Avatar ของนักวิจัยถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังใช้แพลตฟอร์ม Horizon ของ Meta เพียง 1 ชั่วโมง

‘Metaverse’ หรือโลกเสมือนเปรียบเหมือนโลกใบใหม่ที่กฎหมายบังคับยังไม่ถูกเซตตายตัว เรื่องความถูกต้อง ศีลธรรมหรือแนวทางปฏิบัติภายในสังคมจึงมีความสีเทาและเอาผิดผู้ใช้งานได้ยาก (เหมือนสมัยตอนที่อินเทอร์เน็ตเริ่มมีการใช้งานในวงกว้างแรก ๆ นั่นแหละ) เช่นเดียวกับ Horizon World ของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook) ที่ตอนนี้เริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาที่อายุมากกว่า 18 ปีเข้าไปใช้งานผ่านอุปกรณ์แว่นตา VR Oculus ได้แล้ว ยังไงก็ตามพื้นที่โลกเสมือนแห่งนี้ยังต้องเผชิญหน้ากับบทพิสูจน์อีกมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ยังต้องพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องของกฎระเบียบพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยรวม เพื่อทำให้พื้นที่ตรงนั้นปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับทุกคนด้วย

ในรายงานจากเว็บไซต์ SumOfUs (องค์กรรณรงค์ไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกและชุมชนออนไลน์ที่รณรงค์ให้องค์กรรับผิดชอบต่อประเด็นต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิแรงงาน การเลือกปฏิบัติ สิทธิมนุษยชน สิทธิสัตว์ การทุจริต และการครอบครอง) ที่ชื่อว่า ‘Metaverse : Another Cesspool of Toxic Content’ หรือ ‘เมต้าเวิร์สแหล่งโสมมอีกแห่งของคอนเทนต์ที่เป็นพิษ’ ซึ่งในรายงานนี้มีการพูดถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ตัว Avatar ของนักวิจัยที่เข้าไปเรียนรู้พฤติกรรมและเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานใน Horizon กลับถูกลวนลามและข่มขืนหลังจากเข้าไปใช้ได้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบนโลกเสมือน เคยมีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศถูกรายงานมาตั้งแต่ปี 2016 ในเกม QuiVr ที่ผู้เล่นจะฆ่าซอมบี้และอสูรร้าย ผู้ใช้งานคนหนึ่งชื่อ จอร์แดน เบลาเมียร์ (Jordan Belamire) เล่าว่าระหว่างที่กำลังเล่นเกมอยู่นั้นก็มีตัวละครอีกตัวหนึ่งเดินเอามือมาขยำหน้าอกของตัวละครของเธอ เธอบอกว่าให้ “หยุด” แต่ตัวละครนั้นก็ยังไม่หยุด พยายามวิ่งหนี มันก็วิ่งตามมา มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับเธอมาก

ผู้พัฒนาเกมรับฟังคำร้องเรียนของเธอและสร้างระบบป้องกันขึ้นมาโดยให้ผู้เล่นทุกคนสามารถผลักตัวละครอื่นไม่ให้เข้าใกล้ได้ พวกเขาบอกว่า “มันมีหลายอย่างที่ต้องทำตรงนี้ ไม่ควรมีใครต้องหนีประสบการณ์ VR โดยรู้สึกไม่สามารถควบคุมอะไรได้”

แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้เป็นบทเรียนหรือสัญญาณเตือนต่อ Meta ในการรับมือสถานการณ์แบบนี้เลย เพราะต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2021 เมื่อมีตัวละครของผู้ใช้งานที่เข้าไปทดสอบระบบโลกเสมือน Horizon ถูกลวนลามทางเพศเช่นเดียวกัน ในรายงานจากเว็บไซต์ MIT Technology Review บอกว่า

“การล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องตลกบนอินเทอร์เน็ตโดยปกติอยู่แล้ว แต่การอยู่ใน VR ได้เพิ่มเลเยอร์อื่นที่ทำให้เหตุการณ์หนักยิ่งขึ้นอีก นอกจากที่ฉันจะถูกล่วงละเมิดเมื่อคืนแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ ที่อยู่ตรงนั้นคอยสนับสนุนพฤติกรรมแบบนี้ด้วย“

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ “แล้วมันเป็นความรับผิดชอบของใครกัน?” มันเป็นหน้าที่ของผู้ใช้งานที่ต้องคอยป้องกันตัวเอง? หรือว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้พัฒนาระบบที่ต้องสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบเข้มข้น และมีการลงโทษผู้ที่ใช้งานพื้นที่อย่างไม่เหมาะสม? หรือเป็นเรื่องของกฎหมายเลยที่ต้องสร้างหน่วยงานควบคุมเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้สร้างและผู้เล่นมีระเบียบเดียวกับเหมือนโลกของความเป็นจริง?

คริสติน่า มิเลียน (Kristina Milian) ตัวแทนของบริษัท Meta ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าผู้ใช้งานทุกคนควรมี “ประสบการณ์ที่ดีจากเครื่องมือสำหรับความปลอดภัยที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และมันก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ใช้งานถ้าพวกเขาไม่ได้ใช้ทุกฟีเจอร์ที่เรามีให้” และเธอก็กล่าวต่อว่า “เราจะพัฒนาการประสบการณ์การใช้งานให้เข้าใจว่าคนเข้ามาใช้งานยังไง เพื่อให้ทุกคนสามารถรายงานสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นและเที่ยงตรงมากขึ้น เป้าหมายของเราคือการทำให้ Horizon เป็นพื้นที่ปลอดภัย และเราก็ทุ่มเทที่จะทำงานตรงนี้”

แต่หลังจากนั้นเพียงแค่เดือนเดียว นักวิจัยชื่อ นินา เจน พาเทล (Nina Jane Patel) ได้เขียนบทความเอาไว้บนเว็บไซต์ Medium.com ว่าหลังจากเธอเข้าไปใน Horizon ได้เพียง 60 วินาทีก็เจอตัวละครชาย 4 คนรุมข่มขืนตัวละครของเธอทันที ภายในเดือนเดียวกันรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ ‘The New York Times’ ก็ออกมารายงานเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่เราคิด

ล่าสุดที่รายงานในเว็บไซต์ SumOfUs บอกว่านักวิจัยหนึ่งได้ถูกรับเชิญเข้าไปในงานปาร์ตี้ส่วนตัวในโลกเสมือน Horizon ประมาณหนึ่งเดือนก่อน พวกเขาบอกให้เธอปิดการตั้งค่าที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้ตัวละครมากกว่า 4 ฟุตก่อนด้วย มันเป็นฟีเจอร์ที่เรียกว่า ‘Personal Boundary’ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อต้นปี 2022 เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศตัวละคร แต่เหตุการณ์แบบเดิมก็ยังเกิดขึ้นอีก โดยมีลิงก์บันทึกวิดีโอเหตุการณ์นั้นเอาไว้ด้วย จากมุมมองตัวละครของเธอเห็นตัวละครชายอีกตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้มาก ส่วนอีกตัวหนึ่งยืนดูอยู่ใกล้ ๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกโยนไปมา มีการคอมเมนต์ลามกเกิดขึ้นในวิดีโอ

หลังจากนั้นตัวละครของนักวิจัยถูกพาไปยังห้อง “ปาร์ตี้ส่วนตัว” แล้วถูกข่มขืน โดยมีตัวละครตัวอื่นยืนดูในห้องอย่างสนุกสนาน และมียืนดูจากกระจกข้างนอกห้องด้วย (วิดีโอส่วนนี้ถูกตัดออกไป)

แม้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในโลกเสมือน แต่ก็ส่งแรงสะท้อนกลับมายังผู้ใช้งานในโลกแห่งความจริงด้วยเช่นกัน นักวิจัยคนนั้นบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอ “มึนงงทำอะไรไม่ถูก” เมื่อตัวละครผู้ชายสัมผัสตัวเธอในโลกเสมือนคอนโทรลเลอร์ในมือเธอก็สั่น ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังถูกสัมผัสจริง ๆ

“ส่วนหนึ่งของสมองฉันรู้สึกว่า ‘นี่มันเรื่องบัดซบอะไรเนี่ย’ แต่อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่านี่มันไม่ใช่ร่างกายจริง ๆ ซะหน่อย และอีกส่วนหนึ่งก็บอกว่านี่เป็นงานวิจัยที่สำคัญมากเลย”

นอกจากเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศแล้ว ยังมีเรื่องน่ากังวลอื่น ๆ เกิดขึ้นบน Horizon ด้วยอย่างการเหยียดเพศ เหยียดผิว พูดจาด้วยภาษาที่หยาบคาย และแน่นอนการใช้ความรุนแรงอย่างพวกอาวุธปืนต่าง ๆ ด้วย

โฆษกของ SumOfUs กล่าวสรุปถึงประเด็นที่เกิดขึ้นว่า “เราคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นแล้วว่า Meta ควรหยุดการพยายามมุ่งพัฒนา Metaverse ตรงนี้ก่อน มันแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่สามารถจัดการแพลตฟอร์มที่มีอยู่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างจริงจังต่อบุคคลทั่วไปและสังคมด้วย”

Horizon ในเวลานี้มีผู้ใช้งานราว ๆ 300,000 จากรายงานของเว็บไซต์ The Verge และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาตอนนี้คือยังไม่มีใครทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเกี่ยวกับเรื่องการละเมิดทางเพศบนโลกเสมือน มีอีกรายงานหนึ่งในเกมโลกเสมือน Population One ที่ผู้ใช้งานคนหนึ่งบอกว่าตัวละครของเธอถูกลวนลาม ระบบจัดการกับผู้เล่นอีกคนหนึ่งโดยการแบนออกทันที แต่อีกชั่วโมงหนึ่งต่อมาตัวละครของเธอก็ถูกลวนลามอีกรอบ ถ้า Meta อยากทำให้ Horizon เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับผู้ใช้งานทุกคนจริง ๆ ควรหยุดแล้วมานั่งแก้ไขปัญหานี้ก่อนอย่างจริงจัง เพราะไม่ว่าโลกเสมือนหรือโลกความจริง ที่ไหนที่อยู่แล้วรู้สึกไม่ปลอดภัย ก็ไม่มีใครอยากจะใช้เวลาตรงนั้นทั้งสิ้น

ที่มา: SumOfUs TechnologyReview Business Insider Business Insider Medium.com The Verge The New York Times Facebook SumOfUs Video File

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก