นานกว่านี้มีอีกไหม?! เจาะประเด็นภาพที่ใช้เวลาถ่ายมากที่สุดในโลก (8 ปี) และนานาภาพที่ถ่ายนานชวนทึ่ง

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพถ่ายที่กินเวลาถ่ายนานที่สุด อาจเป็นประเด็นให้เกิดความข้องใจสงสัย การถ่ายที่กินเวลาถึง 8 ปี เป็นไปได้จริงหรือ และเป็นไปได้อย่างไร และยังมีภาพที่ใช้เวลาถ่ายนาน ๆ แบบนี้อีกหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักภาพเหล่านี้กัน !

หากใครเป็นคนที่ถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR SLR หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ด้วยตัวเองมาก่อน ย่อมทราบดีว่าการเปิดหน้ากล้องให้นานเพื่อรับแสง หรือ การถ่ายภาพแบบ Long Exposure นั้นมีเงื่อนไขอยู่มากมายหลาย ทั้งการปรับค่าอื่น ๆ ทั้ง F stop / ISO หรือการเลือกใช้ชนิดของฟิล์มให้เหมาะสม รวมทั้งตัวกล้องยังต้องตั้งวางอย่างมั่นคง ไม่มีสิ่งกีดขวางบดบังช่องทางที่จะบันทึกภาพ

ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ทำให้การบันทึกภาพที่ใช้เวลานาน ๆ มีความยุ่งยาก ทว่าหลายคราก็ให้ผลที่คุ้มค่า ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งของมันคือ การทำให้เราเห็นผลพวงและผลกระทบต่าง ๆ ของกาลเวลา ซึ่งดวงตาของเราไม่อาจมองเห็นได้ เรียกได้ว่าเป็นการขนาดให้เห็นมุมมองใหม่ ที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

ภาพที่ใช้เวลาถ่ายนานที่สุดในปัจจุบัน

เริ่มกันที่ภาพแรกที่เป็นประเด็นก่อน แม้เวลาจะเป็นที่พูดถึงในโซเซียลบ้านเราไม่นาน แต่จริง ๆ มีการเปิดเผยภาพนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และเป็นที่ฮือฮาในแพลตฟอร์มต่างชาติอยู่พอควร แน่นอนว่า ระยะเวลาการถ่ายคือสิ่งที่น่าทึ่ง แต่สิ่งที่ภาพได้บันทึกไว้ก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน

ภาพปกด้านบนที่น่าทึ่งนี้ เป็นผลงานของ เรจินา วัลเคนบอร์ก (Regina Valkenborgh) เธอได้ทำกล้องรูเข็มโดยใช้กระป๋องเบียร์เจาะรู และวางกระดาษอัดรูปไว้ภายใน โดยเธอได้นำกล้องรูเข็มกระป๋องนี้ไปติดไว้บริเวณโดมกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวเบย์ฟอร์ดบูรี (Bayfordbury Observatory) ในมหาวิทยาลัยฮาร์ตฟอร์ดเชียร์  (University of Hertfordshire) ซึ่งด้วยตำแหน่งนั้นก็หลีกเลี่ยงให้ใครต่อใครเผลอไปยุ่งได้เป็นอย่างดี

ตำแหน่งที่เรจินานำกล้องไปติดตั้งไว้
Credit : University of Hertfordshire Observatory

วัลเคนบอร์กติดกล้องประดิษฐ์นี้ไว้ตั้งแต่สิงหาคม ค.ศ. 2012 ในสมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ที่นั่น  ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังพิธีปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่ลอนดอนพอดี และหลังจากการตากแดดตากฝนยาวนานถึง 8 ปีเต็ม ในที่สุด กล้องนี้ก็ถูกนำมาจากโดมในเดือนกันยายน ค.ศ. 2020

ภาพกระดาษอัดเนกาทีฟหลังผ่านร้อนผ่านหนาวมาแปดปีเต็ม
Credit : University of Hertfordshire Observatory

ภาพที่บันทึกได้คือ เส้นโค้งที่เกิดจากดวงอาทิตย์ขณะเดินทางข้ามจากฟากฟ้าด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่าภาพโซลาร์กราฟ (Solargraphs) แต่นี่ไม่ใช่ภาพโซลาร์กราฟเพียงหนึ่งเดียวของเธอ

ก่อนหน้านี้วัลเคนบอร์กก็เคยถ่ายภาพลักษณะเดียวกันโดยใช้เวลา 6 เดือน โดยภาพนั้นแสดงให้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตกจากปรากฏการณ์ ‘อายัน’ (ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ซึ่งทำให้เกิด ‘วันครีษมายัน’ ที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดและ ‘วันเหมายัน’ ที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี) ไปสู่อีกอายันหนึ่ง ทำให้เห็นความแตกต่างการเส้นทางที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านไป กระทั่งองค์กรอวกาศอย่างนาซาเองยังเคยคัดเลือกภาพนี้ในเป็น Picture of the day ด้วย

ภาพโซลาร์กราฟของเรจินาที่ใช้เวลาถ่าย 6 เดือน และได้รับการคัดเลือกให้เป็น Picture of the day ของนาซา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2021
Credit : NASA/ Regina Valkenborgh

นอกจากวัลเคนบอร์กก็มีช่างภาพคนอื่นที่ได้ถ่ายภาพทำนองนี้ไว้โดยใช้ระยะเวลา 6 เดือนเช่นกันอย่างภาพด้านล่างนี้ก็เป็นผลงานของ จัสติน ควินเนลล์ (Justin Quinnell) โดยภาพจากกล้องรูเข็มของเขาแสดงให้เห็นการเดินทางของดวงอาทิตย์เหนือน่านฟ้าของสะพานแขวนคลิฟตัน ในบริสตอล สหราชอาณาจักร

ภาพโซลาร์กราฟของควินเนลล์ที่ใช้เวลาถ่าย 6 เดือนเช่นกัน
Credit : Justin Quinnell

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก