Connect with us

Published

on

ถ้าเลือกได้ ใคร ๆ คงอยากได้โน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบา แต่เครื่องแรงกันทั้งนั้นแหละจริงมั้ยคะ?? ซึ่ง 2 อย่างนี้มักจะไม่ไปด้วยกัน โน้ตบุ๊กเบา ๆ ก็ประสิทธิภาพจำกัดจำเขี่ย เน้นใช้งานเว็บหรือพิมพ์งานมากกว่า ส่วนพวกที่เครื่องแรง ๆ ก็หนักเหลือเกิน แต่วันนี้ Asus ทำได้แล้วใน ZenBook 13 รหัส UX333 รุ่นนี้ แถมราคาไม่แรงด้วย!!

สเปคของเจ้าบอกว่าหนัก 1.19 กก. จับชั่งจริงจะได้ 1,238 กรัม ก็ไม่ต่างจากน้ำหนักที่เคลมเท่าไหร่ และที่ลืมไม่ได้คือต้องรวมปลั้กไฟเข้าไปด้วย ก็ได้น้ำหนัก 1,434 กรัม พกใส่กระเป๋าได้สบายทั้งวัน แต่เห็นเบา ๆ แบบนี้ Asus เคลมว่า Zenbook 13 นั้นผ่านมาตรฐานความทนทานทางการทหารด้วย ทนอุณหภูมิร้อน หนาว ทนความชื้น คือเอาไปใช้งานในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกได้สบายๆ ซึ่งอยู่เมืองไทยอาจจะต้องทนร้อน ตัวนี้เทสมาแล้วว่าทำงานได้พื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 48 องศาได้

  • Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้มีขนาดจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD ซึ่งก็ใหญ่พอ ๆ กับโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่ขนาดเครื่องเหลือประมาณกระดาษ A4 เอง
    • ซึ่ง Asus เรียกดีไซน์นี้ว่า Nano Edge ให้สัดส่วนพื้นที่หน้าจอ 95% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ลดขนาดของเครื่องไปได้เยอะ
    • ด้านบนจอก็ยังมีพื้นที่ให้กล้อง Webcam อยู่ ทำให้ยังได้มุมภาพไม่เงยเกินไปเหมือนหลายแบรนด์ที่ทำขอบจอบาง แล้วเอากล้องไปซ่อนด้านล่างของจอ
    • ซึ่งกล้อง Webcam ตัวนี้มาพร้อม Infrared เพื่อปลดล็อก Windows ด้วยใบหน้าได้ แม้จะอยู่ในที่มืด หรือที่เรียกว่า Windows Hello 
  • Asus Zenbook 13 ที่เรารีวิววันนี้เป็นเครื่องสีน้ำเงิน Royal blue ซึ่งในไทยจะจำหน่ายอีกสีหนึ่งเป็นสีเงิน Icicle silver ให้เลือกได้ ซึ่งทั้งคู่จะมีสีเน้นบริเวณด้านบนคีย์บอร์ดเป็นสีทองชมพูเหมือนกัน ส่วนฝาหลังถ้าดูดี ๆ จะเป็นลายวง ๆ ล้อมรอบโลโก้ Asus ตามสไตล์ Zenbook โดยรวมแล้วก็เป็นดีไซน์ที่ดูดี และน่าจะเข้ากับไลฟ์สไตล์คนใช้ทั่วไปได้ง่ายด้วย
  • ส่วนพอร์ตข้างเครื่องก็ให้มาครบ ด้านซ้ายเครื่องมีช่องต่อ HDMI, USB 3.0 และ USB-C ส่วนด้านขวาเครื่องจะเป็นช่องหูฟัง, USB 2.0 (แหม น่าจะเป็น 3.0 ไปเลย) และช่องอ่าน MicroSD จะขาดไปก็แค่พอร์ตแลนเนอะ ก็ในกล่องมีหัวแปลงพอร์ตแลนแถมมาให้ด้วย คิดมาครบจริง!
  • Touchpad ของ Asus Zenbook 13 นั้นไม่ธรรมดาเลยน้า อย่างแรกเลยเมื่อเปิดจอขึ้นมา จะมีการงัดเครื่องให้ฝั่งจอภาพสูงขึ้น 3 องศา ทำให้คีย์บอร์ดเงยรับการพิมพ์มากขึ้น แล้วยังทำให้พัดลม ระบายอากาศทำงานได้ดีขึ้น
    • ซึ่งตัวคีย์บอร์ดนี้เป็นแบบ Backlit เปิดไฟได้ด้วย และการที่ยกตัวเครื่องขึ้น ก็ทำให้ลำโพงที่ได้รับการจูนโดย Harman/Kardon ที่อยู่ใต้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งเสียงจากลำโพงตัวนี้คือให้มิติเสียงใช้ได้เลย

ตัว Zenfone 13 ใส่ NumberPad หรือแป้นตัวเลขเข้าไปรวมใน Touchpad กระจกตัวนี้เลย ซึ่งกดปุ่มตรงมุม Touchpad ก็จะเปิดแสงของแป้นตัวเลขออกมา ป้อนตัวเลขสะดวกเลยที่นี้ แถมระหว่างที่เปิด NumberPad เราก็ยังใช้งาน TouchPad เพื่อสั่งงานได้อยู่นะ แต่ตัว NumberPad นี้มีเฉพาะในรุ่น Core i7 เท่านั้น ตัว Core i5 ไม่มีจ้า

ความแรงภายในของ Asus Zenbook 13 ที่บอกว่าบางและแรงคือสเปคของ Zenfone 13 รุ่นท็อปคือ

  • ให้ CPU เป็น Intel Core i7-8565U Gen 8 พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX150 แรม 8 GB และ SSD ความจุ 512 GB เอาเครื่องนี้ไปตัดต่อวิดีโอ ด้วย Adobe Premiere แบบทั้งคลิป ทำงานเป็นเครื่องตัดต่อหลักได้สบาย ๆ ก็การันตีความแรงได้ระดับหนึ่งเลยแหละ ตัดต่อวิดีโอได้ขนาดนี้ ใช้ท่องเว็บ พิมพ์เอกสารนี้หายห่วง ส่วนเรื่องการเล่นเกม
  • ตัวการ์ดจอ MX150 ก็เล่นเกม 3D ได้ดีระดับหนึ่งครับ อย่างเราเทสกับ Bioshock Infinite ในระดับ Medium ก็เล่นได้ แต่เวลาที่มีศัตรูเยอะ ๆ อาจมีหน่วง ๆ บ้าง ซึ่งถ้าเน้นเล่นเกมจริงจังคงต้องจัดเป็น Gaming Notebook หรือดูเป็นตัวพี่ Zenbook 15 UX533 ที่มาพร้อม GeForce GTX 1050 Max-Q ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • แบตเตอรี่ ตามสเปคของ Asus Zenbook 13 คืออยู่ได้ 14 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเราเปิดโหมด Battery Saver แล้วใช้งานไม่หนักมากอย่างเล่นเน็ต พิมพ์งานก็อยู่ได้ราวสิบชั่วโมงครับ แต่ถ้าเอาไปตัดต่อวิดีโอก็ต้องเปิดโหมดพลังงานที่แรงขึ้น อายุแบตเตอรี่ก็จะสั้นลงไป แต่ดีที่อแดปเตอร์ไฟไม่หนัก พกติดตัวได้ตลอด

ต้องบอกว่า Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้หาจุดอ่อนยากเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี อย่างแรกคือ

  • เรื่องคีย์บอร์ด ที่ Layout จะแปลกไปบ้างเพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็ก โดยเฉพาะตรงปุ่ม Shift ขวาเล็กไปหน่อย ก็ต้องปรับตัวในการใช้บ้าง แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ขึ้นอย่าง Zenbook 14 UX433 จะไม่มีปัญหานี้เพราะแป้น Shift กลับมาใหญ่เหมือนเดิม
  • อย่างที่ 2 คือแม้เครื่องนี้จะมีพอร์ต USB-C แล้ว แต่ก็ไม่สามารถชาร์จไฟผ่าน USB-C ได้นะ ต้องชาร์จผ่านช่องชาร์จไฟของมันเท่านั้น ก็ทำให้เราไม่สามารถพกอแดปเตอร์ตัวเดียวชาร์จทั้งมือถือและโน้ตบุ๊กได้

ราคาอย่างเป็นทางการจาก Asus ยังไม่ออก แต่ทาง Asus ประเทศไทย…บอกว่ารุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5 และการ์ดจอ GeForce MX150 จะมีราคาไม่ถึง 30,000 บาท ส่วนใครที่คิดว่าจอ 13 นิ้วเล็กไป Asus ก็ยังออก Zenbook 14 ตัวใหม่รหัส UX433 ที่มีจอ 14 นิ้ว แต่ขนาดเครื่องเท่าโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วทั่วไป และ Zenbook 15 รหัส UX533 จอ 15 นิ้ว แต่หนักแค่ 1.6 กก. ให้เลือกด้วย

ราคาของ ZenBook 13/14/15

  • ZenBook 13/14 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Intel UHD Graphic 620 ราคา 26,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 29,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 35,990 บาท
  • ZenBook 15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อมแรม 16 GB และ Nvidia GeForce 1050 Max-Q ราคา 45,990 บาท

แล้วแวะเยี่ยมตามร้านคอมพิวเตอร์ได้เลย พิเศษสำหรับผู้ซื้อ Zenfone 13 ร้อยคนแรก จะได้กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ออกแบบโดยแบรนด์ Insomnia by Vara เป็นพิเศษด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

มิติใหม่แห่งการดูหนังบนรถยนต์ เมื่อ Intel ทำให้กระจกหน้าต่างรถกลายเป็นจอดูหนัง!!

Published

on

ขนาดเทคโนโลยียังมีการพัฒนาอยู่ตลอด โลกของภาพยนตร์ก็พัฒนาก้าวหน้าไปเช่นกัน และนี่คือเทคโนโลยีที่คอหนังไม่ควรพลาด

Intel Studios ร่วมกับ Paramount (พาราเมาท์) จับมือร่วมกันสร้างมุมมองดูหนังรูปแบบใหม่ นั่นคือ การที่หน้าจอขยับตามร่างกายของผู้ที่ดูหนังอยู่

และ Intel Studios ยังร่วมกับ Warner Brother เพิ่มประสบการณ์การดูหนังของคุณ ด้วยการเปลี่ยนกระจกหน้าต่างรถให้กลายเป็นจอดูหนัง ทำให้โลกของการดูหนังของคุณไฮเทคมากยิ่งขึ้น

เราไปตาม “หนุ่ย พงศ์สุข” ไปดูความไฮเทคของ กระจกหน้าต่างรถ กันในงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show 2019) กันดีกว่าค่าาา!! ไปเลย Let’s go

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

CES 2019 โชว์ Jet Drive เอา”Joystick” มาเป็น Drive Controller แทนพวงมาลัยรถ

Published

on

เหมือนยกเกมมาไว้ในชีวิตจริง เมื่อ BCS บริษัทที่สร้างสมองอัจฉริยะซัพพอร์ตยานยนต์ระดับแถวหน้า เอา “Joystick” มาเป็น Drive Controller แทนพวงมาลัย ชื่อโปรเจ็ค JetDrive 

เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี จากงานที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ กับงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show 2019) ที่บอกเลยว่า ไม่พูดถึงเทคโนโลยีนี้คงไม่ได้ เมื่อบริษัท BCS หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้ แต่เขาว่ากันว่าเปิดมาตั้งแต่ปี 1946 ประมาณ 70 ปีมาแล้ว O_O 

บริษัท BCS เคยเป็นบริษัทซัพพลายเออร์ที่ทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลากหลายบริษัท จนกระทั้งถึงปัจจุบันที่ บริษัท BCS อยากที่จะพัฒนานวัตกรรมการขับรถยนต์ ให้เป็นการขับรถด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น ด้วยการนำ “Joystick” ที่ใช้เล่นเกมมาใส่เป็นพวงมาลัยรถแทน!!

ตาม “หนุ่ย พงศ์สุข” ไปสนุกกับ Drive Controller กันได้เลยค่าาาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

แกะกล่องรีวิว Portal from Facebook คุ้มไม่คุ้ม…มาดู!!

Published

on

Portal อุปกรณ์เท่ ๆ จาก Facebook เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารทางไกลในรูปแบบวิดีโอ เป็นอุปกรณ์ประจำบ้านและเหมาะกับการใช้งานร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ด้วยเพราะเทคโนโลยี AI ทำให้การสื่อสารแบบ Video Calling ง่ายและสะดวกขึ้น มีหน้าจอกว้างแบบ Wide Screen ใช้สื่อสารได้เห็นได้ในมุมที่กว้างขึ้น 140 องศา

ในกล่อง Hi ก็จะมีอุปกรณ์พวกสายพอร์ตแบบฟิน มีตัวปิดกล้องเมื่อไม่ได้ใช้งานหรือป้องกันการโดนแฮกด้วยค่ะ ทำงานด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น Facebook ในสมาร์ทโฟนของเรา เป็นมุมกล้องแบบ Fisheye ตัวกล้องแพนตามร่างกายของผู้ที่ลงชื่อเข้าใช้เครื่องนี้

Smart Camera จะคอยจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน และแพนกล้องตามโดยอัตโนมัติ มีเทคโนโลยีที่ตัดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างการสนทนาด้วย มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมายเพื่อสร้างบรรยากาศให้การสื่อสารสนุกมากขึ้น

  • ปิดกล้องและไมโครโฟนด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว
  • มีฝาครอบเลนส์สำหรับ Smart Camera เพื่อให้มั่นใจว่ากล้องดังกล่าวไม่ได้บันทึกภาพเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ตั้ง Passcode ได้ 12 หลัก เพื่อป้องกันการเข้าใช้งานจากผู้อื่น
  • ไม่บันทึกข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้งาน
  • เล่นสื่อโซเชียลมิเดียได้ แต่ต้องผ่านทางเบราเซอร์

อย่ารอช้า…ตาม “หนุ่ย พงศ์สุข” ไปสนุกกับแกะกล่องรีวิวกันได้เลยค่าาาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!