Credit : JJ Harrison

นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย

การตามล่าหาคำตอบ

ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด  การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018

ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้

เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย ตบมันให้เป็นรูปร่างแบบนี้ (ซึ่งก็ไม่รู้จะทำไปทำไม)

คาร์เวอร์เริ่มโพรเจกต์สืบหาที่มาที่ไปของรูปทรงอุจจาระวอมแบตเมื่อ 4 ปีก่อนโดยบังเอิญ เมื่อเขาได้มีโอกาสชำแหละซากวอมแบตที่ถูกรถยนต์ชน และสังเกตเห็นก้อนในลำไส้ของวอมแบตในช่วงเมตรสุดท้าย และอธิบายว่าเป็น ‘ช่วงเวลาที่ค่อนข้างแปลก’

“มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ผมสงสัยมากว่ามันผลิตก้อนรูปทรงสี่เหลี่ยมภายในลำไส้อันอ่อนนุ่มได้อย่างไร” คาร์เวอร์กล่าว

ภาพจากงานวิจัยในวารสาร Soft Matter

เพื่อพิสูจน์แนวคิดอันหลากหลายที่มีต่อรูปทรงของอุจจาระวอมแบต และตอบคำถามของคาร์เวอร์ ทีมนักวิจัยในออสเตรเลียรวมถึงแลร์ลี โวเจลเนสต์ (Larry Vogelnest) หัวหน้าสัตวแพทย์ของสวนสัตว์มารอนกา (Taronga) ได้ทำการทดสอบแรงดึงของลำไส้ (Tensile strings of the intestine) ในขณะที่นักฟิสิกส์ในสหรัฐอเมริกาที่มีสังกัดหลักอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) ได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อจำลองการผลิตก้อนอุจจาระทรงสี่เหลี่ยม

จากความร่วมมือกันนี้ ทำให้นักวิจัยค้นพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ ‘ความหนาของกล้ามเนื้อภายในลำไส้’ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ คือมีจุดที่แข็งขึ้น และบริเวณที่ยืดหยุ่นมากกว่าบริเวณอื่น

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)