักฟุตบอลชื่อดัง อายุ 34 ปี ชาวเดนมาร์ก ที่เคยค้าแข้งกับสโมสรดังมานับไม่ถ้วน ได้สร้างความกังวลให้กับแฟนบอลทั่วโลก หลังในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรระหว่างทีมชาติเดนมาร์กและทีมชาติยูเครนเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้วูบล้มกลางสนามแข่ง ท่ามกลางสายตาของเพื่อนนักเตะ และแฟนบอลทั่วโลก ก่อนจะกลับมามีสติอีกครั้ง และออกจากสนามด้วยตัวเอง เบื้องต้นสมาคมฟุตบอลเดนมาร์กได้แจ้งข้อมูลว่า นักเตะปลอดภัยดี และอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่สำหรับเอริกเซนแล้ว นี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2021 ในการแข่งขันยูโร 2020 ที่เขาได้วูบล้มพับไปในขณะที่กำลังวิ่งรับส่งลูกบอลในสนาม สร้างความสะเทือนใจทันทีหลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเขามีอาการหัวใจหยุดเต้น เหตุการณ์ในวันนั้นแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ เอโดอาร์โด โบเว (Edoardo Bove) นักเตะชาวอิตาลี ที่หมดสติกลางสนามแข่งเมื่อปี 2024 เช่นเดียวกัน และทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามที่ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ แล้วทำไมนักฟุตบอลที่มีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจถึงยังสามารถลงเตะได้ ? สาเหตุโรคหัวใจที่พบในนักฟุตบอล หากเจาะลึกไปถึงสาเหตุแล้วนั้น ผลการศึกษาล่าสุดจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American College of Cardiology) พบว่า ภาวะบางประการ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 72 days ago
Read More05/06/2026
นักวิจัยใช้ AI ตรวจเลือดจางผ่าน ‘ดวงตา’ โดยไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือด
คนกลัวเข็มถูกใจสิ่งนี้ นักวิจัยได้พัฒนาระบบใหม่ที่ใช้เพียงการถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ที่ดวงตาเพื่อประเมินระดับเม็ดเลือดแดง ซึ่งหมายความว่าเราอาจไม่ต้องเจ็บตัวจากการใช้เข็มเจาะเลือดอีกต่อไป แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังไม่พร้อมเข้ามาแทนที่การเจาะเลือดแบบเดิมแบบ 100% แต่มันมีศักยภาพสูงมากในการเป็น 'เครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น' เพื่อหาผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจเลือดอย่างละเอียดต่อไป ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ระบบนี้ทำงานอย่างไร ? การตรวจวัดค่าเลือดแบบไม่ใช้เข็มไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2021 องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) เคยอนุมัติอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Pronto-7 ซึ่งใช้วิธีฉายแสงผ่านเล็บมือเพื่อวัดระดับฮีโมโกลบิน แต่ปัญหาคือ 'สีผิว' มีผลต่อความแม่นยำของอุปกรณ์นี้ ทำให้ผลที่ได้ในกลุ่มคนผิวเข้มคลาดเคลื่อนได้ แต่ 'ตาขาว' ของมนุษย์เรามีเม็ดสีน้อยมากและมีลักษณะแทบจะเหมือนกันในทุกกลุ่มประชากร ทำให้เทคโนโลยีใหม่นี้ จึงมีประโยชน์จากข้อได้เปรียบตรงนี้พอสมสมควร ขั้นตอนการทำงาน หลักการทำงานก็จะไม่ได้ซับซ้อนมากครับ เริ่มแรกคือใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 50 เท่า ถ่ายวิดีโอความยาว 10 วินาทีบริเวณตาขาวของผู้เข้ารับการทดสอบ ซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Video-to-Vessels จะเข้ามาจัดการวิดีโอ โดยตัดการกะพริบตา การขยับดวงตา หรือการเปลี่ยนแปลงของแสงออกไป เพื่อแปลงภาพให้กลายเป็นภาพนิ่งแบบไทม์แลปส์ของเส้นเลือดในดวงตา และใช้โมเดล AI ที่ชื่อว่า VesselNet จะวิเคราะห์รูปแบบการไหลเวียนของเซลล์เม็ดเลือด เพื่อทำนายระดับฮีโมโกลบินและปริมาณเม็ดเลือดแดง ปีเตอร์ แคมป์เบลล์ (Peter…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 75 days ago
Read More27/05/2026
โควิดระบาด ! สิงคโปร์ยอดป่วยทะลุหมื่น หวั่นสะเทือนไทย สธ. เผยยังไม่พบความรุนแรง ด้านแพทย์ยันยังไม่น่าห่วง
โควิด-19 กำลังกลับมา หรือจริง ๆ มันไม่เคยหายไปไหน ? กลางเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา หน้าสื่อทั้งในไทยและต่างประเทศเองต่างรายงานข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ หลังโควิดระบาดหนัก ส่งผลให้มีผู้ป่วยพุ่งทันทีกว่า 12,700 ราย ภายเวลาสัปดาห์เดียว นั่นทำให้หลายคนเกิดความกังวลตามมาว่าไทยมีโอกาสที่จะระบาดใหญ่เหมือนในสิงคโปร์หรือไม่ ? สายพันธ์ุที่กำลังระบาดอยู่ในสิงคโปร์ตอนนี้คือ สายพันธุ์ NB.1.8.1 ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน (Omicron) มีชื่อเรียกเฉพาะหรือชื่อเต็มในวงการแพทย์ว่า ‘นิมบัส’ (Nimbus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต่อจากสายพันธุ์ JN.1 ที่เป็นสายพันธุ์หลักของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งสายพันธุ์นี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDA) ระบุว่าวัคซีนโควิด-19 ที่มีอยู่ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์นี้ นายแพทย์นาเรส สมิตาสิน (Dr. Nares Smitasin) ที่ปรึกษาอาวุโสของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (NUH) ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ เนื่องจากไวรัสได้เปลี่ยนสถานะเป็นโรคประจำถิ่นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แม้จำนวนผู้ป่วยโควิดในสิงคโปร์ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้านประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด สายพันธุ์ NB.1.8.1 ไว้ว่าเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 85 days ago
Read MorePR Partners
See All18/08/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 1 days ago
เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น
เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้18/08/2026
เครือซีพี–มหาวิทยาลัยชิงหัว เดินหน้าสร้างความร่วมมือระยะยาว ต่อยอด Ph.D. Internship สู่แพลตฟอร์มเปลี่ยนงานวิจัย สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจระดับโลก
กรุงเทพฯ – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) หลังการดำเนินโครงการ Tsinghua University × CP Group Ph.D. Internship Program 2026 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาเอก 11 คน เข้ามาร่วมทำงานและดำเนินโครงการวิจัยกับหน่วยธุรกิจของเครือซีพีเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน–8 สิงหาคม 2569 โดยนักศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย มาประยุกต์ใช้กับโจทย์ธุรกิจจริง ก่อนนำเสนอผลการศึกษาต่อผู้บริหารระดับสูงของเครือซีพีและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหัว กิจกรรมการนำเสนอผลงานจัดขึ้นโดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยธุรกิจที่นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเครือฯร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับ คำปรึกษาและการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหาร เพื่อนำมุมมองจากภาคธุรกิจไปประกอบการพัฒนางานวิจัยและแนวคิดให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลงานของนักศึกษา ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ นักศึกษาทั้ง 11 คน…ทีมคอนเทนต์ BT | 2 days ago
Read More14/08/2026
TrueVisions NOW จับมือ Viu เปิดตัว Branded Zone ส่งออริจินัลซีรีส์ไทยลุยตลาด OTT อาเซียน 3 ประเทศ
TrueVisions NOW แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วิว (Viu) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ระดับภูมิภาคในเครือ PCCW Media Group เปิดตัว "TrueVisions NOW Branded Zone" บนแพลตฟอร์ม Viu เพื่อนำเสนอซีรีส์ไทยออริจินัลแก่ผู้ชมใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเตรียมเริ่มออกอากาศชุดแรกจำนวน 6 เรื่อง จากแผนทั้งหมด 24 เรื่อง ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 การขยายช่องทางจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์การส่งออกลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านบันเทิงของไทยสู่ต่างประเทศ ผ่านฐานผู้ใช้งานรายเดือนของ Viu ในภูมิภาค โดยรายชื่อซีรีส์นำร่อง 6 เรื่องแรก ได้แก่ บ้านตัวอย่าง, มเหสีน้อย, ถึงคุณภรรยา…จากสามีที่รัก, สายลับรถแห่, มุ่ยเฟย และ รักษ์ ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินไปตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมความบันเทิงดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากฝั่งผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่น…ทีมคอนเทนต์ BT | 6 days ago
Read More10/08/2026
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 10 days ago
Read More
































