Connect with us

Beartai Recommended

ล้วงลึกๆ ความรู้สึกเสี่ยเจียงเมื่อหนังใหม่โทนี่จา…เจ๊ง!!!

ระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์สามารถบอกประชาชนคนดูหนังได้แล้วล่ะว่าหนังใหม่ Tony Jaa ผู้เป็นความหวังดารานักบู๊ไทยที่กะจะไปไกลระดับโลก กับหนังใหม่ชื่อ Skin Trade (หรือชื่อไทย “คู่ซัดอันตราย”) ภายใต้การลงทุนของค่ายใหม่เป็นอัน “เจ๊ง” เรียบร้อยโรงเรียนฮอลลีวูดในไทยแล้ว

Published

on

ระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์สามารถบอกประชาชนคนดูหนังได้แล้วล่ะว่าหนังใหม่ Tony Jaa ผู้เป็นความหวังดารานักบู๊ไทยที่กะจะไปไกลระดับโลก กับหนังใหม่ชื่อ Skin Trade (หรือชื่อไทย “คู่ซัดอันตราย“) ภายใต้การลงทุนของค่ายใหม่เป็นอัน “เจ๊ง” เรียบร้อยโรงเรียนฮอลลีวูดในไทยแล้ว

osososos

หนังกวาดรายได้จากหน้า Box Office ไทยไปได้แค่ 4 ล้านบาท โรงหนังยังแสดงความอำมหิตเหมือนเดิมคือลดรอบ – ลดโรงฉายทันทีที่ 3 วันแรกตั๋วมันไม่วิ่ง เอาจำนวนโรงไปเทให้ Avengers ดีกว่าเยอะ หนังนั่นรับทรัพย์เต็มๆ (ธุรกิจโรงหนังช่วงนี้รับทรัพย์บ่อยนะครับ Fast7 ก็กวาดไปเกือบ 400 ล้าน!! น่าซื้อหุ้น MAJOR เก็บไว้นะ)

2015-05-12_145420ที่มา: Pantip

คำตอบที่น่าเจ็บปวดที่โทนี่จาและเจ้าของหนังได้รู้แล้วคือคอหนังเทศเขาแห่กันไปดู Fast7 เป็นความอาลัยแด่พอล วอร์กเกอร์ หาใช่ไปให้กำลังใจจา! ..ยิ่งความอยากดูทวีขึ้นเป็นพันเท่าหลังเสี่ยเจียงส่งเรื่องฟ้องศาลฐานละเมิดสัญญานักแสดง ศาลท่านพิจารณาแล้วว่ามีมูลจริงจึงมีคำสั่งระงับฉายออกมา คนดูร้องเสียหลงกันทั้งประเทศ ด่าเสี่ยเสียๆ หายๆ (แม้ว่าคนสั่งระงับฉายคือศาลไม่ใช่เสี่ย) ศาลเองแม้ไม่ต้องกลัวใครแต่ก็ยังต้องกลัวชาวเน็ต สั่งยกเลิกคำสั่งเดิมทำให้หนังรอดตายฉายได้อย่างหวุดหวิด แถมเป็นการสร้างกระแสเฮงซะยิ่งกว่าเฮงให้ค่ายหนังฝรั่งและโรงหนังกวาดรายได้กันอุตลุด!

Furious-7ที่มาของภาพ: www.forbes.com

จนกระทั่งวันนี้ หนัง Fast7 ยังยืนโรงอยู่ได้แม้เข้าฉายมานานนับเดือนแล้ว ..ตัวเลขรายได้สร้างขวัญและกำลังใจไม่น้อยแก่ตัวจา พนมและ “ไมเคิล ดี เซลบีย์” หรือ “ไมค์” นายทุนหนังและผู้จัดการคนใหม่ของจาพนม ผู้อยู่เบื้องหลังการพาจาทะยานสู่ฮอลลีวูดให้ไปโลดแล่นในหนัง Fast7 ได้ ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมานี้ยังไงก็ต้องชื่นชมว่า จา พนม เราทำหน้าที่ของตนเองได้ดีมาก ออกฉากน้อย แต่น่าจดจำ ลีลาในฉากการต่อสู้สำคัญกับพอล วอร์กเกอร์กินขาด แถมตอนวันเปิดตัวหนังบนพรมแดงวอร์กออฟเฟรมฮอลลีวูดเขาก็สปีคอิงลิชได้อย่างน่าทึ่ง แววตาความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยฟีลลิ่งการทำเพื่อชื่อเสียงประเทศชาติมากกว่าการหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ตรงนี้ต้องปรบมือ

แต่การวัดผลจาก Skin Trade หนังฮอลลีวูดเต็มตัว(แต่เกรดบี) นี้ถือว่า “สอบตก” อีกครั้ง …ความเจ็บปวดที่เคยเกิดกับจามันตามกลับมาหลอกหลอนอีกครั้งคือการได้รับบทนำใน “หนังห่วย” อีกแล้ว …ห่วยจนแทบจะเรียกได้ว่า “ห่วยที่สุดในบรรดาหนังที่เคยรับเล่นมา” ถ้าไม่นับ องค์บาก 2 และ 3 ที่เจ้าตัวลงแรงกำกับเอง (นั่นอาจเรียกว่าห่วยที่สุดจริงๆ)

poster1

..ประเด็นเรื่อง Human Trafficking หรือการค้ามนุษย์ที่ใส่ไว้ในหนังเป็นเรื่อง “อีกแล้วหรือฟ๊ะ?” สำหรับคุณผู้ชมชาวไทยที่ “เห็นจนเบื่อ” กับหนังฝรั่งที่ถ่ายทำในเมืองไทยเสมอๆเสนอมุมมองนี้ คนไทยในหนังฝรั่งถ้าไม่เป็นกะหรี่-กะเทย ให้แข็งแรงขึ้นหน่อยก็เป็นมาเฟียค้ายา! ซึ่งก็ต้องทำใจว่าภาพลักษณ์ที่นานาประเทศเขามองเรามันก็ไม่พ้นเรื่องนี้จริงๆนั่นแหละแต่มันน่าช้ำใจตรงที่ผู้กำกับหนังฝรั่งเรื่องนี้คือ “คนไทย” คุณ “เอกชัย เอื้อครองธรรม” ผู้กำกับระดับนานาชาติที่เคยนำผลงานหนัง/ละครเวทีไทยไปแสดงต่อชาวโลกจนเขาเห็นความดีงามอยู่บ่อยๆกลับทำหน้าที่ได้ไม่สมชื่อชั้นนัก (บทเรื่องนี้เขียนเค้าโครงโดยคุณ Dolph Lundgren นักแสดงนำ.. งั้นโทษคนเขียนบทแล้วกัน!…ฮา)

20110415103133632c58ab-c207-4aba-99c4-d9f73aaf6dab

คุณ “เอกชัย เอื้อครองธรรม” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Skin Trade

ที่มา: www.siff.com

จะประเด็นอะไรก็ช่าง แต่สุดท้ายหนังมันออกมาไม่หนุก..ก็จบ! …ระยะเวลา 96 นาทีที่แสนสั้นสำหรับหนังทั่วๆไป ผู้กำกับฯสามารถทำให้เรารู้สึกยาวนานได้ในหนังเรื่องนี้ ตลอด 96 นาทีนี้สร้างความอึดอัดใจระหว่างชมพอสมควรเพราะมันให้อารมณ์เดิมๆของหนังจาพนมในระยะหลังๆคือ “ดูแล้วก็งั้นๆ..เมื่อไหร่จะจบอ่ะ?” (ในรอบที่ผมดูมีผู้ชมอยู่ 3 คนเดินออกไปก่อน 2คน เหลือผมคนเดียวในโรงอย่างวังเวง!) ..หนังถูกถ่ายทอดแบบ “โชว์รีลการต่อสู้” หลากหลายซีนมาแปะๆ ต่อๆ กัน อารมณ์ไม่ใช่ เหตุผลไม่ต้อง ซึ่งที่ผ่านมา “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ก็เคยถูกสับเละเช่นนี้มาแล้วจากผลงาน “ต้มยำกุ้ง” และทำให้จา พนมโดยล้อคำว่า “ช้างกูอยู่ไหน?” ยันลูกบวช (เอ่อ..ชีวิตจริงเขามีลูกสาวน่ารักเชียว)

1594128494195811851

..ผลงานเรื่องนี้ทำให้ผมได้นั่งสังเคราะห์จริงๆแล้วว่าเป็นเพราะ “ทักษะทางการแสดง” ของเขาเองนั่นแหละที่ทำให้หนังออกมาแบนราบเสมอ เขาเล่นได้แบบเดียว เจ็บก็เจ็บแบบเดียว ฮึดก็ฮึดแบบเดียว เวลาต่อสู้ก็ร้องเจ็บปวดแบบเดียวโดยไร้ซึ่งบทพูดที่มีเสน่ห์ ซึ่งจุดนี้คือปัญหาของการเขียนบทหนังแอคชั่นให้เขาเล่นในทุกๆ ครั้งคือคนเขียนบทนึกถึงแต่ภาพเขาเตะต่อยแบบน่าอัศจรรย์ แต่ไม่เคยมีใครนึกถึง “ห้วงความคิดคำนึง” ของตัวละครของเขาระหว่างต่อสู้เลย… มันเลยทำให้การสู้นั้นออกมาแบนๆ แบบเตะไปต่อยมา ไม่เหมือนการต่อสู้ของเฉินหลงที่มีลูกล่อลูกชนลูกฮาลูกเศร้าเคล้าน้ำตาที่ให้คุณค่าได้มากกว่า ..ถ้าเปรียบเทียบก็จะเห็นภาพมากขึ้นว่า Tony Jaa ในบท “Kiet” (เกียรติ) คอลเซ็นเตอร์รับจ้างฆ่าพอลวอร์กเกอร์ในหนัง Fast7 แม้จะออกมาวูบสั้นๆและไม่พูดพล่ามทำเพลงมากก็เปิดศึกกับพระเอกอย่างบ้าคลั่ง แต่ฝรั่งคนเขียนบทมันก็ยังรู้จักใส่บทเข้าปากให้โทนี่จาพูด …ประโยค “Too Slow!” ที่เขาพูดก่อนปิดประตูขังพอลจึงเป็นซีนที่น่าจดจำ (และถูกจำมายำเขากลับในตอนท้ายเรื่องได้อย่างมันส์) นี่คือความละเมียดที่หนังฝรั่งให้ แต่กลับกันหนังฝรั่งหัวใจไทยเรื่องนี้ไม่มี …

อีกหนึ่งประเด็นที่ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาสุขภาพที่คุณจาน่าจะเร่งรักษาคือ “อาการตาแดง” ที่ระยะหลังมานี้ผมมองแล้วก็ไม่สบายใจและแอบห่วงพระเอกตาแดงก่ำคนนี้ถึงสุขภาพในระยะยาว ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ จะทำให้การสื่อสารทางอารมณ์ดีขึ้นด้วยในภาพรวม

ส่วนเสี่ยเจียงผู้ที่โลกต่างคิดว่าจะเอาอะไรกันหนักหนากับจา สัญญาต่ออัตโนมัตินี่มันสัญญาทาสชัดๆ มีความจริงที่เจ็บปวดซ่อนอยู่ในหัวใจ ผมในฐานะคนเคยใกล้ชิดกับเงินทุนของแกก็บอกได้เพียงว่าแกเป็นคนคลั่งหนังไทยมาก แกอยากให้ประเทศไทยได้รับชื่อเสียงที่ดีงามในด้านหนังซึ่งเป็นงานที่แกทุ่มทั้งชีวิตเพื่อมัน แกลงทุนทำหนังมา 50 ปี ได้มาก็มาก และเจ๊งก็มาก (มีคนแบกความฝันมาใช้เผาเงินแกเยอะครับ) ก็ถือว่าอย่างน้อยๆแกก็เป็นคนนึงที่ได้ทำเพื่อ “แบรนด์ประเทศไทย” แกพูดอย่างไม่อายปาก แกบอก “กูลงทุน 400 ล้านทำหนัง ถ้ากูไม่หวังกำไรแล้วมึงว่ากูควรหวังอะไร?”

SANYO DIGITAL CAMERAที่มาของภาพ: www.manager.co.th

..ทุนก้อนนี้คืองานสุดท้ายที่ไม่มีวันสร้างเสร็จอย่าง “ไอ้หนุ่มกังนัม” งานที่ทำให้จามาเจอกับ Dolph Lundgrend ดาราใหญ่ที่เสี่ยจ้างมาให้ (ข่าวว่าค่าตัว 60 ล้าน) และดีลกันว่าจะให้จาร่วมแสดงใน Skin Trade หนังทุนฝรั่งของดอล์ฟด้วย ..เสี่ยเจียงจัดแถลงข่าวกันเป็นมั่นเหมาะ เงินถูกทะยอยเบิกไปสร้างแล้ว 26 ล้านบาท หนังสือสัญญาถูกส่งไปต่อกันอัตโนมัติเพราะใครจะคิดว่าไม่ต่อในเมื่อ 2 เดือนก่อนหมดสัญญายังมาขอเงินทำหนังใหม่อยู่เลย.. เสี่ยเจียงเปิดเผยกับผมด้วยใจจริงว่า

“ถ้าวันหนึ่งจามาขอโทษ กูก็จะบอกว่ายกโทษให้ แต่มึงกับกูมันคนละทางกันแล้ว ทำงานกันต่อไปไม่ได้หรอก”

…อยู่ด้วยกันมา 10 ปีทำหนังไปได้แค่ 5 เรื่องและมีปัญหาดราม่าระหว่างถ่ายทำทุกเรื่อง แก้ปัญหาให้ด้วยน้ำมิตรแบบคนกันเองให้ทุกครั้ง แต่พอได้เล่น Fast7 ก็เผ่นหนีไปเลย ทั้งๆที่เคลียร์กันแล้วว่าให้เล่นหนังฝรั่งได้ “แต่อย่าทิ้งหนังไทยไป” เสี่ยเจียงขอแค่นี้ …

เสี่ยเจียงแม้ไม่ได้เล่นอินเทอร์เน็ต แต่แกก็รู้กระแสดีว่าผู้คนเกลียดแก ลูกๆ พยายามปิดไม่อยากให้พ่อรู้กลัวเครียด แต่แกก็หาวิธีรู้ของแกเองจนได้ แกบอกว่า

“กูรู้ตัวกูดี อีกไม่กี่ปีกูก็ตายแล้ว แต่ก่อนกูตายกูอยากมั่นใจว่าลูกๆกูจะอยู่ได้ ลูกน้องกูจะอยู่ได้ เพื่อนๆกูจะอยู่ได้”

เสี่ยเจียงตัดสินใจไม่ฟ้องหนัง Skin Trade ก่อนเข้าโรงฉายอันอาจจะส่งผลเป็นการสร้างกระแสให้หนังอีก แต่หลังหนังเข้าโรงฉายไป 3 วัน เสียงปลายสายโทรศัพท์ที่เสี่ยเจียงโทรหาผมเมื่อบ่ายวันเสาร์เป็นเสียงร้องว่า “พระเจ้ามีจริง! พระเจ้ามีตา! ..หนังมันห่วยกว่าที่กูเคยสร้างให้มันอีก”  …ผมไปช่วยสมทบทุนหนังเขาด้วยตาตนเองแล้วพบว่า “ห่วยจริง” จบ! …รอลุ้นชีวิตจริงของเขาต่อไปด้วยใจปรารถนาดี 🙂

หนุ่ยรู้โลกรู้ #117 : ล้วงลึกๆความรู้สึกเสี่ยเจียงเมื่อหนังใหม่โทนี่จา…เจ๊ง!!! โดยหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

ที่มา: หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

แสดงความคิดเห็น

Beartai Recommended

จันทร์ที่ 9 ก.ค. นี้ เรามี Beartai Fanmeet 2018 ตอน Ant-man and the wasp อ่านรายละเอียดได้ที่นี่!

Published

on

แบไต๋ อัปเดตกิจกรรม “แบไต๋แฟนมีต 2018 ตอน Ant-man and the wasp”  ว่า ผู้ที่มางานนี้ คุณจะได้อะไรบ้าง ? อ่านได้ที่นี่เลย

สิ่งที่ทุกคนจะได้รับ

สำหรับทุกคนที่ซื้อบัตรร่วมงาน Beartai Fanmeet จะได้รับมีดังนี้

  1. รหัสลงทะเบียน
  2. เสื้อยืดแบไต๋ Limited Edition แจกให้คนละ 1 ตัว
  3. รับสิทธิ์ลุ้นของรางวัล Lucky draw (โดยมีรางวัลใหญ่คือ Huawei P20 Pro 1 เครื่อง !!)
  4. ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเหล่าพิธีกรแบไต๋

รางวัล Lucky Draw

  1. Huawei P20 Pro 1 รางวัล
  2. Xiaomi Redmi note 5 1 รางวัล
  3. Smart watch Panthera Smart fit 1 รางวัล
  4. Smart watch Panthera Strong Fit 1 รางวัล
  5. Smart watch Panthera Slim Fit 1 รางวัล
  6. Anitech 8 in 1 Multi Cooking Pot 1 รางวัล
  7. Anitech Smoothies Blender 1 รางวัล
  8. Anitech Mingsu Maker 1 รางวัล
  9. ปลั๊ก Anitech รุ่น H604 1 รางวัล
  10. Google Chromecast จาก AIS 1 รางวัล

แจกยันเครื่องทำบิงซูอ่ะ คิดดู !!

วัน เวลา และสถานที่จัดงาน

เรามีนัดกันในวันจันทร์ ที่ 9 กรกฏาคม นี้ เริ่มลงทะเบียนเวลา 17:00 น. หรือ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ Major Cineplex ชั้น 5 โรงที่ 7 โดยมีค่าร่วมงานที่นั่งละ 300 บาท โดยจำกัดแค่ 300 ที่นั่งเท่านั้น

ช่องทางการชำระเงิน

สำหรับงาน Beartai Fanmeet 2018 นี้มีราคาค่าตัวที่ 300 บาท โดยมีช่องทางการชำระเงินทั้งสิ้น 3 ช่องทางด้วยกันดังนี้

  1. สแกน QR Code ด้านล่างนี้โดยใช้แอปฯ ธนาคารบนมือถือ ชำระเงิน 300 บาทแล้ว Capture หน้าจอส่งมาที่ inbox ของเพจ Beartai Hitech ได้เลย !
  2. โอนเงินมาที่เลขบัญชี 063-007-1587 ชื่อบัญชี บ. โชว์ไร้ขีด จำกัด ( SHOW NO LIMIT)
  3. Pay with K-Plus ขั้นตอนง่ายๆคือ กดสั่งซื้อบนหน้า เพจแบไต๋ คุณก็จะได้รับข้อความการชำระเงินทาง inbox จากนั้นกดจ่ายได้เลย !!

หลังจากคุณทำการชำระเงินเสร็จเรียบร้อย ก็ให้ส่งหลักฐานมาทาง Inbox ของเพจแบไต๋ ทางทีมงานจะทำการยืนยันสิทธิ์โดยการแจ้งชื่อ – นามสกุล และส่งหลักฐานการโอนเงินเข้ามาพร้อมแจ้งขนาดเสื้อที่ใส่ โดยจะมีให้เลือก 5 ขนาดคือ S, M, L, XL และ XXL ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีก 1 กิจกรรมที่ทางแบไต๋ตั้งใจทำเพื่อแฟน ๆ ทุกคนจริง ๆ ครับ งานนี้ใครอยากชมภาพยนตร์ Ant-Man and The WASP ซื้อบัตรกับแบไต๋ ได้ทั้งเสื้อแบไต๋สุด Exclusive แถมยังได้ลุ้น Huawei P20 Pro และของรางวัลอื่น ๆ อีกเพียบด้วยนะ ห้ามพลาด !

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Beartai Recommended

ดูให้รู้! #ตู้กู้หัวใจ จะไม่มีใครต้องตายอีก!! #แบไต๋ตู้ต่อไป #17

Published

on

จากกรณีคุณโจ บอยสเก๊าท์ที่ได้เสียชีวิตจากเหตการณ์เป็นลมบนเวที ก็ทำให้คนตระหนักถึงการทำ CPR ที่ย่อมาจาก Cardio Pulmonary Resuscitation หรือการปฐมพยาบาลแบบปั้มหัวใจว่า เป็นอีก 1 สิ่งสำคัญที่คนทุกคนควรรู้วิธีทำเอาไว้ เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตการณ์นี้กับคนใกล้ ๆ ตัวเราก็จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างทันท่วงที

และครั้งนี้หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขออาสามารีวิวอีก 1 ตู้ที่เราทุกคนควรต้องรู้จักกันอย่าง ตู้กู้หัวใจ หรือ AED ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ในการปฐมพยาบาลกรณีผู้ที่เกิดเหตการณ์หัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ซึ่งเราจะมีเวลาเพียง 8 นาทีที่จะสามารถกระตุ้นหัวใจเพื่อช่วยเหลือพวกเขาได้ แล้วอย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ นะครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Beartai Recommended

ดีงามพระรามสี่สิบแปด! MV แรกของ BNK48 มาแล้ว แจ่มจันทร์แค่ไหนไปดูกัน!

Published

on

เพิ่งเปิดฤดูกาลแห่งความสดใสใหม่ได้ไม่ทันไร BNK48 ก็ได้บุกจู่โจมใส่แฟน ๆ แบบรัว ๆ จัดหนักจัดเต็มทั้งอีเวนต์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งรายการโทรทัศน์ ชาวประชาทุกภาคส่วนโดนดาเมจกันไปคนละไม่น้อย แต่ที่โดนหนักที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นนายห้างหนุ่ยของพวกเรานั่นเอง ถึงขนาดอดใจไม่ไหวต้องขึ้นไปมอบเสื้อและส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้เฌอปรางถึงบนเวที

นายห้างครับ คราวหน้าคราวหลังนายห้างอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงอย่างนี้อีกเลยนะครับ ถ้านายห้างเป็นอะไรไป พวกเราแบไต๋จะอยู่ยังไง ผมยังมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูนะครับ!

ไม่เพียงแค่นั้น พลานุภาพของสาว ๆ ยังแผ่ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีด้วย ปีนี้สแตนด์สวนกุหลาบวิทยาลัยแปรอักษรเป็นรูปเฌอปราง ไข่มุกและมิวสิค น่ารักอ้ะ!

รูปนี้ช่างดีต่อใจ ส่วนรูปถัดไป… เอ่อ ผมว่าเรากลับมาที่เรื่อง BNK48 ดีกว่า

และในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมากับ BNK48 Mini Live and Handshake งานนี้ BNK48 ได้ส่งความสุขให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มที่ผ่านการแสดงสดและการจับมือ อีกทั้งยังมีการแสดงครั้งแรกของเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) และ teaser รายการ BNK48 Travel Show “เพื่อนร่วมทาง The Journey” ด้วย

แต่ที่ทุก ๆ คนรอคอยมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ซึ่งเป็น MV แรกของ BNK48 รอช้าอยู่ใย ไปชมกันเลย

ว่าด้วย Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) คือซิงเกิ้ลที่ 2 ของ BNK48 ซึ่งมีเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงหลัก ส่วนเพลงรองอีกสองเพลงก็คือเพลง BNK48 และเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) นั่นเอง เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงที่เอามาจาก AKB48 วงพี่สาว ทุกท่านสามารถอ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Koi Suru Fortune Cookie ของ AKB48 ได้ที่นี่ครับ

และต่อไปนี้คือสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับ MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

1. เป็น MV ที่มีแฟน ๆ มาเข้าร่วมแสดงเยอะสุด ๆ

ถึงแม้จะเป็น MV แรก แต่ BNK48 ก็เลือกที่จะเล่นใหญ่ โดยเชื้อเชิญให้แฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV นี้ แต่ไม่ใช่ว่าใครก็เดินดุ่ย ๆ มาเข้ากล้องได้นะ ต้องส่งคลิปตัวเองเต้นเพลงนี้เข้ามาร่วมสนุก ซึ่งสุดท้ายก็ได้แฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาเข้าร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

และเราก็ได้รวบรวมคลิปที่เราคิดว่าเด็ดโดนใจไว้ที่นี่แล้ว ใครยังไม่ได้เข้าไปชมก็ขอเชิญนะครับ

2. เป็น MV ที่เดินทางมายาวไกลมาก

BNK48 ประกาศเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ใน Facebook Live เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560

ทำการแสดงครั้งแรกในคอนเสิร์ต 2017 411 Fandom Party in Bangkok เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560

ประกาศว่าเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) จะเป็น MV แรกของ BNK48 ในงาน Japan Expo in Thailand 2017 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2560

ประกาศรับสมัครแฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV และรายละเอียดในการเข้าร่วมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ทาง Facebook

ประกาศรายชื่อเซ็มบะสึ (เม็มเบอร์ที่จะได้อยู่ในเพลงหลักของซิงเกิ้ล) ในงาน BNK48 We Love You เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560

เผยโฉมปกซิงเกิ้ลใน Facebook Live เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

รวมรวบแฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560

และสุดท้าย เปิด MV ครั้งแรกในงาน BNK48 Mini Live and Handshake เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560

รวมแล้วใช้เวลาทั้งสิ้น 110 วัน!

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแฟน ๆ ถึงได้ลุ้นกันตัวโก่งและมีความคาดหวังอย่างมากกับ MV นี้นะจ๊ะ

2:29 ตรวจพบคนเต้นผิดแล้วทำเนียน 1 อัตรา อยู่ทางด้านซ้ายของจอ หน้าตาละม้ายคล้ายเฌอปราง BNK48 ครับ!

3. เป็น MV ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย

แม้ BNK48 จะเป็นวงน้องสาวของ AKB48 จากญี่ปุ่น แต่ MV นี้ก็เลือกที่จะนำเสนอความเป็นไทยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ความเป็นไทยแบบช่อฟ้าใบระกาตัดแปะ องค์ประกอบเสริมใน MV นี้ไม่ว่าเป็นรถตุ๊ก ๆ ชาวไทยเชื้อสายจีน พ่อค้าผ้าเชื้อสายอินเดีย งานกราฟิตีหรือวินมอเตอร์ไซค์นั้นบอกเล่าความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยได้ดีจริง ๆ

แต่ลายบนชุดของสาว ๆ เป็นลายหลุยส์นะครับ ไม่ใช่ลายกนก!

4. ผู้กำกับ MV มากประสบการณ์

MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) นี้ได้ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มานั่งแท่นผู้กำกับ ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มีผลงานกำกับมานับไม่ถ้วน เช่น MV เพลง いますぐ あいたい เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นของเพลง แอบชอบ ของละอองฟอง ละคร Love Books Love Series เรื่อง Secret & Summer เผลอใจให้รักเธอ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์อย่างเลิฟ จุลินทรีย์ รักมันใหญ่มาก

ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ได้ร่วมงานกับละอองฟองมาแล้วหลายครั้ง และมือเบสของละอองฟองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ครูเอ๊ะของสาว ๆ BNK48 นั่นเอง

5. MV มีสปอนเซอร์!

จังหวะแรกที่เราดู MV เราก็สงสัยว่าทำไมจู่ ๆ โมบายล์ถึงได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายเซลฟี่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอดูต่อไปก็ถึงบางอ้อ MV นี้ได้ Huawei nova 2i เป็นผู้สนับสนุนนั่นเอง ก่อนหน้านี้ Huawei nova 2i ได้เลือกใช้มิว นิษฐา นักแสดงสาวชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมี Sweat16! ไอดอลกรุ๊ปจาก LOVEiS และ Yoshimoto มาสร้างสีสันในงานเปิดตัวด้วย งานนี้เรียกหัวเว่ยเจาะกลุ่มแฟน ๆ ของสาว ๆ หลายภาคส่วนจริง ๆ สำหรับแฟน ๆ BNK48 ที่จู่ ๆ ก็เกิดอยากเปลี่ยนมาใช้ Huawei nova 2i หลังจากดู MV จบ ก็ขอเชิญเข้าไปอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่เลยครับ

แอบเห็นที่มุมจอซ้ายบนตอนโทรศัพท์อยู่ในมือของเฌอปราง เห็นว่าผู้ให้บริการเครือข่ายเจ้านี้ยอมฉีกกฎเดิมของตัวเองและเลือกอั้ม พัชราภาเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังไงสนใจจะเรียกใช้บริการสาว ๆ BNK48 บ้างไหมครับ ^_^

_:__ นี่ใครอะ น่ารักจุง!

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟน ๆ ที่ติดตาม BNK48 มาสักพักแล้วจะจำชื่อและหน้าตาของเม็มเบอร์ได้ ถ้าตามมานานก็อาจจะจำได้แม้กระทั่งหน้าผากหรือหางคิ้ว แต่สำหรับท่านที่เพิ่งติดตาม BNK48 อาจจะยังไม่รู้จักหรือจำชื่อเม็มเบอร์ไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราได้เตรียมวาร์ปของเม็มเบอร์แต่ละคนมาให้ท่านแล้ว ไล่เรียงไปตามช็อตใน MV เผื่อท่านได้ชมแล้วเกิดหลงเสน่ห์เม็มเบอร์คนไหนขึ้นมา (หรือที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า “โดนตก”) ท่านจะได้ไปติดตามต่อได้โดยสะดวกครับ

0:25 แก้ว

1:23 โมบายล์

1:39 อร

1:55 น้ำหนึ่ง

1:59 เฌอปราง

2:28 เนย

2:33 ปูเป้

2:41 ตาหวาน

2:49 ไข่มุก

2:50 ปัญ

3:07 อิซึรินะ

3:14 มิโอริ

3:16 มิวสิค

3:32 เจนนิษฐ์

3:33 ซัทจัง

4:06 แจน

เป็นยังไงบ้างครับ ถูกใจกันมากน้อยแค่ไหนกับ MV แรกของ BNK48 ถ้าคิดว่า BNK48 น่าสนใจ ยังไงก็ขอเชิญมาติดตามกันนะครับ ส่วนสำหรับแฟน ๆ ที่ได้ไปร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยาม ผมก็อยากจะบอกครับว่า ขอให้พวกเราช่วยกันนั่งดู MV วนไปครับ พวกเราจะต้องเป็นผู้แสดงใน MV ร้อยล้านวิวให้ได้! 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!