“สวัสดี เรามาจากโลกอนาคต” เมื่อเทคโนโลยีเป็นแบบเรียนประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้เรามักจะมีคำถามว่าเรียนประวัติศาสตร์กันไปทำไม ไม่เห็นได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตปัจจุบันเท่าไหร่เลย แต่การมาถึงของอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊กกลับทำให้เราเข้าใจความเป็นไปของโลกและของมนุษย์ ได้ง่ายและใกล้ตัวยิ่งกว่าตำราประวัติศาสตร์เล่มไหนๆ

ด้วยความพิเศษของอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายข้อมูลที่เก็บเนื้่อหาของทุกคนที่เคยโพสต์เอาไว้อย่างละเอียด บางโพสต์มีรูปภาพ บางโพสต์ระบุสถานที่ และไม่ยากที่จะระบุอารมณ์ ระบุความคิด ณ ขณะนั้นจากเนื้อหาในโพสต์ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์ต่อความเป็นไปของโลกของคนในยุคอินเทอร์เน็ต เรื่องราวในอดีตของตัวเองและคนใกล้ตัวสามารถถูกขุดขึ้นมาอ่านและตีความใหม่ได้เสมอๆ ในยุคสมัยต่อๆ ไป

ทุกวันนี้เรามีอดีตให้ย้อนกลับไปดูได้ทุกวันในหน้าเฟซบุ๊ก

ตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้คือ “สวัสดี เรามาจากโลกอนาคต” เพจที่สะท้อนความคิดของคนในยุคหนึ่ง ผ่านการดึงโพสต์ในอดีตขึ้นมาเล่าและให้คนในปัจจุบันพิจารณากันใหม่ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปอ่านอดีต แต่ละคนจะมีความรู้สึกแตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งอาจจะสะใจที่อนาคตไม่ได้เป็นอย่างที่อีกฝ่ายเคยทุ่มเท ออกตัวไว้ในอดีต หรือเกิดความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ตนเองเคยมีส่วนร่วม หรืออาจจะภูมิใจที่เคยผลักดัน เคยแสดงความคิดเห็นในอดีต แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร สุดท้ายประวัติศาสตร์ที่ใกล้ตัวมากๆ เหล่านี้ก็ทำให้ผู้ใช้กลับมาตั้งคำถาม และเข้าใจวงล้อของประวัติศาสตร์ที่ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย มนุษย์ก็ยังคิดและทำสิ่งที่คล้ายๆ เดิมอยู่เสมอ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เป็นตัวอย่างที่ใกล้ตัวว่าอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีได้เปลี่ยนกระบวนคิดของมนุษย์ไปได้อย่างไร จากเรื่องราวการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่ใหญ่โต อินเทอร์เน็ตก็แยกส่วน แล้วทำให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น พร้อมเชื่อมโยงคนที่คิดคล้ายๆ เข้าหากัน เกิดเป็นเครือข่าย เป็นพลังที่ผลักดันช่วงเวลานั้น และที่เด็ดกว่าคือมันบันทึกทุกความคิด ทุกอารมณ์ที่ได้พ่นผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมระบุตัวชัดเจนว่าเป็นความคิดของใครให้กลับมาเป็นประวัติศาสตร์ข้างตัวที่หอมหวานบ้าง เจ็บปวดบ้าง ระคนกันไป

หลายคนก็กลับมาทบทวนตัวเองใหม่ ทำความเข้าใจว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นในช่วงนั้น

ก็น่าสนใจว่าเมื่อมนุษย์ได้เรียนรู้จากเรื่องราวใกล้ตัวในอินเทอร์เน็ตแล้ว แนวความคิดของสังคมจะเป็นอย่างไรต่อ จะกลายเป็นสังคมที่รู้เท่าทัน คิดวิเคราะห์ โลกสีเทาๆ ไม่ขาวสุด ไม่ดำสนิท มากขึ้นหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่ามองกันต่อ (อาจจะระแวงคิดแล้วไม่กล้าโพสต์มากขึ้นก็ได้นะ)