Connect with us

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์สาว Social Media Customer Service กับการทำงานที่บ้าน สุดชิล!

Published

on

ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากทำงานที่มั่นคงแต่อิสระกันทั้งนั้นแหละ แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็ดั๊นนน อยู่ด้วยกันได้ยากจริงๆ คนส่วนใหญ่ก็เลยต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งมั่นคงหรือฝั่งอิสระ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายคนที่โชคดี เพราะได้ทำงานที่ทั้งมั่นคงและอิสระไปพร้อมๆ กัน อย่างสาว “Social Media Customer Service Specialist” หรือผู้เชี่ยวชาญการให้บริการลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เราจะพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกันวันนี้ เพราะเธอสามารถทำงานอยู่ที่บ้านหรือนอกออฟฟิศได้ เรียกได้ว่าอิสระและสบายใจสุดๆ ไปพบกับ กอล์ฟ – พลอยอนงค จิรฤทัยโรจน์ กันเลย!

เป็นไงมาไง ถึงทำตำแหน่ง Social Media Customer Service Specialist ได้

ตอนแรกเลยไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทำตำแหน่งนี้ แค่คิดว่าชอบทำงานกับคน อยากทำงานอะไรก็ได้ที่เราได้ติดต่อสื่อสารพูดคุยกับคน เพราะตอนเรียนได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการพูด การใช้ภาษาเยอะ มีโอกาสทำงานพิธีกรของคณะ งานต้อนรับแขกต่างชาติ ฯลฯ เลยทำให้เรารู้ว่าเราชอบเจอชอบคุยกับคนใหม่ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นชาวต่างชาติก็จะเหมือนยิ่งเป็นการท้าทาย เป็นโอกาสให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษในการพูดคุยจริงๆ

ตำแหน่งนี้ทำอะไรบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย

หลักๆ จะเป็นการพูดคุยถาม-ตอบคำถามกับลูกค้าแต่ละแบรนด์ที่บริษัทรับมาดูแล ถ้าให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพลักษณะจะคล้ายๆ แอดมินเพจ แค่เราไม่ได้ทำเพจเดียว เราดูแลหลายแบรนด์มาก ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ สินค้าเป็นที่รู้จัก แต่ขอไม่บอกนะว่าแบรนด์อะไรมั่ง (หัวเราะ) ต้องใช้ภาษาสื่อสารทั้งไทยทั้งอังกฤษแล้วแต่ target ลูกค้าของแบรด์นั้นๆ ที่เข้ามา โดยงานจะทำผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ไม่ใช่การพูดคุยคอลเซ็นเตอร์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ เราเลยต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รับเรื่องจากลูกค้าประสานงานส่งต่อเรื่องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามหาข่าวหรือกระแสบนโลกโซเชียลที่มีการกล่าวถึงแบรนด์นั้นๆ เรียกได้ว่าเราต้องทำงานให้ทันโลก ทันกระแสสังคมที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

เห็นบอกว่าสามารถทำงานนอกออฟฟิศได้ด้วย

การทำงานที่นี่ (บริษัท IMC: Innovative Marketing Communication) เฉพาะตำแหน่งของทีมกอล์ฟ จะแบ่งเป็นกะตามตารางเวรของแต่ละเดือน อาทิตย์นึงหยุด 2 ตามปกติ แต่อาจจะไม่ใช่เสาร์-อาทิตย์ แล้วแต่การจัดตารางในเดือนนั้นๆ เราจะมีเข้าเวรเช้า เวลาออฟฟิศ และเวรเย็น เพื่อการดูแลลูกค้าได้ทุกช่วงเวลา สำหรับกอล์ฟหากไม่ได้ทำเวรออฟฟิศ ก็สามารถหิ้วโน้ตบุ๊กไปทำได้ทุกที่ที่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตให้ใช้ (หัวเราะ) ที่ไหนก็ได้ถ้าไม่ใช่บ้านตัวเอง ก็จะเป็นบ้านเพื่อน หรือตามร้านอาหารร้านกาแฟ (หัวเราะ)

เอาจริงๆ เท่าที่คุยกับเพื่อนคนอื่นในทีมแทบไม่เจอใครทำ ส่วนใหญ่จะอยู่แต่บ้านทำงานกันไป แต่กอล์ฟไม่นะ (หัวเราะ) เพราะด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยวชอบไปนู้นไปนี่ หากเราไม่ได้เข้าออฟฟิศก็จะจัดตารางชีวิตของตัวเองให้คุ้มที่สุด วันๆ นึงจะต้องได้ทำอะไรหลายอย่าง เช่น หากทำงานเวรเช้าเสร็จก็เที่ยวต่อเย็น ถ้าทำเวรเย็นก็ยังจัดตารางตัวเองให้ได้เที่ยวหรือทำอะไรตอนเช้า บางคนอาจเจอกอล์ฟเดินเล่นตามช่วงเวลาที่คนควรทำงาน และนึกว่ากอล์ฟไม่ทำงานหรอ? คือเปล่าเลย วันนั้นเรามีงานแค่ทำงานเสร็จแล้วหรือ เดี๋ยวทำต่อจากเที่ยวเท่านั้นเอง กอล์ฟชอบใช้เวลาทั้งวันให้คุ้มที่สุดโดยหากิจกรรมอะไรก็ได้ทำ การเดินเที่ยว ออกกำลังกาย เจอเพื่อน ดูหนัง ฯลฯ จนเพื่อนที่สนิทกับคนที่บ้านยังถามว่ากอล์ฟไหวได้ไง (หัวเราะ) ไปนู่นไปนี่ร่างจะพังเอา แต่เอาจริงๆ กอล์ฟก็มีวันนอนเฉยๆ เหมือนกันนะ มีความขี้เกียจขยับตัวแบบที่ใครๆ ก็เป็นเยอะอยู่เหมือนกัน

ทำไมกอล์ฟถึงเลือกทำงานด้านนี้

เพราะคิดว่าเป็นงานที่น่าสนใจ ได้พูดคุยติดต่อสื่อสารกับคน เป็นงานที่ใช้ภาษาซึ่งตรงกับสายที่เรียนมา กอล์ฟเรียนศิลปศาสตร์มหิดลไทย-อังกฤษ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนจริงๆ ไม่ได้เป็นการพูดคุยต่อหน้าอย่างที่เราเคยทำมา แต่ก็ถือว่าเป็นศาสตร์ของการสื่อสารทางภาษาอย่างนึง ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่ายากกว่าการสื่อสารโดยการพูด เพราะการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถใส่อารมณ์ของน้ำเสียง หรือเห็นสีหน้าของผู้พูดและผู้ฟังได้เลย จึงถือว่าเป็นอีกงานนึงที่เป็นการท้าทายทักษะการสื่อสารทางภาษาของเรา

ถ้าอยากทำงานด้านนี้ ต้องจบสายสื่อสารโดยตรงมั้ย

ไม่จำเป็นนะ แต่ถ้าจบด้านภาษาก็อาจจะมีต้นทุนนิดนึงในด้านของการเรียบเรียงภาษาที่ใช้สื่อสาร ก็จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อโดยง่าย ไม่เกิดความสับสน หรือต้องสื่อสารซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ซึ่งหากไม่ได้จบด้านภาษาก็สามารถทำได้เหมือนกันอยู่ที่ความชอบความสนใจของตัวเอง เพราะกอล์ฟมีความเชื่อมากๆ อย่างนึงว่า หากเรามีความตั้งใจจะทำอะไรซักอย่างแล้วทุกคนสามารถทำได้ แม้ไม่ถนัด ไม่เคยทำ

แต่คนเราฝึกกันได้เพราะฉะนั้นใครที่บอกใช้ภาษาไม่ถูกไม่รู้เรื่องเลยถ้าอยากทำแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน บางคนอาจคิดว่าแค่พิมพ์พูดสื่อสารใครๆ ก็ทำได้ แต่อยากจะบอกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น นี่คืองานจริงๆ ที่ไม่ใช่การพิมพ์โต้ตอบคุยเล่นกับคนสนิททั่วไป ระดับภาษาที่ใช้ตอบลูกค้าของแบรนด์ต่างๆ ก็มีอิมเมจต่าง กัน ระดับภาษาการเลือกสรรคำทีใช้ก็ต่างกันไปด้วย บางที่ก็มีมึนเหมือนกันนะแบบทำตอบแบรนด์นี้อยู่ swip มาตอบรับลูกค้าอีกแบรนด์นึงที่กลุ่มลูกค้าแตกต่างภาษาต่างกัน ก็มีมึนๆ อยู่ (หัวเราะ) ต้องมีสมาธิและจูนสติตัวเองเยอะๆ

ทักษะที่กอล์ฟคิดว่าจำเป็นต้องมี

กอล์ฟว่าทักษะด้านการใช้ภาษาเป็นอย่างแรกที่สำคัญ ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการอดทนต่อความกดดันของลูกค้าได้ เพราะเราเป็นด่านแรกในการต้อนรับลูกค้าผ่านโซเชียล ก็จะมีทั้งชื่นชมและคอมเพลนตัวบริษัทนั้นๆ มาเป็นระยะ ซึ่งเวลามีคอมเพลนมา ถึงตัวเราไม่ได้ทำงานภายใต้แบรนด์นั้นโดยตรง อารมณ์ outsource แต่เราก็ต้องสวมบทบาทเสมือนเป็นสมาชิกคนนึงของแบรนด์ที่เรารับดูแล พยายามใจเย็นจัดการประสานงานแก้ไขเรื่องต่างๆ ให้ลุล่วง

ส่วนทักษะอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องการประสานงานการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนๆ ต้องมีการพูดคุยกันเรื่อยๆ ถึงเคสสำคัญๆ ต่างๆ การส่งต่อเรื่องเพื่อให้เพื่อนที่มาทำต่อเราเข้าใจสถานการณ์ของเคส และจัดการประสานงานต่อไปได้ค่ะ เรื่องการจัดการบริหารเวลาด้วย เวลาในการตอบรับลูกค้าของแบรนด์ๆ นึงก็สำคัญ เราไม่ควรให้ลูกค้ารอนานเกินไป ความแอคทีฟตื่นตัวต้องมาจ้า อ้อ! แล้วก็สกิลความจำต้องมีด้วยเพราะเราต้องจำข้อมูลพื้นฐาน คำถามสำคัญๆ ที่พบบ่อยของแต่ละแบรนด์ให้ได้ ซึ่งการมีหลายๆ แบรนด์ให้เราดูแลนี่แหละ สนุกเลย จำกันวนไป (หัวเราะ)

มีประสบการณ์การทำงานครั้งไหนที่ประทับใจที่สุดบ้าง

ถ้าเป็นเรื่องที่ประทับใจอย่างแรกเลยคือที่ทำงานสภาพแวดล้อมและพี่ๆ เพื่อนๆ ที่บริษัท ทุกคน nice เฮฮาปาร์ตี้ บริษัทกอล์ฟหัวหน้าก็ใจดีมากเว่อร์ เรามีจัดกินเลี้ยงกันทุกเดือนที่ทุกคนต่างรอคอย (หัวเราะ) งานคืองานเล่นคือเล่น แต่ทำงานบางทีเราก็จะเล่นด้วย ก็แนวคุยๆ กันไปแบบไม่เครียดค่ะ ส่วนถ้าความประทับใจในตัวเนื้องานของกอล์ฟ ก็จะมีตามพวกเคสให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ แล้วเค้าขอบคุณในความช่วยเหลือของเรารวมถึงบางครั้งก็มีคำชมด้วย คือมันเหมือนเป็นถ่านชาร์จแบตร่างกายเราได้เลย อารมณ์ว่า เราสามารถช่วยคนอื่นได้นะ เราก็จะนั่งยิ้มแฮปปี้หน้าคอมไป (หัวเราะ)

อาชีพบนโซเชี่ยลมีเดียแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่พอสมควร กอล์ฟคิดว่าอาชีพนี้สำคัญยังไงบ้าง

เอาจริงๆ อาชีพนี้ถือว่าเป็นอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคที่การสื่อสารก้าวหน้า เทคโนโลยี โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนใช้ ทำให้อาชีพนี้จำเป็นมากๆ ในการเป็นตัวกลางประสานงานกับลูกค้าและตัวแบรนด์ บางคนอาจคิดว่าเป็นแอดมินแต่สำหรับกอล์ฟการทำงานตำแหน่งนี้ และกับบริษัทนี้ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อดูแลแบรนด์ของตัวเอง และไม่ใช่ธุรกิจของตัวเอง หรือทำให้เฉพาะแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ทีมกอล์ฟและกอล์ฟเป็นเหมือนกุญแจสำคัญด่านแรกในการติดต่อสานความสัมพันธ์ของลูกค้ากับบริษัทที่ว่าจ้างบริษัทกอล์ฟอีกที หากสื่อสารไม่ดีทำให้ลูกค้าไม่พอใจก็อาจจะล่มได้ง่ายๆ เช่นกัน

เราเป็นส่วนหนึ่งในกลไกของการทำการตลาดผ่านโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบัน สรุปแล้วกอล์ฟคิดว่า หากไม่มีอาชีพนี้ในยุคนี้ ก็ทำให้ตัวแบรนด์สินค้าแต่ละบริษัทประสานงานติดต่อกับลูกค้าได้ยากขึ้น มีภาระหนักขึ้น ตำแหน่งนี้จึงเหมือนตัวแทนของแบรนด์ในการช่วยลดกระบวนการการทำงานของบริษัทผู้ว่าจ้างได้เป็นอย่างดี

เสน่ห์ของอาชีพนี้คืออะไร

เสน่ห์ของอาชีพนี้คือความท้าทายค่ะ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าวันนี้เราจะเจอลูกค้าแบบใด มาแนวไหน จะเป็นเคสพูดคุยสอบถามปกติ หรือมีเรื่องขัดข้องอะไรให้เราต้องแก้ไขบ้าง ก็ลุ้นดีนะ (หัวเราะ) ท้าทายความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสุดๆ

แรงบันดาลใจในการทำงานของกอล์ฟ

แรงบันดาลใจในการทำงานตำแหน่งนี้ในทุกๆ วันคือ “คน” หรือลูกค้าของเราค่ะ ที่บอกว่าเราชอบทำงานติดต่อพูดคุยกับคน เพราะงั้นการที่เราได้มาทำตรงนี้เหมือนอารมณ์ผู้พิทักษ์ เป็นที่พึ่งพิงของลูกค้า เราจะรู้สึกว่ามีคนคอยคำตอบเราอยู่ ถ้าเราช่วยเค้าได้สำเร็จมันให้ความรู้สึกดีมากๆ ฟังเหมือนคำตอบนางงามนะ (หัวเราะ) แต่คือเรื่องจริงสุดๆ ที่ไม่ว่าใครก็ตามได้ให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ เราก็รู้สึกดีกับตัวเราเองเนอะ

แนะนำแอปหน่อยสิ มีแอปไหนเจ๋งๆ บ้าง

เนื่องจากงานกอล์ฟมีการสื่อสารเป็นหลัก กอล์ฟเลยเลือกใช้แอปพลิเคชั่นดิกชันนารี “THAI DICT” แอปนี้ดีตรงที่เราสามารถเสิร์ชได้ทั้งไทย-อิ้ง มันช่วยกอล์ฟได้มากในบางครั้งที่เรานึกคำศัพท์ไม่ออกก็จะเสิร์ชหาได้สะดวกสุดๆ แถมยังมีประโยคตัวอย่างให้เราดูด้วย

ในเคสของชาวต่างชาติถึงแม้เราจะเรียบเรียงภาษาใช้ภาษาได้ยังไง แต่ก็ต้องมีบางทีที่เราเจอศัพท์ที่ไม่คุ้น แอปนี้ก็จะเป็นที่พึ่งที่ดีมาก หรือแม้กระทั่งการเลือกสรรคำที่ใช้ในประโยค บางทีเรารู้คำนึงแต่ไม่ใช่คำที่สวยเท่าไหร่ แอปตัวนี้ก็ช่วยในการใช้คำที่หลากหลายได้มากขึ้น

ดาวน์โหลด

อ่านบทความนี้จบ หลายคนคงเริ่มสัมผัสได้ถึงความสำคัญของโซเชียลมีเดียที่เริ่มจะมีบทบาทมากขึ้น จนทำให้เกิดอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น และดูเหมือนจะมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งนับว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามองอย่างมาก

ส่วนครั้งหน้าแบไต๋จะพาไปรู้จักกับหนุ่มสาวในสาขาอาชีพอะไร จะแปลกใหม่หรือน่าสนใจขนาดไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat สัมภาษณ์ “เจเจ” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กับชีวิตปี 1 ในรั้วธรรมศาสตร์

Published

on

เป็นคณะยอดฮิต ที่ใครๆ ก็มักจะคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ อย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพราะนับเป็นคณะเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แถมยังเม้าส์กันว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเนี๊ยบและมีระเบียบสุดๆ ส่วนจะจริงหรือเท็จยังไง วันนี้แบไต๋จะพาไปไขความกระจ่างกับ เจเจ-เปมิกา เสงี่ยมกุล ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปคุยกับเธอกันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคะ

ที่เจเลือกเรียนคณะนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบคณิตศาสตร์ค่ะ ชอบอะไรที่มันมีกฎเกณฑ์ มีกรอบให้ว่า ทำแบบนี้ถูกนะหรือทำแบบนี้ผิด เจเป็นคนที่ไม่ค่อย creative เท่าไหร่ค่ะ แล้วพอดีแม่ทำบริษัทรับทำบัญชีด้วย จะได้มาทำต่อแม่ได้ค่ะ แถมยังมีข้อดีคือบัญชีเป็นวิชาชีพค่ะ ถ้าไม่จบบัญชีก็ไม่สามารถทำบัญชีได้ค่ะ จึงทำให้หางานง่ายค่ะ

สาขาบัญชี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 จะเรียนวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็วิชาแกนบังคับของคณะตัวแรกๆ ค่ะ

ปี 2 ปี 3 และปี 4 ก็จะเรียนวิชาแกนของคณะ แล้วก็วิชาเอกของตัวเองค่ะ อย่างเจเรียนเอกบัญชี ก็จะแตกไปเป็นอีกหลายวิชา เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีภาษีอากร การสอบบัญชี ประมาณนี้ค่ะ

วิชาโปรดของเจเจ

คงจะเป็นวิชาบัญชีค่ะ เจอยู่ปี 1 ก็เลยได้เรียนไปแค่ 2 ตัวค่ะ คือ AC201 การบัญชีชั้นต้นวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานของบัญชีทั้งหมด และ AC311 การบัญชีชั้นกลาง วิชานี้ก็จะเจาะลึกมากกว่า AC201 ค่ะ ที่เจชอบวิชาบัญชีมากสุดเพราะอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่าเจชอบอะไรที่มันเป็นกฎเกณฑ์ค่ะ แต่ก็อยู่ที่อาจารย์ด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์น่ารัก ใจดี ก็ชอบค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่ชอบที่สุด ตั้งแต่เคยทำมาคือโปรเจ็คอะไร

เพราะเจอยู่ปี 1 เลยยังไม่มีโปรเจ็คใหญ่ๆ ค่ะ ก็จะมีทำงานงานเล็กๆ บ้างค่ะ ถ้าที่ชอบที่สุด ก็คงเป็นของวิชา Fn201 การเงินธุรกิจค่ะ ก็จะให้เราเลือกธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วก็ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มเป็นยังไง โดยใช้ข้อมูลจากอดีตมาเปรียบเทียบแล้วก็ดูว่า เราควรลงทุนในธุรกิจนี้ไหม

จำเป็นมั้ย ที่เรียนบัญชีต้องเก่งเลข

เอาจริงๆ บัญชีไม่ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มากค่ะ จะไม่มีพวกแคลคูลัสเหมือนกับวิศวะค่ะ จะใช้แค่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องคิดเลขคิดเอาค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่เก่งเลขแต่อยากเรียน เจแนะนำว่า ควรมีพื้นฐานที่ดีค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าคือความชอบค่ะ เพราะถ้าเราชอบอะไรจริงๆ เราก็จะพยายามแล้วทุ่มเทกับมันค่ะ

และถ้าอยากเก่งเลข ต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ต้องมีวินัยแล้วก็มีความมุ่งมั่นค่ะ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ

ว่ากันว่าสาวๆ บัญชีมักจะดุ

เจว่าไม่จริงนะ เพราะเจใจดี (หัวเราะ) เจว่าอยู่ที่คนมากกว่าค่ะ  

เห็นเจเจเป็นดาวคณะด้วย เล่าตอนประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

ปกติคณะบัญชีของธรรมศาสตร์จะมีการแข่งร้องเพลงทุกปีค่ะ โดยในคณะเองจะแบ่งกันเป็นโต๊ะ แล้วก็ให้แต่ละโต๊ะมาแข่งกัน โดยแต่ละโต๊ะจะโหวตเลือกดาวเดือนเอาไว้แล้ว ซึ่งเจก็ได้รับโอกาสนั้นค่ะ ในการแข่งร้องเพลง ก็จะมีการแสดงในโต๊ะแล้วก็ร้องเพลงของมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนเจที่ประกวดดาวคณะก็จะมีจับฉลากตอบคำถามเพิ่มค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ได้คำถามที่ยากอยู่ค่ะ เจก็ตอบไป งงตัวเองไปค่ะ  (หัวเราะ) พอผลออกมา โต๊ะเจได้ที่ 3 ส่วนเจก็ได้เป็นดาวคณะแบบงงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอหลังจากได้รางวัลแล้วก็จะต้องเป็นตัวแทนคณะไปแข่งดาวมหาวิทยาลัยต่อค่ะ

มีกิจกรรมไหนเจ๋งๆ ที่เจเจประทับใจอีกมั้ยคะ

ตอนช่วงเทอมแรก มีงาน TU freshy game เจเลยลงแข่งว่ายน้ำค่ะ ลงแข่ง 4 ท่า ได้ 3 ทอง 1 ทองแดงค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมประกวดดาวเดือน ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งก็จะมี workshop ต่างๆให้ดาวเดือนแต่ละคณะ ได้ทำร่วมกันค่ะ กิจกรรมที่ชอบที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ให้ดาวเดือน แต่ละคนช่วยกันทำ กล่องรับบริจาค แล้วไปรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ เด็กกำพร้าค่ะ

ต้องมีหลายคนอยากรู้แน่ๆ ว่าสังคมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นยังไง

ที่ธรรมศาสตร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักศึกษาค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ แล้วก็อาจารย์ที่นี่จะพูดอยู่เสมอว่า ให้นักศึกษาทุกคนต้องช่วยกันเรียนค่ะ ไม่ให้แข่งกัน เพราะฉะนั้น เพื่อนก็จะน่ารักทุกคนค่ะ มีอะไรไม่เข้าใจก็แชร์กัน ช่วยกันค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของเจเจ

เรื่องการแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญค่ะ เจเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะยุ่งมาตลอดค่ะ ก็เลยจะมีการจัดตารางชีวิตของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะแบ่งเวลาได้ถูกค่ะ ว่าเวลาไหนเที่ยวเล่นได้นะ หรือเวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำการบ้าน แต่ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นชิน ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้มากหน่อยค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องการปรับตัวค่ะ ระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีครูมาคอย จ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเรียนมัธยมและบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัดก็ต้อง อยู่หอ อยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็จะไม่มีใครมาคอยคุมเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตค่ะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

เจคิดแค่ว่า เจอยากมีอนาคตที่ดีค่ะ อยากทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเราค่ะ

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการเรียน

แอป Notes Writer ค่ะ เพราะเวลามีงานหรือมีการบ้านต่างๆ เจก็จะมา list ไว้ เพื่อจะได้จัดตารางค่ะ ว่างานไหนควรทำก่อนหรือทำหลัง และแต่ละงานมีรายละเอียดยังไงบ้างค่ะ

itunes.apple.com

ดาวน์โหลด

ใครที่คิดว่าสาวๆ คณะนี้จะดุๆ อย่างเดียว คงได้เปลี่ยนความคิดกันคราวนี้แล้วหล่ะ เพราะน้องเจเจสาว UniChat ของเราวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสาวบัญชีน่ารัก สดใส และหวานสุดๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความวงการเกม

สัมภาษณ์เจาะลึก ผู้สร้าง Dragon Quest XI : ความเป็นไปได้เกมภาษาไทย?, ใช้ Unreal Engine สร้างยากไหม?

Published

on

จบลงไปแล้วสำหรับงาน PlayStation Experience SEA 2018 เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ PlayStation ได้ขนเอาเกมใหม่ที่ยังไม่ได้วางตลาดหลายเกมมาให้แฟนเกมชาวไทยได้เล่นกันก่อนที่ GMM Live House ประเทศไทย และที่พิเศษสำหรับแฟนๆ เกม Dragon Quest คือคุณ Hokuto Okamoto โปรดิวเซอร์เกมและคุณ Takeshi Uchikawa ไดเรกเตอร์เกมจาก Square Enix ได้บินตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำเสนอ Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age ภาคล่าสุดที่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกำลังจะวางตลาดวันที่ 9 กันยายนนี้ มานำเสนอเกม DQXI แบบสดๆ กลางเวทีภายในงาน นับว่าไม่บ่อยครั้งนัก ที่นักพัฒนาเกมจากญี่ปุ่นจะมานำเสนอเกมในต่างประเทศด้วยตัวเองครับ

แน่นอนว่าเว็บแบไต๋ไม่พลาดโอกาสสัมภาษณ์นี้!

“คุณ Takeshi Uchikawa ซ้าย , คุณ Hokuto Okamoto กลาง , และคุณโมนาจาก Sony ที่มาช่วยเป็นล่ามให้ในครั้งนี้ครับ”

และก็นับว่าเป็นโชคดีของทีมงาน Beartai.com ที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ร่วมกับสื่อท่านอื่นๆภายในห้องลับ !! และในวันนี้ผมจะนำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด มาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านครับ

Q: อะไรคือความท้าทายในการแปลเกมภาษาญี่ปุ่นให้เป็นเป็นภาษาอังกฤษ

A: ยากที่การพากย์เสียง ยากที่จะแปลให้ได้อารมณ์ร่วม และยังรักษาภาพรวมเอาไว้ให้ได้ นอกจากนี้ในเกมยังมีภูมิภาค ซึ่งก็ต้องการแปลให้ได้ความเป็นภูมิภาคเดิมไว้ ซึ่งตอนที่ทำเกมเราคิดถึงท้องที่ของญี่ปุ่น และยังมีกลอนไฮกุในเกมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องแปลให้ได้ความรู้สึกเดิมในภาษาอังกฤษด้วย ตรงนี้อาจจะยากสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น ก็อาจจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่นั้นครับ

Q: อะไรคือแรงบันดาลใจให้กลับมาทำ Dragon Quest 11 เป็นเกม Offline อีกครั้งหลังจากที่ภาค 10 เป็นเกม Online มาก่อน

A: ทางทีมงานได้ปรึกษากับคุณยูจิ โฮริอิ ผู้สร้างเกมว่าอยากทำให้ภาค 11 กลับมาเป็นเกม Offline ที่มีรูปแบบดั้งเดิมอีกครับ เนื่องจากว่าคุณยูจิ โฮริอิ ผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์เคยพูดไว้ว่า อยากให้เกม Dragon Quest เป็นเกมที่ทำให้ทุกคนมารวมกันอยู่หน้าทีวี แล้วก็เล่นไปด้วยกันได้

คุณยูริ โฮริอิ Dragon Quest ส่งวิดีโอมาทักทายแฟนเกมชาวไทย

Q: ถ้าหากมีความเป็นไปได้ ถ้าทำ Dragon Quest เป็นภาษาไทยคิดว่ามีอะไรยากบ้าง

A: ถ้าหากยอดขายภายในประเทศไทยดีขึ้น ก็อาจจะมีแพลนทำภาษาไทย แต่ความยากของภาษาไทยของนั้นอยู่ที่ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มี 3 ระดับ ไม่ว่าจะเป็นสระ วรรณยุกต์ ในส่วนนี้สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการทำให้ตัว Engine รองรับ และต้องมีการลงทุนพัฒนากันต่อไป ตามระดับความต้องการ หรือยอดขายภายในประเทศนั้นเอง

Q: ภาคนี้เป็นภาคแรกที่ใช้ Unreal Engine ทำให้การพัฒนาเกมนี้มีความท้าทายอะไรที่ต่างจากภาคอื่นๆ

A: “ยากมากๆ” (ตรงนี้เขาได้ตอบอย่างหนักแน่น) ซึ่งปกติแล้ว Unreal Engine มักจะใช้กับเกม Shooting เสียมากกว่า แต่ Dragon Quest เป็นเกม RPG ที่อยู่ในทุ่งกว้าง ซึ่งเวลาเรียกแผนที่กว้างๆ ทำให้โหลดนาน ซึ่ง Epic Game ก็ได้เข้ามาทำการช่วยเหลือ ปรับจูน Engine ทำให้แก้ไขปัญหานี้ไปได้

Q: Dragon Quest XI มีความสดใหม่อย่างไร ทำไมแฟนๆ หรือผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ต้องมาเล่นเกมนี้

A: สิ่งสำคัญคือคุณยูจิ โฮริอิ ให้ภาพว่า มันต้องเล่นง่าย ผู้เล่นสนุกสนานไปด้วยกัน และมีทีมงานใหม่ๆเข้ามาช่วยมากมาย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นใหม่ ตัวเกมก็มีเรื่องราวในเกมที่น่าสนใจ ตามสไตล์ของ Dragon Quest ทำให้สนุกหัวเราะยิ้มไปกับเกมได้ และภาคนี้รวมเอาจุดเด่นของ Dragon Quest ภาคเก่าๆ เอาไว้เยอะมาก ทำให้แฟนๆ ดั่งเดิมน่าจะชอบกัน

Q: มีภาคพัฒนาภาค 12 ไว้หรือยัง

A: ก็วางแผนพัฒนาไว้แล้ว ส่วนจะลงให้กับแพลทฟอร์มไหนบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับความนิยมของแพลทฟอร์มนั้นๆ

Q: ในฐานะที่เป็นแฟนเกม Dragon Quest มายาวนาน ภาคนี้มีความน่าสนใจกว่าภาค 8 ที่ออกเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างไร

A: ภาคนี้น่าสนใจกว่าภาค 8 แน่นอน และคนที่ชอบ 8 ก็ต้องชอบ 11 เพราะมีอะไรที่เหมือนกันเป็นอย่างมาก เพราะมีอะไรที่ปรับปรุงขึ้นมากมายหลายๆอย่าง (หากยังจำกันได้ภาค 8 เป็นเกมภาคหลักภาคเดียว ที่ใช้ระบบการเล่นแบบ Full 3D สมัยใหม่หากไม่นับภาค 10 ที่เป็นภาค Online)

Q: มีอะไรจากเกมตะวันตกที่มีอิทธิพลในการพัฒนา Dragon Quest บ้าง โดยเฉพาะในการแปลเกมเป็นฉบับภาษาอังกฤษ

A: ความเป็น Dragon Quest มันคือความเรียบง่ายมากๆ เช่นเมนูภายในเกมแบบพื้นดำ อักษรขาว แต่ต่างประเทศน่าจะไม่ชอบ เลยมีการปรับเปลี่ยนเมนูใหม่ให้ตรงใจต่างชาติมากขึ้น และเกมของตะวันตกจะชอบความท้าทาย จึงใส่โหมดยากเข้าไปในเกมด้วย โดยอธิบายว่าคนญี่ปุ่นจะชอบเล่นเกมชิวๆ มากกว่า (จริงเหรอ แอดว่าเกมญี่ปุ่นมักยากกว่าเกมจากฝั่งตะวันตกนะ)

Q: Final Fantasy ยังมี Remake แล้ว Dragon Quest จะทำบ้างไหม

A: ถ้าภาค 11 ขายดี ก็อาจจะคิดถึงการทำเกมภาคเก่าๆ ใหม่ เพราะคนเล่นหน้าใหม่อาจจะสนใจย้อนเล่นภาคเดิม (เกร็ดเล็กน้อย จริงๆแล้ว Dragon Quest เคยทำ Remake มาหลายครั้งแล้ว ที่เด่นๆ เลยก็คือภาค 5 ใน PS2 และภาค 7 ใน 3DS และภาคอื่นๆ อีกมากมาย แต่นี่น่าจะหมายถึงรีเมกให้เป็นสามมิติเต็มรูปแบบเหมือนอย่างที่ทำ Final Fantasy VII Remake)

Q: คิดว่าภาคนี้จะขายดีแค่ไหนใน South East Asia

A: ก็หวังว่าภาค 11 จะทำให้แฟนๆ ใน SEA ดีใจ และดึงดูดแฟนๆ หน้าใหม่เข้ามาด้วย จริงๆ แล้วพวกเราเองก็รู้ว่ามีแฟนๆ อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เราไม่รู้ว่าแฟนเกมนี้อยู่เท่าไหร่กันแน่ การที่มาทำ Event นี้ก็ทำให้รู้ว่ามีแฟนๆ อยู่มากแค่ไหน

Q: Dragon Quest ภาคหลักยังเป็น Turn-base อยู่ มีความกังวลอย่างไรบ้างกับระบบเกมแบบนี้ และมีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นแบบภาค Heroes บ้างไหม

A: เราก็เข้าใจว่ามีคนไม่ชอบระบบแบบนี้อยู่ แต่เกมนี้ก็ทำมาเพื่อแฟนๆ และครบรอบ 30 ปี จึงไม่ได้กังวลกับผลตอบรับ แต่ก็มีโอกาสจะเปลี่ยนระบบการเล่นได้ในอนาคต แต่จะไม่เหมือนกับภาค Heroes

Q: มีเกมมากมายที่ทำ Collaboration (Cross-Over) แล้ว Dragon Quest มีโอกาสที่จะทำบ้างไหม

A: ถ้าหากเกมอื่นเข้ามาพูดคุยก็มีโอกาสเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่านอกญี่ปุ่น Dragon Quest ไม่ได้ดังมาก เพราะฉะนั้นก็ติดตามกันต่อไป (แต่ก็เคยไป Cross กับ FFXIV แล้วครั้งนึง โดยครั้งนั้นเป็นการเอา Dragon Quest X ที่เป็นภาคออนไลน์มา)

หลังจบสัมภาษณ์ มีการแจกโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นด้วย !!

และนี่คือบทสัมภาษณ์ทั้งหมด ส่วนตัวผู้เขียนเองแล้วรู้สึกว่า Dragon Quest XI เป็นเกมที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สิ่งแรกเลยก็คือการที่ตัวเกมหันมาใช้ Graphics สมัยใหม่ผ่าน Unreal Engine เองนี่ล่ะครับ หากคนที่เป็นแฟนซีรี่ส์นี้ก็จะรู้ว่า Dragon Quest จะทำเกมลงให้กับเครื่องพกพาอย่าง NDS และ 3DS มาตลอดในระยะหลังๆ งานนี้ใครที่เป็นแฟนๆ หรือผู้เล่นหน้าใหม่ๆก็บอกเลยว่า ห้ามพลาด !!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!