Connect with us

บทความเทคโนโลยี

พาทัวร์สายการผลิต Huawei P10 สุดล้ำในจีน!

Published

on

อยากรู้ไหมว่ากว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่นี้ มีกระบวนการผลิต และหน้าตาเครื่องผลิตเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะขอแบไต๋ความรู้นี้ หลังทีมงานเว็บแบไต๋ได้ไปด้อมๆ มองๆ สายการผลิต Huawei P10 ที่โรงงานในเมืองตงก่วน (Dongguan) ประเทศจีน ก็ต้องขอบคุณทาง บริษัท Huawei Consumer Business Group (ประเทศไทย) สำหรับทริปส่องโรงงานในครั้งนี้ครับ!

ทีมงานเว็บแบไต๋และนักข่าวจากหลายสำนักในการทัวร์โรงงานครั้งนี้

โรงงานผลิตของหัวเว่ยในเมืองตงก่วนนั้นมีพื้นที่ประมาณ 39,000 ตารางเมตรนะครับ โดยมีสายการผลิตแบบ SMT (Surface-mount technology) 18 สายการผลิต และสายการประกอบผลิตภัณฑ์อีก 31 สาย หนึ่งสายการผลิตก็ประกอบมือถือได้ประมาณ 2,000 เครื่องต่อวัน โรงงานนี้จึงผลิตสมาร์ทโฟนได้ราว 1.3 ล้านเครื่องต่อเดือน และอุปกรณ์ใช้ในบ้านอีกราว 300,000 ชิ้นต่อเดือน

สายการผลิตสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย

สายการผลิตสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย

โรงงานประกอบในเมืองตงก่วนนี้ไม่ได้ผลิตชิ้นส่วนในสมาร์ทโฟนเองนะครับ แต่ชิ้นส่วนเกือบทุกอย่างในสมาร์ทโฟน 1 เครื่องนั้นจะมีบริษัทรับผลิตขึ้นมา เช่นชิป Kirin 960 หัวใจของ Huawei P10 แม้ว่าจะออกแบบโดย HiSilicon บริษัทลูกของหัวเว่ยที่ดูแลงานออกแบบชิปประมวลผล แต่ก็ผลิตโดยบริษัท TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) จากไต้หวันที่เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตชิปมากกว่า โดยสมาร์ทโฟน 1 เครื่องนั้นใช้ชิ้นส่วนประมาณ 3,000 – 5,000 ชิ้นครับ

  • โลกนี้มีบริษัทผลิตมือถือแค่ 3 รายในโลกที่ออกแบบซีพียูใช้เองคือ Huawei, Samsung และ Apple
  • และโลกนี้ก็มีบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่แค่ 3 รายคือ Intel, Samsung และ TSMC โดย 2 รายหลังจะรับงานผลิตตามแบบจากบริษัทอื่นๆ ด้วย ส่วน Intel นี่นานๆ ที

สายการผลิตสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยแต่ละสายนั้นยาวประมาณ 150 เมตร โดยจะมีทีมงานควบคุม 26 คนต่อสายการผลิต ซึ่งด้านหน้าของแต่ละสายการผลิตก็จะมีหน้าจอบอกว่าสายผลิตนี้กำลังผลิตเครื่องในรหัสอะไร (ซึ่งไม่ใช่รุ่นผลิตภัณฑ์อย่าง P10, Mate 10 ที่เราคุ้นเคย แต่เป็นชื่อภายในของบริษัท) มีวิศวกรดูแลเป็นใครบ้าง และผลการผลิตจนถึงปัจจุบันว่าผลิตไปได้แล้วกี่เครื่อง เสียหายกี่เครื่อง และวันนี้ตั้งเป้าจะผลิตได้กี่เครื่อง ซึ่งปกติเป้าการผลิตก็จะอยู่ราวๆ 2,000 เครื่องต่อวันต่อหนึ่งสายการผลิตครับ

โรงงานนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนามาก โลหะทุกอย่างถูกห้ามนำเข้าโรงงาน สมาร์ทโฟนจะถูกเก็บลงกล่องก่อนเข้าพื้นที่โรงงาน ทีมงานเว็บแบไต๋ก็เป็นนักข่าวยุคจดลงสมาร์ทโฟน พอไปถึงโรงงานเลยงานเข้าเพราะไม่มีสมาร์ทโฟน และกระดาษปากกาติดตัวไว้จดข้อมูลเลย ก็เลยต้องจำข้อมูลเอา ส่วนภาพประกอบต่างๆ ได้รับการอนุเคราะห์จากหัวเว่ยครับ (จะเห็นว่าข้อมูลสำคัญถูกเซนเซอร์ไปหมดแล้ว)

กระบวนการประกอบสมาร์ทโฟนของ Huawei

กระบวนการผลิตสมาร์ทโฟน 1 เครื่องนั้น จุดที่เป็นส่วนผลิตและประกอบจริงๆ มีไม่เยอะเท่ากับส่วนที่เป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ในจุดต่างๆ ว่าประกอบออกมาแล้วใช้งานได้ไม่มีปัญหา โดยลำดับการประกอบมีคร่าวๆ ดังนี้

ตัวอย่างของแผ่น PCB (อันนี้ไม่ใช่ภาพจากหัวเว่ยนะ เป็นภาพประกอบให้เข้าใจขึ้นเฉยๆ)

(1) กระบวนการวาดแผงวงจรด้วยแสง เครื่องจักรจะทำเส้นวงจรต่างๆ ลงบนแผ่นที่เรียกว่า PCB หรือ Printed Circuit Board

(2) เข้าเครื่องตรวจสอบแผ่นวงจรที่วาดออกมากับภาพต้นแบบเพื่อยืนยันว่าลายตรงกัน

เครื่อง SMT ชิ้นส่วนเล็กๆ จะติดอยู่บนเทป (ที่เราเห็นเป็นม้วนเทป) เพื่อเอาไปวางบนบอร์ด

(3) เอาส่วนประกอบอื่นๆ เช่นตัวต้านทาน ชิป และอุปกรณ์เล็กๆ เข้าไปติดบนบอร์ด ซึ่งจุดนี้เองที่เรียกว่า SMT (Surface-mount Technology) คือการเอาชิ้นส่วนที่อยู่บนสายเทปไปติดบนบอร์ดเลย ไม่ได้เจาะรูบอร์ดแล้วบัดกรีเหมือนที่เราทำเล่นในโรงเรียน (Through-hole Technology)

ตรวจสอบบอร์ด PCA ว่าถูกต้องตามที่ออกแบบ

(4) ติดกาวเคลือบชิ้นส่วนไม่ให้หลุดออกมา เอาบอร์ดไปผ่านความร้อน และตรวจสอบว่าชิ้นส่วนต่างๆ ติดตรงกับที่ออกแบบไว้ มาถึงตรงนี้จะเรียกว่า PCA หรือ Printed Circuit Assembly หรือบอร์ดที่ประกอบอุปกรณ์แล้ว

ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ที่ผลิตออกมายาวเป็นตับว่ามันทำงานได้จริง

(5) ทดสอบสารพัดแบบว่าบอร์ดที่ผลิตออกมาตอนนี้สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนการใช้งานจริง

แม้ว่าสายการผลิตส่วนใหญ่จะทำด้วยระบบอัตโนมัติ แต่บางจุดเช่นการประกอบกล้อง-แบต และการเทสบางอย่างก็ยังต้องใช้คนอยู่

(6) นำบอร์ดไปประกอบกับกล้อง ประกอบแบตเตอรี่ 2 ขั้นตอนนี้ยังต้องใช้คนเพราะมีชิ้นส่วนมีความบอบบาง พอประกอบเสร็จก็เทสกล้องว่าได้ภาพตัวอย่างอย่างที่ต้องการ เทสแบตให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐาน

(7) เทสอุปกรณ์ทุกส่วน ตั้งแต่ตัวบอร์ดเดียว เครื่องที่ประกอบกับแบตเตอรี่ จอ โดยเอาจอเปล่าๆ มาเสียบเทสก่อน ประกอบเสร็จก็เทสอีกที เทสเสียง เทสต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงแบบใช้จริงที่อุณหภูมิ 30 องศา

(8) พอทดสอบจนผ่านว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้จริงๆ จะอัปโหลด firmware ลงเครื่อง ตอก IMEI และ Serial เครื่องเพื่อทำฐานข้อมูลเครื่องจำหน่าย และเทสระบบซอฟต์แวร์อีกครั้ง

แพ็กลงกล่อง เพื่อนำไปเก็บในโกดังพร้อมส่งไปจำหน่าย

(9) สุดท้ายคือนำเครื่องที่ประกอบเสร็จลงกล่องมือถือ และจัดชุด 10 กล่องมือถือเพื่อเอาไปลงกล่องใหญ่ เก็บเข้าโกดังต่อไป

โดยเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบนี้มาทั้งจากอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ และก็มีเครื่องเทสอุปกรณ์ที่หัวเว่ยออกแบบเองด้วย

ฝากหมวกหัวเว่ยไว้ให้คิดถึงโรงงานที่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ห้ามเอาโลหะเข้าไปเลย สมาร์ทโฟนถูกเก็บไว้ในกล่องด้านนอกหมด

ก็จบทัวร์โรงงานนะครับ เดี๋ยวบทความต่อๆ ไป เราจะพาไปดูห้องทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนผลิตจริง ทดสอบกันหลายอย่างกว่าจะไฟนอลเป็นแบบจริง และอนาคตก้ับโลก IoT ของหัวเว่ยครับ

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ในญี่ปุ่น รู้จัก Dynamic Vibration System ระบบสั่นและความบันเทิงของ XZ2

Published

on

หนึ่งในของเล่นใหม่ของ Sony Xperia XZ2 คือระบบสั่นตามเสียงที่เรียกว่า Dynamic Vibration System ตามคอนเซ็ปต์ของ Sony Xperia XZ ที่โซนี่อยากให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์แบบ See x Hear x Feel คือ จอ HDR x ลำโพงคู่ ระบบเสียง Hi-Res x เครื่องสั่นตามจังหวะเพลง

ทีมงานที่พัฒนา Dynamic Vibration System เล่าให้เราฟังว่าความยากของการทำระบบสั่นตัวนี้คือ Actuator หรือตัวสั่นสะเทือนต้องมีขนาดใหญ่พอ และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างการสั่นไหวไปได้ทั้งเครื่องด้วย ซึ่งจุดที่เหมาะสมสำหรับ Sony Xperia XZ2 คือตรงมุมล่างซ้ายของเครื่องครับ

นอกจากนี้ยังต้องพัฒนา Algorithm เพื่อวิเคราะห์รูปแบบเสียงให้เกิดรูปแบบการสั่นให้เหมาะ ไม่ใช่มีเสียงทุ้มก็สั่นตลอด มันก็ต้องมีจังหวะจะโคนของมันให้สมจริง

โดยนอกจาก Dynamic Vibration System จะสั่นตามเสียงแล้ว ยังมี API ให้นักพัฒนาใช้ เพื่อให้แอปอื่นๆ อย่างเกมสามารถสั่นได้ตาม ถ้าเกมที่รองรับจะมีปุ่มระบบสั่นให้กดเปิดเลย ตอนนี้มีเกมในตระกูล Angry Bird แล้วก็เกมอย่าง Mini Gun ที่รองรับครับ ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

(คลิกอ่าน) รู้จัก Actuator ตัวสั่นสะเทือนยุคใหม่

เลี้ยวมาเรื่องความบันเทิงแบบเกมๆ กันบ้าง

เล่น Remote Play เอาเกม PlayStation 4 มาต่อจอยเล่นแบบนี้ ฟินมั่กๆ

ขึ้นชื่อว่าเป็น Sony Xperia สมาร์ทโฟนจาก Sony ก็ต้องมีจัดเต็มความสามารถเรื่องเกมด้วย ไฮไลท์สำคัญของมือถือตระกูลนี้คือ Remote Play ครับ เราสามารถใช้ Xperia ต่อกับจอย DualShock แล้วเล่นเกมจาก PlayStation 4 ได้เลยผ่านเครือข่ายภายในบ้าน (ต้องเปิด PlayStation 4 เพื่อเล่นเกมนะ จอของ Xperia แค่รับภาพจากเครือข่ายมาแสดงเท่านั้น) ซึ่งก็ทำให้คุณพ่อบ้านที่โดนแม่บ้านยึดจอทีวีไป ยังสามารถเล่นเกมได้อยู่ผ่านหน้าจอมือถือ

กิจกรรมที่เราสนุกมากในเซสชั่นนี้คือการเล่นเกม Frantics บน PlayStation 4 ผ่านระบบ Playlink ครับ โดยผู้เล่นจะต้องโหลดแอปของ Frantics ไปติดตั้งในมือถือเพื่อทำหน้าที่เหมือนจอย ซึ่งสามารถเล่นพร้อมกันได้ 4 คน เล่นมินิเกมล้อมวงกันได้ ซึ่งส่วนของ Playlink นี้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นมือถือ Xperia นะครับ มือถืออะไรก็เล่นได้ แค่ต้องซื้อเกมที่รองรับระบบ Playlink มาลงใน PlayStation 4 ของเราก่อน ก็ดูรายละเอียดและรายการเกมที่รองรับได้ในเว็บของ Playlink ครับ

และปิดท้ายด้วยรายชื่อเกมที่รองรับฟังก์ชั่นสั่นสะเทือน Dynamic Vibration System อย่างสมบูรณ์ตอนนี้ครับ ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

เกมที่รองรับระบบสั่นของ Sony แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ในญี่ปุ่น เจาะลึกเสียง Hi-Res ทำไมต้องฟังเพลงความละเอียดสูง

Published

on

ในบทความนี้เรายังอยู่กับ Sony ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างลึกที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น Sony Xperia XZ2 ครับ ซึ่งเซสชั่นที่เราทึ่งที่สุดในทริปมาเยือนโตเกียวในครั้งนี้คือการได้มาเยือนสตูดิโอของ Sony Music ครับ โดยคุณ Koji Suzuki – Mastering Engineer, Sony Music Studio Tokyo อธิบายระบบทั้งหมดที่มีรายละเอียดหยิบย่อยสมกับที่เป็นสตูดิโอบันทึกเสียง คือ

Koji Suzuki – Mastering Engineer, Sony Music Studio Tokyo

  • ระบบไฟในสตูดิโอมีทั้ง 100v, 117v และ 220v เพื่อรองรับเครื่องดนตรีต่างๆ แน่นอนว่าไฟฟ้าในสตูดิโอต้อง Clean ทั้งหมด กรอง Noise ที่จะทำให้เกิดเสียงรบกวนออกไปแล้ว
  • ห้องมิกซ์ เป็นคอนโซลอนาล็อกของอังกฤษ ใช้มา 16 ปี ไม่เคยมี Noise
  • ส่วนเชื่อมโลหะใช้ทองทั้งหมด
  • มี 5 สตูดิโอย่อย สามารถกั้นเสียงแยกกันได้ทั้งหมด จึงใช้งานได้พร้อมกัน กำแพงคอนกรีตหนัก 120 ตัน กันเสียง
  • ไมค์ของ Sony ทำวิจัยและพัฒนาในสตูดิโอนี้ด้วย
  • ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา

แวะฟังเพลงในสตูดิโอจาก YUKI มือกีต้าร์สาว!

ชื่อชั้นของเครื่องเสียง Sony เราคงรู้กันดีอยู่นะครับ แต่การได้มาเจอคุณ Kenichi Matsumoto – Senior Engineer, Audio, Sony Mobile Communication วิศวกรเรื่องเสียงตัวจริงของโซนี่ทำเอาเราปลื้มปริ่มมาก เพราะพี่แกเก่งสุดๆ คุณลุง Matsumoto เล่าถึงความจำเป็นของระบบเสียง Hi-Res อย่างเห็นภาพว่า

คนเราไม่ได้ยินเสียงจากหูอย่างเดียว แต่สมองมนุษย์สามารถรับคลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยินได้มากกว่านั้น เสียงที่มนุษย์ได้ยินจึงมีมิติ มีการสะท้อน สามารถระบุดำแหน่งเสียง หรือขนาดห้องได้ เช่นเสียงของเข็มที่ตกในห้อง นอกจากเสียงกระทบของเข็มกับพื้นแล้ว ยังมีเสียงที่ชิ่งกับผนังห้องไปในทิศทางต่างๆ ที่คนได้ที่รับการฝึกฝนจะสามารถบอกตำแหน่งหรือถึงขนาดห้องได้เลย แต่ในยุคแรกที่โซนี่กับฟิลิปส์พัฒนา CD ขึ้นมานั้นยังไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ เลยตัดคลื่นเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยินออก ซึ่งระบบเสียง Hi-Res สามารถดึงข้อมูลส่วนนี้มาแสดงได้

  • CD จะบันทึกเสียงที่ความละเอียด 44,100 Hz (ค่านี้เรียกว่า Sampling Rate หรืออัตราการกำหนดจุดเก็บข้อมูลใน 1 วินาที) ที่ความลึก 16 Bit ซึ่งสามารถเก็บเสียงช่วง 20 – 20,000 Hz ที่มนุษย์ได้ยินได้ และสามารถบันทึกความแตกต่างของเสียง (Dynamic Rate) ได้สูงสุด 96 dB ซึ่งก็สามารถบันทึกเสียงที่แตกต่างกันของวงออเคสตราได้
  • ทำไมถึงต้องเป็น 44,100 Hz 16 bit ตัวเลขนี้ได้มาจากทฤษฎีว่า Sampling Rate ควรมีความถี่อย่างน้อย 2 เท่าของเสียงที่มนุษย์ได้ยิน แล้วเผื่อไปอีก 10% จึงได้ตัวเลขเป็น 20khz (ความถี่เสียงสูงสุดที่หูมนุษย์รับได้) + 10%x2 + 0.1khz = 44.1khz
  • รูปแบบ Hi-Res ทั่วไปจะบันทึกเสียงที่ความละเอียด 96,000 Hz ที่ความลึก 24 Bit ก็ทำให้ได้รายละเอียดของเสียงที่ดีกว่า สามารถบันทึกเสียงที่ความถี่สูงถึง 48,000 Hz ได้ และบันทึกความแตกต่างของเสียงได้สูงสุดเกือบ 150 dB แถมก็ยังมีรูปแบบอื่นๆ ที่บันทึกเสียงได้ละเอียดกว่านี้ เช่นบันทึกเสียงที่ 192,000 Hz ความลึก 24 Bit จะสามารถเก็บความถี่เสียงได้สูงสุด 96,000 Hz
  • คิดภาพตามนี้นะครับ เสียงความถี่ 48,000 Hz เท่ากับสั่นสี่หมื่นแปดพันครั้งใน 1 วินาที กราฟเสียงจะเป็นลูกที่ถี่ยิบมาก ถ้าเราบันทึกเสียงที่ความละเอียด 44,100 Hz หรือ 1 วิลงจุดบันทึกสี่หมื่นครั้ง มันจะไม่สามารถบันทึกความละเอียดของกราฟที่ถี่ขนาดนั้นได้ มันเลยบันทึกเสียงสูงแบบนี้ไม่ได้ครับ

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลการบันทึกเสียง กับช่วงความถี่และ Dynamic Range ที่บันทึกได้ (ภาพจาก Wikipedia)

คุณ Matsumoto เล่าถึงการออกแบบสมาร์ทโฟนให้รองรับเสียงคุณภาพสูงว่ายากกว่าการออกแบบเครื่องเล่นเพลงปกติ เพราะโทรศัพท์เป็นเครื่องมือสื่อสาร มีการรับคลื่นส่งคลื่นมากมาย จึงมี Noise เยอะเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนเครื่องเล่นเพลงโดยเฉพาะที่ไม่ได้มีการเชื่อมต่อไร้สายมากขนาดนั้น การออกแบบสมาร์ทโฟนให้เสียงดี รองรับ Hi-Res จึงต้องคำนึกถึงเรื่องสัญญาณรบกวนด้วย

ว่าแล้วก็เอา Sony Xperia XZ2 ต่อออกลำโพงในสตูดิโอให้ฟังเพลง Hi-Res เสียงนี้เคลิ้มไปเลย

แล้วก็ถึงช่วงถามคำถามกับวิศวกรครับ เราก็ถามประเด็นเทคนิคคาใจ แล้วลุง Matsumoto ก็ตอบมาอย่างผู้รู้ เราชอบพี่วิศวกรญี่ปุ่นคนนี้มากจริงๆ

Kenichi Matsumoto – Senior Engineer, Audio, Sony Mobile Communication

ใน Sony Xperia XZ2 ตัดช่องหูฟัง 3.5 mm ออกไปแล้ว แล้วตัว DAC อยู่ที่ไหน

สำหรับ Sony Xperia XZ2 DAC อยู่ที่ตัวเครื่อง ในสายแปลงจะไม่มี ซึ่ง USB-C ตัวนี้รองรับสัญญาณอนาล็อกและดิจิทัลเลย

(คลิกอ่าน) รู้จัก DAC ตัวแปลงเสียงดิจิทัลเป็นอนาล็อก

ไมค์ของโซนี่ก็พัฒนาในสตูดิโอนี้

ทำไมการฟังเพลงผ่าน Bluetooth จึงไม่สามารถใช้ DSEE HX ได้?

DSEE HX หรือ Digital Sound Enhancement Engine Hi-Res คือซอฟต์แวร์ปรับปรุงคุณภาพเสียงที่โซนี่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อชดเชยรายละเอียดของเสียงที่สูญเสียไประหว่างการบีบอัดเพลง โดย Resampling เสียงขึ้นไปในระดับ 96 kHz 24 bit ให้ได้เสียงใกล้เคียงกับมาตรฐาน Hi-Res ของโซนี่

ที่นี้กระบวนการทำงานของ Bluetooth คือการบีบอัดเสียงก่อนที่จะส่งไป ไม่งั้นข้อมูลจะเยอะเกินไปส่งผ่าน Bluetooth ไม่ไหว ซึ่งไม่ว่าจะใช้กระบวนการบีบอัดหรือ Codec ที่ดีแค่ไหน มันก็ต้องบีบอัดเสียง ตัดย่านเสียงที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ยินทิ้งอยู่ดี

เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับปรุงคุณภาพเสียงด้วย DSEE HX ก่อน แล้วส่งด้วย Bluetooth มันก็ไร้ค่า เพราะมันคือการเพิ่มไปแล้วตัดออก ซึ่งส่งผลกระทบกับคุณภาพเสียง เราเลยปิดไม่ให้ใช้งาน DSEE HX กับการฟังด้วย Bluetooth บน Xperia XZ2 แต่ถ้าผู้ใช้ใช้อุปกรณ์ของ Sony เช่นลำโพงที่มี DSEE HX ในตัว ก็สามารถเปิดใช้งานที่ฝังลำโพงได้

(คลิกอ่าน) Codec เสียงของ Bluetooth ตัวชี้วัดคุณภาพเสียงไร้สาย!

แถมภาพน้อง YUKI ให้อีกภาพหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ถามต่อหน้าวิศวกรญี่ปุ่น เจาะลึกกล้อง HDR

Published

on

กล้องของ Sony Xperia XZ2 นั้นถือว่าเป็นกล้องที่ก้าวกระโดดของมือถือโซนี่นะครับ นอกจากถ่ายภาพได้คมชัดมากขึ้น มิติแสงดีขึ้น ยังมีความสามารถพิเศษคือการถ่ายวิดีโอแบบ HDR ได้จบในตัวเป็นรุ่นแรกของโลก ไม่ต้องไปผ่านโปรแกรมอะไรอีก เอาไฟล์ HDR ไปใช้ได้เลย ซึ่งการที่เราได้ไปเจอกับทีมวิศวกรกล้องของโซนี่ที่ญี่ปุ่นก็ทำให้เราได้ความรู้อีกมากมาย

เจาะเบื้องหลัง ทำไมกล้องของ Xperia XZ2 ถึงถ่ายวิดีโอ HDR ได้

ทีมวิศวกรจากโซนี่เล่าให้เราฟังว่าใน XZ2 นั้นใช้เซนเซอร์รับภาพที่มีหน่วยความจำอยู่ในตัว (Memory Stacked Sensor) รุ่น Exmor RS IMX400 ทำให้สามารถเก็บภาพที่ถ่ายได้ไว้ในหน่วยความจำได้ชั่วคราว มันจึงสามารถบันทึกวิดีโอแบบ HDR ได้ หลักการคือ

  • แต่ละเฟรมที่บันทึกในวิดีโอ เซนเซอร์จะเก็บ 2 ภาพในครั้งเดียว
  • ภาพแรกคือภาพมืดที่ได้จากการรับแสงสั้น (Short Exposure)
  • ภาพที่สองคือภาพสว่าง ที่ได้จากการรับแสงในช่วงที่ยาวกว่า (Long Exposure)
  • เพราะฉะนั้นแต่ละเฟรมภาพ HDR จาก XZ2 คือการนำ 2 ภาพย่อยมาประมวลผลรวมกันเป็นภาพเดียวในวิดีโอที่สามารถเก็บแสงส่วนมืดและส่วนสว่างได้ในเฟรมเดียว

ลักษณะไฟล์ HDR จาก Xperia XZ2 จะมีสเปกตามนี้

โดยสเปกไฟล์ HDR จาก Sony Xperia XZ2 นั้นตั้งไว้ที่

  • สีระดับ 10 bit
  • ขอบเขตสี Bt.2020 มาตรฐานส่ีใหม่ของ UHDTV ที่กว้างกว่า DCI-P3
  • เฟรมเรต 24 fps ที่ความละเอียด 4K
  • มาตรฐาน HDR เป็นแบบ HLG หรือ Hybrid Log Gamma

ถามวิศวกรประเด็นคาใจเกี่ยวกับ HDR

ในบางกรณีการถ่ายวิดีโอแบบ 4K HDR ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเสมอไป คุณจะแนะนำเรื่องนี้อย่างไร?

ซีนไหนที่ถ่าย HDR ได้ดีบ้าง พี่วิศวกรยกตัวอย่างตามนี้

การถ่ายวิดีโอแบบ HDR นั้นเหมาะสมสำหรับการถ่ายซีนที่มีความสว่างของแสงแตกต่างกันมากๆ เช่นฉากพระอาทิตย์ตกดิน แสงสะท้อน หรือการแสดงบนเวทีที่มีความแตกต่างของแสงระหว่างส่วนมืดกับส่วนสว่างมากๆ การถ่ายแบบ HDR จึงสามารถเก็บรายละเอียดส่วนมืดและส่วนสว่างในจุดนี้ออกมาได้ แต่ถ้าเป็นซีนแสงเรียบๆ แสงไม่ได้ต่างกันมาก ถ่ายแบบเดิมเป็น SDR อาจจะได้ภาพที่สวยถูกใจมากกว่า

ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีซอฟต์แวร์วิเคราะห์การเปิด-ปิด HDR ให้อัตโนมัติ (Auto HDR) เราเลยมีตัวเลือกเปิด-ปิด HDR สำหรับวิดีโอให้ผู้ใช้เลือกได้ง่ายๆ แทน

ซีนที่เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอในโหมด HDR คือซีนที่มีคำว่า Yes

ประเด็นสำคัญ เมื่อคุณถ่ายวิดีโอแบบ HDR แล้ว เราแนะนำให้คุณปิดระบบกันภาพสั่นไหว (image stabilization) ของกล้อง เพื่อให้วิดีโอแบบ HDR ออกมาดีที่สุด เพราะการถ่ายวิดีโอ HDR นั้นจะเก็บ 2 ภาพในเวลาเดียวกัน ซึ่งระบบป้องกันภาพสั่นไหวจะทำให้ภาพเลื่อมกัน จนทำให้วิดีโอคุณภาพลดลง (แต่ความเห็นของทีมงานแบไต๋ ถ้าเราไม่มีไม้กันสั่นหรือ Gimbal ก็เปิดระบบกันภาพสั่นไปเถอะครับ ไม่งั้นภาพจะเวียนหัวน่าดู)

ทำไมโซนี่เลือกใช้มาตรฐาน HDR เป็น HLG ไม่ใช่ HDR10

เพราะเรามองว่ามาตรฐาน HLG นั้นสามารถเอาไฟล์ไปใช้งานได้ง่ายกว่า ไม่ต้องผ่านระบบงาน (Workflow) ที่ซับซ้อนเหมือน HDR10 ครับ

วิดีโอแบบ HDR จาก Xperia XZ2 ต้องตัดต่ออย่างไรจึงจะไม่เสียคุณสมบัติ HDR

สำหรับแอปที่เรามีให้ในสมาร์ทโฟนตอนนี้ ผู้ใช้สามารถตัดให้สั้นหรือ Trim คลิปได้อย่างเดียว ถ้าจะตัดต่อวิดีโอโดยรักษาคุณสมบัติ HDR ผู้ใช้ต้องตัดต่อด้วยคอมพิวเตอร์ และทำตามระบบงาน (Workflow) ของการตัดต่อวิดีโอ HDR

เรื่องกล้องเรื่องใหญ่ เจาะประเด็นกล้องๆ กับวิศวกร!

คุณ Maco Azuma ช่างภาพสาวของเรา

นอกจากเรื่อง HDR แล้วเซสชั่นที่เราตั้งหน้าตั้งตารออย่างมากคือประเด็นเกี่ยวกับกล้องครับ ซึ่งในทริปทัวร์ญี่ปุ่นครั้งนี้เราไม่ได้เจอแค่ทีมวิศวกรกล้องของ Xperia อย่างเดียว แต่เราเจอคุณ Maco Azuma ช่างภาพสาวที่ได้รับรางวัลระดับโลกด้วย โดยภาพถ่ายของคุณ Azuma จะเน้นภาพบุคคล ภาพเด็ก ภาพแฟนตาซีต่างๆ มีเด็ก เทพธิดา จึงจุดเด่นอยู่ที่สีหน้าและแววตาของของตัวแบบในภาพ โดยคุณ Azuma เคยร่วมงานโฆษณาของ Sony Xperia ในปี 2015 ด้วย

ตัวอย่างภาพจากคุณ Maco

ซึ่งคุณ Azuma ก็ให้ทิปที่น่าทึ่งสำหรับการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มาด้วย คือถ้าคุณรู้สึกว่ากล้องหลังกว้างไม่พอ ไม่สามารถเก็บภาพรวมทั้งห้องแคบๆ ได้ ให้เปลี่ยนไปใช้กล้องหน้าถ่ายดูสิ เพราะกล้องหน้ามักจะให้ภาพในมุมกว้างกว่ากล้องหลัง ได้ฟังแล้วก็เออจริง เส้นผมบังภูเขาเลย ทำไมเราคิดไม่ได้นะว่ากล้องหน้ามันมักถ่ายภาพได้มุมกว้างกว่า!

คำถามเกี่ยวกับกล้องของ Sony Xperia

ก่อนที่เราจะถามคำถามวิศวกร เราถามคำถามคุณ Azuma ก่อนนี่แหละว่า “กล้องทุกตัวมีข้อจำกัด แล้วเราคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดหรือข้อจำกัดในการถ่ายภาพด้วย Xperia คืออะไร? และแก้ไขอย่างไร?”

คุณ Azuma ก็อธิบายมาตรงๆ ว่า จุดที่ชอบ Xperia คือสามารถถ่ายภาพได้ดีและสวย สามารถแสดงภาพที่แตกต่างเรื่องแสงมากๆ ได้ดี และชอบฟังก์ชั่นถ่ายวิดีโอ 960 fps ที่มีมือถือไม่กี่รุ่นที่ทำได้ แต่จุดที่อยากให้ปรับปรุงคือเรื่องระบบ HDR, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว และการถ่ายภาพกลางคืนที่อยากให้ Xperia ทำงานได้ดีกว่านี้อีก

ถามวิศวกรเรื่องกล้องบ้าง

Xperia XZ2 นั้นให้คุณภาพภาพดีมาก สวยเป็นธรรมชาติ แต่เรื่องที่ขัดใจเราคือมันทำงานช้า จะทำยังไงให้มันเร็วขึ้น?

เพราะกล้องของโซนี่นั้นมีจำนวนพิกเซลสูง ซึ่งการประมวลผลที่ซับซ้อนทำให้การทำงานของกล้องช้า แต่ก็พยายามปรับปรุบทำให้เร็วที่สุดอยู่ (ก็เข้าใจว่า Sony มีทีมงานที่ดูแลด้านซอฟต์แวร์กล้องน้อยกว่าบริษัทมือถืออื่นๆ ที่มีกันเป็นหลักร้อย หลักพันคน ทำให้การพัฒนาด้านนี้อาจจะไม่เร็วเท่าไหร่นัก แล้วเมื่อสมาร์ทโฟนเปลี่ยนชิปใหม่ เช่นปรับรุ่น Snapdragon ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับภาพก็ต้องปรับใหม่ให้เข้ากับ Image Processor ตัวใหม่ ก็ทำให้ต้องเสียเวลาพัฒนาเข้าไปอีก ยิ่งไม่ค่อยมีคนอยู่)

ฟีเจอร์เรื่องการถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอของโซนี่ค่อนข้างเก่า ยังต้องใช้การถ่ายภาพ 2 ครั้งอยู่เลย คุณมีแผนปรับปรุงเรื่องนี้อย่างไร?

เราเข้าใจว่าตอนนี้มีหลายเทคโนโลยีที่ใช้ทำภาพหน้าเบลอหลังชัดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งการใช้ฮาร์ดแวร์กล้อง 2 เลนส์เพื่อประมวลผลหาระยะความลึก หรือการใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์จุดที่จะทำให้ฉากหลังเบลอเลย แต่เราก็อยู่ในการพิจารณาว่าจะใช้เทคโนโลยีอะไรต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็ยังบอกไม่ได้ (สรุปคือ รู้ว่าคู่แข่งมี และกำลังพิจารณา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อไหร่ และแผนเป็นอย่างไร เมื่อมันเสร็จคุณก็รู้เอง)

ทำไมกล้องของ XZ2 การเปิดซัตเตอร์นานเกิน 1 วิในโหมด Manual ไม่ได้?

ปัญหานี้เกิดจากจำนวนพิกเซลในเซนเซอร์สูง เมื่อเปิดรับภาพนานๆ จะทำให้เกิดความร้อนสูง เราจึงล็อกไว้ไม่ให้เปิดหน้ากล้องนานกว่า 1 วินาที

ทำไมกล้องของ XZ2 จึงไม่สามารถถ่ายภาพแบบ RAW ได้?

เราออกแบบกล้องของ Xperia ให้ใช้งานง่ายที่สุด เราจึงมองว่าความสามารถในการถ่ายแบบ RAW File นั้นมันจะทำให้ผู้ใช้มีกระบวนการใช้งานที่ซับซ้อนเกินไป เราจึงเลือกที่จะยังไม่ใส่ลงไปในตอนนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!