Connect with us

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์สาว Social Media Customer Service กับการทำงานที่บ้าน สุดชิล!

ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากทำงานที่มั่นคงแต่อิสระกันทั้งนั้นแหละ แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็ดั๊นนน อยู่ด้วยกันได้ยากจริงๆ คนส่วนใหญ่ก็เลยต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งมั่นคงหรือฝั่งอิสระ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายคนที่โชคดี เพราะได้ทำงานที่ทั้งมั่นคงและอิสระไปพร้อมๆ กัน อย่างสาว “Social Media Customer Service Specialist” หรือผู้เชี่ยวชาญการให้บริการลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เราจะพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกันวันนี้ เพราะเธอสามารถทำงานอยู่ที่บ้านหรือนอกออฟฟิศได้ เรียกได้ว่าอิสระและสบายใจสุดๆ ไปพบกับ กอล์ฟ – พลอยอนงค จิรฤทัยโรจน์ กันเลย!

เป็นไงมาไง ถึงทำตำแหน่ง Social Media Customer Service Specialist ได้

ตอนแรกเลยไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทำตำแหน่งนี้ แค่คิดว่าชอบทำงานกับคน อยากทำงานอะไรก็ได้ที่เราได้ติดต่อสื่อสารพูดคุยกับคน เพราะตอนเรียนได้มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการพูด การใช้ภาษาเยอะ มีโอกาสทำงานพิธีกรของคณะ งานต้อนรับแขกต่างชาติ ฯลฯ เลยทำให้เรารู้ว่าเราชอบเจอชอบคุยกับคนใหม่ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นชาวต่างชาติก็จะเหมือนยิ่งเป็นการท้าทาย เป็นโอกาสให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษในการพูดคุยจริงๆ

ตำแหน่งนี้ทำอะไรบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย

หลักๆ จะเป็นการพูดคุยถาม-ตอบคำถามกับลูกค้าแต่ละแบรนด์ที่บริษัทรับมาดูแล ถ้าให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพลักษณะจะคล้ายๆ แอดมินเพจ แค่เราไม่ได้ทำเพจเดียว เราดูแลหลายแบรนด์มาก ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ สินค้าเป็นที่รู้จัก แต่ขอไม่บอกนะว่าแบรนด์อะไรมั่ง (หัวเราะ) ต้องใช้ภาษาสื่อสารทั้งไทยทั้งอังกฤษแล้วแต่ target ลูกค้าของแบรด์นั้นๆ ที่เข้ามา โดยงานจะทำผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ไม่ใช่การพูดคุยคอลเซ็นเตอร์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ เราเลยต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รับเรื่องจากลูกค้าประสานงานส่งต่อเรื่องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามหาข่าวหรือกระแสบนโลกโซเชียลที่มีการกล่าวถึงแบรนด์นั้นๆ เรียกได้ว่าเราต้องทำงานให้ทันโลก ทันกระแสสังคมที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

เห็นบอกว่าสามารถทำงานนอกออฟฟิศได้ด้วย

การทำงานที่นี่ (บริษัท IMC: Innovative Marketing Communication) เฉพาะตำแหน่งของทีมกอล์ฟ จะแบ่งเป็นกะตามตารางเวรของแต่ละเดือน อาทิตย์นึงหยุด 2 ตามปกติ แต่อาจจะไม่ใช่เสาร์-อาทิตย์ แล้วแต่การจัดตารางในเดือนนั้นๆ เราจะมีเข้าเวรเช้า เวลาออฟฟิศ และเวรเย็น เพื่อการดูแลลูกค้าได้ทุกช่วงเวลา สำหรับกอล์ฟหากไม่ได้ทำเวรออฟฟิศ ก็สามารถหิ้วโน้ตบุ๊กไปทำได้ทุกที่ที่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตให้ใช้ (หัวเราะ) ที่ไหนก็ได้ถ้าไม่ใช่บ้านตัวเอง ก็จะเป็นบ้านเพื่อน หรือตามร้านอาหารร้านกาแฟ (หัวเราะ)

เอาจริงๆ เท่าที่คุยกับเพื่อนคนอื่นในทีมแทบไม่เจอใครทำ ส่วนใหญ่จะอยู่แต่บ้านทำงานกันไป แต่กอล์ฟไม่นะ (หัวเราะ) เพราะด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยวชอบไปนู้นไปนี่ หากเราไม่ได้เข้าออฟฟิศก็จะจัดตารางชีวิตของตัวเองให้คุ้มที่สุด วันๆ นึงจะต้องได้ทำอะไรหลายอย่าง เช่น หากทำงานเวรเช้าเสร็จก็เที่ยวต่อเย็น ถ้าทำเวรเย็นก็ยังจัดตารางตัวเองให้ได้เที่ยวหรือทำอะไรตอนเช้า บางคนอาจเจอกอล์ฟเดินเล่นตามช่วงเวลาที่คนควรทำงาน และนึกว่ากอล์ฟไม่ทำงานหรอ? คือเปล่าเลย วันนั้นเรามีงานแค่ทำงานเสร็จแล้วหรือ เดี๋ยวทำต่อจากเที่ยวเท่านั้นเอง กอล์ฟชอบใช้เวลาทั้งวันให้คุ้มที่สุดโดยหากิจกรรมอะไรก็ได้ทำ การเดินเที่ยว ออกกำลังกาย เจอเพื่อน ดูหนัง ฯลฯ จนเพื่อนที่สนิทกับคนที่บ้านยังถามว่ากอล์ฟไหวได้ไง (หัวเราะ) ไปนู่นไปนี่ร่างจะพังเอา แต่เอาจริงๆ กอล์ฟก็มีวันนอนเฉยๆ เหมือนกันนะ มีความขี้เกียจขยับตัวแบบที่ใครๆ ก็เป็นเยอะอยู่เหมือนกัน

ทำไมกอล์ฟถึงเลือกทำงานด้านนี้

เพราะคิดว่าเป็นงานที่น่าสนใจ ได้พูดคุยติดต่อสื่อสารกับคน เป็นงานที่ใช้ภาษาซึ่งตรงกับสายที่เรียนมา กอล์ฟเรียนศิลปศาสตร์มหิดลไทย-อังกฤษ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนจริงๆ ไม่ได้เป็นการพูดคุยต่อหน้าอย่างที่เราเคยทำมา แต่ก็ถือว่าเป็นศาสตร์ของการสื่อสารทางภาษาอย่างนึง ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่ายากกว่าการสื่อสารโดยการพูด เพราะการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถใส่อารมณ์ของน้ำเสียง หรือเห็นสีหน้าของผู้พูดและผู้ฟังได้เลย จึงถือว่าเป็นอีกงานนึงที่เป็นการท้าทายทักษะการสื่อสารทางภาษาของเรา

ถ้าอยากทำงานด้านนี้ ต้องจบสายสื่อสารโดยตรงมั้ย

ไม่จำเป็นนะ แต่ถ้าจบด้านภาษาก็อาจจะมีต้นทุนนิดนึงในด้านของการเรียบเรียงภาษาที่ใช้สื่อสาร ก็จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อโดยง่าย ไม่เกิดความสับสน หรือต้องสื่อสารซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ซึ่งหากไม่ได้จบด้านภาษาก็สามารถทำได้เหมือนกันอยู่ที่ความชอบความสนใจของตัวเอง เพราะกอล์ฟมีความเชื่อมากๆ อย่างนึงว่า หากเรามีความตั้งใจจะทำอะไรซักอย่างแล้วทุกคนสามารถทำได้ แม้ไม่ถนัด ไม่เคยทำ

แต่คนเราฝึกกันได้เพราะฉะนั้นใครที่บอกใช้ภาษาไม่ถูกไม่รู้เรื่องเลยถ้าอยากทำแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน บางคนอาจคิดว่าแค่พิมพ์พูดสื่อสารใครๆ ก็ทำได้ แต่อยากจะบอกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น นี่คืองานจริงๆ ที่ไม่ใช่การพิมพ์โต้ตอบคุยเล่นกับคนสนิททั่วไป ระดับภาษาที่ใช้ตอบลูกค้าของแบรนด์ต่างๆ ก็มีอิมเมจต่าง กัน ระดับภาษาการเลือกสรรคำทีใช้ก็ต่างกันไปด้วย บางที่ก็มีมึนเหมือนกันนะแบบทำตอบแบรนด์นี้อยู่ swip มาตอบรับลูกค้าอีกแบรนด์นึงที่กลุ่มลูกค้าแตกต่างภาษาต่างกัน ก็มีมึนๆ อยู่ (หัวเราะ) ต้องมีสมาธิและจูนสติตัวเองเยอะๆ

ทักษะที่กอล์ฟคิดว่าจำเป็นต้องมี

กอล์ฟว่าทักษะด้านการใช้ภาษาเป็นอย่างแรกที่สำคัญ ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการอดทนต่อความกดดันของลูกค้าได้ เพราะเราเป็นด่านแรกในการต้อนรับลูกค้าผ่านโซเชียล ก็จะมีทั้งชื่นชมและคอมเพลนตัวบริษัทนั้นๆ มาเป็นระยะ ซึ่งเวลามีคอมเพลนมา ถึงตัวเราไม่ได้ทำงานภายใต้แบรนด์นั้นโดยตรง อารมณ์ outsource แต่เราก็ต้องสวมบทบาทเสมือนเป็นสมาชิกคนนึงของแบรนด์ที่เรารับดูแล พยายามใจเย็นจัดการประสานงานแก้ไขเรื่องต่างๆ ให้ลุล่วง

ส่วนทักษะอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องการประสานงานการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนๆ ต้องมีการพูดคุยกันเรื่อยๆ ถึงเคสสำคัญๆ ต่างๆ การส่งต่อเรื่องเพื่อให้เพื่อนที่มาทำต่อเราเข้าใจสถานการณ์ของเคส และจัดการประสานงานต่อไปได้ค่ะ เรื่องการจัดการบริหารเวลาด้วย เวลาในการตอบรับลูกค้าของแบรนด์ๆ นึงก็สำคัญ เราไม่ควรให้ลูกค้ารอนานเกินไป ความแอคทีฟตื่นตัวต้องมาจ้า อ้อ! แล้วก็สกิลความจำต้องมีด้วยเพราะเราต้องจำข้อมูลพื้นฐาน คำถามสำคัญๆ ที่พบบ่อยของแต่ละแบรนด์ให้ได้ ซึ่งการมีหลายๆ แบรนด์ให้เราดูแลนี่แหละ สนุกเลย จำกันวนไป (หัวเราะ)

มีประสบการณ์การทำงานครั้งไหนที่ประทับใจที่สุดบ้าง

ถ้าเป็นเรื่องที่ประทับใจอย่างแรกเลยคือที่ทำงานสภาพแวดล้อมและพี่ๆ เพื่อนๆ ที่บริษัท ทุกคน nice เฮฮาปาร์ตี้ บริษัทกอล์ฟหัวหน้าก็ใจดีมากเว่อร์ เรามีจัดกินเลี้ยงกันทุกเดือนที่ทุกคนต่างรอคอย (หัวเราะ) งานคืองานเล่นคือเล่น แต่ทำงานบางทีเราก็จะเล่นด้วย ก็แนวคุยๆ กันไปแบบไม่เครียดค่ะ ส่วนถ้าความประทับใจในตัวเนื้องานของกอล์ฟ ก็จะมีตามพวกเคสให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ แล้วเค้าขอบคุณในความช่วยเหลือของเรารวมถึงบางครั้งก็มีคำชมด้วย คือมันเหมือนเป็นถ่านชาร์จแบตร่างกายเราได้เลย อารมณ์ว่า เราสามารถช่วยคนอื่นได้นะ เราก็จะนั่งยิ้มแฮปปี้หน้าคอมไป (หัวเราะ)

อาชีพบนโซเชี่ยลมีเดียแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่พอสมควร กอล์ฟคิดว่าอาชีพนี้สำคัญยังไงบ้าง

เอาจริงๆ อาชีพนี้ถือว่าเป็นอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคที่การสื่อสารก้าวหน้า เทคโนโลยี โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนใช้ ทำให้อาชีพนี้จำเป็นมากๆ ในการเป็นตัวกลางประสานงานกับลูกค้าและตัวแบรนด์ บางคนอาจคิดว่าเป็นแอดมินแต่สำหรับกอล์ฟการทำงานตำแหน่งนี้ และกับบริษัทนี้ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อดูแลแบรนด์ของตัวเอง และไม่ใช่ธุรกิจของตัวเอง หรือทำให้เฉพาะแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ทีมกอล์ฟและกอล์ฟเป็นเหมือนกุญแจสำคัญด่านแรกในการติดต่อสานความสัมพันธ์ของลูกค้ากับบริษัทที่ว่าจ้างบริษัทกอล์ฟอีกที หากสื่อสารไม่ดีทำให้ลูกค้าไม่พอใจก็อาจจะล่มได้ง่ายๆ เช่นกัน

เราเป็นส่วนหนึ่งในกลไกของการทำการตลาดผ่านโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบัน สรุปแล้วกอล์ฟคิดว่า หากไม่มีอาชีพนี้ในยุคนี้ ก็ทำให้ตัวแบรนด์สินค้าแต่ละบริษัทประสานงานติดต่อกับลูกค้าได้ยากขึ้น มีภาระหนักขึ้น ตำแหน่งนี้จึงเหมือนตัวแทนของแบรนด์ในการช่วยลดกระบวนการการทำงานของบริษัทผู้ว่าจ้างได้เป็นอย่างดี

เสน่ห์ของอาชีพนี้คืออะไร

เสน่ห์ของอาชีพนี้คือความท้าทายค่ะ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าวันนี้เราจะเจอลูกค้าแบบใด มาแนวไหน จะเป็นเคสพูดคุยสอบถามปกติ หรือมีเรื่องขัดข้องอะไรให้เราต้องแก้ไขบ้าง ก็ลุ้นดีนะ (หัวเราะ) ท้าทายความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสุดๆ

แรงบันดาลใจในการทำงานของกอล์ฟ

แรงบันดาลใจในการทำงานตำแหน่งนี้ในทุกๆ วันคือ “คน” หรือลูกค้าของเราค่ะ ที่บอกว่าเราชอบทำงานติดต่อพูดคุยกับคน เพราะงั้นการที่เราได้มาทำตรงนี้เหมือนอารมณ์ผู้พิทักษ์ เป็นที่พึ่งพิงของลูกค้า เราจะรู้สึกว่ามีคนคอยคำตอบเราอยู่ ถ้าเราช่วยเค้าได้สำเร็จมันให้ความรู้สึกดีมากๆ ฟังเหมือนคำตอบนางงามนะ (หัวเราะ) แต่คือเรื่องจริงสุดๆ ที่ไม่ว่าใครก็ตามได้ให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ เราก็รู้สึกดีกับตัวเราเองเนอะ

แนะนำแอปหน่อยสิ มีแอปไหนเจ๋งๆ บ้าง

เนื่องจากงานกอล์ฟมีการสื่อสารเป็นหลัก กอล์ฟเลยเลือกใช้แอปพลิเคชั่นดิกชันนารี “THAI DICT” แอปนี้ดีตรงที่เราสามารถเสิร์ชได้ทั้งไทย-อิ้ง มันช่วยกอล์ฟได้มากในบางครั้งที่เรานึกคำศัพท์ไม่ออกก็จะเสิร์ชหาได้สะดวกสุดๆ แถมยังมีประโยคตัวอย่างให้เราดูด้วย

ในเคสของชาวต่างชาติถึงแม้เราจะเรียบเรียงภาษาใช้ภาษาได้ยังไง แต่ก็ต้องมีบางทีที่เราเจอศัพท์ที่ไม่คุ้น แอปนี้ก็จะเป็นที่พึ่งที่ดีมาก หรือแม้กระทั่งการเลือกสรรคำที่ใช้ในประโยค บางทีเรารู้คำนึงแต่ไม่ใช่คำที่สวยเท่าไหร่ แอปตัวนี้ก็ช่วยในการใช้คำที่หลากหลายได้มากขึ้น

ดาวน์โหลด

อ่านบทความนี้จบ หลายคนคงเริ่มสัมผัสได้ถึงความสำคัญของโซเชียลมีเดียที่เริ่มจะมีบทบาทมากขึ้น จนทำให้เกิดอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น และดูเหมือนจะมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งนับว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามองอย่างมาก

ส่วนครั้งหน้าแบไต๋จะพาไปรู้จักกับหนุ่มสาวในสาขาอาชีพอะไร จะแปลกใหม่หรือน่าสนใจขนาดไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

[exclusive] คุยกับ Mr.Nariaki Terada AKS Director ถึง AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

Published

on

บ่ายวันนี้ 11 ธันวาคม 2561 BNK48 ส่งเทียบเชิญสื่อเพื่องานแถลงข่าว AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK PRESENTED BY SHANDAGAMES  ที่จะจัดให้มีขึ้น ณ Impact Arena ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของ ABK48 Group ทั้ง 7 กรุ๊ป ทั้งในญี่ปุ่น และนอกญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย วง AKB48, JKT48, BNK48, MNL48, TEAM SH, TEAM TP, SGO48 แฟนๆ ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันในงาน รายละเอียด AKB Group จัดใหญ่ AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019

 

สัมภาษณ์ Mr.Nariaki Terada AKS Director

 

 

ลิ้งค์ งานแถลงข่าว

AKB48 GROUP ASIA FESTIVAL 2019 IN BANGKOK

PRESENTED BY SHANDAGAMES

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

เผยส่วนเนื้อที่ใช่ของ สาวๆ Sweat16 [มีภาพ, มีคลิป]

Published

on

หลังจากที่ Sweat16 แอบเผยชุดใหม่สุดน่ารัก ของซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ต่อหน้าแฟนคลับในงาน “SWEAT16! JU JU” ไปเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ไปแล้ว หลังจากนั้นก็มีออกงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งออกให้สัมภาษณ์สื่อในแขนงต่างๆ งานโชว์ โดยยังไม่มีการร้องเต็มเพลงที่ไหนมาก่อน และก็มาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ ด้วยการโชว์เต็มเพลง Yakiniku ปิ้งย่าง ในงาน Cat Expo 5 (24 พ.ย. 2561) เราก็เฝ้ารอคิวที่จะได้พูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง ว่าเป็นยังไงมายังไงกันบ้าง …

แล้ววันนั้นก็มาถึง 6 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาโชคดีเวลาเหมาะ ก็ได้นั่งพูดคุยกับน้องๆ Sweat16 ถึง ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku ปิ้งย่าง นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) จะขาดไปก็แค่เพียง น้อง อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) กับน้อง ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมได้

บรรยากาศสบายๆ ยามบ่าย ไม่รีบเร่ง เริ่มต้นคำถามสบายๆ ด้วยว่า น้องๆ คิดว่าตัวเองเป็นส่วนใดของเนื้อ? ไปดูกันว่าจิตนาการของน้องๆ แต่ล่ะคนจะเป็นยังไงกันบ้าง คำถามต่อไป เนื้อเพลงของเพลงนี้พูดถึงอะไรบ้าง ชุดที่ใส่อยู่มีความหมายอย่างไร ท่อนไหนที่ร้องยาก (เวลาร้องหิวไหม) มีคำร้องที่ไม่เข้าปากไหม นานาคำถามถูกถามและถูกตอบ ไปชมคลิปกันดีกว่าครับ

 

สัมภาษณ์ Sweat16 Yakiniku ปิ้งย่าง

 

Sweat16 ร้องสด เพลง Yakiniku ปิ้งย่าง

 

อัลบั้มภาพ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

Unichat คุยกับสาวนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กับการเรียน และการเป็นเชียร์ลีดเดอร์!

Published

on

คณะนิติศาสตร์ เป็นคณะที่คนภายนอกมักจะสนใจใคร่รู้ ว่าคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน ทำอะไรกัน มองโลกยังไง.. เพราะหนุ่มสาวคณะนี้เติบโตออกมาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมของสังคม แถมยังมีลุคส์ที่ดูสมาร์ทเฉียบคมอีก.. แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจก็คือหนุ่มสาวคณะนี้ เค้าเรียนหนักแบบหัวหมุนอย่างที่ล่ำลือกันจริงรึเปล่า วันนี้แบไต๋เลยจะพาไปหาคำตอบทุกสิ่งอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับคณะนิติศาสตร์ โดยผู้ที่มาไขคำตอบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ ชั้นปี 4 แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอม – สิตานัน สง่ากุล นั่นเอง

ทำไมเอมถึงเลือกเรียนนิติศาสตร์คะ

ที่เลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราเองมากๆ ทุกคนในสังคมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หรือเวลาเกิดปัญหามีข้อพิพาทกัน ทุกคนก็จะต้องพึ่งกฎหมาย เลยคิดว่าหากเราได้ศึกษาอย่างจริงจัง กำลังเล็กๆ ของเราคงช่วยผู้คนในสังคมได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เรียนอะไรบ้าง

ในปี1 เราก็จะเรียนวิชาบังคับของคณะแค่ 2 วิชา คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายและระบบกฎหมาย และกฎหมายลักษณะนิติกรรมสัญญา เป็นการปรับพื้นฐานค่ะ นอกนั้นก็จะเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กปี1 ที่ต้องเรียน

ปีที่2 และปีที่3 จะเป็นการเรียนวิชากฎหมายที่เฉพาะมากขึ้น โดยวิชาแต่ละวิชาก็อาจจะมีเนื้อหาไปตามเนื้อหาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายเกี่ยวกับการปกครอง เช่น กฎหมายลักษณะมรดก กฎหมายประกันด้วยบุคคลและทรัพย์ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

ส่วนปีที่4 ก็เป็นวิชาที่เริ่มใช้กระบวนความคิดถึงเบื้องลึกของกฎหมายมากขึ้น เช่น ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย นิติปรัชญา

วิชาโปรดของเอม

ชอบวิชานิติเวชค่ะ แต่วิชานี้เป็นวิชาเลือกที่ไม่ใช่วิชาบังคับของคณะนะคะ ที่ชอบก็เพราะเป็นวิชาที่ไม่ได้เป็นการเรียนเกี่ยวกับกฎหมายโดยตรง แต่จะมีวิชาทางการแพทย์เข้ามาผสมด้วย เพราะจะต้องเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์หลักฐานสำหรับการดำเนินคดี ทำให้รู้สึกว่าการเรียนแค่กฎหมายไม่เพียงพอ ควรมีความรู้รอบตัวหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

มีโปรเจ็คไหนที่ชอบที่สุดมั้ยคะ

เป็นโครงงานของวิชาหลักวิชาชีพนักกฎหมาย เพราะเป็นโครงงานที่ได้ทำประโยชน์ให้สังคมมากที่สุดค่ะ ของกลุ่มเอมจะทำเป็น เรื่องเกี่ยวกับ “เตือนภัยใครโกงแชร์ “ ที่จะคอยให้ความรู้คนทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องเเชร์ ที่บางอาจยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องแชร์ และเปิดโอกาสให้ผู้เป็นเหยื่อ ได้มีโอกาสบอกถึงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอมาด้วยค่ะ

คณะนิติศาสตร์ ขึ้นชื่อเรื่องการเรียนที่หนักสุดๆ เอมว่าความจริงเป็นยังไง

คิดว่าจริงค่ะ เพราะตัวเอมคิดว่าคณะนิติศาสตร์ก็เป็นอีกคณะนึงที่ต้องใช้ความขยันในการเรียนค่อนข้างสูง ไม่ต่างจากคณะอื่นๆ เพราะที่มธ. คณะนิติศาสตร์จะมีการสอบวัดผลเฉพาะสอบปลายภาค 100 คะแนนเลย ไม่มีการสอบกลางภาค ฉะนั้นทำให้การเตรียมตัวสอบครั้งนึง ต้องตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ เพราะมีแค่การสอบครั้งเดียวที่จะเป็นตัวชี้วัดทุกอย่างเลยค่ะ

ในคณะกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้างคะ

กิจกรรมที่น่าสนใจในคณะนิติศาสตร์จริงๆ มีเยอะมาก แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงจะเป็น กิจกรรมผู้นำเชียร์ ทูตรพี ละครเวทีค่ะ

แล้วเอมชอบกิจกรรมอะไรที่สุด

ก็คงจะตอบว่า กิจกรรมผู้นำเชียร์ค่ะ เพราะตัวเอมเองก็เป็นผู้นำเชียร์ประจำคณะนิติศาสตร์ ปี 2558 ด้วย

หลายคนสงสัยว่าสังคมคณะนิติศาสตร์ มธ. เป็นยังไง

จะเป็นสังคมที่ค่อนข้างอบอุ่นเลย เพราะเพื่อนทุกคนจะคอยช่วยเหลือกัน คอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางกฎหมายกัน หรือคอยแชร์ความรู้แบ่งปันให้กันค่ะ

ย้อนไปช่วงการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ฟังหน่อยค่ะ ช่วงนั้นทำอะไรบ้าง

ช่วงปี1 ที่เป็นลีดใหม่ๆ ก็จะซ้อมค่อนข้างหนักมากค่ะ เลิกเรียนเสร็จ ก็ต้องรีบมารอซ้อมเลย แล้วก็จะวนลูปอย่างนี้ไปทุกวัน จนกว่าจะถึงวันแข่งหรือวันที่ต้องออกงาน พอปี2 จากที่เคยเป็นผู้เต้น ก็จะเปลี่ยนมาเป็นพี่ลีดที่คอยสอนท่า ต่อท่า ดูแลน้องๆ ปี1 ที่เข้ามาเป็นลีดต่อเรียกได้ว่าการเป็นเชียร์ลีดเดอร์นี่ไม่ได้เป็นแค่ปีเดียวจริงๆค่ะ แต่เป็นตลอดไปเลย

การเป็นเชียร์ลีดเดอร์ทำให้เอมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งการมีวินัย การฝึกความอดทน ทั้งยังได้มิตรภาพจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รักและผูกพันกันมาก แม้อาจจะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวไปบ้าง หรือมีความท้อ ความเหนื่อยในการซ้อม แต่สิ่งที่ได้กลับมันคุ้มค่ามากกว่าสิ่งที่เราสละไปจริงๆ ค่ะ

แบ่งเวลาในเรื่องเรียนและใช้ชีวิตยังไงบ้างคะ

สำหรับตัวเอมเองก็จะให้โอกาสตัวเองได้ทำกิจกรรมพร้อมๆ ไปกับการเรียนด้วย อย่างตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ก็จะต้องตื่นเร็วขึ้นเพื่อมาอ่านหนังสือก่อนไปซ้อม เพื่อชดเชยเวลาซ้อมที่จะทำให้เราไม่ได้อ่านหนังสือไปค่ะ

ถ้าอยากเรียนนิติศาสตร์ ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

หลักๆ เลยคงจะต้องเป็นคนที่มีความขยัน และตั้งใจในการมาเรียนกฎหมายจริงๆ ค่ะ เพราะเราเรียนเกี่ยวกับกฎหมายอย่างเดียวเลยจริงๆ ถ้าคนที่ไม่ได้มีใจรักหรือชอบในกฎหมายเข้ามาเรียน คงจะไม่มีความสุขกับการเรียนเลยค่ะ

ไหนๆ ก็อยู่ปี 4 แล้ว อยากให้เอมแนะนำการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าที่สุดหน่อยค่ะ

จริงๆ เวลาในมหาวิทยาลัย 4 ปีสำหรับเอมผ่านไปเร็วมาก สำหรับใครที่มีกิจกรรมที่อยากทำ หรือสนใจกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ อยากให้กล้าที่จะลงมือทำเลย ไม่ต้องกลัวที่จะลงมือทำ เพราะถ้าเราไม่ลงมือทำตอนนี้ จบออกไปจากมหาวิทยาลัยเราอาจไม่ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมอะไรแบบนี้อีกแล้ว ชีวิตในมหาวิทยาลัยมีอะไรให้เราออกไปเรียนรู้มากกว่าแค่การเรียนอีกเยอะเลยค่ะ

แอปตัวช่วยเจ๋งๆ ของเอมคือ

Notability ค่ะ เป็นแอปไว้สำหรับจดโน้ตสำหรับการเรียนใน IPad แต่แอปนี้พิเศษตรงสามารถฟังไฟล์เสียงได้ไปในตัว พร้อมๆ กับการจดโน้ตเลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถอดเทปไฟล์เสียงในแต่ละวิชาค่ะ

stxdymood

ดาวน์โหลด

วันนี้ก็เต็มอิ่มกันไปพอสมควรสำหรับเรื่องราวต่างๆ ของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่หลายคนอาจสงสัยมาตลอดว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้ามีไลฟ์สไตล์การเรียนและการใช้ชีวิตยังไง และถ้าใครอยากรู้เรื่องราวของหนุ่มสาวคณะอะไรอีก ก็อย่าลืมกระซิบมาบอกด้วยล่ะ แบไต๋จะรีบไปเชิญน้องๆ คณะนั้นมาพูดคุยด้วยเลย.. แล้วเจอกันใหม่ใน UniChat ครั้งหน้าค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!