เชื่อว่าช่วงโควิดระบาด 2 ปีมานี้หลาย ๆ องค์กรมีการรับมือและปรับตัวการทำงานกันอย่างมาก อย่างแบไต๋เองก็ให้พนักงาน Work Form Home แบบเต็มรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสโควิด-19 แน่นอนว่าพนักงานปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ได้รับฟีดแบ็กจากพนักงานกลับมา บางคนประสิทธิภาพการทำงานลดลง หมดไฟ รู้สึกซึม ๆ เพราะไม่ได้เจอผู้คน หมดพลัง แบไต๋ไปเจอโซลูชันหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว Boost Up เป็นตัวเลือกในการสร้างพลังให้กับคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี

Boost Up เป็นรูปแบบ Virtual Event ที่ให้พนักงานมาเจอกันผ่านแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ เดิมทีองค์กรเรามีการประชุมผ่าน Zoom ทุก ๆ เดือน เพื่อเป็นการใกล้ชิดกันของคนในองค์กร สิ่งที่น่าเบื่อบางครั้งขาดความสนุกสนานและการพูดคุยกันที่ไม่ได้ใกล้ชิดแบบเดิม ขาดปฏิสัมพันธ์ Boost Up เข้ามาเติมพลังได้ดีในส่วนนี้เพราะมีกิจกรรมให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมราวกับจัดอยู่ในฮอลล์ขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาแบไต๋ได้ทดลองใช้ในส่วนของ Boost up team building แล้วโดยกิจกรรมส่วนใหญ่เน้นที่ความสนุก กระตุ้นความสัมพันธ์กับคนในองค์กรได้ดี เราไปดูกันดีกว่าว่ามีกี่โซลูชันและแต่ละอันมีความน่าสนใจอะไรบ้าง

Boost Up

ในส่วนแรก Boost Up โซลูชันปลุกพลัง ปลุกไฟ ในการทํางานของพนักงานในองค์กรให้ ตื่นตัวอย่างมีความสุข
ตื่นเต้นกับทุกภารกิจที่จะได้รับ ตื่นพร้อมสําหรับการสร้างสรรค์เพื่อองค์กร เน้นที่ตัวบุคคลและทีม แล้วเชื่อมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อยกระดับองค์กร

ซึ่ง Boost Up ได้แบ่งเป็น 3 พาร์ตด้วยกันประกอบด้วย

REFRESH YOURSELF

  • การกลับมาเชื่อมโยงกับศักยภาพในตัวเอง
  • การเติมพลังให้ตัวเอง

RECHARGE YOUR SKILLS

  • การค้นพบศักยภาพในตัวเอง
  • การค้นพบเห็นศักยภาพของทีม
  • เสริมทักษะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

RECONNECT YOUR TEAM

  • การเชื่อมกับทีม
  • การสร้างพลังในทีม
  • สร้างเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน

ในส่วนนี้ข้อดีคือทำให้ทีมกลับมาเชื่อมโยงกันมากขึ้น เน้นการสร้างพลังในตัวบุคคลและทีม พอตัวบุคคลได้รับพลังและมีความมั่นใจมากขึ้นทีมก็จะแข่งแกร่งและไปในทิศทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น พอเชื่อมโยงทุกคนในทีมให้เข้ากันมองถึงเป้าหมายความสำเร็จเดียวกันแน่นอนว่าผลสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

BOOST UP X

ในส่วนที่ 2 BOOST UP X เป็นการพัฒนาตัวบุคคล โดยรวมกระบวนการที่มุ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทํางาน ความรู้ความสามารถ ทักษะและ ทัศนคติของบุคลากรให้เป็นไปทางที่ดีขึ้นเพื่อให้บุคลากรที่ได้รับการพัฒนาแล้วนั้นปฏิบัติงานได้ผลตามวัตถุประสงค์ ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

10 BEHAVIORS 10 พฤติกรรมผู้นำแห่งอนาคต

อดีต

  1. การฟังแบบตัดสินมาจากอดีต
  2. การมองแบบแบ่งแยก
  3. การทําเพื่อให้รอด
  4. การตัดสินใจไม่เด็ดขาด
  5. การพูดพร่าบ่นในสิ่งที่ไม่ต้องการ
  6. การพูดไม่ตรงไปตรงมา
  7. ความรู้สึกขัดสนจํากัด
  8. ความคิดที่ตอบสนองความกลัว
  9. ความเชื่อที่จํากัดกั้นอนาคต
  10. ตัวตนที่จํากัดตายตัว

อนาคต

  1. การฟังหาอนาคต
  2. การมองแบบเป็นหนึ่งเดียวกัน
  3. การทําเพื่อเติมเต็มอนาคต
  4. การตัดสินใจเด็ดขาด
  5. การพูดเพื่อสร้างความแตกต่าง
  6. การพูดตรงไปตรงมา
  7. รู้สึกถึงความสมบูรณ์พูนล้น
  8. ความคิดที่มาจากความสร้างสรรค์
  9. ความเชื่อที่อนาคตใหม่ปรากฎขึ้น
  10. ตัวตนใหม่ที่เป็นอิสร

แล้วเราได้อะไรจากสิ่งนี้ ผลสรุปคือ ทำให้เราสามารถพูดด้วยความกล้าหาญ เปิดเผย และจริงใจ พอทุกคนกล้าพูดมากขึ้นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ลดอคติให้พังทลายแล้วรวมจุดแข็งของสมาชิกในทีมเข้าด้วยกันเสริมทีมให้แข่งแกร่ง ดึงพลังของแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อยกระดับการทำงานให้ดีมากขึ้น พอคนในทีมเกิดความมุ่งมั่นความสําเร็จของคนในทีมก็จะเกิดขึ้นและมีแนวโน้มไปทางเดียวกัน

CORE VALUE AMBASSDOR

เป็นการรวมเครื่องมือทั้งหมดที่มี เพื่อพัฒนาคนให้ได้มากที่สุด ให้ทุกคนในองค์กรลงมือปฏิบัติจริง โดยนําค่านิยมหลักขององค์กร ไปเป็นหลักปฏิบัติในการทํางาน การบริการ ผ่านประสบการณ์จริง ให้เกิดภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของทุก ๆ องค์กร ซึ่งโซลูชันนี้จัดทั้งหมด 5 ครั้ง ในระยะเวล 1 ปีซึ่งแบ่งเป็น

  1. OPENING

ผู้บริหารกล่าวต้อนรับ พนักงาน และพูดถึง ROLE AND RESPONSIBILITY ที่พนักงาน ทุกคนต้องมี จากนั้นเข้าสู่กิจกรรมรู้จักศักยภาพของตนเอง ผ่านการ์ด 100 ศักยภาพจากคนทั่วโลก เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความสามารถของตนเองรวมถึงรับรู้ศักยภาพของเพื่อนร่วมงานและภาพรวมศักยภาพของคนทั้งองค์กร ผ่านกิจกรรม
100 POTENTIAL – LIMITED EDITION – TOP POTENTIAL – ALL POTENTIAL

  1. OPEN MIND
  2. OPEN HEART
  3. OPEN WILL

ในส่วนนี้จะเป็นการเรียนรู้แนวคิดจากวิทยากรผู้มีชื่อเสียง ที่มีความโดดเด่นทางด้าน 1 ใน CORE VALUE ขององค์กร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในกับพนักงานที่เข้าร่วมก่อน พร้อมรู้จักพฤติกรรมเสมือนจริง ที่เกิดจากตัวตนเสมือนจริง รับเครื่องมือในการสร้างพฤติกรรมใหม่ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ ที่สามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้ในทุก ๆ สถานการณ์ ในรูปแบบ ENTERTRAINING

  1. CLOSING

นำเครื่องมือที่ได้รับ ไปใช้ในสถานการณ์จริง ๆ โดยมีการจัดตั้งกลุ่ม LINE เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Moderator กับพนักงาน และระหว่างพนักงานกับพนักงานพร้อมทั้งเป็นพื้นที่ของการแชร์ประสบการณ์ที่แต่ละคนได้นําเครื่องมือไปใช้ให้กับเพื่อนร่วมงานได้รับรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้ทําต่อ

หลังจากจบกิจกรรมทั้งหมดแล้วจะมีการสรุปภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อเป็นการเน้นย้าให้พนักงานได้เข้าใจ และนําไปใช้พร้อมอธิบายหลักการประเมินผลภายในองค์กร พร้อมรับ E-CERTIFICATE เพื่อเป็นการรับรองเข้าอบรมให้กับทุกคน เพื่อเป็นการแสดงถึงการ จบหลักสูตรอย่างเป็นทางการ

สรุป

Boost Up คือเทคโนโลยี Virtual สามารถเนรมิตรทุกอย่างได้ทันตา แน่นอนว่าพอเป็นโลกเสมือนจริงทำให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น แล้วเกิดการพัฒนาต่อยอดไปสู่การ Training ที่รวม Entertainment เข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นความสนุกรูปแบบใหม่ฉีกกฏการเข้าอบรมพัฒนาตนเองแบบเมื่อก่อนแน่นอน ที่สำคัญตอบโจทย์ New Normal และ Next Normal อีกด้วย

สำหรับองค์กรไหนที่อยากเติมพลัง ปลุกไฟให้คนในองค์สามารถติดต่อได้ที่

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส