Connect with us

บทความวงการเกม

10 เกม Star Wars ตำนานสงครามดวงดาวที่ไม่มีวันจางหาย

นานมาแล้วในจักรวาลที่ไกลแสนไกล คำกล่าวเปิดหัวเรื่องราวที่แฟน ๆ  Star Wars ต่างรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับสงครามดวงดาวที่เริ่มต้นภาคแรกใน Star Wars Episode IV A New Hope ที่ฉายในปี 1977 ที่เป็นการเปิดเรื่องราวของสงครามดวงดาวที่ทำให้เรารู้จักกับ Darth Vader ผู้ชั่วร้ายกับเหล่าผู้กล้าที่อดีตเคยต่อสู้เพื่อความถูกต้องอย่างเหล่า Jedi กับความหวังสุดท้ายของจักรวาลและการเดินทางเอาแบบแปลนของดาวมรณะอย่าง Death Star ไปส่งให้กับฝ่าย Rebel Alliance เพื่อหาทางทำลายทิ้งก่อนจะสายเกินไป ซึ่งนั่นคือการเปิดเรื่องราวทั้งหมดตลอดทั้ง 9 ภาคตั้งแต่อดีตที่มาที่เริ่มต้นจากเด็กน้อย Anakin Skywalker จนมาจบที่รุนหลานในภาคที่ 9 และเมื่อตัวภาพยนตร์ประสบความสำเร็จขนาดนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีเกมออกมามากมายเช่นกัน และนี่คือ 10 เกมภาคหลักตั้งแต่อดีตที่เราเอามานำเสนอจะมีเกมไหนเครื่องใดบ้างมาดูกันเลย

Star Wars The Arcade Game จำหน่ายปี 1983 บนเครื่อง Atari 2600

Star Wars The Arcade Game

เริ่มต้นเกมแรกกับการเปิดตำนานสงครามดวงดาวบนเครื่องเกมที่เราสามารถเอามาเล่นที่บ้าน ไม่ต้องไปรอหยอดเหรียญต่อคิวเล่นกับคนอื่นกับเกม Star Wars The Arcade Game ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 1983 บนเครื่อง Atari 2600 ที่เราจะได้รับบทเป็น Luke Skywalker พระเอกของเรื่องในการขับยานไปทำลาย Death Star ตามแบบเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ที่ฉายในปี 1977 โดยตัวเกมนี้เป็นการจำลองระบบและกราฟิกจากเกมตู้มาทุกอย่างยกเว้นตัวภาพที่อาจจะดูด้อยกว่าของเกมตู้ไปบ้าง แต่อารมณ์การเล่นการควบคุมก็แทบไม่ต่างกันนับเป็นหนึ่งตลับเกมที่น่าหามาสะสมเป็นอย่างมากสำหรับแฟน ๆ Star Wars

Star Wars The Arcade Game

Star Wars จำหน่ายปี 1987 บนเครื่อง Famicom

Star Wars

มาต่อกันที่เกมบนเครื่อง Famicom กับตลับเกม Star Wars สีเงินในตำนานที่นักสะสมตลับเกมหลายคนอยากหามาสะสม ด้วยความสวยงามของตัวตลับเกมที่เป็นสีเงินเงาดูดีมีราคายิ่งใครที่มีสภาพใหม่ทั้งกล่องคู่มือจะยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นไปอีก ส่วนตัวเกมนั้นก็ดีไม่แพ้คุณค่าของตลับโดยตัวเกมนั้นจะเป็นเกมแอคชั่นมุมมองด้านข้างกับการเล่าเรื่องราวของ Luke Skywalker กับการเดินทางบนดาว Tatooine กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคที่ 4 ของซีรีส์ ตัวเกมถูกเพิ่มเติมเรื่องราวใหม่ ๆ ลงไปจากเรื่องราวในภาพยนตร์หลายส่วนแต่ก็ยังคงอ้างอิงเรื่องราวหลัก ๆ จากหนังอยู่ รวมถึงกลิ่นอายความเป็น Star Wars ที่เอามาเล่นตอนนี้ก็ไม่รู้สึกขัดอะไร ใครอยากได้หามาสะสมต้องใช้กำลังภายในสำหรับการค้นหากันหน่อย ส่วนใครอยากเล่นเกมก็คงต้องทำใจเรื่องความยากและการควบคุมตัวละคร เพราะเมื่อเทียบกับเกมยุคนี้แล้วเกม Star Wars เกมนี้ก็ยากจนอยากเลิกเล่นได้เหมือนกัน

Star Wars

Star Wars The Empire Strikes Back จำหน่ายปี 1982 บนเครื่อง Atari 2600

Star Wars The Empire Strikes Back

หลังจากที่ภาพยนตร์ Star Wars ภาค 4 ได้สร้างความยิ่งใหญ่ปลุกกระแสความชื่นชอบในสงครามดวงดาวไปทั่วโลก 3 ปีหลังจากนั้น Star Wars The Empire Strikes Back ก็สร้างกระแสความนิยมให้มากขึ้นกว่าเดิม กับเรื่องราวที่สานต่อจากภาคที่ 4 กับเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนสนุกและตื่นเต้นกับการเปิดตัวอาจารย์ Jedi อย่าง Yoda กับสงครามดวงดาวที่จบลงด้วยความค้างใจผู้ชมทั่วโลกว่าเรื่องราวในภาคที่ 6 จะเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่ตัวเกมนั้นก็มีเกม Star Wars The Empire Strikes Back ที่วางจำหน่ายหลังภาพยนตร์ฉายไปแล้วกว่า 2 ปีในช่วงปี 1982 บนเครื่อง Atari 2600 ที่ตัวเกมจะเป็นการควบคุมยานของ Luke Skywalker ที่ต้องต้องต่อสู้กับยานรบสี่ขาที่เรียกว่า AT-AT บนดาวน้ำแข็งที่ชื่อว่า Hoth ในช่วงต้นเรื่อง ตัวเกมแม้จะมีเพียงแต่การขับยานยิงแต่ในยุคนั้นเกมนี้ถือว่าเป็นที่นิยมและชื่นชอบของแฟน ๆ Star Wars มาก ๆ เพราะบรรยากาศของเกมและการควบคุมมันได้อารมณ์เหมือนในหนังมาก ๆ ในสมัยนั้น

Star Wars The Empire Strikes Back

Star Wars The Empire Strikes Back จำหน่ายปี  1992 บนเครื่อง GameBoy

Star Wars The Empire Strikes Back

มากันที่เครื่องเกมพกพาอย่าง Game Boy กันบ้างกับเกมที่เป็นภาค 5 ของสงครามอวกาศที่ในชื่อภาคนี้จะใช้เป็นชื่อเดียวกับเกมเลยคือ Star Wars The Empire Strikes Back ที่วางจำหน่ายในปี 1992 ซึ่งห่างจากภาพยนตร์กว่า 12 ปีแต่ด้วยความนิยมที่เป็นอมตะที่ไม่ว่าทีมพัฒนาจะหยิบมาสร้างตอนไหนตัวเกมก็ยังคงไม่รับความนิยมจากแฟน ๆ ยิ่งการทำลงบนเครื่อง Game Boy ที่เป็นเครื่องเกมพกพาจอสีขาวดำตัวเกมคงจะไม่น่าสนใจ แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเกม Star Wars The Empire Strikes Back ภาคนี้กลับเล่นสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งตัวเกมนั้นจะอ้างอิงช่วงแรกของภาพยนตร์บนดาวน้ำแข็ง Hoth แต่ได้เพิ่มเติมเรื่องราวรวมถึงการขยายฉากต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับการเป็นเกมแอ็กชันมุมมองด้านข้าง ที่เราจะได้เล่นเป็นทั้ง Han Solo และ Luke Skywalker ใครชอบภาพยนตร์ภาค The Empire Strikes Back ไม่ควรพลาดเกมนี้

Star Wars The Empire Strikes Back

Star Wars Return of the Jedi Death Star Battle จำหน่ายปี 1983 บนเครื่อง Atari 2600

Star Wars Return of the Jedi Death Star Battle

แล้วก็มาถึงภาคปิดตำนานสงครามดวงดาวในภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Star Wars Return of the Jedi ที่ในภาคนี้จะเป็นการสรุปปมที่ค้างคาใน 2 ภาคที่แล้วกับชาติกำเนิดของ Luke Skywalker และการเดินทางสู่จุดตัดสินของฝ่าย The Empire กับฝ่าย Rebel Alliance ที่จบลงได้อย่างน่าประทับใจแฟน ๆ ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งทางด้านของวิดีโอเกมก็ไม่พลาดที่จะทำออกมาขายในชื่อเกม Star Wars Return of the Jedi Death Star Battle ที่วางจำหน่ายในปี 1983 บนเครื่อง Atari 2600 ที่เป็นปีเดียวกับที่ภาพยนตร์ออกฉาย โดยตัวเกมนั้นจะหยิบยกเรื่องราวในช่วงท้ายของเกมกับขับยานต่อสู้กันของทั้งสองฝ่ายเพื่อทำลาย Death Star ดวงที่ 2 ซึ่งครั้งนี้เราจะไม่ได้ควบคุมเป็น Han Solo หรือ Luke Skywalker แต่จะเป็น Lando Calrissian ที่ขับยาน Millennium Falcon ที่ได้อารมณ์แบบเดียวกับในภาพยนตร์เป็นอย่างมากในยุคนั้น

Star Wars Return of the Jedi Death Star Battle

Super Return of the Jedi จำหน่ายปี 1994 บนเครื่อง Super Famicom

Super Return of the Jedi

ในช่วงปี 1994 หรือราว ๆ 11 ปีเกม Super Return of the Jedi ก็วางจำหน่ายบนเครื่อง Super Famicom ที่แม้จะสร้างห่างจากภาพยนตร์ถึง 11 ปีแต่ตัวเกมก็ยังคงบรรยากาศความสนุกและกลิ่นอายความเป็น Star Wars อยู่อย่างครบครันแถมยังเพิ่มเติมฉากที่ไม่มีในเรื่องราวลงไปเพื่อให้ตัวเกมที่เป็นเกมแอ็กชันได้สนุกตื่นเต้นกับการเดินทางของ Luke Skywalker ที่ตอนนี้เขาได้เป็น Jedi คนสุดท้ายที่ต้องต่อสู้เพื่อกอบกู้จักรวาลให้กลับมาสงบสุข ซึ่งตัวเกมก็เล่าเรื่องราวตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องของภาพยนตร์จนมาถึงช่วงท้ายของเกมที่เป็นการปิดตำนานสงครามดวงดาวด้วยภาพที่สวยสดใส การควบคุมที่ไหลลื่นแต่ก็ไม่ง่ายที่คนซึ่งเคยชินกับเกมยุคนี้จะเล่นผ่านได้ง่าย ๆ ใครที่เป็นแฟนเกม Star Wars ไม่ควรพลาดหามาสะสมแม้จะหาได้ไม่ง่ายก็ตาม

Super Return of the Jedi

Star Wars Episode I The Phantom Menace จำหน่ายปี 1999 บนเครื่อง PlayStation

Star Wars Episode I The Phantom Menace

ใครที่เป็นแฟนหรือรู้จักตำนานสงครามดวงดาวคงจะทราบดีว่าตัวภาพยนตร์ Star Wars นั้นได้เริ่มต้นการสร้างและเล่าเรื่องราวโดยเริ่มจากภาคที่ 4, 5, 6 ก่อนจนมาถึงปี 1999 หรือกว่า 16 ปีที่แฟน ๆ ต่างรอคอยภาคที่ 1 ของซีรีส์ที่เป็นการย้อนอดีตไปเล่าเรื่องราวของ Anakin Skywalker ในวัยเด็ก ที่เริ่มต้นจากการเป็นเด็กกำพร้าในร้านขายของเก่าบนดาว  Tatooine  กับจุดเริ่มต้นของสงครามดวงดาวที่จะสานต่อยาวนานไปจนถึงภาคที่ 9  โดยเกมภาคนี้จะใช้ชื่อว่า Star Wars Episode I The Phantom Menace วางจำหน่ายปี 1999 บนเครื่อง PlayStation 1 ที่เป็นปีเดียวกับที่ภาพยนตร์ฉาย โดยตัวเกมจะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครอย่าง Qui-Gon Jinn อาจารย์ Jedi กับศิษย์คนสนิทอย่าง Obi-Wan Kenobi ซึ่งเกมก็สร้างและดำเนินเนื้อเรื่องตามภาพยนตร์ทุกอย่างแถมยังมีการเพิ่มเติมฉากและเรื่องราวต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้เหมาะสมกับตัวเกมที่เป็นแนวแอคชั่น 3D ที่สวยงามและได้บรรยากาศความเป็น Jedi ได้อย่างดีงามถูกใจแฟน ๆ ที่ได้เล่นเป็นอย่างมาก  ใครที่อยากรู้ว่าเกมนี้สนุกขนาดก็ลองหามาเล่นดูพอดูจบก็ไปหาภาพยนตร์มาดูอีกรอบเพื่อความสนุกและอินมากขึ้น

Star Wars Episode I The Phantom Menace

Star Wars Episode II Attack of the Clones จำหน่ายปี 2002 เครื่อง Game Boy Advance

Star Wars Episode II Attack of the Clones

มาต่อกันที่ Star Wars Episode II Attack of the Clones ที่เป็นเรื่องราวซึ่งสานต่อจาก Star Wars Episode I The Phantom Menace หลายปีกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของ Anakin Skywalker ในฐานะศิษย์ฝึกหัดของ Obi-Wan Kenobi กับการเดินทางปกป้อง Padmé Amidala จากการปองร้ายจนเกิดเป็นความรักที่ต้องห้ามก่อนจะสานต่อเรื่องราวเข้าสู่สงคราม Clones ที่ยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสิบปี ซึ่งเกมส่วนมากจะจับเรื่องราวในสงคราม Clones มาทำเป็นเกมมากกว่าจะเอาเรื่องราวจากภาพยนตร์มาเล่า แต่บนเครื่อง Game Boy Advance ก็ยังมีเกม Star Wars Episode II Attack of the Clones ออกวางจำหน่ายในปี 2002 ที่เป็นปีเดียวกับที่ภาพยนตร์ออกฉาย ซึ่งตัวเกมก็จะเป็นเกมแอ็กชัน 2D มุมมองด้านข้างกับการเดินทางต่อสู้ของ Anakin Skywalker ตั้งแต่ช่วงแรกของภาพยนตร์ไปจนถึงช่วงท้ายเรื่องที่มีการใส่ฉากและเพิ่มเรื่องราวต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้ตัวเกมมีฉากแอ็กชันในการเล่นที่อ้างอิงกับตัวบทของภาพยนตร์ ตัวเกมเล่นได้เรื่อย ๆ ถ้าคุณไม่เน้นที่กราฟิกก็ลองหามาเล่นหรือสะสมดูได้

Star Wars Episode II Attack of the Clones

Star Wars Episode III Revenge of the Sith จำหน่ายปี 2005 บนเครื่อง PlayStation 2

Star Wars Episode III Revenge of the Sith

Star Wars Episode III Revenge of the Sith  และแล้วก็มาถึงภาคที่ 3 กับบทสรุปของเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของ Anakin Skywalker ที่เริ่มจากเด็กน้อยบนดาวทะเลทรายที่ผ่านการเดินทางจนมาเป็น Jedi ผู้ช่วยจักวาลจากสงคราม Clones ก่อนจะเข้าสู่ด้านมืดกลายเป็น Darth Vader ที่ช่วยร้ายที่เรารู้จักในภาค 4, 5, 6 โดยตัวเกมนั้นจะใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์ในชื่อ Star Wars Episode III Revenge of the Sith วางจำหน่ายในปี 2005 บนเครื่อง PlayStation 2 ที่คราวนี้ตัวเกมจัดเต็มกับเรื่องราวตามแบบในภาพยนตร์ตั้งแต่เริ่มต้นกับกราฟิกแบบ 3D ที่สวยงามกับการเล่นเป็นสองตัวละครอย่าง Anakin Skywalker และ Obi-Wan Kenobi ที่มีเรื่องราวในแบบของตนเองก่อนที่จะมาพบกันในตอนท้ายเรื่อง เพื่อสู้ตัดสินกันบนดาวภูเขาไฟกับการพ่ายแพ้จนเข้าสู่ด้านมืดของ Anakin Skywalker ใครที่เป็นแฟนหนังภาคนี้ไม่ควรพลาด

Star Wars Episode III Revenge of the Sith

Lego Star Wars

Lego Star Wars

ปิดท้ายด้วยซีรีส์เกมที่รวบรวมความเป็น Star Wars เอาไว้มากที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดของตัวเกม คงต้องยกให้เกมในซีรีส์ Lego Star Wars เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเกม Lego รึไม่แต่ถ้าคุณเป็นแฟน Star Wars คุณต้องลองหามาเล่น เพราะถ้าเราไม่นับตัวเกมที่เป็นการเล่าเรื่องแบบเด็ก ๆ ปนตลกกับฉากทั้งหมดที่เป็นตัวต่อ Lego คุณต้องชอบเกมในซีรีส์นี้เพราะทาง Lego ได้นำเรื่องราวของ Star Wars เกือบทุกภาคที่เราคิดออกมาทำเป็นเกมให้เราได้เล่น ตั้งแต่ภาค 4 มาจนถึงภาคที่ 8 ซึ่งตัวเกมก็ยังคงเรื่องราวกราฟิกและฉากที่ยิ่งใหญ่สวยงามสีสันสดใสกับเรื่องราวในเกมที่อิงเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว แถมบางภาคนั้นก็เป็นการเล่าเรื่องราวเรียงมาตั้งแต่ภาคที่ 1 มาจนถึงภาคที่ 7 เลยก็มี แถมตัวเกมยังทำลงบนทุกเครื่องที่มีในตลาดอีกด้วย เรียกว่าเอามาเล่นได้ทั้งครอบครัวเด็กเล่นดีผู้ใหญ่เล่นเพลินที่คุณไม่ควรพลาด

Lego Star Wars

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 เกม Star Wars ภาคหลักทั้ง 6 ภาคที่เราเอามานำเสนอ โดยบทความนี้ต้องการเน้นที่เกมภาคเก่า ๆ เพื่อเอาใจเกมเมอร์สายนักสะสมหรือแฟน ๆ Star Wars ที่ต้องการอยากหาเกมเก่า ๆ มาเล่นจะได้รู้ว่าต้องหาเกมอะไรมาเล่นกันได้ ส่วนตัวเกมในไตรภาคใหม่อย่าง 7, 8, 9 รวมถึงภาคแยกย่อยภาคเสริมที่ถูกสร้างออกมาอีกมากมายเอาไว้มีโอกาสเราจะเอามานำเสนออีกครั้ง ส่วนใครที่ยังไม่เคยดูซีรีส์นี้มาก่อนก็ลองไปหาตั้งแต่ภาคที่ 4 จนถึงภาคที่ 6 มาดูก่อนแล้วค่อยย้อนมาดูภาค 1 ถึง 3 แล้วตามด้วยภาค 7 กับ 8 จะได้ดูภาคที่ 9 รู้เรื่องและสนุกมากขึ้นแถมยิ่งเล่นเกมขวบคู่กับดูภาพยนตร์ไปด้วยจะยิ่งสนุกและอินมากขึ้นไปอีกหลายเท่าอย่างแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น